บทที่11
เริ่มการปลุกผักิญญา
ยามเช้าแสงอรุณแรกของวันส่องผ่านม่านเมฆลงบริเวณด้านล่างหลังจากที่เมื่อวานทำงานหนักมาทั้งวันหย่งคังตื่นสายกว่าปกติ
ถึงแม้จะพูดว่าตื่นสายกว่าปกติแต่ว่าเมื่อตื่นนอนมาม่านหมอกที่ปกคลุมอยู่บริเวณด้านรอบก็ยังไม่ได้จางหายไป
เดินออกมาจากภายในบ้านของตนเองมองไปยังบริเวณสวนข้างข้างพบเห็นร่างของจางหยวนที่กำลังยืนอยู่
หย่งคังแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจโดยทั่วไปแล้วไม่เคยพบเจอจางหยวนตื่นเร็วกว่าตนเอง
เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงเดินเข้าไปอย่างรวดเร็วแล้วก็เอ่ยถามขึ้นมา“ เ้ากำลังทำอะไรอยู่? ”
จางหยวนที่กำลังยืนอยู่หันกลับมาด้วยรอยยิ้มและพูดขึ้น“ เหมือนว่า์จะเข้าข้างเราแล้ว ท่านดูนี่สิ ”
หย่งคังชะโงกหน้าของตนเองไปบริเวณด้านหน้าแล้วก็ใช้ดวงตามองดู
เมื่อใช้ดวงตามองดูเห็นชัดเจนว่าบริเวณบ่อน้ำที่จ้างหยวนทำการขุดยามนี้มีน้ำบางอย่างอยู่ภายในนั้น
ทั้งที่เมื่อวานบ่อน้ำนี้ยังคงว่างเปล่าผ่านไปเพียงราตรีเดียวมันกับอีน้ำอยู่เต็มไปหมด
แต่มันไม่ได้มีเพียงแค่น้ำเ่าั้เท่านั้นโดยน้ำที่มันอยู่ภายในบ่อน้ำที่ถูกขุดเอาไว้มันเป็น้ำที่เปล่งประกายแล้วก็แผ่ซ่านออร่าพลังิญญา
มันคือน้ำิญญาอย่างไม่ต้องสงสัย
ดวงตาทั้งสองข้างของหย่งคังเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกใ
ดวงตาของมันในยามนี้เบิกกว้างขึ้นจนแทบจะทะลุออกมาจากเบ้าตา
การที่จะแสดงท่าทางตื่นตระหนกใมันก็ไม่ได้ผิดประการใดเป็เพราะว่าเ้าสิ่งที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้คือสมบัติล้ำค่าอย่างไม่ต้องสงสัย
น้ำที่กำลังแขนสั้นออราพลังิญญาอันบริสุทธิ์เทียบได้กับน้ำวิเศษที่ไม่สามารถหาพบเจอได้
แม้จะเป็ตัวของมันเองมันก็ไม่เคยพบช่วยของเช่นนี้มาก่อน“ ข้าเคยได้ยินเพียงแต่เื่เล่าเท่านั้นไม่เคยคิดว่ามันจะมีจริงบ่อน้ำวิเศษ ”
หย่งคังขยับร่างกายของตนเองเข้าไปไกลมากขึ้นเพื่อมองดูอย่างเต็มตา
น้ำิญญาหรือเรียกอีกอย่างว่าหาพลังิญญาภายในสถานที่แห่งนี้มันคือโลกแห่งการฝึกฝน
นี่คืนหนึ่งสิ่งที่มันแตกต่างจากโลกภายในอดีตราชวงศ์ิในยุคสมัยแห่งนี้มีผู้ฝึกฝนพลังิญญา
ผู้ฝึกฝนพลังิญญาหรือว่าผู้ฝึกตนพวกเขาจะเป็คนที่ใช้พลังฟ้าดินและบ่มเพาะพลังจิตใจ
พลังิญญาก่อกำเนิดมาจากสองทางร่างกายมนุษย์หรือไม่ก็ธรรมชาติ
โดยน้ำพลังิญญาออกกำเนิดขึ้นมาจากธรรมชาติมันถือว่าเป็สมบัติอันล้ำค่าเื่เล่าภายในอดีตนั้นถูกเราว่ามันคือการที่มีพลังอันบริสุทธิ์จากธรรมชาติหลอมรวมและสถิตเข้าไปภายในน้ำ
น้ำิญญาหรือน้ำพลังิญญายังถูกเรียกว่าเป็สมบัติอันล้ำค่า
