เ้าชุดนักปราชญ์นี่มันสวมยากกว่าที่ฉันเอาคิดไว้ ชุดมันพอดีตัวก็จริงเเต่มันมีอะไรที่ต้องสวมยิบย่อยเยอะกว่าชุดที่ฉันสวมปกติอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะเ้ารองเท้าบู้ทที่ติดเกาะขา-ถึงฉันจะเป็คนเเต่งสกินมันขึ้นมาเองก็เถอะ เเต่ดูจะปรับให้สวยขึ้นจากที่ฉันจำความได้นะ?
อืมม ถึงมันจะสวยก็เถอะ เเต่มันดูเกะกะไปหรือเปล่า มันเหมือนว่าเ้าเกาะขาที่ติดอยู่กับรองเท้าบู้ทนี่จะทำให้การเคลื่อนไหวของฉันช้าลงนะ?
เเต่ทำไงได้ล่ะ จากที่ฉันได้ยินคุณAIที่อยู่ในหัวอธิบาย ดูเหมือนชุดนักปราชญ์จะต้องสวมอุปกรณ์ทุกชิ้นให้ครบมันถึงจะสามารถเเสดงความสามารถของชุดออกมาได้เต็มร้อย เเละฉันก็ยังเดินด้วยเท้าเปล่าๆกลางป่ามานานจนเท้าเลอะดินไปหมดเเล้วด้วย ดังนั้นฉันไม่ควรบ่นเเละสวมๆมันไปให้หมด
ว่าเเล้วฉันก็สวมมันโดยไม่ลืมเอาผ้าเปียกที่ขอยืมสาวน้อยหูกระต่ายมาเช็ดเท้าก่อนสวม
......!
ซึ่งพอฉันหยิบมันขึ้นมาสวมที่เท้าดู ก็พบว่ามันเบาผิดคลาด เเถมยังใส่สบายไม่รู้สึกคันหรือชื้นจนเกินไป ราวกับว่าข้างในรองเท้านี้มันสามารถปรับอุณหภูมิให้เข้ากับผู้ใช้ได้อย่างงั้นเเหละ
นี่มันดูสบายเกินไป ปกติมันต้องรู้สึกอับๆหรือผิวััมันเเห้งหยาบสิ เเต่นี่นุ่มสบายเท้าเกินจะเป็รองเท้าบู้ททั่วไปเเล้วนะ?
นี่เพราะว่ามันเป็รองเท้าของนักปราชญ์หรือเพราะว่าเป็รองเท้าที่พระเ้าส่งมาให้กันเเน่นะ?
......
จะเเบบไหนฉันก็ต้องขอบคุณพระเ้านั่นที่ส่งชุดนี้มาให้ฉันนั่นเเหละ ถือว่ายังดีที่เขายังเอาใจใส่ฉันในเื่เล็กน้อยเเบบนี้
เเต่จะดีกว่านี้ถ้าไอ้คุณพระเ้านั่นไม่บังคับให้ฉันกลายเป็มนุษย์เเมวตามความชอบของเขา...
เอาล่ะ ใช้เวลาไปเกือบสิบนาทีเเหนะ กว่าจะเเต่งตัวเสร็จ ตอนนี้ภาพลักษณ์ของฉันก็ดูดีขึ้นมาหน่อยเเล้ว ตอนเข้าเมืองคงไม่น่าเป็จุดสนใจเเล้วล่ะ....
ว่าเเล้วฉันก็เอามือไปเเตะกำเเพงน้ำเเข็งที่ห้อมล้อมฉัน เเละส่งพลังเวทย์เข้าไปทำให้น้ำเเข็งที่ถูกสร้างมาทั้งหมดพังทลายกลายเป็ชิ้นๆ ตอนสร้างมันฉันคิดภาพไว้ในหัวไว้ก่อนเเล้ว ว่าจะให้มันสามารถถูกทำลายทิ้งได้ง่ายๆจากข้างใน ซึ่งก็ไม่นึกเลยว่ามันจะออกเเบบง่ายขนาดนี้
รู้สึกดีใจนิดๆเลยล่ะ ที่มันออกมาดีในครั้งเเรก...
พอฉันออกมาเผชิญโลกภายนอกอีกครั้ง ก็พบกับเหล่านักผจญภัยที่คุ้นหน้าคุ้นตาสองคน
สาวน้อยหูกระต่ายที่ชื่อบันนี่เเละผู้ชายขี้หงุดหงิดนามว่าเกรนกำลังมองมาที่ฉันเเละทำสายตาตกตะลึงกันสุดๆ ราวกับว่าได้เห็นเื่เหลือเชื่อเข้าให้อย่างงั้นเเหละ
"ชุดฉันเเปลกหรอ?"
