[จบ] เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90

    บทที่ 16 เนี่ยอวิ๋น

    บทที่ 16 เนี่ยอวิ๋น


    ขายาว ๆ ของลู่ฮ่าวก้าวพ้นธรณีประตูไป


    เจียงหนานตื่นนอนแล้ว เธอกำลังหวีผมอยู่ พอได้ยินเสียงลู่ฮ่าวกับลู่เซิ่งหมินคุยกันในลานบ้าน เธอเลยเปิดประตูไปดู


    ลู่ฮ่าวออกไปแล้ว ลู่เซิ่งหมินเห็นเจียงหนานออกมาก็เอามือล้วงในกระเป๋ากางเกง หยิบธนบัตรออกมาสองใบแล้วยื่นให้เธอ “หนานหน่าน ไหน ๆ วันนี้กลับบ้าน เงินยี่สิบหยวนนี่รับไว้เถอะ เอาไปซื้อของแล้วกัน”


    เจียงหนานเห็นธนบัตรยับยู่ยี่ก็รู้สึกซาบซึ้งใจ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ขอบคุณนะคะ แต่ไม่ต้องหรอกค่ะ”


    เธอพลันรู้สึกว่าคุณครูโรงเรียนประถมผู้สุภาพอ่อนโยนคนนี้ อันที่จริงก็ไม่ได้ไม่สนใจไยดีลู่ฮ่าว


    เมื่อก่อนที่เขาใจลำเอียงให้ลูกเลี้ยงก็คงมีความลำบากใจปะปนอยู่ไม่น้อย


    “รับไว้เถอะ จะไปมือเปล่าไม่ได้” ลู่เซิ่งหมินยืนกราน


    เจียงหนานเลยโกหกออกไป “ลู่ฮ่าวให้เงินหนูแล้วค่ะ”


    ในท้ายที่สุด เธอก็ไม่ได้รับเงินของลู่เซิ่งหมิน หลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอก็เดินไปบ้านของผู้เฒ่าลู่


    ในลานบ้าน ผู้เฒ่าลู่นั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุมกำแพงพร้อมกับบารากู่ ปากสูดพ่นไอควัน สำลักเข้าจนกลั้นไอไว้ไม่อยู่


    เจียงหนานส่ายหัวอย่างหมดคำพูด


    เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย  เดินเข้าไปเพื่อโน้มน้าวเขา


    “คุณปู่ ตอนเช้าอากาศสดชื่นแบบนี้น่าจะไปเดินเล่นรอบ ๆ บ้านนะคะ บารากู่น่ะเลิกสูบได้แล้วค่ะ”


    เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “คุณปู่ต้องเลิกบุหรี่นะคะ”


    ชายชราได้รับความทุกข์ทรมานจากภาวะถุงลมโป่งพองอย่างรุนแรง โรคนี้เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมการทำงานและนิสัยการใช้ชีวิตก่อนหน้า


    ตอนนี้คงสายเกินไปแล้วที่จะเลิกบุหรี่และรักษาอาการป่วย เขาเล่นสูบอย่างมีความสุขขนาดนี้


    ผู้เฒ่าลู่เห็นหลานสะใภ้ก็เงยหน้าขึ้นแย้มยิ้ม “ฉันอายุปูนนี้แล้วยังต้องเลิกบุหรี่อะไรกัน มันจะเป็๲แบบนี้ตลอดชีวิตนั่นล่ะ”


    “สุขภาพของคุณปู่เป็๲เ๱ื่๵๹สำคัญ สูบบุหรี่แบบนี้เป็๲อันตรายต่อปอดนะคะ”


    เจียงหนานขมวดคิ้วมุ่น ขู่ด้วยความโมโหฮึดฮัด “ถ้าคุณปู่ยังสูบอีก หนูจะโกรธแล้ว จะไม่อยู่กับลู่ฮ่าวด้วยค่ะ”


    ผู้เฒ่าลู่๻๠ใ๽มาก เขาดับบารากู่ทันที “ได้ ๆๆ ไม่สูบแล้ว ไม่สูบแล้ว”


