หลังจากการได้สนทนากันเพียงเล็กน้อยไอยรินทร์ก็รู้สึกว่าความตึงเครียดของเธอเริ่มดีขึ้นเมื่อเวลาที่เธอเดินเข้าห้องเรียนและสบตาเขา เขาก็จะยิ้มตอบกลับมาเสมอ มันทำให้หัวใจของเธอพองโตและรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเธอนั้นได้ล่องลอยในดงดอกไม้ท่ามกลางอากาศอบอุ่น
แต่ในจังหวะหัวใจกำลังลิงโลดของไอยรินทร์ก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อทศเทพพูดจาประหนึ่งว่ากำลังหงุดหงิดที่เธอนั้นแอบมองเด็กนักเรียนใหม่และส่งยิ้มให้กันอยู่บ่อยๆ
ทศเทพนั้นเป็ลูกของนายตำรวจใหญ่ของเมืองนี้พ่อกับแม่ของเขารู้จักกันดีกับพ่อแม่ของไอยรินทร์และเพื่อนๆในชั้นเรียนทุกคนต่างก็รู้กันดีว่า ทศเทพนั้นพอใจในตัวไอยรินทร์อยู่บ่อยครั้งที่เขาพยายามเข้าใกล้เธอ แต่ไอยรินทร์ก็ยังคงรักษาระยะห่างได้ดีเสมอแต่ก็ยังไม่เคยปฏิเสธเขาตรงๆเนื่องจาก หน้าที่การงานของพ่อแม่เธอเองก็ไม่อยากจะมีเื่กับทศเทพเท่าไรนัก
“พักนี้ดูสนิทกันจังนะ กับไอ้นักเรียนใหม่น่ะ” เขากล่าว
ไอยรินทร์ไม่อยากเอ่ยคำใดๆออกจากปากจึงเลือกที่จะเงียบและเดินเลี่ยงไป แต่ทศเทพกลับไม่ยอมให้เธอได้ทำแบบนั้นเขาเดินไปดักข้างหน้า และพูดต่อ
“ที่รัก...ผมแค่อยากแน่ใจว่า วันอาทิตย์นี้เราจะไปทานมื้อค่ำด้วยกัน”
ไอยรินทร์สะกดกลั้นความรู้สึกหงุดหงิดในตัวเองและสูดลมหายใจเข้าอย่างลึกๆและตอบกลับทศเทพไปอย่างสุภาพ
“ไม่ เราจะไม่ไปทานมื้อค่ำด้วยกันและได้โปรดอย่าเรียกฉันว่าที่รักอีก”
“เฮ้..ไอย์ เกิดอะไรขึ้น ทำไม....”
“ไม่หรอก ฉันแค่ไม่ชอบที่คุณเรียกว่าที่รัก” เธอกล่าว
“ทำไมล่ะ ก็เรารักกัน”เขาพูดและยิ้มอย่างอวดดี
ไอยรินทร์มองหน้าเขาแบบรังเกียจแต่ยังไม่ทันได้พูดตามอารมณ์และความคิด ก็สังเกตเห็นว่า ทศเทพกำลังโกรธหน้าแดงเธอจึงรีบสะกดอารมณ์ของตนเอง
“ฉันขอโทษจริงๆค่ะ ทศ แต่ ฉันไม่สนใจที่จะไปทานมื้อค่ำกับคุณฉันบอกคุณมาหลายครั้งแล้ว มีนาเองก็คงอยากจะทานมื้อค่ำกับคุณทำไมคุณไม่ลองไปชวนเธอล่ะ”
ดวงตาของเขาแข็งกร้าวและกระตุกเบาๆ
“คุณก็รู้ ไอย์ คุณรู้ว่าผมคิดยังไงกับคุณ”
“ฉันขอโทษจริงๆนะคะทศ แต่ฉันคิดว่าเราไม่ควรคุยกันในเื่นี้อีกแล้ว”
“คุณเปลี่ยนไป ” ทศเทพสบถออกมา สายตาของเขาพลันเหลือบไปเห็นธารธาดากำลังเดินมาใกล้ๆ “คุณกำลังหลงไอ้หน้าโง่ ที่เพิ่งเจอกันแค่ 2 อาทิตย์แล้วคุณจะได้รู้ ไอย์” เขาหัวเสียมาก แล้วเดินขึ้นรถ BMW ที่จอดอยู่แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ไอยรินทร์ถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความเหนื่อยหน่ายเธอหันไปมองธารธาดาที่เดินเข้ามาใกล้ๆเธอสามารถจินตนาการได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ไม่น่าเชื่อ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เธอจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆช้าๆแล้วขึ้นรถและขับรถกลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้านไอยรินทร์พบว่าแม่และพ่อของเธอกลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้วเช่นกันและแม่ยังทำของโปรดของเธอเต็มโต๊ะอีกด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่ายเกี่ยวกับทศเทพเมื่อสักครู่ก็เริ่มจางหายไป ทั้งบ้านนั่งทานอาหารเย็นด้วยกันอย่างพร้อมหน้าต่างคนต่างถามสารทุกข์สุกดิบของกันและกันในแต่ละวัน รวมไปถึงการวิจารณ์สภาพรถติดบนท้องถนนให้ฟังอีกเช่นเคยรวมไปถึงเศรษฐกิจและเื่ละครด้วย
