“ถังอวี่ ฉันไม่อนุญาตให้แกไปโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง!”
ถังอวี่ยิ้มบางๆ “แม่ครับ แม่มีเหตุผลอะไรถึงไม่ยอมอนุญาตให้ผมไปโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งเหรอ” ถังอวี่มองคุณนายถังด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้าน
คุณนายถังเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จ้องถังอวี่ตาเขม็ง ร่างของถังอวี่สูงกว่าอีกฝ่ายอยู่นิดหน่อย การค้นพบนี้ทำให้คุณนายถังไม่ชอบใจนัก เพราะทำให้เธอรู้สึกด้อยกว่าผู้อื่น
“แกรู้อยู่แก่ใจว่าปีหน้าแกต้องแต่งงานกับจิ้นิจากตระกูลโจว! แกไปโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งตอนนี้ก็เป็การสร้างปัญหาให้ฉันไม่ใช่เหรอ!” คุณนายถังพูดเดือดดาล
“แม่ครับ แม่เป็คนพูดเองว่าอนุญาตให้ผมเรียนหนังสือต่อ แถมแม่ยังรับปากแล้วด้วยว่าแม่จะไม่ก้าวก่ายเื่นี้” ถังอวี่เปล่งเสียงเยียบเย็น
“แต่แกไม่ได้บอกว่าแกจะไปสอบเข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง!” ถ้ารู้แต่แรก ถ้ารู้แต่แรก! เธอจะต้อง...
“บอกแม่แล้วแม่จะยอมให้ผมไปเหรอครับ” ถังอวี่เลิกคิ้ว
“ไม่มีทาง!” คุณนายถังโพล่งขึ้นมา ถ้าคิดจะให้เขาไปโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งละก็ เธอคงไม่ยอมทุ่มเทความคิดจิตใจเอาโควตานั่นมาจากมือของเขาหรอก
ถังอวี่ยักไหล่ “นั่นก็ถูกแล้วนี่ครับ”
คุณนายถังหน้าบึ้งตึง “ไม่ว่ายังไงแกก็จะไปให้ได้ใช่ไหม”
“ครับ”
“ถ้าฉันใช้ฐานะความเป็แม่สั่งแกล่ะ”
ถังอวี่ยิ้มหยัน “แม่เคยเห็นผมเป็ลูกแม่ด้วยเหรอ”
คุณนายถังขมวดคิ้ว “นี่แกพูดอะไร ฉันคลอดแกมา แกต้องเป็ลูกชายของฉันแน่นอนอยู่แล้ว”
หัวใจของถังอวี่สั่นไหวเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ เขา...เป็ลูกชายของคุณนายถัง แต่เขาได้ยินถังจื่อฉีพูดเต็มสองหูว่าเขาไม่ใช่สายเืตระกูลถัง เป็แค่ลูกนอกสมรส
หรือว่าความจริงแล้วเขาไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ ของพ่อ แต่ถ้าไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ แล้วทำไมปู่ถึงรักใคร่เอ็นดูเขามากขนาดนี้ล่ะ
ถังอวี่ว้าวุ่นใจ คุณนายถังกลับนึกว่าเขาคล้อยตามแล้ว
เธอรู้มาตลอดว่าถังอวี่ปรารถนาให้เธอมอบความรักแก่เขาเช่นเดียวกับที่มอบให้กับลูกชายคนเล็ก แต่ทุกครั้งที่เธอเห็นเส้นผมสีน้ำตาลเข้มทั่วศีรษะนั้นของเขา เธอก็มักนึกถึงเืโสโครกน่ารังเกียจที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายของตัวเอง ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ทำใจชอบลูกชายคนโตไม่ลง ตัวเธอเองจึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกห่างเหินกันจนไร้สิ่งเปรียบเทียบ
“ถังอวี่ ลูกถือเสียว่าทำเพื่อแม่ ทำเพื่ออนาคตของพ่อลูก ทำเพื่อตระกูลถัง อย่าไปโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งเลยนะ” คุณนายถังเปล่งเสียงอ้อนวอน ทว่าบนใบหน้ากลับไม่มีความรู้สึกอ้อนวอนแม้แต่นิดเดียว
ถ้อยคำที่บอกว่าอย่าไปโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งประโยคนั้นปลุกถังอวี่ได้สติขึ้นทันตา
พูดไปพูดมาสุดท้ายแล้วก็คือไม่อยากให้เขาไปเรียนที่โรงเรียนทหาร ้าให้เขาเสียสละตัวเองเพื่อให้ตำแหน่งของผู้เป็พ่อก้าวหน้าไปอีกขั้น
ถังอวี่ยิ้มเยาะ พวกเขาคิดจริงๆ หรือว่าเพียงแค่แต่งงานผูกความสัมพันธ์กับตระกูลโจวแล้ว พ่อจะได้เลื่อนตำแหน่งสูงๆ ถึงแม้การแต่งงานจะทำให้คนมากมายสนับสนุนตัวเอง แต่ดูเหมือนพวกเขาจะลืมไปแล้วว่าสิ่งที่สำคัญกว่าสำหรับการเลื่อนตำแหน่งในกองทัพก็คือผลงานทางการทหาร!
