ตอนที่ 26 คำขอของหมอเทรย์เวอร์
“นายควรไปแก้มัดให้หมอเทรย์เวอร์ก่อน”ทารกน้อยลูอิสบอกกับอาร์มันโด้เพื่อเรียกสติเขา
“จริงด้วย” อาร์มันโด้ฉุกคิดขึ้นได้ รีบเดินข้ามซากศพไปแก้มัดให้หมอเทรย์เวอร์
หลังจากเอาหมอเทรย์เวอร์ลงมาจากคานและแก้มัดเขา ลูอิสก็หยิบโพชั่นชีวิตออกมาและเทใส่ปากหมอเทรย์เวอร์ ผ่านไปสักพักหลังจากดื่มโพชั่นาแตามใบหน้าของหมอเทรย์เวอร์ก็เริ่มรักษาตัวเองและหายอย่างรวดเร็วเพียงโพชั่นขวดเล็ก 1 ขวดก็พอรักษาคนธรรมดาอย่างเขาได้แล้ว
ตามใบหน้าและตัวของหมอเทรย์เวอร์ไม่มีรอยฟกช้ำหรือาแอีก เหลือก็แต่คราบเืที่ออกมาจากแผลเท่านั้น
“หมอเทรย์เวอร์คุณเป็อะไรไหม” อาร์มันโด้เขย่าตัวของหมอเทรย์เวอร์
“ไม่เป็อะไรแล้ว ขอบคุณมาก” หมอเทรย์เวอร์ลืมตาขึ้นก่อนจะมองไปรอบ ๆทำให้เขาต้องตะลึงกับภาพเบื้องหน้าแต่ถึงอย่างนั้นหมอเทรย์เวอร์กลับรักษาท่าทีได้ดีกว่าอาร์มันโด้มากนัก
“พวกมัน้ายา แต่ข้าไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับยาพวกมันไปดังนั้นพวกเธอไม่ต้องเป็ห่วงว่าข้อมูลจะหลุดออกไป” หมอเทรย์เวอร์กล่าวออกมาก่อนที่จะมีใครได้ถาม
‘าเ็จนเกือบตายแต่ก็ยังเป็ห่วงว่าจะผิดสัญญาและไม่ได้น้ำตาเทพไปรักษาผู้คนอีก เฮ้อ...สมกับเป็หมอที่ยอมเสียสละเงินของตัวเองมาเปิดสถานพยาบาล’ลูอิสทั้งชื่นชมและก็เห็นใจในเวลาเดียวกัน
“วางใจเถอะ เราจะยังเอายาไปให้ตามเดิม ตอนนี้หมอเทรย์เวอร์ควรจะกลับไปที่สถานพยาบาลก่อนหลานสาวคุณคงเป็ห่วงแล้ว”
“เกวนเป็คนไปตามพวกเ้ามาช่วยข้าใช่ไหม” หมอเทรย์เวอร์ถามก่อนจะคิดในใจว่าตนเองนั้นคิดถูก เื้ัอาร์มันโด้นั้นคือเด็กสาวปริศนาและเด็กทารกน้อย
“แม่หนูน้อย เธอคือคนที่เขาทำงานด้วยอย่างนั้นเหรอ” หมอเทรย์เวอร์ถามเจียน่าด้วยท่าทีสุภาพ
“เปล่า” เจียน่าส่ายหัว ก่อนจะกล่าวต่อว่า“ฉันเป็แค่คนติดตามอีกคนหนึ่งเหมือนกับอาร์มันโด้”
อาร์มันโด้พยักหน้ายืน
หมอเทรย์เวอร์เหลือบมองไปเห็นหมีกริซลี่ที่อยู่ข้าง ๆเด็กสาวก็รู้สึกประหลาดใจ แม้แต่คนที่ครองพลังแบบเธอก็เป็แค่คนติดตามเท่านั้น
“เธอคือผู้ครองพลัง ผู้สร้างจิติญญาใช่ไหมถ้าอย่างนั้นนายท่านของเธอคือผู้สร้างน้ำตาเทพก็คงเป็ผู้เยียวยาสินะช่วยบอกเขาได้ไหมว่าข้าอยากพบเขา” หมอเทรย์เวอร์กล่าวออกมาอย่างมีความหวัง
เจียน่าที่ได้ฟังก็ขมวดคิ้วชนกันทันที เพราะเธอกำลังงงกับสิ่งที่เรียกว่าผู้สร้างจิติญญาและผู้เยียวยาที่หมอเทรย์เวอร์กล่าวถึง
หมอเทรย์เวอร์ที่เห็นสีหน้าของเจียน่าก็เข้าใจผิดคิดว่าตนเองจะข้ามเส้นจนเกินไป
