แสงแดดยามเช้าตรู่ของวันใหม่สาดส่องทอประกายแสงสีส้มอมชมพูเรื่อๆ ผ่านกระจกใสบานมหึมาของเพนต์เฮาส์หรูหราระดับซูเปอร์ลักชัวรีชั้น 50 อาคารอัครทรัพย์ กรุ๊ป ทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครเบื้องล่างในยามนี้กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรือง ทว่าบรรยากาศภายในอาณาจักรส่วนตัวที่ควรจะเงียบสงบและหรูหรา กลับถูกความโกลาหลระลอกใหญ่เข้าจู่โจมจนปั่นป่วนไปหมดทุกตารางเมตร
เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูรุ่นล่าสุดที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกทำงาน ส่งเสียงแผดกริ่งลั่นห้องโถงกว้างขวางปูพรมเปอร์เซียเนื้อนุ่มอย่างต่อเนื่อง เสียงนั้นแหลมสูงและเยือกเย็นจนชวนให้รู้สึกหัวใจกระสับกระส่าย ทว่าเ้าของห้องกลับยังไม่ยอมกดรับสาย เนื่องจากร่างกำยำล่ำสันในชุดคลุมอาบน้ำสีดำสนิทกำลังยืนเช็ดผมหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนลาดไหล่กว้างหน้ากระจกบานใหญ่
อคิรภัทร หรือ คราม เ้าพ่อมาเฟียหนุ่มทรงอิทธิพล ผู้ได้รับการขนานนามในโลกใต้ดินว่า "พญาอินทรีโลกันตร์" ผู้ซึ่งไม่เคยหวาดหวั่นต่อะุปืนหรือคมดาบของศัตรูหน้าไหน ทว่าในยามเช้าตรู่วันนี้ ั์ตานิลกาฬคมกริบกลับฉายแววความหงุดหงิดระคนรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด
ั้แ่วันที่เขากลับจากการสะสางปัญหาธุรกิจในต่างประเทศ ครามไม่เคยคาดคิดเลยว่า ความสงบสุขในอาณาจักรส่วนตัวของเขาจะต้องพังทลายลงด้วยเสียงร้องระงมอันน่าปวดหัว
กริ๊ง... กริ๊ง...!
เสียงโทรศัพท์ยังคงแผดเสียงไม่หยุดหย่อน ครามถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหมดความอดทน ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเดินดุ่มๆ เข้ามาที่โต๊ะทำงาน แล้วคว้าสมาร์ตโฟนขึ้นมากดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นและดุดันตามนิสัย
"มีเื่อะไรโคตรด่วนนักหนา ถึงได้โทรมาจิกั้แ่ยังไม่สว่างวะ!" ครามตวาดกร้าวผ่านสายไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะดูชื่อผู้โทร
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ... ก่อนที่เสียงของ ธนากร เลขาส่วนตัวคนสนิท จะดังลอดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หอบเหนื่อย และเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบจะจับใจความไม่ได้
"ท่านประธานครับ... ฮือ... ผม... ผมมีข่าวร้ายที่สุดจะกราบเรียนแจ้งครับ!" เสียงของธนากรขาดหายเป็่ๆ
ครามขมวดคิ้วเข้าหากันเป็ปมแน่น รังสีอำมหิตเริ่มแผ่ออกมาจากร่าง "ข่าวร้ายอะไรของแกวะธนากร พูดให้มันเคลียร์ๆ ถ้าไม่มีสาระฉันจะหักเงินเดือนแก!"
"คุณภาคิน... คุณภาคินครับท่านประธาน!" ธนากรละล่ำละลักละลานะโออกมาจากปลายสาย "พี่ชายฝาแฝดของคุณ... เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์่ตีสามที่ผ่านมา... เขา... เขาเสียชีวิตกะทันหันในที่เกิดเหตุแล้วครับท่านประธาน!"