ทว่าถังอวี่ไม่คิดจะเตือนสติคุณนายถังแม้แต่น้อย ถึงเวลาที่ควรต้องปล่อยวางแล้ว เมื่อเข้าสู่โรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง ตอนนั้นเขาก็จะกลายเป็คนใหม่อย่างสมบูรณ์ ไม่ข้องเกี่ยวใดๆ กับพวกเขา จะติดก็แต่รู้สึกผิดกับปู่อยู่นิดหน่อย...
“แม่ครับ ต่อให้แม่ไม่อยากให้ผมไปก็คงจะทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ผมเคยปฏิเสธไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าหากปฏิเสธอีกครั้งก็ถือว่าเป็ทหารหนีทัพออกจากสนามรบ แม่ก็รู้ คุณสมบัติของผู้ที่สอบติดโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งแตกต่างจากคนที่ได้รับสิทธิ์ส่งเข้าเรียน นับั้แ่วันที่พวกเราสอบเข้าด้วยตัวเองวันนั้นก็เท่ากับเข้าร่วมกองทัพของประเทศ เข้าสู่ทะเบียนทหารเรียบร้อยแล้ว ผมเชื่อว่าแม่คงไม่อยากให้มีทหารหนีทัพปรากฏอยู่ในตระกูลถังหรอกใช่ไหมครับ ยังไงก็...” ถังอวี่กล่าวคำด้วยสีหน้าลำบากใจ
ใบหน้างดงามของคุณนายถังพลันบิดเบี้ยว เธอย่อมรู้ดีว่าไม่อาจปล่อยให้มีทหารหนีทัพปรากฏอยู่ในตระกูลถังได้ แต่ปีหน้าตระกูลถังจะต้องแต่งงานกับตระกูลโจวแล้ว ตามการคุ้มครองสิทธินักเรียนอย่างเด็ดขาดของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง ถังอวี่ไม่มีทางกลับมาทำตามสัญญาหมั้นหมายแน่นอน!
คุณนายถังครุ่นคิดในใจครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจเลิกเกลี้ยกล่อมด้วยถ้อยคำดีๆ “ใช้วิธีปกติต่อไม่ได้แล้ว ในเมื่อแกอยากให้ฉันใช้วิธีพิเศษ...”
