ตอนที่ 18 สำรวจถ้ำ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
หลังจากที่ทุกทีมเริ่มแยกย้ายไปตามเส้นทางของตนเองแล้วหลายคนก็เริ่มพูดคุยกัน
“น่าเสียดายจังที่ฉันไม่ได้อยู่ทีมเดียวกับเดวิด”
“ว่าแต่เฟิร์สวันคนนั้นเป็ผู้มีความสามารถพิเศษแน่ๆ แต่เขาจะเป็ผู้มีความสามารถพิเศษด้านไหนกัน”
“เขาวิ่งได้เร็วมาก มันเร็วกว่าฉันที่เป็ดาราขาวเจ็ดแฉกเสียอีก ไม่แน่ว่าก่อนที่เขาจะนิทรา เขาอาจจะเป็นักวิ่งฝีมือดีก็ได้”
“นั่นอาจใช่ แต่การวิ่งจะมีประโยชน์อะไรนอกจากการเอาตัวรอด มิน่าล่ะเดวิดถึงได้มาคุ้มครองเขาด้วยตัวเอง”
“ช่างเป็คนใหญ่คนโตไม่เบา”
เวเนเตอร์กลุ่มต่างๆ ต่างพูดคุยเื่นี้กันอย่างสนุกสนาน
แต่อย่างไรก็ตามที่นี่ก็ยังเป็อบิส มันคือสถานที่ที่อันตราย
เมื่อพวกเขาได้เข้ามาในส่วนลึกของถ้ำ บางอย่างที่มีดวงตาสีแดงพลันเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ
การเคลื่อนไหวนี้ผสานเข้ากับความเงียบได้เป็อย่างดี จนทำให้เหล่าแขกไม่ได้รับเชิญไม่รับรู้ว่าบางสิ่งกำลังจับจ้องพวกเขาอยู่
“ระวัง ฉันรู้สึกได้ถึงสิ่งมีชีวิต”
ระหว่างที่การพูดคุยเป็ไปอย่างสนุกสนาน ชายรูปร่างกำยำคนหนึ่งในกลุ่มพลันเอ่ยเตือน
ตอนนั้นพวกเขาก็สงบท่าทางโดยเร็ว จากเสียงหัวเราะกลายเป็เคร่งขรึมและจริงจัง
“ซานโต้ นายััได้ถึงอะไร” หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมกับเรียกไอเทมสปีริตของเธอออกมา
“ฉันก็ไม่รู้ แต่ฉันรู้สึกว่ามันกำลังเคลื่อนที่อยู่รอบตัวเรา”
“ที่นี่เป็อบิสสีขาวระดับกลาง ระวังตัวกันหน่อย” ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับกระชับหอกในมือของเขาเอาไว้
ทว่าในตอนนั้นเองบางสิ่งที่คล้ายกับรยางค์สีแดงก็พุ่งไปทางหญิงสาว
ความเร็วของมันเหนือกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะรับรู้ได้
แต่น่าเสียดายที่เป้าหมายของมันไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา เพราะเธอคนนี้คือเวเนเตอร์ดาราขาวหกแฉก
หญิงสาวกระตุ้นพลังถุงมือของเธอในทันที
ถุงมือที่เป็ไอเทมสปีริตของเธอขยายใหญ่ขึ้น ทำให้ภาพนี้มองเหมือนกับแขนของเธอกำลังขยายใหญ่ขึ้น ทำให้เธอไม่ใช่หญิงสาวที่อ่อนแออีกต่อไป
ไอเทมสปีริตของเธอคือถุงมือต่อสู้ พลังพิเศษของเธอทำให้เธอมีกำลังแขนที่เหนืุ์
หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณก่อนจะคว้าจับรยางค์สีแดงนั้นแล้วกระชากมันออกมา
ชวิ๊ดดดดดดด
ตอนนั้นเองรยางค์สีแดงกลับไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวแล้ว รยางค์หลายเส้นพุ่งออกมาและโจมตี มันมีความแหลมคมราวกับดาบฟัดฟันออกไป
ทว่าชายหนุ่มทั้งสองที่อยู่ด้านข้างย่อมไม่ปล่อยให้มันทำตามอำเภอใจ
ชายคนหนึ่งแทงออกในมือออกไป จุดที่เขาเล็งไม่ใช่รยางค์สีแดง แต่กลับเป็บางสิ่งที่เหมือนกับกำลังล่องหน
ปัง! ปัง! ปัง!