“พ่อได้พบกับคุณอนุทิน เขาเป็คนที่น่าทึ่งมาก”
“จริงเหรอคะ” ไอยรินทร์ถามขึ้น อย่างสนใจเธอสนใจทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับธารธาดา เมื่อพ่อพุดถึงลุงของเขาบางทีอาจจะมีเื่ของธารธาดาที่เธอสนใจอยู่ก็เป็ได้
“ใช่ พ่อไปเจอกับคุณอนุทินที่ร้านอาหารตรงหน้าสำนักงานทนายความของพ่อเขาบอกว่าเขาไปเจรจาธุรกิจบางอย่าง แล้วเราจึงนั่งทานอาหารและจิบกาแฟกัน”
“เขาบอกว่า เขากับหลานชายชอบที่นี่มาก มันสงบและเป็ส่วนตัว เขามีแพลนกันว่าเขาจะมาตกปลากับเราในวันหยุดด้วย ลูกล่ะ ได้คุยกับหลานชายของเขารึยัง?เขาชื่ออะไร?”
“ธารธาดา”ไอยรินทร์ตอบแต่ไม่อยากที่จะตอบคำถามใดต่อไปจึงเลี่ยงด้วยการตักข้าวใส่ปากไม่หยุดผู้เป็พ่อเห็นดังนั้นจึงไม่ซักต่อ หลังทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว เธอก็เก็บโต๊ะและล้างจานก่อนจะขึ้นห้อง ผู้เป็พ่อได้บอกเธอว่ารถของพ่อมันเสียจะเอาไปซ่อมและพ่อก็มีธุระจำเป็ต้องใช้รถ เลยคิดว่าจะไปส่งไอยรินทร์ที่โรงเรียนและรับกลับไอยรินทร์รู้สึกไม่ค่อยพอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็พอเข้าใจถึงความจำเป็เธอพยักน้ารับคำก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนห้อง
การอยู่ในห้องที่เงียบๆกลับทำให้ไอยรินทร์รู้สึกหงุดหงิดกับเื่ของทศเทพที่เจอเมื่อเย็นนี้เธอจึงเดินลงมาข้างล่าง แล้วไปหาแฮรี่ คราวนี้เป็เวลาค่ำแล้วพระอาทิตย์ตกดินไปได้สักประมาณ 2 ชั่วโมงเธอไม่อยากให้มันต้องวิ่งไปมาจึงใส่สายจูงให้มันด้วย เธอตั้งใจว่าจะพามันไปนั่งรับลมใต้ต้นชงโคริมทะเลสาบแต่คราวนี้เธอไม่ได้ใช้ถนน แต่กลับเลือกเดินลัดเลาะไปตามทางรกร้างข้างๆไม่กี่นาทีเธอก็เดินมาใกล้ๆกับหลังบ้านเก่าของพ่อที่ตอนนี้กลายเป็บ้านของธารธาดากับคุณลุงของเขา แสงเจิดจ้าที่ติดตั้งอยู่ในบ้านทำให้ไอยรินทร์มองเห็นคนที่อยู่ข้างใน ธารธาดากำลังออกกำลังกายเบาๆอยู่ในห้องข้างล่าง สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง ธารธาดาเปลือยท่อนบนของเขาเหงื่อที่ไหลอ่อนๆทำให้หน้าอกเปล่งประกายกล้ามเนื้อที่เป็มัดๆนั้นแน่นและฟิตเปรี้ยะ
การแอบยืนชื่นชมร่างกายของเขาก็ต้องสะดุดลงเมื่อแฮรี่เห่าขึ้นมาเสียงดัง ทำให้ไอยรินทร์ใสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงเห่าของแฮรี่ ธารธาดาก็มองมาตรงเสียงทันทีเขาเห็นเธอยืนอยู่แอบๆข้างบ้าน ไอยรินทร์ใจนทำอะไรไม่ถูก เขาจะรู้ไหมนะ ว่าเธอแอบมองดูเขาออกกำลังกายเขาจะว่าอะไรรึเปล่า
แล้วความคิดของเธอก็ต้องหยุดลงเมื่อเขาเดินมาอยู่ตรงหน้า แฮรี่ดึงเชือกจากมือเธอจนหลุดและเดินไปหาเขาเห่าแบบพร้อมกระดิกหาง เธอสบตาเขาตัวแข็งที่อ และพยายามควบคุมตัวเองเธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก และกลัวมากจนไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป
“สะ..สวัสดี ธารธาดา นาย..นายยัง ไม่นอนอีกเหรอ” เธอถามละล่ำละลัก
“คุณ...มาทำอะไรที่นี่” เขาถามอย่างนิ่มนวลเสียงอันนุ่มนวลนั้นทำให้ความตื่นตระหนกของเอลดลง
“ฉันขอโทษฉันไม่ได้ตั้งใจมาแอบมองคุณ เพียงแต่ว่าฉันนอนไม่หลับฉันกะว่าจะพาแฮรี่ไปนั่งเล่นที่ริมทะเลสาบ แล้วผ่านมาก็เลย....”
