ตอนที่ 4
ผมได้ความสามารถใหม่ที่ดูมีประโยชน์กว่าคนอื่นๆ
ข่าวดีสำหรับพวกผมก็คือหลังจากที่พวกผมเลื่อนระดับขึ้นไปเป็ระดับ 2 แล้ว พวกผมก็ได้ความสามารถใหม่กันมาคนละหนึ่งอย่าง ทว่าเมื่อได้อ่านคำอธิบายความสามารถเ่าั้ผมก็รู้สึกเหมือนกับผมเพิ่งจะได้ยินข่าวร้ายไป
หลังจากที่พวกผมกินอาหารกันเสร็จซึ่งอาหารมื้อที่ผ่านมาคือลูกหมาป่าตัวแสบที่พวกผมล้มได้ ในตอนค่ำ พวกเราก็กลับมาอยู่ในถ้ำซึ่งเป็ที่แห่งแรกที่พวกผมเห็นหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาในโลกใบใหม่ถ้ำแห่งนี้กว้าง และมีรูจาก้าขนาดไม่ใหญ่มากปล่อยให้แสงส่องผ่านลงมาได้ตามพื้นถ้ำมีก้อนหินเล็กใหญ่กระจายอยู่ทั่ว ยิ่งนานวันพวกเราก็ยิ่งรู้สึกว่าที่นี่เป็เหมือนบ้านในระหว่างนั้น ผมซึ่งจำได้ว่ามีเสียงประหลาดดังขึ้นมาในหัวของผม ก็เลยเอ่ยปากถามเพื่อนๆและพบว่าเพื่อนๆทุกคนก็ได้ยินเสียงแบบเดียวกัน ประโยคเดียวกันผมเลยชวนทุกคนเปิดดูความเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ได้เลื่อนระดับ
ความสามารถที่ผมได้เพิ่มขึ้นมาคือความสามารถ“แบ่งตัว” คำอธิบายที่ปรากฏอยู่บนกระดานเวทมนตร์ตรงหน้าบอกว่าเมื่อสั่งใช้งานจะสามารถแบ่งร่างของตัวเองออกเป็สองส่วนได้ขนาดและค่าสถานะทั้งหมดจะถูกแบ่งออกครึ่งหนึ่งด้วยเช่นกัน สามารถกลับมาคืนร่างเดิมด้วยคำสั่ง“รวมตัว”
คือถ้าฟังดูคร่าวๆมันก็ดูเหมือนกับเป็ความสามารถที่มีประโยชน์นะแยกร่างเข้าต่อสู้เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านจำนวนหรือย่อขนาดตัวให้เล็กลงไว้สำหรับหนี แต่คุณลองคิดดูสิ ผมเป็แค่สไลม์ไง!สิ่งมีชีวิตสุดกระจอกที่มีพลังชีวิตอยู่เท่าๆกับเศษเล็บกระรอก ค่าพลังโจมตีพลังป้องกัน และความเร็วนี่ก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินไม่ต่างกัน ถ้ามันถูกหารออกไปครึ่งหนึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับเพิ่มโอกาสในการถูกกระทืบจนแหลกเหลวเป็สไลม์บดเลยซักนิดฆ่าตัวตายชัดๆ!
แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะเป็ความสามารถที่หาประโยชน์ไม่ได้เลยหรอกนะเพราะเมื่อผมทดสอบการแบ่งตัว ผมพบว่าการรับรู้ของผมกับร่างแยกถูกแบ่งออกจากกันด้วยนั่นเท่ากับว่าถ้าผมไปตรวจสอบบริเวณทางซ้ายแล้วกลับมารวมตัวกับร่างแยกที่ไปตรวจสอบทางด้านขวาผมจะได้รับข้อมูลจากเ้าตัวร่างแยกด้วยทำให้ผมรู้ทั้งข้อมูลจากฝั่งขวาและฝั่งซ้าย
อย่างน้อยมันก็ยังมีข้อดีอยู่บ้างอีกอย่างมันก็ยังฟังดูเป็ขยะน้อยกว่าความสามารถของก้อนหินจิลตั้งเยอะ
ก้อนหินจิลได้ความสามารถ“ซัดฝุ่น” คำอธิบายสั้นๆแต่ะเืใจบอกเอาไว้ว่า เมื่อสั่งใช้งานจะทำการซัดฝุ่นบริเวณใกล้เคียงไปยังเป้าหมาย ซึ่งแรงในการซัดฝุ่นเท่ากับการเอาเด็กซนๆซักคนมาเตะฝุ่นขึ้นไปบนฟ้าเท่านั้นยินดีด้วย!คุณจิลได้รับความสามารถขยะไป!!!
