ดูดาวกันมั้ย ?
สายลมยามเย็นโบกสะบัด พัดไหวเพียงเล็กน้อย...ร่างเล็กที่นั่งซ้อนท้ายโอบกอดคนขับไว้แน่น ส่วนหนึ่งเพราะคิดถึงร่างแกร่งกำยำแม้จะพึ่งเจอหน้ากันเมื่อเช้า แต่อีกส่วนก็เพราะอยากส่งความอบอุ่นความห่วงใยผ่านอ้อมกอดนี้ให้เขาได้คลายทุกข์
แววตาเมื่อสักครู่ที่เธอมองแว็ปเดียวก็รู้ว่าเขากำลังเศร้าใจเป็นทุกข์อยู่ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเขากำลังกังวลใจกับเรื่องอะไรอยู่ รถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ขับผ่านรั้วประตูใหญ่เข้าอาณาเขตของสกุลจาง ปาลิตาหันกลับไปมองประตูทางเข้าที่เธอเคยแอบมาและย่องผ่านไปปีนข้ามกำแพง ครั้งนั้นมีเพียงยามแก่ๆนั่งเฝ้าป้อมอยู่ด้านในเท่านั้น แต่คราวนี้มันต่างออกไป...วันนี้มีบอดี้การ์ดหลายคนยืนเรียงรายเฝ้าอยู่
" มีอะไรรึเปล่า " เสียงคนขับเอ่ยถามเมื่อรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของคนที่นั่งซ้อนท้าย
" ทำไมวันนี้มีคนเฝ้าประตูเยอะจัง "
" ก็ปกติ " ชายหนุ่มลดความเร็วลง...เขาขับอย่างช้าๆเพื่อให้เธอได้สำรวจอาณาบริเวณของจางลี่ชัดๆ
" ไม่สิ...ก็วันนั้นที่ฉันแอบปีนข้ามกำแพงมามีแค่ลุงยามนั่งเฝ้าอยู่แค่คนเดียว " หญิงสาวหันมองด้านซ้ายด้านขวาที่แต่ละจุดจะมีบอดี้การ์ดยืนประจำตำแหน่งอยู่ พวกเขาโค้งตัวเมื่อรถมอเตอร์ไซด์ขับผ่าน
" หึ...ก็วันนั้นมันไม่ปกติ "
" หมายความว่ายังไง " ปาลิตาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามทำให้คนที่ขับรถอยู่หัวเราะเบาๆ เขานึกภาพใบหน้าของเธอตอนนี้ออกว่าเป็นยังไง คิ้วโก่งงอนของเธอคงจะขมวดเข้าหากัน...เมย์ของเขาเป็นคนอยากรู้อยากเห็น เธอจะไม่หยุดถามจนกว่าจะได้คำตอบที่ค้างคาอยู่ในใจ
" คุณตาเค้ารู้อยู่แล้วว่าเธอจะมาที่นี่ "
" อาเหลียงใช่มั้ย ? " หญิงสาวเอ่ยถามทันที เธอลืมไปได้ยังไงว่าลู่จื่อเหลียงเจอเธอที่หน้าห้องน้ำในวันนั้น โธ่ถัง ! ... น่าขายหน้าจริงๆ
" อึ้ม " เขาเอ่ยสั้นๆ เมื่อหมดข้อสงสัยหญิงสาวก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ...ตอนนี้เธอกำลังตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ที่สวยงามตามสองข้างทาง วันนี้เขาพาเธอขับมายังเส้นทางใหม่ ทางนี้น่าจะเป็นด้านหลังของพื้นที่ทั้งหมด สวนป่าที่มีดอกไม้นานาพันธุ์ปลูกทั่วบริเวณและที่มันสวยงามมากก็ตรงที่ดอกไม้ปลูกไล่ระดับมาตามเนินหญ้า
" ชอบมั้ย ? " เสียงทุ้มด้านหน้าเอ่ยถามเมื่อเขาขับมาถึงเนินใหญ่ที่มีดอกไม้ปลูกอยู่เต็มไปหมด ชายหนุ่มจอดรถพร้อมทั้งดับเครื่องยนต์
" ชอบ...ชอบมาก สวยจังเลยอาเย่ว " คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
