.... เฟยหลง เร่งควบม้านำหน้ากองทหารของเขาเข้ามาประจันหน้า แม่ทัพเจียง เขาชี้ทวนขึ้นไปก่อนจะเอ่ยขึ้น. " แม่ทัพโง่เง้าเบาปัญญา. หากเจ้าเปิดเมืองยอมแพ้เสีย ข้าจะยอมไว้ชีวิตเจ้า อย่าได้ดื้อดึงหาไม่หากเมืองแตก เจ้าจะตายอนาถ "
..... แม่ทัพเจียง ได้ยินดังนั้น ภายในใจดั่งไฟสุม ดวงตาโกรธเกี้ยวจนไม่อาจจะสงบใจได้ เขามองไปที่ เฟยหลง ก่อนจะตะหวาดออกมาด้วยเสียงอันดัง " เจ้าเด็กยังไม่สิ้นกินน้ำนม ใช้แผนสกปรกลอบกัดข้า ที่เจ้าทำมันไม่ใช้วิสัยของลูกผู้ชาย แคว้นเหลียงใช้คนเช่นเจ้าช่างชั่วช้าสิ้นดี "
.... เฟยหลง ได้ฟังดังนั้น เข้าก็หัวเราะออกมาเป็นการใหญ่ก่อนจะ เอ่ยกลับออกไป " ฮ่า ฮ่า ฮ่า เหตุไฉนท่านถึงได้กล่าววาจาเยี่ยงเด็กน้อยสามขวบเช่นนั้นเล่า การศึกสงครามในอดีตเอาชัยกันด้วยกลอุบายทั้งนั้น ไม่นับว่าแปลกอะไร ตัวท่านเป็นถึงแม่ทัพเหตุใดถึงไม่เข้าใจเรื่องนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
.... แม่ทัพเจียง ได้ยินเช่นนั้น ก็โกรธจนควันแทบออกหู เกิดมานี้เป็นครั้งแรกที่เขาถูก เด็กรุ่นลูกสบประมาทเช่นนั้น เขาหยิบธนูในมือทหารคนสนิท ยิงเข้าใส่ เฟยหลงทันที ลูกธนูที่รุนแรงพุ่งตรงเข้าใส่ เฟยหลง
...เฟยหลง เห็นเช่นนั้น ก็ตวัดกระบี่ข้างเอวออกปัดลูกธนูเอาไว้ เคร้งงงง..... แม่ทัพเจียงและเหล่าทหารในเมืองเห็นเช่นนั้นต่างตกใจเป็นอย่างมาก แม่ทัพเจียงแม้จะไม่เก่งกาจมากนัก แต่ฝีมือยิงธนูของเขานับมาไม่ธรรมดา ฉายาร้อยก้าวไม่พลาดเป้าไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นเหล่าแม่ทัพนายกองล้วนยกย่องตั้งให้ทั้งสิ้น. แต่วันนี้ ร้อยก้าวไม่พลาดเป้าผู้นี้กับถูกขุนพลหนุ่มหน้าหยก ปัดลูกธนูทิ้งออกไปแบบดื้อๆ ราวกับปัดอากาศธาตุอย่างใดอย่างนั้น แล้วจะไม่ให้พวกเขาตกใจได้ยังไง
... ด้านเฟยหลง หลังปัดลูกธนูแล้ว ก็รีบพูดขึ้น " ช่างน่าผิดหวังจริงๆ นี่หรือ แม่ทัพเลื่องชื่อของแคว้นอู๋ เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ ท่านก็ไม่อาจจะทนรับมันได้ จึงได้ทำการหยาบช้าเช่นนี้ ลอบทำร้ายข้าในระหว่างเจรจา นับว่าผิดทำเนียมยิ่งนัก วันนี้ ข้าจะหักเอาเมืองของท่านให้จงได้ ท่านจงเตรียมใจเอาไว้เลย " พูดจบเฟยหลงก็ขี่ม้ากลับไปยังตำแหน่งของตน. ก่อนจะเอ่ยกับ สี่นายกองว่า. " จงเปา เป่าซื่อ เทียนมิ้ง ถังสง ให้เร่งตีเมืองเข้าไปอีก. "
