Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 17 ก็ข้าจะเอา !

    ปรมาจารย์หยางซีหยุน ครั้นเห็นทางสะดวกแล้ว จึงเกริ่นนำทันทีว่า“หลายรุ่นมานี้ ไม่มีจอมยุทธจากตระกูลหยางผ่านการสอบข้อเขียนเลยแม้สักคนเดียว” หยางไคได้ฟังเช่นนั้นก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจ อีกฝ่ายจึงกล่าวต่อจนจบความว่า“จอมยุทธเหล่านี้จึงต้องการให้เจ้ามาช่วยสั่งสอน และทบทวนวิชาเรียนสำหรับใช้ในการสอบ เพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง” จากใบหน้าที่กำลังพยักอย่างเข้าใจนั่น ก็กลับเป็นส่ายหน้าแล้วกล่าวขึ้นว่า “นี่จะได้อย่างไรกันท่านปรมาจารย์ ? ข้าพเจ้าเอง ก็ยังมิได้ผ่านบัณฑิตซิ่วไฉ่ เลยด้วยซ้ำ!” แต่ฝ่ายจอมยุทธทั้งหลาย นำโดยจอมยุทธผู้มีวรยุทธ์สูงที่สุดในกลุ่มทั้งยังเป็นพี่ใหญ่ของทุกคน ได้ก้าวเท้าออกมาพร้อมแนะนำตัวอีกครั้งว่า“ข้าพเจ้าหยางรุ่นชิง (杨润青) ขอยืนยันความต้องการของพวกเรา เพื่อให้น้องชายสั่งสอนพวกเราด้วย” พวกเขากลับเห็นเด็กหนุ่มผู้ไร้วรยุทธ์คนนี้เป็นพวกเดียวกัน ทั้งยังเปิดใจให้หยางไค มากเสียยิ่งกว่านักศึกษาและบัณฑิตคนอื่นที่มีพื้นฐานวรยุทธ์กว่าหนุ่มน้อยคนนี้เสียอย่างนั้น ? หยางไคพยายามบอกปัดด้วยเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ เช่นวัยวุฒิและคุณวุฒิของเขาทั้งไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง แต่ดูเหมือนจอมยุทธเหล่านี้ต่างมิได้ใส่ใจมันเลย ซ้ำร้ายปรมาจารย์ผู้นั้นยังกล่าวเปิดโปงเขาขึ้นมาอีกว่า“เจ้าอย่าถ่อมตัวไปเลย ซึ่งจากกิริยาของเจ้าข้าย่อมทราบดีว่าเพิ่งเคยจับม้าเป็นครั้งแรก แต่ด้วยพัฒนาการอันน่าเหลือเชื่อของเจ้า กลับทำได้ดีถึงเพียงนี้!” ด้วยท่าทางการขี่ม้าเช่นนั้น ย่อมไม่อาจตบตา ยอดคนระดับปรมาจารย์ได้อย่างแน่นอน และหากต้องพบเจอกันบ่อยครั้งเช่นนี้แล้ว ความลับในตัวของเขาที่ปิดบังเกี่ยวกับพลังลมปราณนอกสารบบนั้นจะยังเป็นความลับอีกหรือไม่แต่ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตัดสินใจอยู่นั่นเอง อีกฝ่ายก็ยังเสนอแรงจูงใจไปอีกว่า“สำหรับเรื่องมหาบัณฑิตหยางจงอย่ากังวลใจเลย ข้าจะบอกกล่าวให้เอง ส่วนค่าแรงนั้นหากเจ้าประสงค์สิ่งใดก็จงบอกกล่าวมาเถิด หากไม่มากเกินไป หอรบสงครามของเราย่อมจัดหาให้ได้ในทันที!” บางทีเด็กหนุ่มอาจต้องการตำราวรยุทธ์ หรือแม้แต่ยาที่ใช้เสริมพลังซึ่งมีราคาแพงก็เป็นได้ แต่เด็กหนุ่มวัย 15 เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตาลุกวาวด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า แล้วจึงกล่าวไปในทันทีว่า “ข้าพเจ้าต้องการม้าสักตัว!!!” หอรบสงครามนั้นมีม้าดี ๆ เป็นพัน ๆ ตัว ต่อให้เด็กหนุ่มขอสักสิบ หรือสักร้อยตัว ก็ยังสามารถจัดหาได้ในทันที แล้วนับประสาอันใดกับม้าแค่เพียงตัวเดียว ? หยางรุ่นชิงในฐานะพี่ใหญ่จึงอาสาพาหยางไคไปเลือกม้าสักตัวที่ต้องการ แต่ครั้นเวลาผ่านไปเนิ่นนานแล้ว กลับไม่เห็นอีกฝ่ายตัดสินใจได้สักที จึงถามด้วยความสนิทสนมว่า“อาจู เจ้าคงมีปัญหาในการเลือกม้าซึ่งเหมาะกับตัวเอง พี่ใหญ่จึงขอแนะนำให้เลือกเอาตัวที่เจ้าถูกชะตาก็เพียงพอแล้ว” หยางไคได้ฟังก็คิดขึ้นได้ว่า ตัวที่ชอบก็คงจะเป็นตัวที่ใช่นั่นเอง จึงชี้ไปยังม้าสีขาวร่างกายกำยำตัวหนึ่ง พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “พี่ใหญ่หวง ข้าพเจ้าจะเอาม้าตัวนี้” หยางรุ่นชิงเห็นม้าที่หยางไคเลือกก็ตกใจ เพราะเป็นม้าอันมีลักษณะร้ายซึ่งให้โทษแก่เจ้าของ ด้วยมีร่องน้ำตาที่ใต้ตาของม้า จึงทักท้วงไปตามตรง แต่ดูเหมือนหยางไคจะยืนยันคำเดิม จนพี่ใหญ่หวงต้องส่ายหน้าอย่างจำนน จากนั้นจึงติดอานใส่บังเหียนม้า เพื่อให้เจ้าของคนใหม่ขี่กลับหอคัมภีร์ อันเป็นนิวาสสถานของตนโดยมีความสุขอย่างที่สุดแล้ว..