" ชอบแล้วอยากมาอยู่ด้วยกันที่นี่มั้ย " พูดจบเขาก็เอี้ยวตัวหันมามองหน้าเธอ ใบหน้าหวานส่งยิ้ม...แววตาของเธอเป็นประกาย
" นี่กำลังขอแต่งงานหรือว่าอะไร " ปาลิตาอมยิ้มแล้วถามกลับ...ความจริงเธอไม่ได้ซีเรียสอะไรกับการขอแต่งงานที่ฝ่ายชายต้องสร้างบรรยากาศให้โรแมนติกหรือต้องคุกเข่าขอแต่งงานอะไรแบบนั้น
" ถ้าใช่ล่ะ...จะแต่งมั้ย " เขายิ้มส่งแววตาหวานซึ้งให้เธอ
" แต่ง " เสียงเล็กตอบกลับแบบไม่ต้องคิด
" หึ...ไม่คิดหน่อยเหรอ " ชายหนุ่มหัวเราะร่า...หัวใจพองโตอย่างเป็นสุข
" คิดทำไม...พลาดรถไฟขบวนนี้แล้วฉันก็ต้องขึ้นคานน่ะสิ "
" อึ้ม...งั้นเอาเป็นว่าแต่งเลยนะ เดี๋ยวเรากลับไปบอกคุณตากันแล้วก็พรุ่งนี้ไปหาพ่อกับแม่เธอเลย " พอเธอไม่ปฏิเสธเขาก็ยิ่งอยากเร่งจัดการให้ทุกอย่างแล้วเสร็จ ยิ่งแต่งงานกันเร็วเท่าไหร่เขาก็ยิ่งได้เป็นเจ้าของของเธอเร็วเท่านั้น ทีนี้แหละเธอกับเขาก็จะตัวติดกันตลอดเวลา...คิดแล้วก็นะ....
" เดี๋ยวๆ อะไรจะรีบร้อนขนาดนั้น ขาของฉันยังเจ็บอยู่เลยนะ อีกอย่างพ่อกับแม่ก็ยังไม่รู้เรื่องของเราเลย "
" ใครบอกไม่รู้ " เขาว่า...หญิงสาวตาโตเมื่อได้ยินประโยคนั้นของเขา
" หมายความว่ายังไง "
" ชั้นเล่าเรื่องของเราให้คุณพ่อของเธอฟังตั้งแต่ที่เข้าไปเซ็นสัญญาร่วมทุนกันแล้ว วันนั้นเลยขออนุญาตจีบเธอใหม่อีกครั้ง "
" แล้วคุณพ่อไม่ว่าอะไรบ้างเหรอ " หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเพราะตอนที่ท่านเจอเธอใหม่ๆ ตอนนั้นร่างกายเธอยังซูบผอม จิตใจก็ยังไม่คงที่...ท่านรับรู้เรื่องราวของเธอจากการเล่าของทอย คราวนั้นทั้งพ่อและแม่ของเธอยังต่อว่าผู้ชายคนที่ทำให้เธอเป็นแบบนั้นอยู่เลย
" ท่านก็โกรธแหละ แต่ชั้นก็อธิบายทุกอย่างให้ท่านได้เข้าใจ "
" จริงๆเลย คุณพ่อเนี้ย...เนียนชะมัด "
" รักเธอนะ " จู่ๆ คนที่นั่งคร่อมมอเตอร์ไซด์อยู่ก็เอ่ยคำหวานขึ้น
" อื้อออ...รักเหมือนกันแหละ " หญิงสาวยิ้มเขิน...เธอยกมือขึ้นเกาะไหล่และโอบรอบคอของเขาพร้อมทั้งแนบใบหน้าลงกับแผ่นหลังหนา
" หึ...ดูดาวกันมั้ย ? " เสียงทุ้มด้านหน้าเอ่ยถาม
" หือ? ... ดูดาวเหรอ...เอาสิ คืนนี้ใช่มั้ย " หญิงสาวว่า...เธอผละใบหน้าออกจากแผ่นหลังแล้วเปลี่ยนมาวางคางเกยกับไหล่ของเขาแทน
" ความจริงไม่ต้องรอให้ถึงกลางคืนก็ได้นะ แต่ถ้าเป็นกลางคืนก็ได้บรรยากาศดี คงฟินไปอีกแบบ "
" อะไรของนาย...ดูดาวก็ต้องดูตอนกลางคืนมั้ย ไม่มืดมันจะมีดาวได้ยังไง "
" หึ...ตามนั้นแหละ งั้นคืนนี้เราดูดาวกันนะ "
...............................................................................
ป่ะ...ไปดูดาวกัน