บทที่ 11
หลงลืมฐานะตน
จิ้งเส้าหวงกึ่งเอนกึ่งนั่งบนตั่งยาว มือหนึ่งถือตำราส่วนอีกมือพลิกหน้ากระดาษท่าทางเอื่อยเฉื่อยสบายใจ ยิ่งเป็เวลายามเซิน [1] แสงแดดร้อนแรงเป็พิเศษพานให้หมดเรี่ยวแรงโดยง่าย แม้ในเรือนจะไม่ได้มีน้ำแข็งตั้งเอาไว้แต่ยังดีที่สายลมพัดหอบเอาความเย็นจากสระน้ำข้างเรือนเข้ามาถ่ายเททำให้ในเรือนไม่ได้ร้อนมากนัก
ปลายนิ้วแกร่งกรีดขอบกระดาษเตรียมพลิกหน้าตำรา หูกลับได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวที่มุ่งเข้ามาก็ยังแสร้งนิ่งเฉย พลิกกระดาษอ่านตำราหน้าต่อไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนแม้ว่าฝีเท้าหลายคู่จะตรงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
“คุณชายขอรับ”
“อืม” จิ้งเส้าหวงตอบรับในลำคอไม่ได้เงยหน้ามองผู้ที่พูดขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ
“ข้าน้อยพาแม่นางซิ่งหลิงชมคลังสินค้าทั้งหมดเรียบร้อยแล้วขอรับ”
จิ้งเส้าหวงเงยหน้าขึ้น เห็นหยู่จี้กำลังก้มหน้ารายงานสายตาก็เสมองไปยังซิ่งหลิงที่ตอนนี้หน้าแดงหูแดงจากไอร้อน ไรผมมีเม็ดเหงื่อผุดพราย ทรงผมที่ตั้งใจเกล้าก็หลุดลุ่ย อาภรณ์งดงามซับซ้อนหลายชั้นคล้ายถ่วงรั้งทำให้นางดูทุลักทุเลเอาการ
“ข้าไม่รีบร้อนอยากได้เวลาคิดสักหน่อยหรือไม่”
สภาพกระเซอะกระเซิงของนางทำให้จิ้งเส้าหวงเบิกบานอยู่หลายส่วน พับปิดตำราในมือดั่ง้ามองสภาพที่ดูไม่งามของนางให้มากขึ้นอีกสักหน่อย
“ไม่เ้าค่ะ” ซิ่งหลิงตอบเสียงแข็ง เดินไปยังโต๊ะกลมกลางห้องแล้วกระแทกกายนั่งลงบนเก้าอี้ มือหงายถ้วยชาขึ้นรินชาดื่มอึกใหญ่ด้วยความกระหาย นางดื่มชาไปสองถ้วยแล้วจึงถอนใจด้วยความสดชื่นเต็มเปี่ยม ดึงผ้าเช็ดหน้าออกจากแขนเสื้อซับเหงื่อบนหน้า ข่มความเหนียวเหนอะไม่สบายตัว
“การจัดการคลังสินค้าตระกูลจิ้งจัดการได้ดีดั่งที่สมควรจะเป็ รับสินค้า ตรวจพิสูจน์ แยกประเภทและการจัดเก็บรวมถึงการดูแลก็นับว่าทำได้ดีและเป็ระเบียบมาก ทว่าคลังที่เก็บพวกข้าวสารหรือของแห้งต่างๆ นั้นมีปัญหา”
“อย่างไร” จิ้งเส้าหวงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เขายืดตัวขึ้นนั่ง ตั้งใจและพิศดูสตรีที่อยู่ห่างออกไปด้วยแววตาใคร่รู้
“สินค้าทั่วไปเช่นพับผ้าหรือหนังสัตว์ สิ่งของเหล่านี้ไม่เน่าเสียมีอายุขัยการใช้งานยืนยาวกว่าอาหารแห้งหรือสมุนไพร คลังเก็บสินค้าจำพวกอาหารแม้ว่าคุณชายพยายามยืดอายุด้วยการเก็บอยู่ในที่มีความเย็นหรือก่อสร้างให้คลังสามารถเก็บความเย็นไว้ได้ในระดับหนึ่ง แต่การอยู่ในที่เย็นก็ใช่ว่าจะรักษาของเ่าั้ไม่ให้เน่าเสีย
อาหารแห้งแม้ผ่านการตากแห้งและการรมควันมาแล้วแต่ต้องคอยดูไม่ให้เสียหาย เช่นเดียวกับสมุนไพรที่แม้จะถูกบดละเอียดมาแล้วแต่หากทิ้งไว้นานเข้าก็จะจับตัวเป็ก้อนและเสื่อมสรรพคุณ ข้าดูแล้วของที่อยู่ในคลังสินค้าตระกูลจิ้งจะเป็ของแห้งและธัญพืชต่างๆ เสียมาก”
“แดนเหนือเหมาะแก่การเพาะปลูก คลังสินค้าตระกูลจิ้งในแดนเหนือมีของพวกนั้นค่อนข้างมาก”
จิ้งเส้าหวงไม่ได้คาดหวังอะไรให้นางมายุ่มย่ามกับเื่การค้าของตระกูลจิ้งมากนัก เพียงแค่้าใช้นางเป็ไม้กันสุนัขก็เท่านั้น ส่วนเงื่อนไขเื่เงินหนึ่งแสนตำลึงทอง หากเขาไม่ได้เป็ฝ่ายเปิดโอกาสตัวนางก็ยื่นมือเข้ามาหยิบไม่ได้ ไม่คิดจะมอบให้ั้แ่แรก
แต่ว่าคำพูดของนางเมื่อครู่กลับทำให้เขาจริงจังขึ้นบ้างแล้ว