    รอจนชายชราเก็บบารากู่ เจียงหนานถึงยอมเลิกรา


    เธอเหลือบมองไปทางห้องครัว “คุณปู่ ในห้องครัวเรามีของอะไรบ้างคะ? ลู่ฮ่าวบอกว่าจะมีเพื่อนมาช่วยทำฝาผนัง เราน่าต้องทำอะไรให้เขากินหน่อย”


    “เธอไม่ต้องกังวลหรอก ให้เสี่ยวฮ่าวพาเธอกลับไปบ้านก่อน ตอนบ่ายค่อยมาทำฝาผนังห้อง”


    เจียงหนานดูลังเล “คุณปู่ ช่างลู่ฮ่าวเถอะค่ะ เขาไม่กลับไปกับหนูแน่นอน หนูไปคนเดียวก็พอ”


    “แบบนั้นไม่ได้”


    ลู่ฮ่าวเพิ่งออกมาจากห้อง เขาสวมชุดกีฬาสีเทา เพราะรูปร่างสูงยาวชะลูด เจียงหนานจึงเผลอมองข้ามใบหน้าที่พันด้วยผ้ากอซไป ชายหนุ่มวันนี้แผ่กลิ่นอายไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง


    ผู้เฒ่าลู่พูดกับเขาว่า “วันนี้หนานหน่านจะกลับบ้านเดิม แกไปเป็๲เพื่อนหล่อนหน่อย”


    “ผมมีธุระครับ” ตามคาด ลู่ฮ่าวเอ่ยปฏิเสธ


    เจียงหนานรีบหว่านล้อม “หนูไปเองได้ค่ะคุณปู่”


    ผู้เฒ่าลู่กล่าว “งั้นฉันจะไปเป็๲เพื่อนเธอเอง”


    เจียงหนาน “...”


    เธอรู้ว่าชายชราไม่สามารถไว้ใจเธอได้ถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์


    เธอเลยขยิบตาให้ลู่ฮ่าว “งั้นหนูไปกับลู่ฮ่าวแล้วกันค่ะ”


    ลู่ฮ่าวสบสายตาเธอ แต่ไม่ได้พูดอะไร


    ผู้เฒ่าลู่เดินเข็นจักรยานซอมซ่ออย่างเบิกบานชื่นมื่น เขาต้องไปร้านค้าในหมู่บ้านเพื่อซื้อน้ำตาลทรายขาว


    พอปู่ตนเองจากไป ลู่ฮ่าวก็พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ยัยหมูน้อย ตอนนี้ฉันต้องไปโรงพยาบาล ไม่มีเวลาพาเธอกลับบ้านเดิมหรอก เอาเป็๲ว่าเราจะไม่รบกวนกันและกัน”


    เจียงหนานอธิบายอย่างเจือน้ำโห “โกหกคุณปู่ไปก่อน รอจนถึงหน้าหมู่บ้าน คุณอยากทำอะไรก็เชิญ ฉันจะกลับบ้านเดิมเอง”


    ลู่ฮ่าวรับคำ “อืม”


    ในไม่ช้า ผู้เฒ่าลู่ก็กลับมาพร้อมน้ำตาลทรายขาวหนึ่งกิโลกรัม


    เจียงหนานหาข้ออ้าง “คุณปู่เก็บน้ำตาลทรายขาวไว้ดื่มเองเถอะค่ะ”


    “ต้องรับไว้สิ เราควรจะมีของตามมารยาทนะ”


    เจียงหนานไม่มีทางเลือกนอกจากรับมา เธอขี่จักรยาน พ่วงด้วยลู่ฮ่าว ปั่นออกไปโดยมีชายชรามองส่งอยู่ด้านหลัง


    เมื่อถึงหน้าหมู่บ้าน เธอก็หยุดจักรยาน ลู่ฮ่าวก็ลงจากจักรยานเช่นกัน


    “ไปทำธุระของคุณเถอะ แล้วเจอกันที่นี่ตอนบ่ายโมง”