“ทำไมคุณนอนไม่หลับล่ะ กังวลใจอะไรรึเปล่า” เขาถาม
“ใช่ พ่อบอกว่าพรุ่งนี้พ่อต้องใช้รถของฉันฉันไม่อยากให้พ่อไปส่งที่โรงเรียน มันดูเหมือนเด็กๆ”เธอพูดพร้อมพยายามฉีกยิ้มแห้งๆ
แต่เขากลับไม่ได้ยิ้มตอบเธอแต่อย่างใด
“ถ้าคุณไม่รังเกียจ ไปรถผมก็ได้นะ พรุ่งนี้เช้าผมจะไปรับคุณเวลา 07.30 น. ดีไหม?”
ไอยรินทร์เงยหน้ามองเขาอย่างสงสัย “คุณแน่ใจนะ”
“แน่ใจสิ ยังไงผมก็ต้องขับรถไปโรงเรียนอยู่แล้วมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร”
“โอเค” ไอยรินทร์ตอบ แล้วเธอก็รู้สึกเหมือนผีเสื้อจำนวนมากบินวุ่นวายอยู่ภายในท้องของเธอ
“คุณควรรีบกลับบ้านได้แล้ว มันดึกเกินไปที่คุณจะออกมาเดินเล่น”เขาดุเบาๆ
เธอพยักหน้าแล้วจูงแฮรี่ย้อนกลับไปตามทางเดินที่เธอเดินผ่านมา เขายืนมองดูเธอเดินไปสักครู่เมื่อเธอหันกลับมาเห็นเขายืนอยู่เธอจึงโบกมือและลากลับบ้าน
ธารธาดายืนมองไอยรินทร์จนเธอลับตาไป เขารู้สึกว่าบางครั้งเธอก็ดูสนใจในตัวเขา แต่บางครั้งก็เหมือนเธอกำลังกลัวเขาด้วยเช่นกัน เขาไม่้าให้เธอกลัวเขาหากเขาสามารถซ่อนธรรมชาติของเขาไว้ได้ บางครั้งเขาก็อยากจะอยู่ใกล้ๆเธอ เขารู้ว่าสิ่งที่อยู่ภายในตัวของเขาอาจจะทำให้เธอต้องตกอยู่ในอันตรายได้ และตอนนี้เธอก็อาจจะรู้สึกว่าเขาผิดปกติ และเธออาจจะมีคำถามหรือข้อสงสัยมากมาย ซึ่งถ้าเป็อย่างนั้นเขาจะต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองเข้าใกล้เธอมากเดินไป แต่การที่จะทำเฉยเมยต่อเธอนั้นเป็เื่ที่ยากมากในตอนนี้และเขาคิดว่ามันคงไม่มีทางเป็ไปได้ แต่เื่ราวของเขาอาจจะทำให้เธอเกิดปัญหาความสิ้นหวังทำให้เขาสาปแช่งตัวเองที่จะผูกมิตรกับใครใหม่ ความคิดของเขาวนกลับมาจุดเดิมจุดที่ไม่มีแม้แต่ทางออกดังนั้นเขาจึงหยุดความคิดและความกังวลทั้งหมดและเดินกลับบ้านเพื่อ อาบน้ำและเข้านอนในอีกหลายชั่วโมงถัดไป