แรงของหอกรุนแรงมากราวกับว่ามันสามารถเจาะทะลุหินผาได้ จนทำให้สิ่งที่หลบซ่อนอยู่นั้นปรากฏตัวออกมา
รูปร่างของมันเหมือนหมึกั์ แต่ศีรษะของมันกลับเหมือนสัตว์ประหลาดที่เห็นในหนังมากกว่า
ตอนนี้ศีรษะของมันถูกเจาะเป็รูถึงสามรูด้วยกัน
ฉัวะ ... ฉัวะ ... ฉัวะ ...
รยางค์สีแดงสะบัดหมุน มันโจมตีออกไปทุกทิศทางด้วยท่าทางที่ไม่ยอม
ทว่าชายรูปร่างกำยำกลับใช้ดาบใหญ่ฟันเข้าไปที่หนวดรยางค์นั้น
ตูม!
ไม่นานมอนสเตอร์ตัวนั้นก็สิ้นฤทธิ์ มันกลายเป็กองเนื้อแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น
หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวใช้มืออันกำยำของเธอกระชากเอาแกนสปีริตที่อยู่ด้านในมา
“สมแล้วที่เป็อบิสขาวระดับกลาง ดูความใหญ่ของแกนสปีริตนี่สิ มอนสเตอร์ตัวนี้น่าจะแข็งแกร่งมากทีเดียว” หญิงสาวเอ่ย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เห็นแบบนี้แล้วค่อยมีแรงทำงานหน่อย”
“ไปกันต่อเถอะ ข้างในคงจะมีมอนสเตอร์หลงเหลือมากกว่านี้”
พวกเขาทั้งสามพูดอย่างอารมณ์ดี เพราะแกนสปีริตที่พวกเขาล่าได้จะเป็ของพวกเขา ซึ่งสามารถนำไปใช้บ่มเพาะหรือขายให้กับนิวโฮปก็ได้เช่นกัน
ส่วนประโยชน์ของนิวโฮปก็คือเหมือนแร่เหล่านี้ ซึ่งพวกเขาสามารถนำไปต่อยอดทำกำไรได้อย่างมากมาย
ทีมอื่นๆ ล้วนเป็เช่นนี้ ข้างในถ้ำนี้ยังหลงเหลือมอนสเตอร์อยู่มากให้พวกเขาล่า
กลุ่มของเฟิร์สก็เช่นกัน พวกเขาได้เจอมอนสเตอร์ที่มีลักษณะนี้เข้ามาโจมตี
แต่เมื่อเขาอยู่ภายใต้การคุ้มกันของเก่งกาจ มอนสเตอร์เ่าั้แทบจะไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้ด้วยซ้ำ
“ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีมอนสเตอร์หลงเหลือมากขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ถ้ำนี้ถูกสำรวจไปสองรอบแล้ว” หญิงสาวผู้เป็วอชเชอร์เอ่ย
ในมือของเธอมีแผนที่การสำรวจทั้งสองครั้ง และเส้นทางที่พวกเธอกำลังเดินอยู่ก็เป็เส้นทางที่เคยมีคนสำรวจมาแล้ว
ภารกิจในครั้งนี้คือการสำรวจพื้นที่ให้ได้มากกว่านี้ และค้นหาแหล่งทรัพยากรให้ได้มากที่สุด
“แม้จะถูกสำรวจไปแล้วก็จริงแต่ถ้ำนี้ดูเหมือนจะเป็เขาวงกตที่ไม่สามารถสำรวจได้หมดง่ายๆ” เก่งกาจกล่าว
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังเดินสำรวจอยู่นั้น มอนสเตอร์ที่เชี่ยวชาญในการพลางการก็พุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้ง
ซึ่งแน่นอนว่าเก่งกาจใช้ขวานมือเดียวที่อยู่ในมือของเขาพุ่งเข้าจัดการมอนสเตอร์ในทันที
ภายใต้พลังสปีริตอันมหาศาลขวานนั้นแสดงอำนาจทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่ เพียงแค่ฟันออกไปครั้งเดียวร่างของมอนสเตอร์ก็แทบะเิไปตรงนั้น
ตูม!