คุณอาจจะบอกกับผมว่า“ใช้ซัดฝุ่นใส่ตาของอีกฝ่ายเพื่อทำลายการมองเห็นไงไอ้เ้างั่งเอ้ย!” โอเค! มันก็ฟังดูเป็กลยุทธที่เข้าท่าอยู่ไม่น้อยแต่คุณอาจจะลืมบางอย่างไป ก้อนหินจิลมีความสูงไม่ถึงหนึ่งฟุตวัดจากพื้นดินเขาไม่มีทางซัดฝุ่นใส่ตาของศัตรูที่มีความสูงมากกว่านั้นได้อย่างแน่นอน ความสามารถนี้น่าจะมีผลกับพวกแมลงหรือมอนสเตอร์ที่กำลังหมอบต่ำแกล้งตายเท่านั้น
เชื่อผมหรือยังว่ามันน่าะเืใจน่ะ
ความสามารถใหม่ของไข่ัเดรคคือ“แข็งตัว” เมื่อใช้งานจะเพิ่มพลังป้องกันเล็กน้อยในชั่วระยะเวลาหนึ่งแม้จะไม่ได้มีความว้าวใดๆ แต่ก็ไม่ได้น่าร้องอี๋เหมือนของเพื่อนก้อนหิน
ความสามารถใหม่ของลูกแก้วฟรานเป็ความสามารถในการ “เรืองแสง” เมื่อสั่งใช้งานจะมีแสงสีทองเรืองรองออกมาจากตัวเขาทำให้เหมือนตะเกียงทรงกลมที่น่ารำคาญกว่าตะเกียงตามบ้านเรือนอื่นๆฟรานถูกใจกับความสามารถนี้มาก ดูได้จากที่เขาเรืองแสงแทบจะตลอดเวลาตราบเท่าที่ยังเหลือพลังพิเศษให้ผลาญ
“ฉันนี่มันมีเจิดจ้าออร่าจับจริงจริ๊งงงงงง”ลูกแก้วฟรานหัวเราะชอบใจ ก่อนจะกลิ้งอวดความเจิดจ้าของตัวเองไปทั่วถ้ำ
อ้อ! ผมเกือบลืมไปแหนะนอกจากจิลก็ยังมีอีกคนที่ได้ความสามารถใหม่ไร้ประโยชน์ ผมขอแนะนำให้พวกคุณรู้จักกับเพื่อนของเรากะโหลกเซน! ผู้ท่าไม้ตายอันยิ่งใหญ่ ท่า “พ่นควัน!!!”
ท่าที่ไม่อาจสร้างความเสียหายใดๆไม่ได้มีหมอกพิษแอบแฝง และไม่มีผลในการฟื้นฟูรักษาหรือเอื้อประโยชน์ใดๆต่อร่างกายเป็แค่ควันธรรมดาๆที่ลอยหายไปทันทีเมื่อลมพัดผ่าน นั่นแหละคือสิ่งที่กะโหลกเซนสามารถพ่นมันออกมาจากปากได้
นอกจากความสามารถใหม่ที่น่าผิดหวังหลังจากเลื่อนระดับ ค่าสถานะบางส่วนของพวกเราก็เพิ่มขึ้นมาอย่างละนิดอย่างละหน่อยดูเหมือนว่าหนทางการกลายเป็มอนสเตอร์สุดโหดของพวกผมจะยังอีกยาวไกลแต่ผมก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรหรอก ขอแค่มีชีวิตรอดวันต่อวันก็พอแล้ว
ถึงตอนนี้ผมเริ่มจะทำใจกับสภาพใหม่นี้ได้แล้วล่ะมันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้นี่นา งั้นก็คงมีแต่ต้องชินกับมันให้เร็วที่สุดเท่านั้น