การจัดการคลังสินค้าไม่ใช่เื่คนทั่วไปรับรู้เป็ขั้นเป็ตอนได้ หากไม่ใช่เคยเรียนรู้หรือเคยจัดการมาก่อนก็อาจเป็เพราะความฉลาดหลักแหลมมากไหวพริบ
“เ้าค่ะ” ซิ่งหลิงผงกหัวรับ ดวงตากลมขยับไหวเล็กน้อย ประเมินสีหน้าของจิ้งเส้าหวงแล้วพูดอย่างระมัดระวัง “คลังสินค้าในส่วนของแห้งมีปัญหาตรงที่ยากจัดการของใกล้เน่าเสียหมดอายุขัย”
“ข้าไม่อยากให้ทานผู้อื่นโดยง่ายและไม่้าทำลายทิ้งให้เสียเปล่า” ของใกล้เน่าเสียในคลังมีมากเกินกว่าจะตัดใจทำลายให้สิ้นซากโดยไม่ได้สิ่งใดกลับคืนมา เศษเล็กเศษน้อยล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น
คิดถึงเื่นี้แล้วจิ้งเส้าหวงอดคิดถึงเสบียงที่เสียหายจากการเดินทางมายังแดนเหนือไม่ได้ เสบียงพวกนั้นที่ทำลายทิ้งไปแล้ว แท้จริงแล้วยังนำออกมาใช้ประโยชน์ได้อยู่บ้าง
หากมิใช่คุณหนูโกวอะไรนั่นสอดปากมากความ คิดแสดงตัวเป็นางเซียนเปี่ยมความเมตตาโดยไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของตระกูลจิ้ง ก็คงไม่โมโหจนทำลายของพวกนั้นให้สิ้นเื่สิ้นราว จิ้งเส้าหวงโคลงหัวด้วยความหงุดหงิดใจเบาบาง เอ่ยถาม
“ยากเกินไปหรือไม่”
“แท้จริงแล้วการจัดการเื่เหล่านี้ไม่ใช่เื่ง่าย กว่าจะใช้สมองเค้นความคิดออกมาได้ ‘สองเส้นทาง’ ทำให้เหนื่อยมากจริงๆ เ้าค่ะ” ซิ่งหลิงถอนใจเฮือกใหญ่ เทน้ำชาลงถ้วยอีกหน ร้องพึมพำเสียงเบากับตนเอง
“เฮ้อ วันนี้ร้อนเหลือเกิน...”
จิ้งเส้าหวงมีหรือจะไม่รู้ว่าซิ่งหลิงกำลังเล่นเล่ห์ถ่วงเวลา ยิ่งเห็นนางจงใจใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริงมุมปากจึงกระตุกยิ้ม หันมองไปยังหยู่จี้แล้วสั่งการ
“ให้คนนำน้ำลูกบ๊วยเย็นๆ มาสักชาม”
ซิ่งหลิงที่ได้ยินก็ยกยิ้ม จ้องจิ้งเส้าหวงด้วยแววตาพราวระยับ
นางรู้...
รู้ว่าบุรุษเช่นจิ้งเส้าหวงรู้ว่าการเอาอกเอาใจผู้อื่นควรทำอย่างไร รู้ว่าวิธีเอาใจสตรีควรปฏิบัติอย่างไร เขารู้แต่ก็นำออกมาใช้ในเวลาที่เหมาะสมและมีประโยชน์อย่างเช่นเวลานี้...
ไม่นานน้ำลูกบ๊วยเย็นๆ รสเปรี้ยวแสนสดชื่นก็มาถึงพร้อมกับขนมทานคู่ ซิ่งหลิงจิบน้ำลูกบ๊วยอึกหนึ่งให้ชุ่มคอ ทอดถอนใจพูดขึ้น “ซิ่งหลิงโง่เขลาเส้นทางที่ซิ่งหลิงพูดต่อไปนี้อาจเป็หนึ่งในร้อยสิ่งที่คุณชายคิดออก แม้จะเป็เช่นนั้นก็ขอคุณชายอย่าได้โกรธเคือง ขอให้ซิ่งหลิงได้เป็ยอดหญิงสักครา” ซิ่งหลิงเห็นเขาไม่พูดอะไร ขบคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนเรียบเรียงคำพูดอีกครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“จุดที่มีปัญหาตอนนี้คือของแห้งที่ใกล้เน่าเสียในคลังเก็บสินค้า แต่ของเหล่านี้ก็ไม่ได้แย่เสมอไป เป็ดังที่คุณชายคิดเอาไว้ของพวกนี้สามารถทำเงินกลับมาได้ เส้นทางแรกมีสองทางเลือกให้คุณชาย หนึ่งคือการนำของที่ใกล้เน่าเสียจับคู่ขายกับสิ่งอื่น เช่นหากซื้อข้าวสารสองจินก็จะมอบเนื้อแห้งให้หนึ่งห่อโดยไม่คิดเงินเพิ่ม ทำเช่นนี้นอกจากจะนำของที่ใกล้เน่าเสียออกจากคลังได้แล้วยอดขายสินค้าประเภทอื่นก็จะเพิ่มขึ้น หรือสองกำหนดขั้นต่ำการจ่ายเงิน หากซื้อสินค้าในร้านครบห้าสิบอีแปะก็จะได้เนื้อแห้งหนึ่งห่อไปโดยไม่คิดเงินเพิ่มเช่นกัน” ซิ่งหลิงยกชามน้ำลูกบ๊วยขึ้นจิบอีกหน วางลงแล้วพูดต่อไป
“ส่วนเส้นทางที่สองคือการผูกมิตร”
[1] ยามเซิน เวลา 15.00 - 16.59