..... จงเปา เป่าซื่อ เทียนมิ้ง ถังสง ได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่รอช้า เริ่มขนอาวุธหนักเข้าจู่โจม ทั้งเครื่องยิงหินรถศึกธนู ต่างก็ใช้ออกไปเพื่อหวังจะยึดเมืองชายแดนแห่งนี้ให้จงได้
.... ฝ่าย แม่ทัพเจียง เห็นเช่นนั้น จึงถอนหายใจออกมา. แล้วพูดกับทหารคนสนิทว่า. " ขุนพลหนุ่มผู้นี้ มีทั้งสติปัญญาและฝีมือ ข้านั่นไม่อาจจะสู้เขาได้เลย เห็นที่ว่าในไม่ช้าเมืองชายแดนแห่งนี้คงยากจะรักษา "
.... ทหารคนสนิทได้ฟังดังนั้น ก็รีบพูดขึ้น " เหตุใดท่านแม่ทัพถึงได้พูดเช่นนั้น. เรายังมีทหารรักษาเมืองอยู่ถึงสามหมื่นด้วยกัน แม้เราจะมีพลธนูไม่ถึงพัน. แต่ว่าหากรบกันแล้วก็ไม่แน่ว่าเราจะแพ้ซักหน่อย "
" ใช่แล้วท่านแม่ทัพ ท่านขุนพลเจ๋อ พูดถูก เพียงแต่ท่านมีคำสั่ง ข้าหานซ้วง ยินดีจะสู้ตายกับพวกมัน " ขุนพลหานเอ่ยออกมา
... แม่ทัพเจียง ได้ยินขุนพลคู่ใจพูดเช่นนั้น ในใจก็มีกำลังใจขึ้นมาอีกมากโข. ก่อนจะถอนหายใจออกมา แล้วพูดขึ้น " ดี.... เช่นนั้นพวกเราก็มาสู้ตายกับพวกมันกันเถอะ " พูดจบ แม่ทัพเจียงก็ สั่งทหารให้ระดมทุ่มทุกอย่างที่มีลงไปเพื่อสกัดไม่ให้ กองทัพของ เทียนมิ้งและถังสง ปีนกำแพงขึ้นมา
..... เฟยหลง เห็นเช่นนั้น ก็อุทานขึ้นมาในใจ ( ดูท่า พวกมันคิดจะสู้ตายแล้วสินะ เห็นที่ว่า แม่ทัพเจียงผู้นี้จะไม่ได้มีแต่ชื่อ ) ตลอดเวลา เฟยหลง ยังคงมองไปที่ประตูเมือง หากประตูเมืองเปิดออกมาเมื่อไหร่ เมืองชายแดนแห่งนี้ก็จะตกเป็นของเขาทันที
.... ด้าน หมีดำและมู่ปิง ต่างก็เร่งมาที่ประตูเมือง แต่ว่า พวกเขากับต้องเจอกับ กองทหารนับพันๆที่เฝ้าประตูเมืองเอาไว้อย่แน่นหนา " หมีดำ ทีนี้พวกเราจะทำยังไงกันดีหากเปิดประตูเมืองไม่ได้ การบุกโจมตีครั้งนี้ของท่านขุนพลก็จะเสียป่าว " มู่ปิงเอ่ยออกไปด้วยความกระวนกระวายใจ
" มูปิง ข้ามีแผนการอย่างนึง " หมีดำเอ่ยออกมา
" แผนการอะไรรีบว่ามาเร็วเข้า ข้ายินดีจะทำตามเจ้า " มู่ปิงเอ่ยออกมา
" ไม่ แผนการนี้ข้าจะต้องทำเอง เจ้ากับพี่น้องที่เหลือ จะต้องเตรียมไฟให้พร้อม " หมีดำเอ่ยขึ้น
" หือ เจ้าให้พวกเราเตรียมไฟเอาไว้ทำไม " มูปิงเอ่ยออกมา