“ทำไมคุณถึง้าพบผม”ในตอนนั้นเองลูอิสก็พูดขึ้นมาทำให้หมอเทรย์เวอร์มีสีหน้าใเพราะไม่คิดว่าทารกน้อยที่เด็กสาวอุ้มจะพูดจาและแสดงสีหน้าเหมือนกับผู้ใหญ่ไม่มีผิด
“ท่านลูอิสถามว่าทำไมคุณถึงอยากจะพบกับท่าน” เจียน่าทวนคำถามซ้ำให้กับหมอเทรย์เวอร์ที่อ้ำอึ้งอยู่
หมอเทรย์เวอร์ที่อยู่มาจนอายุขนาดนี้แล้วดังนั้นเพียงรายละเอียกแค่นี้ก็พอจะให้เขาเริ่มปะติดปะต่อเื่ราวได้แล้ว
“กลับกลายเป็ว่าเด็กทารกคนนั้นคือเ้านายของทั้งสองอย่างนี่มันไม่น่าเชื่อ” หมอเทรย์เวอร์มองทารกน้อยลูอิสไม่หยุดพร้อมกลับพึมพำออกมาคนเดียว ก่อนจะฉุกคิดถึงบางสิ่ง
“เ้าคือ เด็กอัจฉริยะในตำนาน!” หมอเทรย์เวอร์พูดความคิดของตนออกมา“เด็กอัจฉริยะไม่ใช่เพียงเด็กที่มีไอคิวสูงและฉลาดเพียงอย่างเดียวแต่เป็เด็กที่แปลกประหลาด ราวกับพวกเขาคือผู้ใหญ่ในร่างเด็ก แบบนี้นี่เอง...”
เขามองไปที่ลูอิสซึ่งก็มีหลายอย่างที่เหมือนกับที่อธิบายไว้หมอเทรย์เวอร์เชื่อสนิทใจแล้วว่าทารกตรงหน้าเขาคือเด็กอัจฉริยะจริง ๆ
‘หืมนี่เป็ครั้งแรกเลยที่ฉันได้ยินคำอธิบายแบบนี้ดูเหมือนหมอเทรย์เวอร์จะรู้เื่ลึกลับมากกว่าเจียน่าสินะ แต่ก็ไม่แปลกเจียน่าเพียงฟังมาจากพ่อของเธอซึ่งทั้งคู่เป็ผู้อพยพเท่านั้นคงไม่มีข้อมูลเื่พวกนี้มากนักต่างจากหมอเทรย์เวอร์ที่เป็หมอเขาคงได้ยินและได้ฟังเื่ต่าง ๆ’
‘บางทีฉันอาจจะลองหาถามข้อมูลของผู้ครองพลังได้จากเขาแต่ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าทำไมเขาถึงอยากจะพบฉัน’
“บอกหน่อยได้ไหมว่าทำไมถึงอยากจะเจอกับฉัน”ทารกน้อยลูอิสะโลงจากอ้อมกอดของเจียน่าและมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของหมอเทรย์เวอร์
“ข้า้าให้ท่านช่วยรักษาหลานสาว เธอโดนพิษคำสาป”หมอเทรย์เวอร์บอกไปตามตรง โดยใช้น้ำเสียงสุภาพเขาไม่กล้าเสียมารยาทกับลูอิส
‘พิษคำสาป มีของแบบนั้นด้วยอย่างนั้นเหรอแบบนี้นี่เองชายคนนี้เข้าใจผิดว่าฉันเป็ผู้เยียวยาถ้าอย่างนั้นผู้เยียวยาคงมีความสามารถในการรักษาพิษคำสาปได้อย่างนั้นสินะสายรักษาอย่างนั้นเหรอ พลังที่ผู้ครองพลังมีก็เป็ไปตามชื่อสินะ...แต่ว่าชื่อของมันคือ พิษคำสาป ที่จริงทักษะของพาราดินที่ชื่อ [ชำระล้าง lv.1] ออร่าลดระยะเวลาในการติดสถานะคำสาปและพิษลงเป็อย่างมากก็น่าจะใช้ได้ผลอยู่เหมือนกัน’
‘ถึงอย่างนั้นฉันยังไม่มีแต้มศักยภาพเพียงพอคงต้องรอไปก่อนแหละนะ’
ความคิดของลูอิสทำงานอย่างรวดเร็ว
“รักษาพิษคำสาป อาจจะรักษาได้” ลูอิสกล่าว
“ถ้าอย่างนั้น...” หมอเทรย์เวอร์้าจะพูด แต่ลูอิสส่ายหัวเบา ๆทำให้หมอเทรย์เวอร์เงียบทันที
ลูอาพูดต่อว่า“ที่บอกว่ารักษาได้นั้นก็แค่อาจจะและก็ยังไม่ได้บอกว่าจะรักษาให้”
