บทที่ 17: การตัดสินใจของประมุข
ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมายังตนเอง หลิงเซียวกลับไม่แสดงอาการหวาดหวั่นหรือร้อนรนแม้แต่น้อย เขาหันไปเผชิญหน้ากับผู้าุโหลิงเฟิงที่กำลังเดือดดาล ดวงตาสีม่วงของเขาสงบนิ่งราวกับห้วงมหาสมุทร
"เรียนท่านผู้าุโ" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ชัดเจน "พวกเขามุ่งร้ายต่อข้าก่อน ข้าเพียงป้องกันตัวเท่านั้น"
"ป้องกันตัวรึ!" หลิงเฟิงตะคอกกลับ "การสังหารอย่างเืเย็นเช่นนั้น เ้ากล้าเรียกว่าป้องกันตัวงั้นรึ! เ้าไม่รู้หรือว่าการกระทำของเ้าจะนำหายนะมาสู่เผ่าพันธุ์!"
"หากการยืนนิ่งเฉยยอมให้ผู้อื่นมาหักแขนหักขาคือหนทางสู่ความสงบสุขของเผ่าพันธุ์ เช่นนั้นแล้วความสงบสุขที่ว่านี้ก็ช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน" หลิงเซียวตอบกลับอย่างเยือกเย็น คำพูดของเขาไม่ได้ก้าวร้าว แต่กลับแทงใจดำเหล่าผู้าุโฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างจัง
"เ้า!" ผู้าุโหลิงเฟิงโกรธจนพูดไม่ออก การโต้เถียงระลอกใหม่กำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง
กึก!
เสียงนิ้วเคาะลงบนที่วางแขนของบัลลังก์ไม้เทพชีวันดังขึ้นเพียงแ่เบา แต่มันกลับทรงพลังราวกับค้อน์ที่ทุบลงกลางใจของทุกคนในโถงประชุม เสียงพูดคุยทั้งหมดเงียบลงในทันที
ประมุขหลิงเทียนที่นั่งนิ่งเงียบมาโดยตลอด ได้ลืมตาขึ้นแล้ว
สายตาอันลึกล้ำของเขาไม่ได้มองไปที่ผู้าุโคนใด แต่กลับจับจ้องไปยังหลิงเซียวที่ยืนอยู่กลางโถงแต่เพียงผู้เดียว เขามองเห็นความสงบนิ่งที่แท้จริงในแววตาของเด็กหนุ่ม มองเห็นกระบี่เล่มใหม่ที่ข้างเอว และััได้ถึงไอสังหารอันเยือกเย็นที่ซ่อนอยู่ภายใต้รัศมีที่ปกปิดไว้
เขาได้ตัดสินใจแล้ว และตอนนี้คือเวลาที่จะประกาศมัน
"ความกังวลของผู้าุโหลิงเฟิงนั้นมีเหตุผล" ประมุขเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่กลับก้องกังวานไปทั่วทุกมุมห้อง "เผ่าิญญาของเรารักสันติและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งมานานหลายศตวรรษ"
เหล่าผู้าุโฝ่ายอนุรักษ์นิยมพยักหน้าเห็นด้วย
"แต่พวกท่านกลับเข้าใจผิดไปหนึ่งอย่าง" ประมุขกล่าวต่อ "สันติภาพไม่ใช่ของขวัญที่์ประทานให้ แต่มันคือสมบัติล้ำค่าที่ต้องมีผู้พิทักษ์...สมบัติที่ไร้ซึ่งผู้พิทักษ์ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเชื้อเชิญหัวขโมยให้เข้ามาปล้นชิง"
สายตาของเขากวาดมองไปทั่วโถงประชุม "ตระกูลหมาป่าโลหิตเหิมเกริมขึ้นทุกปี พวกมันรุกล้ำอาณาเขตของเรา ล่าสัตว์ิญญาของเรา พวกท่านคิดว่าการนิ่งเฉยของเราจะทำให้พวกมันพอใจรึ? ไม่เลย! มันมีแต่จะยิ่งเพิ่มความโลภให้พวกมันเท่านั้น! พวกมันมองสันติภาพของเราเป็ความอ่อนแอ!"
ประมุขหลิงเทียนหยุดเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองหลิงเซียวอีกครั้ง
"สิ่งที่หลิงเซียวทำในวันนี้ อาจจะดูหุนหันพลันแล่น อาจจะดูรุนแรง...แต่มันก็คือสาส์น" น้ำเสียงของเขาหนักแน่นขึ้น "มันคือเสียงคำรามของราชสีห์ที่เงียบขรึมมานานเกินไป เพื่อเตือนให้เหล่าสุนัขป่าโดยรอบได้รู้ว่า...ป่าแห่งนี้ยังมีเขี้ยวเล็บ!"
ทุกคนในโถงประชุมต่างตกตะลึงกับคำพูดของประมุข นี่คือการประกาศจุดยืนใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง!
"เื่นี้...ยุติแต่เพียงเท่านี้" ประมุขหลิงเทียนประกาศกร้าว "หลิงเซียวทำไปเพื่อปกป้องเกียรติของเผ่าเรา เขาจะไม่มีความผิดใดๆ ทั้งสิ้น!"
ผู้าุโหลิงเฟิงหน้าซีดเผือด แต่ก็ไม่กล้าโต้แย้งคำตัดสินของประมุขแม้แต่ครึ่งคำ
แต่แล้ว ประมุขก็กล่าวประโยคสุดท้ายที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม
"และนับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป หลิงเซียวจะไม่ใช่สมาชิกเผ่ารุ่นเยาว์ธรรมดาอีกต่อไป"
"ข้า, หลิงเทียน, จะเป็ผู้ดูแลการฝึกฝนของเขาด้วยตนเอง!"
สิ้นเสียงประกาศ บรรยากาศทั้งโถงประชุมก็พลันแข็งค้าง! รับเป็ศิษย์โดยตรง! นี่คือเกียรติยศสูงสุดที่ไม่เคยมีใครในรุ่นเยาว์ได้รับมาก่อนในรอบร้อยปี! มันคือการประกาศอย่างชัดเจนที่สุดว่า บัดนี้หลิงเซียวได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองโดยตรงของบุคคลที่ทรงอำนาจที่สุดในเผ่าิญญาแล้ว!
หลิงเซียวเองก็ประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะก้มศีรษะลงโค้งคำนับอย่างนอบน้อม เป็การยอมรับสถานะใหม่ของตนเองต่อหน้าสภาผู้าุโทั้งหมด