.... หมีดำได้ยินเช่นนั้น ก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดขึ้น " เจ้าฟังข้านะ ข้าจะบรรทุกฟางแห้งและน้ำมันพุ่งทะลวงเข้าไปยังประตู. หลังจากที่ข้าถึงประตูแล้ว เจ้ากับพี่น้องที่เหลือให้เร่งจุดไฟเผาทันที "
... มู่ปิง ได้ยินเช่นนั้นก็อุทานออกมา " ว่าไงนะ หากทำตามแผนการของเจ้า ไม่เท่ากับว่าข้าต้องเผาเจ้าไปด้วยหรือ ไม่ได้ ไม่ได้ แผนการนี้ของเจ้าข้าไม่เห็นด้วย "
" เจ้าโง่. หากไม่ทำเช่นนี้ ก็ไม่มีวิธีอื่นที่จะเปิดประตูเมืองอีกแล้ว เจ้าจะมัวลังเลไม่ได้ หากแผนการของท่านขุนพลล้มเหลวหละก็ การมายังชายแคว้นอู๋ครั้งนี้ของท่านขุนพลก็จะไร้ความหมาย " ( บัดนี้ หมีดำกระจ่างแก่ใจแล้วว่า การที่เฟยหลงเลือกจะมาตีแคว้นอู๋ครั้งนี้แทนการไปช่วยชายแดนตะวันตกเพราะเหตุใด )
... มู่ปิงได้ฟังดังนั้น ยังลังเลอยู่ไม่น้อย. ก่อนจะพูดขึ้น " ไม่ได้ หากครั้งนี้ต้องแลกด้วยชีวิตเจ้า ข้าทำไม่ได้จริงๆ "
" เจ้าคนซื่อบื้อ. เจ้าจะทำลายแผนการของท่านขุนพลหรือไง. ฟังข้านะ เจ้าไม่ต้องห่วงข้า ข้าตัวโตอย่างกับหมี ไม่ตายด้วยเรื่องแค่นี้หรอก รีบไปเตรียมตัวซะ ขืนพวกเรายังชักช้า จะไม่ทันการ " หมีดำรีบพูดขึ้นตะคอกออกไป
.... มู่ปิง ได้ฟังดังนั้น เขาก็ถอยหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะพูดขึ้น " ก็ได้ ข้าจะทำตามเจ้า แต่ว่า ไม่ว่ายังไงเจ้าจะต้องไม่ตายหนะ เจ้าหมีดำ "
.... หมีดำได้ยินเช่นนั้น ก็ยิ้มออกมาก่อนจะพูดขึ้น. " แน่นอนอยู่แล้ว ข้ายังไม่ได้พาลูกสะใภ้ ไปฝากแม่ข้าเลย ไหนเลยข้าจะตายได้ เร็วเข้าเถอะ ท่านขุนพลรอพวกเรานานแล้ว "
.... ทั้งสอง หลังตกลงแผนการกันได้แล้ว ก็ไม่รอช้าเร่ง ทำตามแผนการทันที
.... ฝ่าย แม่ทัพเจียง หลังจากตันสินใจป้องกันเมืองเต็มที่แล้ว ก็สั่งให้พลธนูที่ยังเหลืออยู่ไปเฝ้าที่ประตูเอาไว้ โดยมีขุนพลหานซ้วงเป็นผู้บัญชาการ
.... เฟยหลง รอประตูเมืองเปิดมาร่วมสองชั่วยามในใจเริ่มวิตกกังวล ก่อนจะคิดขึ้นในใจ ( หมีดำ กับมู่ปิงมัวมำอะไรอยู่ เหตุใดถึงได้ชักช้าเช่นนี้ หรือว่า พวกเขาจะเกิดเรื่อง )
....ภายในเมือง หน้าประตูเมืองหลัก. ขุนพลหานซ้วง ต่างก็รักษาหน้าที่ของตนเต็มที " เร็วเข้าพวกเรา เร่งสกัดกั้นพวกมันเอาไว้อย่าให้มัน บุกเข้ามาได้เป็นอันขาด "
" ขอรับท่านขุนพล " ทหารทั้งหมดรับคำ