หมอเทรย์เวอร์กำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกสิ้นหวังเพราะคิดว่าลูอิสจะไม่ยอมช่วย ลูอิสเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นมา
“ทุกอย่างนั้นมีราคาของมันถ้าคุณทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปฉันจะคิดเื่การรักษาอีกทีก็ได้”ราคาที่ลูอิสกล่าวถึงนั้นก็คือแต้มศักยภาพที่ใช้เรียนรู้ทักษะแต่ดูเหมือนหมอเทรย์เวอร์จะเข้าใจเป็อย่างอื่น
“ท่านพูดจริงใช่ไหม”
“ใช่ ฉันจะโกหกคุณทำไม หมอเทรย์เวอร์” ทารกน้อยลูอิสพูดด้วยสีหน้าจริง ๆเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่พูดออกไปนั้นจริงจังทุกคำ
หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อยลูอิสก็ให้อาร์มันโด้พาหมอเทรย์เวอร์กลับไปที่สถานพยาบาลส่วนเขาจะไปที่บ้านของอาร์มันโด้เพื่อเอายาน้ำตาเทพที่ทิ้งไว้ที่นั่นพร้อมกับบอกข่าวให้กับเบลล่าได้รู้ว่าทุกคนปลอดภัยดี
ทุกอย่างดำเนินไปทั้งอย่างนั้น ซึ่งพอหมอเทรย์เวอร์กลับมาถึงสถานพยาบาลพยาบาลสาวเกวนก็วิ่งมากอดลุงด้วยความเป็ห่วง ก่อนจะสำรวจเขาว่าเป็อะไรหรือเปล่าแน่นอนว่าหลังจากผ่านโพชั่นชีวิตมาแล้วและยังเช็ดคราบเืออกไปแล้ว เพราะกลัวหลานตัวเองจะเป็หว่ง
ทำให้ตอนนี้หมอเทรย์เวอร์นั้นไม่เหมือนกับคนที่พึ่งโดนซ้อมาเ็สาหัสมาก่อนเลยแม้แต่น้อย
เกวนขอบคุณอาร์มันโด้ไม่หยุดขณะที่อาร์มันโด้ทำได้เพียงพยักหน้าขอบคุณแบบอาย ๆ เท่านั้นเพราะเขาแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยแม้แต่น้อย
สักพักหลังจากนั้นทุกอย่างสถานพยาบาลก็ดำเนินต่อไปโดยลูอิสเอาน้ำตาเทพในกล่องเหล็กมาส่งให้ พร้อมกับคอยเก็บพลังงานศรัทธาไปด้วยเขาจะไม่ยอมพลาดพลังงานศรัทธาแม้แต่วันเดียวอย่างแน่นอน
...
ขณะเดียวกันทางด้านแอนเดรียและพ่อบ้านเฟรด หลังจากตามเบาะแสมาหลายชั่วโมงในที่สุดเขาก็มาถึงยังจุดหมายที่นัดกันไว้มันเป็ป่าทางด้านหลังของเมืองแอลดิลซึ่งเป็พื้นที่พึ่งจะขยายอาณาเขตออกมาของเมือง
“ที่นี่แหละ” พ่อบ้านเฟรดกล่าวด้วยน้ำเสียงระวังก่อนจะหยุดยืนนิ่งมองไปยังข้างทางด้านหน้า
แอนเดรียที่สวมเสื้อคลุมปิดบังใบหน้าใช้สายตากวาดมองไปรอบ ๆ
ในตอนนั้นก็มีเสียงแก็กดังออกมาจากป่าข้างทางทั้งสองหันไปตามเสียงพร้อมกับจับไปที่อาวุธของตนเองในทันทีแต่ตอนนั้นก็มีคนเดินออกมาจากป่าข้างทาง พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า“ใจเย็นก่อนที่ข้าเอง”
ชายชราตาบอดอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อบ้านเฟรดเดินออกมาจากพุ่มไม้พร้อมรอยยิ้มที่เป็มิตร
“พวกเรามาแล้ว แล้วแหวน...”