โดยตัวของน้ำพลังิญญาเมื่อกินเข้าไปผู้คนนั้นเคยได้ยินว่าจะทำให้พลังิญญาภายในร่างกายของตนเองฝึกฝนได้รวดเร็วขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้นมันยังทำให้พลังิญญาภายในร่างกายนั้นบริสุทธิ์มากขึ้นด้วย
ถือว่าเป็นามวิเศษโดยแท้จริง
เพราะแบบนั้นในยามนี้หย่งคังจึงแสดงท่าทางที่ตื่นตระหนกอย่างชัดเจน
“ นี่มันอะไรกัน เหตุใดน้ำพลังิญญาถึงมาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ ”
จางหยวนยิ้ม“ ข้าแล้ว…. ก็ไม่เห็นยากเลยข้าบอกเขาอย่างไรว่า์แล้วข้างพวกเราหลังจากที่ลองขุดบ่อน้ำนี้ดูน้ำพวกนี้มันก็ไหลออกมา ”
“ ยอดเยี่ยมวิเศษโดยแท้ถ้าเป็เช่นนี้เพียงแค่นำน้ำพวกนี้ไปขายพวกเราเองก็ได้เงินมามากมายแล้ว” หย่งคังพูดขึ้น
“ ไม่ๆๆ ท่านคิดง่ายเกินไป ” จางหยวนกล่าวออกมาพร้อมกับสั่นหัว
เมื่อได้ยินคำเอ่ยขัดเช่นนั้นมันแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจหย่งคังจ้องมองกลับมาที่จางหยวนจากนั้นก็เอ่ยถามความคิด “การที่พูดเช่นนี้ก็หมายความว่ามีความคิดอันใดสินะ? ”
“ ตัวของเ้ามีความคิดอันใดที่จะสามารถทำเงินได้จากพวกนี้มากขึ้นอย่างงั้นรึ?”
จางหยวนยิ้มแล้วพูดออกไป“ ง่ายดายเป็อย่างมากพวกเราจะนำเอาน้ำพวกนี้มาใช้ในการปลูกผัก ”
“ นำมาใช้ในการปลูกผัก!!! ” หย่งคังแสดงใบหน้าตื่นตลกใ
จางหยวนพยักหน้าตอบรับจากนั้นก็พูดซ้ำ“ ใช่แล้วตัวของท่านได้ยินไม่ผิดพวกเราจะนำน้ำเหล่านี้มาใช้ในการปลูกผัก ”
“ ข้ามีปุ๋ยสูตรพิเศษอยู่สามารถทำให้พืชเจริญเติบโตงอกงามได้ดีแล้วถ้ารวมกับน้ำิญญาการนำมันเอามาปลูกผักจะทำให้พืชเหล่านี้พืชผักกลายเป็พืชผักิญญาที่สามารถขายได้ราคาดี ”จางหยวนกล่าวถึงความคิดของตนเองออกมา
หย่งคังหยุดคิดเล็กน้อยไม่เคยรู้เกี่ยวกับเื่นี้มาก่อนจึงเอ่ยถามขึ้น“ราคาสูงขนาดนั้นด้วยอย่างงั้นรึข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าพืชผักิญญาจะมีราคาสูงขนาดนั้น”
“ แน่นอนว่าราคาสูงขนาดนั้นแหละ จากที่ข้าลองดูแล้วพืชผักิญญาหนึ่งตะกร้าราคาถ้าหมูป่าของท่านทั้งตัวเลยทีเดียว” จางหยวนก่อนที่จะลงมือทำได้สำรวจหลายหลายอย่างมาคร่าวๆแล้ว
พืชผักิญญาหนึ่งตะกร้าเมื่อนำไปขายจะสามารถทำกำไรได้เทียบเท่ากับหมูป่าหนึ่งตัว
แล้วเมื่อลองคำนวณจากการที่เขามีต้นทุนในการผลิตพืชผักิญญาเหล่านี้ต่ำยิ่งทำให้กำไรออกมานอกงามมากกว่าเดิม
หย่งคังไม่เคยคิดเกี่ยวกับเื่นี้มาก่อนจึงอุทานออกมา“ ขนาดนั้นเชียวเพียงผักิญญาหนึ่งตะกร้าสามารถขายได้ราคาเท่าหมูป่าทั้งตัว ”
หย่งคังไม่เคยคิดฝันเกี่ยวกับเื่นี้มาก่อนมันเป็เพียงแค่พรานป่าธรรมดาทั่วไปเกี่ยวกับเื่ผักิญญาถือว่าเป็อาหารชั้นสูง