สิ้นคำประกาศนั้น... ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมของเ้าพ่อมาเฟียหนุ่ม ร่างกำยำล่ำสันชะงักงัน ั์ตานิลกาฬเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความใระคนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ภาคิน... พี่ชายฝาแฝดคนเดียวของเขาอย่างนั้นเหรอ? แม้ในอดีตพวกเขาจะแยกย้ายกันไปเติบโตคนละเส้นทาง คนหนึ่งเลือกเดินเข้าสู่โลกธุรกิจและโลกมืดจนกลายเป็มาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ส่วนอีกคนเลือกใช้ชีวิตอิสระและเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก แต่สายเืสายสัมพันธ์ทางสายเืก็ยังคงอยู่ แล้วเหตุใดจู่ๆ ถึงด่วนจากไปกะทันหันเช่นนี้!
"แกพูดบ้าอะไรวะธนากร!" ครามตวาดเสียงดังลั่นห้อง น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความตกตะลึง "พี่ภาคินเนี่ยนะเสียชีวิต? แกเช็กข่าวดีหรือยังวะ!"
"เช็กยืนยันจากตำรวจและโรงพยาบาลร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับท่านประธาน ศพของคุณภาคินอยู่ที่โรงพยาบาลกลาง... แต่... แต่ว่ายังมีอีกเื่ครับท่านประธาน เื่นี้สำคัญไม่แพ้กันเลย!" ธนากรละล่ำละลักพูดต่อด้วยความลนลาน
"มีเื่บ้าอะไรอีกวะ พูดมาให้หมด!" ครามคำรามลั่น
"คือ... ตอนนี้ทางเ้าหน้าที่ตำรวจและนิติเวชแจ้งว่า มีพัสดุด่วนพิเศษถูกส่งตรงมาจ่าหน้าซองถึงคุณโดยเฉพาะ และตอนนี้... มันถูกวางไว้ที่หน้าประตูทางเข้าเพนต์เฮาส์ชั้น 50 ของคุณแล้วครับท่านประธาน!"
ครามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน พัสดุด่วนอะไรกันที่ส่งตรงมาถึงหน้าเพนต์เฮาส์ชั้น 50 ของเขาได้โดยที่ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะไม่ทันแจ้งเตือน ชายหนุ่มวางโทรศัพท์มือถือลงโดยไม่รอฟังคำอธิบายเพิ่มเติม ร่างสูงใหญ่สาวเท้ามั่นคงเดินตรงไปยังประตูทางเข้าหลักของเพนต์เฮาส์ทันที
ภายในโถงทางเดินหน้าประตูห้อง...
ครามเอื้อมมือไปปลดล็อกระบบสแกนชีวมิติและดึงประตูบานใหญ่ให้เปิดออก ทัศนียภาพภายนอกว่างเปล่า ไม่มีเงาของคนส่งของหรือบุคลากรใดๆ ทว่าที่บริเวณหน้าธรณีประตู... กลับมี "กล่องพัสดุกระดาษขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยม" วางนิ่งสนิทอยู่บนพรม
ครามก้มลงมองกล่องพัสดุดังกล่าวด้วยความระแวดระวัง สัญชาตญาณดิบของมาเฟียผู้ผ่านสมรภูมิรบสั่งให้เขาระวังอันตราย ชายหนุ่มใช้ปลายเท้างัดฝากล่องออกเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบว่าข้างในซ่อนวัตถุะเิหรือสิ่งอันตรายใดๆ หรือไม่
อุแว้...! แง...!
ทันทีที่ฝากล่องพัสดุดังกล่าวเปิดเผยอออก... เสียงร้องไห้งอแงแสบแก้วหูของมนุษย์ตัวเล็กๆ ก็แผดเสียงดังลั่นสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งโถงทางเดินหน้าเพนต์เฮาส์!
ครามสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูดไปหนึ่งก้าวด้วยความใยิ่งกว่าเจอระเบียบซีโฟร์ ั์ตานิลกาฬคมกริบก้มลงมองลึกเข้าไปในกล่องพัสดุกระดาษ... สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องสายตาของเขาในยามนี้ ไม่ใช่ะเิหรืออาวุธาใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็ "ทารกชายตัวน้อยวัยประมาณสิบเดือน" ผิวขาวเนียนละเอียด แก้มป่องแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตคู่สวยเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา กำลังนอนดิ้นพล่านและส่งเสียงร้องไห้งอแงไม่หยุดหย่อน!
ข้างตัวของทารกน้อย มีซองจดหมายสีขาวสะอาดตาเสียบคาไว้อยู่ พร้อมกับขวดนมเด็กที่ถูกวางทิ้งไว้
ครามยืนอ้าปากค้าง สมองของเ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ตรงหน้า ข่าวการเสียชีวิตกะทันหันของพี่ชายฝาแฝด ยังไม่ทันหายช็อก จู่ๆ เขาก็ได้รับ "มรดกชิ้นสุดท้าย" เป็เด็กทารกสิบเดือนถูกส่งพัสดุมาไว้หน้าห้องเสมือนสั่งซื้อของออนไลน์อย่างนั้นหรือ!
ทารกน้อยในกล่องพัสดุเห็นชายหนุ่มยืนนิ่งเป็รูปปั้น ยิ่งส่งเสียงร้องไห้งอแงหนักข้อขึ้นไปอีก เ้าตัวเล็กกางแขนป้อมทั้งสองข้างขึ้นฟ้า เตะขาไปมาด้วยความหวาดกลัวและหิวนม
"เฮ้ย... อะไรวะเนี่ย!" ครามสบถออกมาด้วยความหัวเสียสุดขีด ชายหนุ่มไม่เคยมีประสบการณ์อุ้มเด็ก ไม่เคยเปลี่ยนผ้าอ้อม และไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตอันสงบสุขของเขาในฐานะเ้าพ่อมาเฟียจะต้องมาสะดุดหยุดลง เพราะเด็กทารกหน้าตาน่าชังที่ส่งพัสดุมาหน้าห้องแบบนี้!
ในจังหวะเวลานั้นเอง ประตูลิฟต์ส่วนตัวที่เชื่อมต่อขึ้นมาถึงชั้น 50 ก็เปิดผางออก พร้อมกับร่างของธนากร เลขาส่วนตัวในชุดสูทสากลวิ่งหน้าตาตื่นถือแฟ้มเอกสารพรูเข้ามา
"ท่านประธานครับ! เกิดอะไร... อุ๊ย!" ธนากรวิ่งมาหยุดชะงักกึกอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นทารกน้อยในกล่องพัสดุที่กำลังร้องไห้ระงม
ธนากรเบิกตากว้างอ้าปากค้างจนแทบจะกลืนกำปั้นลงไปได้ "นะ... นี่มันอะไรกันครับเนี่ยท่านประธาน เด็กทารกมาจากไหนครับเนี่ย?!"
ครามหันขวับมามองหน้าเลขาส่วนตัวด้วยแววตาเหี้ยมเกรียมและเคร่งเครียดที่สุดในรอบปี น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ:
"ฉันจะไปรู้กับแกไหมล่ะวะธนากร! พี่ชายตัวดีของฉันตายหองไปแล้ว... และนี่คือมรดกชิ้นสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้ให้ฉัน... เด็กนี่แหละคือหลานชายตัวแสบที่ถูกส่งพัสดุมาหน้าห้องของฉัน!"
เสียงร้องไห้งอแงของทารกน้อยยังคงดังระงมไปทั่วเพนต์เฮาส์หรู เป็สัญญาณเตือนว่า... ชีวิตอันแสนดุดันและเยือกเย็นของอคิรภัทร พญาอินทรีโลกันตร์ ได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่แม้แต่ะุปืนร้อยนัดก็ไม่อาจหยุดยั้งความวุ่นวายนี้ได้เสียแล้ว!