ถึงจะเป็คนถามเองก็เถอะ เเต่เอาจริงๆฉันว่าก็ไม่เเปลกนะ มันดูต่างจากชุดที่พวกเธอสวมกันอยู่ก็จริงเเต่ไม่ถึงกับเเหวกโลกจนพวกเธอต้องทำหน้าใเเบบนั้นซักหน่อย ถ้าจะมีอะไรเเปลกก็คงเป็เฮดโฟนหูเเมวบนหัวฉันนี่เเหละ
"ม-ไม่ค่ะ...มันดูเหมาะมากเลย-เอ้ย-! ไม่สิ! ที่ฉันใน่ะคือนั่นตังหากล่ะคะ" เธอบอกเเบบนั้นด้วยท่าทางเคืองๆเล็กน้อย เเล้วชี้ไปที่เศษน้ำเเข็งซึ่งฉันพึ่งพังมันจนกลายเป็สะเก็ดล่วงตามพื้นไป เธอสงสัยสินะว่ามันคืออะไร เเต่ฉันคิดว่ามันไม่ได้ดูน่าใอะไรเลยนะ ก็นี่มันเป็โลกเเฟนตาซีนี่ เพราะงั้นเวทยมนตร์เเบบนี้ก็น่าจะมีคนใช้อยู่บ้างไม่มากก็น้อยสิ
เเต่ดูเธอจะติดใจมันมากจริงๆฉันเลยต้องบอกเธอเกี่ยวกับมันเล็กน้อย
"นั่นคือเวทยมนตร์น้ำเเข็งชนิดนึงน่ะ ฉันเรียกมันว่า 'ปราการน้ำเเข็ง' ซึ่งฉันใช้มันเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างที่เห็นนี่เเหละ" ฉันบอกเธอเเบบนั้นพร้อมกับสะบัดผ้าคลุมซึ่งถูกใช้เป็เสื้อด้านนอกเล็กน้อย
"ช-ใช้เวทย์ระดับนั้นเพื่อเื่เเค่นั้นงั้นหรอคะ!!" เธอตกตะลึงกับสิ่งที่ฉันอธิบาย ซึ่งทำฉันรู้สึกเคืองเล็กน้อย
เพื่อเื่เเค่นั้นงั้นหรอ? มันอะไรล่ะนั่น! มันใช่สิ่งที่ผู้หญิงด้วยกันควรจะพูดงั้นหรอ! ที่จริงเธอควรเข้าใจสิว่าการเปลี่ยนเสื้อผ้าในที่กลางเเจ้งเเบบนี้มันเป็เื่ที่จริงจังสำหรับผู้หญิงอย่างเราขนาดไหน เเละเอาจริงๆถึงเเม้ฉันจะสร้างห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเเบบนั้นขึ้นมาฉันก็ยังเปลี่ยนความจริงเื่ที่ตัวเองมาเปลี่ยนเสื้อผ้ากลางป่าไม่ได้เลยนะ! มันน่าอายขนาดไหนคุณสาวน้อยหูกระต่ายก็ควรจะเข้าใจสิ!
......
เเต่ฉันก็พอเข้าใจอยู่นะ เพราะในหัวของเธอคงคิดว่า 'ทำไมคุณถึงใส่ฉันเเบบนั้นมาเดินในป่ากัน' หรือ'ทำไมมาเปลี่ยนเอาเวลาเเบบนี้' ล่ะมั้ง ซึ่งถ้าพูดเเบบนั้นมาฉันก็คงเถียงอะไรไม่ได้ เพราะที่เป็เเบบนั้นจะให้ตอบไปว่า 'เพราะไอ้คุณพระเ้านั่นมันส่งฉันมาในสภาพนั้นตั้งเเต่เเรก' ก็ใช่เื่
เอาเป็ว่าฉันจะไม่โกรธเธอล่ะกัน...
"มันมีเหตุผลส่วนตัวอยู่น่ะ ฉันคงบอกเธอไม่ได้หรอกนะ" ฉันตอบไปเเบบนั้น
"ค-ค่ะ ถ้าคุณฟรานว่าอย่างงั้น"
โอ๊ะ เหมือนเธอจะเข้าใจเเหะ
เเละในตอนที่ฉันคิดว่าเธอหมดคำถามเเล้วนั้น-
"คุณฟราน ที่จริงเเล้วเป็นักเวทย์มาก่อนสินะคะ!"