เพราะว่าผักิญญาเมื่อกินเข้าไปจะส่งเสริมการฝึกฝนวรยุทธมันจึงเป็อาหารที่มีแต่พวกคนภายในตระกูลที่ร่ำรวยเท่านั้นที่กิน
ในชีวิตนี้มันไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนเองนั้นจะได้กินพวกผักิญญาเหล่านี้จึงไม่ได้สนใจ
ในตอนนี้เมื่อรู้ราคาของมันก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกใแต่ก็คิดให้แน่ใจว่าพวกตระกูลใหญ่เรานั้นร่ำรวยเพียงใดถึงสามารถกินของพวกนี้ได้ทุกมื้อ
“ อย่างไรข้อเสนอของข้าดีหรือไม่น้ำิญญาจริงอยู่ว่ากินจะช่วยทำให้ฝึกฝนร่างกายดีขึ้น แต่ถ้ากินผักิญญาเข้าไปจะดียิ่งกว่า”
“ มองถึงประโยชน์แล้วการกินผักิญญาย่อมดีกว่าการกินน้ำิญญาถ้ามองถึงในแง่การฝึกฝน”
“ น้ำิญญาเหล่านี้ก็เลยเหมาะกับการนำมาเป็วัตถุดิบในการปลูกผักิญญา ”
“ เอาละเรามาเริ่มลงมือกัน ”
“ ได้!!!! ”
หลังจากนั้นทั้งสองก็ช่วยกันลงแรงคนละไม้คนละมือ
มีปุ๋ยสูตรพิเศษที่ได้มาจากร้านค้าราชวงศ์สามารถใช้นำมารวมกันได้
ของทั้งสองสิ่งนี้มันถูกทำมาใช้ร่วมกันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็ปุ๋ยิญญาหรือว่าน้ำิญญาล้วนแล้วสามารถมาใช้ร่วมกันได้
พวกมันทั้งสองข้ามาใช้ร่วมกันจะทำให้ปลูกผักิญญาที่มีความบริสุทธิ์สูงได้
แล้วราคาของพวกผักิญญาเหล่านี้ก็จะมีราคาที่ดีมากกว่า
โดยทั่วไปคนที่ปลูกผักิญญาจำเป็จะต้องใช้พลังิญญาภายในร่างกายหล่อเลี้ยง
เพราะว่าพวกมันไม่มีน้ำวิเศษเช่นนี้เพราะแบบนั้นผักิญญาจึงมีราคาสูงเพราะมีจำนวนที่น้อย
แต่ถ้ามองถึงอัตราการปลูกเว้นวรรคการปลูกโดยใช้น้ำพลังิญญาเหล่านี้เค้าจะสามารถผลิตได้ในจำนวนที่มากคงจะทำกำไรได้ไม่น้อย
เมื่อคิดถึงเงินทิ้งนอนกองอยู่เบื้องหน้าภายในใจก็มีแรงทึกเขินทำงานอย่างขมักเขม้น
ลงมือลงแรงทำงานตลอดทั้งวันหลังจากที่ทั้งสองจัดการกับแปลงผักเสร็จก็มานั่งพักกันบริเวณด้านหน้าบ้าน
บริเวณด้านหน้าบ้านหลังเก่าๆที่ตั้งอยู่ใจกลางป่ายามนี้ดวงอาทิตย์ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเป็ดวงอาทิตย์ยามอัสดง
สองสหายต่างวัยนั่งมองพระอาทิตย์ที่กำลังปรากฏขึ้นทางกลับดื่มน้ำในมือไปด้วย“ เฮ้อ~ ”
เสียงที่ปล่อยออกมาจากปากเป็เสียงของความเหนื่อยล้าจากจางหยวน
“ นี่พวกเราจะสามารถนำพวกมันไปขายได้เมื่อไหร่อีกกี่ 10 วัน? ” หย่งคังถาม
ทางหยวนยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก“นานขนาดนั้นหรอกปลูกผักธรรมดาใช้เวลานานก่อนนั้นแต่ว่าการปลุกผักิญญาไม่ได้นานขนาดนั้นอีกเพียงเจ็ดวันเท่านั้น”
“ ว่าอย่างไรนะ!!! ” หย่งคังอุทานอย่างตื่นตระหนก
จบบท