ทางด้านพลังชีวิตคงเหลือของทุกคนคนที่าเ็ก็ได้พลังชีวิตฟื้นคืนพลับมาบ้าง การกินอาหารช่วยทำให้ฟื้นฟูพลังชีวิตที่เสียไปได้ส่วนหนึ่งและมันจะค่อยๆฟื้นฟูกลับมาทีละน้อยเมื่อเราได้พักผ่อน ตอนนี้ในกลุ่ม คนที่พลังชีวิตเต็มมีแค่ก้อนหินจิลที่ไม่โดนโจมตีเลยซักครั้งกะโหลกเซนที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อยซึ่งผมไม่รู้ว่าเขาไปได้มาตอนไหนกับลูกแก้วฟรานที่กลิ้งไปกลิ้งมาคอยแหกปากทำลายสมาธิและความเยือกเย็นของเพื่อนๆเท่านั้นพลังชีวิตของไข่ัเดรคเกือบจะเต็มแล้วหลังจากทีได้กินและได้พักส่วนพลังชีวิตของผมกลับมีแค่สองในสามส่วน เพราะผมเป็คนที่โดนหนักที่สุดในกลุ่มทั้งโดนตะปบและตอนที่เ้าลูกหมาป่าพยายามปัดผมออกจากหน้าของมัน
ผมรอดมาได้อย่างหวุดหวิดเลยนะเนี่ยนี่ผมต้องขอบคุณเทพเ้าไหม…ผมคิดว่าถ้าเปลี่ยนเป็ด่าผมคงจะรู้สึกดีมากกว่า
“พรุ่งนี้เอาไงกันดี”ก้อนหินจิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวั่นวิตก “เื่อาหารน่ะ”
“ออกล่าเหมือนเดิมไง”ไข่ัเดรคบอกอย่างเืร้อน ยิ่งพลังชีวิตเขาฟื้นฟูรอยร้าวตามเปลือกไข่ก็ยิ่งน้อยลงราวกับเปลือกไข่กลับมาประสานกันอีกครั้ง“การได้ออกกำลังก่อนกินอาหารจะทำให้ย่อยง่าย”
“ตำราไหนของนายกันเนี่ย”ผมร้องแทรก “อีกอย่างวันนี้ ถ้ามันไม่าเ็อยู่ก่อนแล้วพวกเราไม่มีทางได้แทะเนื้อติดมันกันแน่ๆ”
“แค่แผลเล็กๆที่ขาหลังเอง”ไข่ัเดรคบอก เขาคงไม่คิดว่ามันจะมีผลอะไรมากนัก
“ถ้ามันอยู่ในสภาพสมบูรณ์ คงเป็ฝ่ายเราที่โดนกิน”กะโหลกเซนกล่าวเสียงเย็น ผมเห็นด้วยกับเขา
“ก้อนหินอย่างฉันคงจะย่อยยากเกินไปสำหรับลูกหมาป่า”ก้อนหินจิลเอ่ยอย่างหวาดๆ
“ก็ไม่แน่หรอกตอนนี้เราเลื่อนเป็ระดับสองแล้วด้วย” ไข่ัเดรคยังไม่ยอมแพ้ “ไม่ลองสู้ดูก็ไม่รู้หรอกจริงไหมเพื่อนรัก” เขาพยายามหาแนวร่วม ซึ่งคนที่เขาขอความเห็นดันเป็ลูกแก้วฟราน เพื่อนรักเพื่อนแค้นของเขาเอง
“ถูกต้อง! ถ้าลองได้โดนแสงอันเจิดจ้าของฉันสาดส่องใส่ดวงตาเข้าให้ไม่ว่าจะเป็ลูกหมาป่าหรือพญาัก็เป็อันต้องโดนฉันกลบรัศมีจดมิด”ลูกแก้วฟรานเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ
“ใช่เลยเพื่อน!” ไข่ัเดรคที่กำลังหาแนวร่วมทำเป็เออออห่อหมกไปตามน้ำ
“แต่การล่าสัตว์เพื่อเลื่อนระดับก็เป็สิ่งจำเป็ต่อการใช้ชีวิตในโลกนี้จริงๆนั่นแหละ”ผมประเมิณสถานการณ์ เป็ไปได้ว่าทุกๆระดับที่เพิ่มขึ้นพวกผมจะได้รับความสามารถใหม่ๆและมีค่าสถานะเพิ่มมากขึ้นซึ่งมันจะต้องมีซักความสามารถที่เป็ประโยชน์กับผมหรือคนอื่นบ้างแหละนั่นจะช่วยเพิ่มโอกาสในล่าอาหารรวมถึงการเอาชีวิตรอดในแต่ละวันด้วย
“ใช่ไหมล่ะๆ”ไข่ัเดรคร้องอย่างอารมณ์ดี กะโหลกเซนนิ่งเงียบไปเหมือนกำลังใช้ความคิด