..... แต่แล้วจู่. ก็มีรถม้าพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเข้า. ผู้ที่บังคับรถม้าคันดังกล่าวไม่ใช่ใครอื่น เขาก็คือ หมีดำนั่นเอง เขาในตอนนี้ควบรถม้าด้วยความเร็วสูง ด้านหลังรถม้าต่างก็บรรทุกฟางแห้งและน้ำมันเต็มคัน เขามองไปที่ประตู ก่อนจะตะโกนขึ้น. " เพื่อท่านขุนพล เพื่อแคว้นเหลียงของเรา ฆ่าาาาาาาาา "
... เหล่าทหารเฝ้าประตู เห็นเช่นนั้น ต่างอุทานออกมาด้วยความตกใจ " ท่านขุนพลหานซ้วง ดูนั้น เจ้าบ้านั้นมันกำลังควบรถม้ามาทางนี้ แต่เอ๊ะ..... ด้านหลังมันบรรทุกอะไรมาด้วย.... แย่แล้วท่านขุนพล เจ้าบ้านั้นมันจะทำลายประตูเมือง ด้านหลังของมันบรรทุกฟางแห้งและน้ำมันมาด้วยขอรับ "
.... ขุนพลหานซ้าว ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจสุดขีด ก่อนจะ ร้องตะโกนออกไป. " เร็วเข้าสั่งพลธนูที่มีทั้งหมด เล็งไปที่เจ้านั่น และยิงมันให้ตาย อย่าให้มันมาถึงประตูเมืองได้ "
" ขอรับท่านขุนพล. " ทุกคนรับคำ. ก่อนจะระดมยิงธนูเข้าใส่ หมีดำนับสิบๆดอก. มวลลูกธนูนับสิบๆดอกราวห่าฝนพุ่งตรงเข้าใส่. หมีดำจนไม่อาจจะหลบเลี่ยงได้
.... หมีดำ เห็นเช่นนั้น ก็ตะโกนออกมา. " ฮ่า ฮ่า ฮ่า เข้ามาเลย พวกเจ้าคิดว่าแค่นี้จะหยุดหมีดำผู้นี้ได้หรือ. " พูดจบเขาก็ชักกระบี่ออกมาปาดปายลูกธนูนับสิบๆดอก เคร้ง เคร้ง เคร้ง ๆๆๆๆ. แต่ทว่า ลูกธนูนับสิบๆลูกไหนเลยเขาจะสามารถปัดมันหมดได้ ท้ายที่สุดเขาก็ถูกยิงไปที่ต้นขาขวาหนึ่งดอก. ที่หัวไหลซ้ายอีกหนึ่งดอก. ก่อนที่หมีดำจะอุทานออกมา " บัดซบเอ้ย.!!!! "
.... ขุนพลหานซ้วง เห็นว่าธนูชุดแรกไม่อาจจะหยุด หมีดำได้ ก็เร่งสั่งให้ยิงชุดที่สองทันที. " เร็วเข้า หยุดมันให้ได้ มันใกล้จะตายแล้ว. อย่าให้มันมาถึงประตูได้ "
" ง้าง. ยิง. " นายทหารสั่งออกไป. ลูกธนูชุดที่สองถูกยิงออกมา. ลูกธนูนับสิบๆดอกพุ่งตรงเข้าหา หมีดำอีกครั้ง
.... หมีดำเห็นเช่นนั้น ก็ร้องตะโกนออกมา. " พวกเจ้าจะต้องเสียใจที่กล้ามาดูถูก. ท่านหมีดำผู้นี้. ฮ่า ฮ่า ฮ่า เข้ามาเลย. " เสียงของหมีดำก้องกังวานไปทั่ว สร้างความตื่นตะหนกให้แก่ เหล่าทหารแคว้นอู๋เป็นอย่างมาก
.... แม่ทัพเจียง ที่ยื่นดูเหตุการอยู่ด้านบนเห็นเช่นนั่นถึงกับอุทานออกมา. " ช่างเป็นทหารที่ห้าวหาญยิ่งนัก ความกล้าหาญของเขาไม่เป็นรองผู้เป็นนายเลย "
( ตอนนี้ หมีดำ ได้ MVP. ไปครองเลย )