ถังอวี่ถอยหลังหนึ่งก้าว มองคุณนายถังด้วยสายตาระแวดระวัง “แม่คิดจะทำอะไร”
“ฉันกำลังคิดว่าถ้าเกิดแกาเ็สาหัสไปรายงานตัวไม่ได้ โรงเรียนทหารอันดับหนึ่งยังจะ้าตัวแกอยู่รึเปล่า” คุณนายถังกล่าวถ้อยคำร้ายกาจด้วยสีหน้าบึ้งตึง ราวกับอีกฝ่ายไม่ใช่ลูกชายของเธออย่างนั้น
ถังจื่อฉีได้ยินคำพูดของคุณนายถังก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น ทั้งยังพูดกับคุณนายถังอย่างกระตือรือร้น “แม่ครับ ถ้าแม่ไม่ถือสาละก็ ให้ผมเป็คนลงมือดีไหมครับ”
ใครลงมือไม่ใช่ปัญหา ขอแค่รั้งตัวถังอวี่เอาไว้ได้ก็พอ คุณนายถังกำลังจะตอบตกลง เวลานี้เองก็มีคนรับใช้เดินเข้ามาขัดจังหวะเธอ “คุณนายคะ ด้านนอกมีแขกคนหนึ่งบอกว่าตัวเองเป็นักเรียนของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งค่ะ”
คุณนายถังขมวดคิ้ว นักเรียนของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งงั้นเหรอ มาทำอะไรที่นี่
ไม่รอให้คุณนายถังเข้าใจเื่ราว ถังอวี่ลอบพ่นลมหายใจโล่งอก โชคดีที่มาทันเวลา เขาขนย้ายสัมภาระออกมาล่วงหน้าก็เพื่อชั่วเวลานี้
“ให้เขารอก่อนแล้วกัน” คุณนายถังตัดสินใจจัดการถังอวี่ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน
คนรับใช้ค้อมตัวคำนับ กำลังจะออกไป กลับคิดไม่ถึงว่าคนผู้นั้นเดินตามหลังเธอเข้ามาเรียบร้อยแล้ว
“ผมเห็นว่าคุณนายก็ไม่ได้งานยุ่งมาก ทำไมต้องให้ผมรอด้วยล่ะ เวลาของผมมีค่ามากนะจะบอกให้”
เสียงคุ้นหูมาก เหมือนเมื่อวานเคยได้ยินเสียงแบบนี้มาก่อน
ถังอวี่หันหน้ามอง เรือนผมสีแดงเด่นจ้าสะท้อนเข้าสู่สายตา คุ้นเคยมากจริงๆ เป็คนเมื่อวานไม่ใช่หรือไง คิดไม่ถึงว่าจะเป็เขาที่มารับตน
“เธอคือ...” คุณนายถังขมวดคิ้ว ตระกูลชั้นสูงผมแดงมีไม่น้อย ทว่าสีแดงสว่างเจิดจ้าเงางามแบบนี้ ก็คงมีแต่...
คนผู้นั้นคำนับให้คุณนายถังตามแบบชนนั้นสูงด้วยท่าทางสุภาพ “สวัสดีครับคุณนายที่เคารพ ผมไอวี่ ฟอกซ์จากโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งครับ”
ฟอกซ์ นึกไม่ถึงว่าจะเป็คนของตระกูลฟอกซ์! คุณนายถังใ
คราวนี้ก็ไม่มีโอกาสให้ลงมือแล้วน่ะสิ! เธอไม่สามารถลงมือต่อหน้าคนของตระกูลฟอกซ์ได้!
ไอวี่ทักทายคุณนายถังเสร็จก็หันมาหาถังอวี่ “นายพักผ่อนไม่พอเหรอ”
ถังอวี่ขยี้ตา รอยคล้ำเข้มรอบดวงตาทั้งคู่นี้เกรงว่าคงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะจางลง
“ดีขึ้นมากแล้วละครับ ขอบคุณรุ่นพี่ที่เป็ห่วง”
“ของที่ต้องเอาไปจัดการเสร็จแล้วหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ อีกเดี๋ยวยานก็จะออกเดินทางแล้ว” ไอวี่พูดประโยคนี้จบก็หันหลังออกไปข้างนอกทันที
ถังอวี่พยักหน้า พูดตามมารยาทกับมารดาหนึ่งทีก็เตรียมตัวเดินตามฝีเท้าของไอวี่ไป แต่เพิ่งเดินได้ก้าวเดียวก็ถูกคุณนายถังเรียกตัวไว้
“พาเบลล่าไปด้วย” คุณนายถังกล่าว
‘เบลล่าเหรอ’ ถังอวี่งงงัน เขาจะพาเบลล่าไปด้วยทำไม
“อย่างน้อยก็ต้องมีคนดูแลแก” คุณนายถังกล่าวด้วยสีหน้านิ่งๆ
ถังอวี่มองคุณนายถังด้วยสายตาเคลือบแคลง แต่เพื่อไม่ให้คุณนายถังก่อกวนไปมากกว่านี้ เขาจึงวิ่งกลับห้องตัวเองแล้วเอาเบลล่าออกมาอย่างเชื่อฟัง พาขี้นยานอวกาศของโรงเรียนทหารที่หนี่งด้วยกัน