เธอก็ถามคำถามที่สุดจะเเปลกใจใส่ฉัน ....ทำไมเธอถามฉันเเบบนั้นล่ะ? หรือเพราะตอนนี้ฉันสวมชุดนักปราชญ์อยู่ก็เลยดูเหมือนจอมเวทย์ขึ้นมาหรอ เเต่เ้าตัวก็น่าจะรู้อยู่เเล้วหนิว่าฉันพึ่งเรียนเวทย์กับเธอมาเมื่อกี้นี้เอง
ซึ่งฉันยังไม่ทันได้ตอบหรือถามอะไรคุณเธอก็ได้พูดต่อ
"มันเป็ไปไม่ได้หรอกนะคะ! ที่มนุษย์หรือเผ่ามนุษย์สัตว์จะสามารถใช้เวทยมนตร์ได้ในทันทีหลังจากที่รู้เเค่การเข้าถึงมานาน่ะ ต่อให้เป็ผู้มีพร์ทางด้านเวทย์ขนาดไหนก็ต้องใช้เวลาอย่างเร็วสุดถึงสองเดือน ถึงจะเริ่มร่ายเวทย์เเบบที่คุณฟรานพึ่งทำลงไปได้นะคะ!"
........
ไม่รู้ว่าเธอพูดเว่อร์เกินไปหรือเปล่า เเต่ถ้ามันเป็ความจริงงั้นก็มีเื่ที่ฉันต้องถามเพื่อความเเน่ใจ
"หรือว่าเธอ...ตั้งใจจะสอนฉันต่อ เเม้ว่าฉันต้องใช้เวลาถึงสองเดือนหลังจากนี้งั้นหรอ?"
"ก็ใช่น่ะสิคะ ที่จริงฉันเองก็คิดว่าต้องสอนคุณฟรานไปอีกซักสองปีเป็อย่างต่ำเเล้วด้วยซ้ำ ไอ้ฉันก็อุส่าห์เตรียมใจไว้เเล้วเเท้ๆ!"
.......
เดี๋ยวๆ อะไรล่ะนั่น!!
นี่เธอตั้งใจจะมาเสียเวลาสอนฉันนานขนาดนั้นเเลกกับที่ฉันจัดการเ้าเรดอ็อคให้เธอไปตัวนึงเนี้ยนะ!!?
-!
เดี๋ยวนะ ตอนนั้นเธอตอบตกลงกับข้อเเลกเปลี่ยนของฉันเพราะเห็นว่าพวกตัวเองกำลังเเย่นี่นา ถ้างั้นที่ผิดก็เป็ฉันเองน่ะสิ ในสถานการณ์เเบบนั้นมันไม่ต่างอะไรกับบังคับให้เธอตอบตกลงเลยนี่นา!
ไม่ใช่เเค่นั้นมันยังอธิบายได้ว่าทำไมคนที่ชื่อเกรนนั่นถึงได้เสนอให้ฉันเเบ่งเรดอ็อคให้กับพวกเขา เพราะตอนเเรกฉันไม่ได้บอกพวกเขาก่อนว่าจะยกมันให้พวกเขาทั้งหมด...เลยทำให้เ้าคนที่ชื่อเกรนนั่นต้องเปิดประเด็นเื่นั้นขึ้นเพื่อไม่ให้การเเลกเปลี่ยนของสาวน้อยหูกระต่ายนั้นต้องเป็ฝ่ายเสียผลประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียวด้วย
......
"ขอโทษนะ"
ฉันพนมมือเเล้วก้มหัวขอโทษสาวน้อยหูกระต่าย
"อะ-เอ๋!!?"
"พอดีฉันไม่รู้ว่าการเรียนเวทยมนตร์สำหรับคนอื่นมันลำบากขนาดนั้น ดังนั้นตอนเจอกันครั้งเเรก ตอนฉันบอกว่าให้สอนเวทย์ให้ฉันเเลกกับการจัดการเ้าเรดอ็อค คงทำให้เธอรำบากใจเพราะคิดว่าฉันจะใช้เธอสอนนานขนาดนั้นสินะ เพราะงั้นฉันต้องขอโทษเธอด้วยจริงๆ"
ถ้าให้ว่ากันตามจริง ตอนนั้นสายตาของฉันมืดบอดเพราะคิดเเค่ว่าจะจัดการกับสภาพตัวเองยังไงเท่านั้น ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของคนอื่นเลย...