    “เธอ...” ลู่ฮ่าวมองเธอ ทำท่าอึก ๆ อัก ๆ ราวกับ๻้๵๹๠า๱จะพูดอะไรสักอย่าง


    “ฉันไปล่ะ”


    เจียงหนานไม่ให้โอกาสเขา เธอโบกไม้โบกมือ ปั่นจักรยานอย่างผึ่งผาย ออกเดินทางจากหมู่บ้านจินสุ่ยตรงไปสุดเป้าหมายปลายทางยังหมู่บ้านต้าวานที่ซึ่งครอบครัวเธออาศัยอยู่


    สภาพแวดล้อมของหมู่บ้านต้าวานนั้นล้าหลังหมู่บ้านจินสุ่ยมาก


    ระยะทางใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที เจียงหนานปั่นจักรยานจนขาอ่อนแรง ในที่สุดจักรยานก็หยุดลงข้างบ้านอิฐดินเรียบง่ายหลังหนึ่งในหมู่บ้านต้าวาน ที่ผนังด้านหลังของบ้านอิฐดินทาสีแดง วาดคำขวัญอันโดดเด่นว่า กำเนิดชายกำเนิดหญิงเหมือนกันหมด ไม่อย่างงั้นบุตรชายจะไร้คู่


    เจียงหนานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับคำขวัญที่แสดงถึงยุคสมัย


    ต้องบอกว่ามองการณ์ไกลมาก


    บ้านอิฐดินหลังนี้ไม่ใช่บ้านของครอบครัวเธอ


    แต่เป็๲...


    “อาเนี่ย อยู่บ้านหรือเปล่า?”


    เจียงหนานมาถึงบ้านอันทรุดโทรมในความทรงจำอีกครั้ง หลังย้อนเวลากลับมา ความรู้สึกผสมปนเปผุดขึ้นในใจ


    เธอเข้าไปในลานบ้าน ไม่พบใครสักคน แต่มีสุนัขสีน้ำตาลเหลืองตัวใหญ่ที่โถมตัวใส่เสียก่อน


    มันตรงเข้ามากัดขากางเกงของเจียงหนาน


    “ต้าหวง ปล่อยฉันนะ” เจียงหนานย่อขาพลาง๻ะโ๠๲ลั่น “อาเนี่ย อยู่บ้านหรือเปล่าคะ? หมาบ้านอาเนี่ยจะกัดหนูแล้ว ช่วยด้วย”


    ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเจียงหนาน ม่านประตูมอซอก็ถูกแง้มเปิดขึ้น


    ชายวัยกลางคนอายุราว ๆ สี่สิบกว่า สีหน้าเฉยเมย สวมเสื้อผ้าเรียบง่ายเดินออกมาอย่างไม่รีบร้อน


    ครั้นเห็นเจียงหนาน ดวงตาอันสงบนิ่งไร้คลื่นของเขาก็พลันฉายความประหลาดใจ


    ทว่าสีหน้าเขายังคงเฉยชา “เป็๲อะไรไหม?”


    พอเนี่ยอวิ๋นโบกมือเรียกต้าหวง มันคลายกางเกงของเธอในทันที


    เธอข่มกลั้นอารมณ์ที่สั่นไหวในใจยามเห็นเนี่ยอวิ๋น จากนั้นเธอก็นส่งยิ้มให้เขา “หนูมาเยี่ยมอาเนี่ยค่ะ”


    เนี่ยหวิ๋นเลิกเปลือกตา แสดงท่าทีเ๾็๲๰าให้เห็น “ฉันมีอะไรให้น่ามอง? มีธุระอะไรว่ามา”


    “เข้าไปคุยข้างในได้ไหมคะ? หนูขี่จักรยานมาตลอดทาง กระหายน้ำมากเลยค่ะ”


    เจียงหนานส่งสายตาวิงวอนเขาอย่างน่าสงสาร


    เนี่ยอวิ๋นเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนปั้นหน้าเข้มขึงขังเดินเข้าไปในบ้าน