เก่งกาจสังหารมอนสเตอร์แล้วเก็บแกนสปีริตออกมา
วอชเชอร์มองการกระทำของเขาอย่างละเอียดเพื่อเก็บข้อมูล ขณะเดียวกันก็สังเกตท่าทางของเฟิร์สวันไปด้วย
ทว่าเด็กหนุ่มกลับสงบนิ่งเป็อย่างมาก เขาไม่มีท่าทางตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็แต่อย่างใด แม้เขาจะเข้ามาข้างในอบิสครั้งแรกก็ตาม
ซึ่งนั่นทำให้วอชเชอร์สาวรู้สึกสนใจในตัวเขามากยิ่งขึ้น
เฟิร์สยังคงสงบนิ่งเหมือนดังเริ่มแรกและสังเกตพลังและการต่อสู้ของเก่งกาจเช่นกัน
ภายในการนำทีมของเก่งกาจ เรียกได้ว่าทีมนี้แทบจะไม่มีอันตรายเลยแม้แต่น้อย
มอนสเตอร์ยังคงโผล่ออกมาตลอดทางมาเรื่อยๆ แม้พวกมันจะเชี่ยวชาญในการพลางตัวแต่พวกมันก็ถูกเก่งกาจพบอย่างรวดเร็วเช่นกัน
พวกเขายังมุ่งหน้าไปตามทางเรื่อยๆ จนเข้าสู่เส้นทางที่ไม่ได้สำรวจซึ่งสองทีมก่อนหน้านี้มาไม่ถึง
เนื่องจากการสำรวจอบิสแห่งหนึ่งนั้นกว้างมาก สองทีมก่อนหน้านี้ไม่ได้เจาะจงที่จะสำรวจถ้ำนี้โดยเฉพาะ ข้อมูลที่ได้รับมาถึงมีออกมาอย่างคร่าวๆ เท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังพบตำแหน่งของแร่สปีริตที่เป็ที่้าของนิวโฮป ซึ่งถูกบันทึกเป็อย่างดี
“พวกคุณต้องระมัดระวังแล้วนะครับ เพราะตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในเส้นทางที่ไม่รู้จัก” เก่งกาจเอ่ยเตือน
ตอนนั้นเองหญิงสาวผู้เป็วอชเชอร์ก็เรียกไอเทมสปีริตของเธอออกมา เพื่อเตรียมพร้อมกับเื่ที่ไม่คาดฝัน
ไอเทมสปีริตของเธอคือผ้าคลุมสีเทาผืนหนึ่ง แน่นอนว่าไอเทมสปีริตชิ้นนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อต่อสู้ แต่มันสามารถทำให้เธอรักษาชีวิตได้ นี่จึงเป็เหตุผลที่ทำให้เธอเป็วอชเชอร์
แน่นอนว่าวอชเชอร์ไม่ได้ตื่นตัวเพราะเธอกำลังเดินในเส้นทางที่เธอไม่รู้จัก แต่สาเหตุนั้นมาจากดวงตาสีแดงนับไม่ถ้วนที่จ้องเข้ามาต่างหาก
“เฟิร์สวัน คุณสามารถเข้ามาหลบอยู่ข้างหลังฉันได้” วอชเชอร์สาวกล่าว
ทว่าเฟิร์สก็ยังคงสงบนิ่งเหมือนดังเริ่มแรก
จนเก่งกาจกล่าวขึ้นมา “ผมจะรีบจัดการพวกมันให้เร็วที่สุด”
จากนั้นเขาก็พุ่งตัวเข้าไปท่ามกลางดวงตาสีแดงนับไม่ถ้วนเ่าั้
ชวีด ... ชวีด ... ชวีด ...