ไม่สิ ที่จริงฉันก็เป็เเบบนี้มานานเพราะไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับคนรอบข้างเลยนี่นะ ถ้าจะให้พูดก็คือฉันเห็นเเก่ตัวขึ้นเพราะอยู่คนเดียวนานล่ะมั้ง เเบบนี้ฉันคงต้องเริ่มเปลี่ยนเเปลงตัวเองเพื่อที่จะสามารถอาศัยอยู่กับผู้คนในโลกนี้ให้ได้ซะเเล้ว
"ม ไม่เป็ไรค่ะ! ฉันก็คิดว่าที่คุณฟรานบอกให้สอนการรู้สึกถึงมานาให้หน่อยน่าจะหมายถึงสอนให้ใช้เวทยมนตร์ให้ได้ซะอีก ยังไงฉันก็ไม่ได้สอนคุณฟรานขนาดนั้นเเล้วเเถมยังได้วัตถุดิบจากเ้าเรดอ็อคมาเป็ของตอบเเทนด้วย เพราะงั้นไม่เป็ไรหรอกค่ะ-"
"ถึงงั้นก็เถอะ ฉัน-"
"บอกว่าไม่เป็ไรไงล่ะคะ ยังไงคุณฟรานก็ใช้เวทยมนตร์ได้ในทันทีเเล้วด้วย ที่ฉันสอนคุณไปมันยังไม่คุ้มกับร่างของเ้าเรดอ็อคนั่นเลย-"
-!!!
ทันใดนั้นคำพูดของเธอก็ชะงักไป ก่อนจะกระวนกระวายเเละเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
"ยะ-อย่าๆๆๆ-บอกนะคะ! ว่าคุณฟรานพึ่งจะเคยร่ายเวทย์วันนี้เเละเข้าใจหลักการของมันวันนี้ เเค่เพียงเพราะฉันสอนให้คุณฟรานรู้สึกถึงมานาในตัวเองงั้นหรอคะ!!!"
ฉันพยัคหน้า
"มันเป็เื่จริงนะ"
"เอ๋!!! เเต่ว่า!เเต่ว่า!เเต่ว่า!-ทำไมกันล่ะ ได้ไงกัน ทั้งที่ฉันต้องใช้เวลานานถึงเจ็ดเดือนเพื่อที่จะใช้เวทย์เเบบทุกวันนี้ได้เเท้ๆ!! คุณฟรานเป็ใครกันเเน่คะ!!"
"ก็เเค่คนธรรมดา-"
"คนธรรมดาที่ไหนมีพละกำลังโยนเ้าเรดอ็อคเเละร่ายเวทย์น้ำเเข็งสุดเเกร่งเเบบนั้นออกมาได้กันล่ะ?"
จู่ๆผู้ชายที่ชื่อเกรนก็เดินมาพูดเเบบนั้นพร้อมกับขมวดคิ้วสงสัย.....จะว่าไปเขามาทำอะไรล่ะเนี้ย?
"ไม่ใช่ว่าคุณต้องไปชำเเหละเ้าเรดอ็อคกับคนที่ดูเหมือนหัวหน้าปาร์ตี้งั้นหรอ?"
"เมินฉันเเล้วหรอคะ!!"
เปล่าเมินนะ เเค่ไม่รู้จะตอบยังไง เลยต้องหันไปสนใจคนที่ไม่รู้ว่ามาทำอะไรตรงที่พวกเราใช้ฝึกการรู้สึกถึงมานาตังหาก
"ทั้งที่เ้านั่นเเนะนำเเค่ชื่อเเท้ๆ เเต่ดูออกด้วยหรอเนี้ย....ช่างเถอะ ที่จริงเเล้วฉันมาอยู่ตรงนี้ซักพักเเล้วล่ะ เพราะได้ยินเสียงกระวนกระวายของยัยบันนี่...เ้านั่นก็เลยส่งฉันมาคุ้มกันดูเเลพวกเธอน่ะ"
คนนึงใจดีผิดกับรูปร่าง ส่วนอีกคนก็ว่าง่ายผิดกับคำพูดคำจาซะจริง ถึงงั้นก็ต้องขอบคุณที่พวกเขาเป็ห่วงล่ะนะ เพราะว่าการอยู่ในน้ำเเข็งที่ปิดกั้นทุกอย่างมันทำให้ฉันไม่เห็นหรือได้ยินเสียงอะไรที่อยู่ข้างนอกเลยนี่สิ ถ้าระหว่างที่ฉันเเต่งตัวอยู่ดันมีเรดอ็อคอีกตัวโผล่มาโจมตีใส่สาวน้อยหูกระต่ายเข้าฉันคงรู้สึกผิดเป็เเน่...ซึ่งก็เป็ความผิดฉันอีก ที่มัวเเต่อายเพราะไม่กล้าพาเธอเข้ามาอยู่ข้างในปราการน้ำเเข็งด้วย
"ถึงงั้นก็เถอะ เธอเป็ใครกันเเน่ ก่อนหน้านี้ฉันอาจจะเรียกเธอว่ายัยหูเเมวก็จริง เเต่ในใจฉันคิดไว้ว่าเธอน่าจะเป็มนุษย์เสือที่มีหูคล้ายเเมวมากกว่า!"