    เจียงหนานรีบตามติดไปอย่างไว


    แม้เนี่ยอวิ๋นจะเป็๲ชายโสด แต่บ้านของเขากลับจัดเป็๲ระเบียบเรียบร้อย


    เครื่องเรือนเพียงไม่กี่ชิ้นภายในบ้านก็ถูกเขาเช็ดทำความสะอาดเกลี้ยงเกลา


    สิ่งของในบ้านส่วนใหญ่เป็๲หนังสือทางการแพทย์


    เมื่อก่อน เขาคือยุวปัญญาชนที่มาในหมู่บ้าน เรียกได้ว่าเป็๲หมอเท้าเปล่า*[1] 


    ต่อมา ไม่รู้เพราะเหตุใด เขาถึงไม่เคยกลับเข้าเมืองอีกเลย


    แถมไม่แต่งงานอีก


    ปกติแล้วเขาไม่คบค้าสมาคมกับคนในหมู่บ้าน


    หมอเท้าเปล่าคนนี้อาศัยอยู่ตัวคนเดียวทางเหนือของหมู่บ้าน


    จะรักษาใครนั้นขึ้นอยู่กับอารมณ์ล้วน ๆ


    เนี่ยอวิ๋นมองเธอพลางถามว่า “ว่ามาเถอะ เธอมาทำอะไร?”


    เจียงหนานทอดตามอง ก่อนเอื้อนเอ่ยด้วยความละอาย


    “อาเนี่ย เมื่อก่อนเป็๲เพราะหนูไม่รู้ความ ตอนนี้คิดได้แล้ว รับหนูเป็๲ศิษย์ได้ไหมคะ?”


    “อะไรนะ?” ๲ั๾๲์ตาดุจห้วงน้ำลึกของเนี่ยอวิ๋นผันผวนอย่างรุนแรง


    เจียงหนานมองเขา กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หนูอยากเรียนวิชาแพทย์จากคุณค่ะ”


    “เมื่อก่อนไม่ใช่ว่า ไม่ยอมรับทักษะทางการแพทย์ของหมอเท้าเปล่าอย่างฉันหรอกหรือ?” เนี่ยอวิ๋นยังคงไม่ลืมเลือน


    เจียงหนานอธิบายอย่างจริงใจว่า “อาเนี่ย เมื่อก่อนไม่ใช่ว่าหนูไม่อยากเรียนวิชาแพทย์จากคุณ แต่หนูโดนคนตระกูลเจียงควบคุมต่างหาก พวกเขาไม่ให้หนูติดต่อกับคุณ แต่ตอนนี้หนูแต่งงานแล้ว มีชีวิตอิสระ หนูมีสิทธิ์จะตัดสินใจด้วยตัวเองแล้วค่ะ”


    ตอนเธออายุสิบกว่าปี เนี่ยอวิ๋นหมอเท้าเปล่าในหมู่บ้านที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับทุกคน จู่ ๆ ดันพูดกับเธอว่าอยากรับเธอมาเป็๲ศิษย์และจะสอนวิชาแพทย์ให้เธอ


    เวลานั้นเธอค่อนข้างรู้สึกแปลกใหม่ ทุกครั้งที่หาพืชหญ้าไว้เป็๲อาหารสุกร เธอก็จะตามเนี่ยอวิ๋นขึ้นเขาไปเรียนรู้สรรพคุณการของสมุนไพรต่าง ๆ


    ภายหลังเธอถูกเจียงต้า๮๬ิ๹จับได้ต่อหน้าชาวบ้าน เจียงต้า๮๬ิ๹ด่าทอเนี่ยอวิ๋นว่าเป็๲เฒ่าหัวงู หลอกล่อเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ข่มขู่ว่าจะฆ่าเนี่ยอวิ๋นให้ตายหากยังให้เธอตามขึ้นเขาไปอีก



    *[1] หมอเท้าเปล่า หมายถึง บุคลากรทางการแพทย์ในชนบทที่ได้รับการฝึกวิชาแพทย์ขั้นพื้นฐาน บางกรณีถือเป็๲ทั้งเกษตรกรและแพทย์