ชายชราตาบอดหยิบบางสิ่งออกมาจาก มันคือแหวนที่ห่อด้วยเศษผ้าเก่า ๆแต่ก่อนที่พ่อบ้านเฟรดจะหยิบไปชายชราตาบอดก็เก็บกลับไปและกล่าวว่า“สถานที่นี้อันตรายเกินไป ไปคุยกันที่อื่นเถอะ”
กล่าวจบชายชราตาบอดก็หันหลังเดินไปไปยังทิศทางหนึ่งของป่า
แอนเดรียและพ่อบ้านเฟรดหันมามองหน้ากัน ก่อนจะเดินตามไปด้วยความเงียบขรึมมือของแอนเดรียกำแน่น เธอจำแหวนวงเมื่อครู่ได้ไม่ผิดแน่นอนเพราะมันคือแหวนที่คนรักของเธอใส่ติดตัวอยู่ตลอดเวลา
“ที่บ้านหลังนี้แหละ เข้าไปกันเถอะ” ชายตาบอดพาทั้งสองมายังบ้านหลังหนึ่งก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไป ด้านในไม่มีสิ่งของหรือฟอร์นิเจอร์มากมายนอกจากเตียงนอนหนึ่งตัวทีแอบอยู่มุมห้องหนึ่ง เตาผิงเหล็กหนึ่งตัวโต๊ะไม้หนึ่งและเก้าอี้ไม้อีกสี่ตัวที่วางอยู่กลางห้อง
“ปิดประตูด้วย” ชายชราตาบอดกล่าว ก่อนจะหยิบเหล้าและแก้วสามใบมาวางบนโต๊ะลากเก้าอี้ออกและนั่งลงจากนั้นก็รินเหล้าใส่แก้วทั้งสามก่อนจะดื่มกระดกเหล้าในแก้วหนึ่งอย่างไม่เกรงใจ
“ลองดื่มดูสิ ข้ากลั่นมันเองเลยนะ” ชายชราตาบอดกล่าวก่อนจะชี้ไปทางแก้วที่มีเหล้าทั้งสองใบ
พ่อบ้านเฟรดและแอนเดรียนั่งลงที่เก้าอี้โดยไม่สนแก้วเหล้าตรงหน้าแม้แต่น้อย
“ตามใจก็แล้วกัน เงินของข้าอยู่ไหน” ชายชราตาบอดกล่าว
พ่อบ้านเฟรดหยิบเงินก้อนหนึ่งออกมา มันคือเงินธนบัตรเบล จำนวน 1,000 เบลที่หามาอย่างยากลำบาก แต่เขาไม่ได้ส่งให้ทันที
“แหวนและข้อมูลอยู่ไหน?”
ชายตาบอดล้วงไปในกระเป๋าเสื้อของตนก่อนจะหยิบห่อผ้าสีเทาเก่า ๆอันเดิมออกมาวางบนโต๊ะจากนั้นก็ผลักห่อผ้าไปกับพื้นโต๊ะให้กับพ่อบ้านเฟรดซึ่งพ่อบ้านเฟรดก็ส่งเงินให้กับชายชราตาบอดในลักษณะเดียวกัน
เมื่อได้เงินมา ชายตาบอดก็เผยยิ้มอย่างพอใจก่อนจะแกะและนับเงินดูอย่างมีความสุข ส่วนพ่อบ้านเฟรดรีบแกะห่อผ้าทันทีที่เปิดออกด้านในก็ปรากฏแหวนวงหนึ่ง
ตัวแหวนเป็เงินขาวที่หัวแหวนเป็ตราประจำตระกูลและรอบแหวนสลักด้วยชื่อของ“ไรแลนด์ แกริค”