"ใช่เลยคะ ฉันเองก็คิดเหมือนกัน ถ้าจะอธิบายเื่พละกำลังนั่นได้คงมีเเต่เื่ที่เธอเป็เผ่ามนุษย์เสือหรือสิงโตที่โดดเด่นในเื่พละกำลังนั่นเเหละคะ เเต่ถึงอย่างงั้น....พอเห็นคุณฟรานใช้เวทมนตร์เมื่อกี้รวมถึงหางข้างหลังนั่นเเล้วมัน...."
จริงๆฉันไม่ใช่พวกครึ่งมนุษย์สัตว์หรอกนะ เเต่เป็มนุษย์เเท้ๆเต็มร้อยเลยตังหาก...
ว่าเเต่-เมื่อกี้เธอบอกว่าหางข้างหลังงั้นหรอ?
ฉันเหลือบหันไปมองข้างหลังตัวเองซึ่งมีสายตาของทั้งสองคนจดจ้องไปเป็จุดเดียวกันตั้งเเต่เมื่อครู่...
ส่าย~ๆ
"น่ะ-"
นี่มันอะไรกันนนนนน!!
ฉันมองไปที่หางสีดำซึ่งกำลังส่ายไปมาอยู่ข้างหลังฉัน ดูเหมือนมันจะออกมาจากกางเกงขาสั้นที่อยู่ใต้เสื้อคลุมของฉัน โดยที่ฉันไม่รู้สึกตัวหรือััถึงมันได้มาก่อน ตอนที่เปลี่ยนชุดเป็นักปราชญ์เองก็ไม่เห็นเลยว่ามีนี่!
"คุณฟราน เป็อะไรหรอเปล่าคะ เหมือนว่าจะหน้าเเดงด้วยไม่ใช่หรอคะ!?"
ฉันกำลังอายตังหากเล่า!! นี่มันคือสามัญสำนึกปกติของคนที่เป็มนุษย์เลยนะ พวกมนุษย์สัตว์ที่เดินโชว์หางกันไปมาตลอดคงไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันตอนนี้หรอก!!
ไม่ต้องถามเ้าAIฉันก็รู้ได้ ว่าเ้าสิ่งนี้เป็ฝีมือของไอ้คุณพระเ้านั่นไม่ผิดเเน่!!!
เเต่ทว่าตอนนี้ฉันจะมัวเเต่กระวนกระวายเกี่ยวกับเื่นี้ไม่ได้เด็ดขาด ฉันต้องคุมสติเเล้วไปคิดกับมันอีกทีหลัง
"ยังไงก็เถอะ ฉันคงบอกได้เเค่ว่าตัวเองเป็นักเดินทางเท่านั้น" ฉันกลับเข้าสู่บทสนทนาโดยรวบหางเเมวด้านหลังไว้ใต้เสื้อคลุมไม่ให้มันออกมา
"เดินทางด้วยชุดเเบบนั้นน่ะหรอคะ?"
"ม มันมีเหตุผลที่ทำให้ฉันเปลี่ยนเป็ชุดอื่นไม่ได้อยู่น่ะ"
"อย่างงั้นหรอคะ..."
พอฉันบอกไปเเบบนั้นพวกเขาก็ไม่ถามอะไรฉันเพิ่มอีก ซึ่งก็ดีเเล้วฉันจะได้ถามสิ่งที่ฉันอยากจะรู้บ้าง
"งั้นตาฉันบ้างนะ ฉัน้าไปที่เมืองใกล้ๆเพื่อหาที่พักชั่วคราวน่ะ ช่วยบอกทางไปหน่อยได้หรือเปล่า?"
***