รยางค์สีแดงที่แหลมคมนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าจู่โจมเก่งกาจในทันที
การกระทำของเขานับว่าบ้าระห่ำเป็อย่างมาก หากไม่ใช่การบ่มเพาะดาราแดง เขาคงไม่กล้าที่จะทำแบบนี้แน่
พลังของดาราขาวกับดาราแดงแตกต่างกันอย่างชัดเจน
การโจมตีของเก่งกาจจึงแทบจะไม่ต่างไปจากการบี้มด
ปัง! ปัง! ปัง!
คมขวานนับไม่ถ้วนกวาดผ่านร่างของสัตว์ประหลาดไปอย่างน่าสยดสยอง
มอนสเตอร์ตัวแล้วตัวเล่าต้องตายตกไปด้วยขวานของเขา
ทว่า ...
จำนวนของมอนสเตอร์นั้นกลับมีมากเกินไป
แม้เก่งกาจจะแข็งแกร่งมากก็จริง แต่เขาไม่มีทางปกป้องคนที่อยู่ด้านหลังด้วยจำนวนมอนสเตอร์ที่มากขนาดนี้ได้แน่
“เยอะเกินไปแล้ว นี่มันอะไรกัน ... ทำไมถึงได้มีมอนสเตอร์มากมายขนาดนี้อยู่ที่นี่” วอชเชอร์สาวกล่าวออกมาอย่างใ
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
คลื่นมอนสเตอร์พลันทะลักออกมา กองทัพของมันแทบจะบังร่างของเก่งกาจที่ต่อสู้อยู่จนมิด
“พวกคุณรีบหนีไปจากที่นี่เร็วเข้า พวกจะถ่วงเวลาต้านพวกมันเอาไว้” เก่งกาจะโออกมา
“เดวิด คุณไม่เป็อะไรแน่นะ” วอชเชอร์สาวถามอย่างเป็ห่วง
“รีบไป เดี๋ยวนี้!”
แม้มอนสเตอร์ส่วนใหญ่จะกำลังรุมทึ้งเก่งกาจอยู่ แต่ก็มีมอนสเตอร์จำนวนหนึ่งที่เล็ดลอดออกมา
พวกมันพุ่งเข้าหาคนทั้งสองที่อยู่ด้านหลัง
ชวีด ...
“เฟิร์สวัน!”
วอชเชอร์สาวก้าวออกมาด้านหน้าแล้วกางผ้าคลุมไอเทมสปีริตของเธอออก ม่านพลังสีเทาอันหนาแน่นถูกกางออกมา
ปัง! ปัง! ปัง!
รยางค์สีแดงดุจคมมีดฟาดฟันอย่างรุนแรง จนทำให้ม่านพลังนั้นสั่นไหว
ทว่าจำนวนของมันกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมถึงมีฝูงมอนสเตอร์มากมายขนาดนี้อยู่ที่นี่
“เฟิร์สวัน ...” วอชเชอร์สาวเป็ห่วงเวเนเตอร์เด็กหนุ่มที่ติดตามมาด้วย เขายังเป็เพียงแค่ผู้ตื่นจากนิทราเท่านั้น ย่อมไม่มีทางต่อกรกับมอนสเตอร์ของที่นี่ได้แน่
เหตุที่เดวิดให้เขาติดตามมาด้วย เพียงแค่อยากให้เปิดหูเปิดตาเท่านั้น
ทว่าตอนนั้นเองม่านพลังสีเทานั้นก็ทำท่าต้านไม่ไหว เธอจึงกรีดร้องออกมา
“คุณเดวิดช่วยพวกเราด้วย!”
เพล้ง!