“แต่ถ้าให้สู้กันตรงๆเลยก็คงเสี่ยงเกินไป”เขากล่าวอย่างราบเรียบ ไข่ัเดรคทำท่าจะโต้แย้งแต่เพื่อนกะโหลกก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อนว่า“แต่พรุ่งนี้ฉันจะลองคิดหาวิธีวางกับดักสำหรับการล่าสัตว์ดูอย่างน้อยทำให้พวกมันาเ็ก่อนจะโจมตีก็ยังดี บางทีถ้ามันใช้ได้ก็จะไม่มีปัญหาเื่อาหารอีก”
“วางกับดักเหรอ…ก็ได้อยู่นะ เอาเป็ว่าฉันเห็นด้วยตามนี้”ผมเห็นด้วยและดูเหมือนว่าผมอาจจะต้องไปช่วยงานกะโหลกเซนในการวางแผนสร้างกับดัก
“ฉันเอาด้วย”ก้อนหินจิลเอ่ยปาก
“อืมฟังดูเป็การล่าสัตว์ที่ชาญฉลาด เหมาะกับคนฉลาดๆแบบฉัน งั้นฉันเห็นด้วย”ลูกแก้วฟรานบอก นั่นทำให้ไข่ัเดรคร้องออกมาอย่างขัดใจแต่เขาก็แย้งอะไรไม่ได้เพราะมันฟังดูเป็แผนการที่ดีที่สุดแล้วสำหรับตอนนี้
“โอเคๆจะทำอะไรก็ทำกันไปเลยนะ ไม่ต้องสนใจฉันก็ได้ ชิ!” และนี่คือคำศัพท์ใหม่ที่ผมเพิ่งค้นพบ
ไข่งอน!!!
ทันใดนั้นเองเสียงบางอย่างก็ทำให้พวกผมหยุดพูดเสียงพูดคุยกันของคนอีกกลุ่มหนึ่งทำให้พวกเราเงียบกริบเสียงฝีเท้ามุ่งหน้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆเสียงพูดคุยนั้นทำให้ผมมั่นใจว่ากลุ่มที่กำลังมาเป็มนุษย์แน่นอน และสิ่งที่แน่นอนกว่านั้นคือหากพวกมนุษย์เจอพวกเราเราไม่ตายก็ต้องถูกขายทอดตลาด!
โดยไม่ต้องให้ร้องบอกพวกผมะโเข้าไปหลบหลังก้อนหินที่อยู่ใกล้ที่สุดในทันที แต่ก้อนหินจิลยังคงนิ่งอึ้งไม่ขยับเขยื้อนไปไหนบอกได้ยากว่าเขากลัวจนไม่กล้าขยับ หรือว่ากำลังเนียนเป็ก้อนหินก้อนหนึ่งอยู่
แล้วในที่สุด…
“ถึงแล้วถ้ำนี่ไงที่ฉันเคยเล่าให้พวกนายฟัง…”เป็เสียงของชายหนุ่มจากปากถ้ำ เ้าของเสียงเอาร่างอันใหญ่ล่ำในชุดเกราะหนักและดาบใหญ่หนึ่งเล่มบนหลังเคลื่อนเข้ามาข้างในพร้อมๆกับสหายของเขาเกือบสิบคน
“ว้าว! รูข้างบนนั้นสวยจัง มองเห็นพระจันทร์ด้วยล่ะ”เด็กสาวถักเปียยาวถึงหลังในชุดจอมเวทย์เอาคทาในมือของตนชี้ไปยังรูโหว่้า
“งั้นคืนนี้เราพักกันที่นี่แหละ” หนุ่มในชุดนักรบอีกคนเอ่ยบอกกับเพื่อนๆก่อนจะทรุดตัวนั่งลงไปบนก้อนหินก้อนหนึ่ง…ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดก้อนหินก้อนนั้นน่าจะเป็เพื่อนของรักผมเอง ผมรู้สึกได้เลยว่างานนี้ต้องมีคนเจ็บแน่ๆและสิ่งที่พวกเราเห็นพ้องต้องกันเป็ครั้งแรกก็คือ…
ซวยแล้วไง!
อืม………………………ฉันต้องพูดอะไรไหม :กะโหลกเซน
โปรดติดตามตอนต่อไป