ห้องขังแห่งนี้ไร้แม้แสงจันทรา มีมี่ใช้เวลาที่มีนึกย้อนกลับไป่เวลาก่อนที่เธอจะถูกวางยา และถูกจับยึดเข้าเครื่องประดิษฐ์นั่น เพราะครอบครัวของเธอเป็ครอบครัวของนักประดิษฐ์ ป๊าและม๊าทำงานให้กับองค์กรลับของเอกชน แต่เพราะผู้มีอิทธิพล้าสิ่งประดิษฐ์สุดพิเศษนี้ และแน่นอนว่าป๊าของเธอย่อมไม่ยินยอม จนเลยเถิดเกิดการแย่งชิงและเข็ญฆ่า เพื่อการมีชีวิตอยู่ของลูกสาวคนเดียว เธอจึงถูกส่งตัวข้ามมิติโดยเครื่องประดิษฐ์สุดพิเศษนั้น โดยไม่รู้ได้เลยว่าเ้าเครื่องนี้จะนำพาเธอไปที่ใด ฮึก! หือ! น้ำตาแห่งความกลัวไหลรินไม่ขาดสาย ห่วงคนที่อยู่ทางโน้น จะเป็อย่างไรกันบ้าง แล้วชีวิตเธอต่อจากนี้จะทำยังไงดี จะกลับบ้านยังไง ใบหน้าสวยก้มหน้าซุกที่เข่าปลดปล่อยความโศกเศร้าผ่านน้ำตา มือน้อยกุมกำไลหยกขาวแน่น
“น้องสาวข้า” เสียงหวานละมุนกระซิบเบาๆ ที่ข้างประตู
“ใครหน่ะ” ทั้งที่เพิ่งมาถึงและถูกจับยัดใส่ห้องขังทันที ยังจะมีใครรู้จักเธออีก มีมี่พาร่างอ่อนระโหยโรยแรงมาที่ประตู เธอพยายามอย่างมากเพื่อที่จะเห็นหน้าคนข้างนอกได้ชัดเจน แต่เ้าห้องขังนี่มันช่างแ่านักกระทั่งประตูยังไม่มีแม้ช่องเล็กให้สอดส่ายสายตาได้
“ข้าเองจิวเหลียง” จิวเหลียง! เป็ใครกันล่ะ
“เ้าคงหิวมาก ข้าเอาขนมดอกกุ้ยฮวามาให้” ั้แ่เข้ามาในห้องขังก็ไม่เคยมีใครมาเยี่ยมเยียนมีมี่เลย สาวน้อยรีบรับเอากล่องไม้ลายโบตั๋นจากจิวเหลียงผ่านช่องส่งอาหารอันเล็กแคบ เมื่อเปิดออกดูก็พบว่าเป็ขนมดังที่พี่สาวพูดเธอจึงรีบยัดเข้าปากโดยไม่รีรอ แค่กๆๆๆ แป้งที่เหนียวหนืดของขนมติดคอเธอจนได้
“ค่อยๆ กิน เดี๋ยวจะสำลักอีก” จิวเหลียงรีบส่งน้ำให้หญิงสาวโดยเร็ว
“เสี่ยวมี พวกเรามีชะตาชีวิตไม่ค่อยดีนัก ถูกขายเพื่อแลกกับเงิน ดื้อรั้นไปก็ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยน” ดวงตาสวยเมื่อต้องนึกถึงความอาภัพก็พลันเศร้าหมองลง
“แม่นางจิวเหลียงหมดเวลาเยี่ยมแล้ว” คนเฝ้าหน้าห้องขังเป็คนคุ้นเคยของจิวเหลียงได้เอ่ยเตือนเมื่อถึงได้เวลาหนึ่งเค่อพอดี
“เด็กน้อยข้าต้องไปแล้ว เ้ารักษาตัวให้ดี”
“เดี๋ยวก่อน อย่าพึ่งไป” มั่วแต่สนใจขนมจนลืมถามไปว่าเธอต้องถูกขังจนถึงเมื่อไหร่
***************************
“เสียแรงที่ฉันไว้ใจแก ไอ้สารเลว เพื่อนทรยศ” เถียนซ่งต่อว่าชายกลางคนด้วยสีหน้าผิดหวัง เขาถูกคนกลุ่มนี้มัดมือไขว้หลังติดกับมี่เหยียนภรรยาสุดรัก
“แกจะจงรักภักดีต่อองค์กรทำไมนักหนาว่ะ เครื่องประดิษฐ์ชิ้นเอกของแกสามารถทำเงินได้มหาศาล แต่แกกลับเลือกที่จะทิ้งเม็ดเงินนั้นไป โง่!” นิ้วชี้จิ้มลงที่ศีรษะของคนถูกมัดและออกแรงผลักจนหน้าทิ่มไปตามแรง
“เครื่องประดิษฐ์ชิ้นนั้นอยู่ไหน” ชายอีกคนเดินออกมาจากเงามืด ไม่อยากจะทนรออีกต่อไป เขาก็คือคนที่อยู่เื้ัเื่ทั้งหมด เป็คนที่ใช้เงินซื้อเพื่อนของเถียนซ่งไป
“มีมี่ด้วย แกส่งเธอไปที่ไหน” เพื่อนสนิทมีศักดิ์เป็อาผู้นี้เอ่ยถามถึงลูกสาวเพื่อน เพราะมีมี่คือคนเดียวที่จะใช้บีบบังคับเถียนซ่งให้ยินยอมทำอีกหลายสิ่งที่เขา้า
“แกจะไม่มีวันใช้ลูกบังคับฉันได้ ฉันส่งมีมี่ไปอีกภพหนึ่งที่แกจะไม่มีวันหาเจอ” แม้แต่เถียนซ่งเองก็ไม่รู้ว่าลูกสาวของตนถูกเครื่องประดิษฐ์นำพาไปที่ใด
“ไม่สิ ต่อให้ไม่มีลูกแก ก็ยังมีเมียแกไง” คนชั่วมีแผนสำรองสำหรับเื่นี้ไว้แล้ว เพื่อนคนนี้รักครอบครัวมากกว่าชีวิต ผู้หญิงอีกคนที่จะใช้ต่อรองก็คือมี่เหยียนไงล่ะ
“แกคิดผิดแล้วล่ะ ฉันรักภรรยามากก็จริง แต่ต่อให้แกฆ่าเธอฉันก็จะตายตาม” มี่เหยียนที่อดกลั้นความกลัวจนน้ำตาร่วง สองสามีภรรยาคิดเห็นตรงกัน พวกเขาพร้อมตายแต่ไม่ยอมทำงานให้คนชั่วเด็ดขาด
สองวันต่อมา
“ที่เ้าทำร้ายท่านเ้าเมืองโจวข้าจะไม่เอาเื่ก็ได้ แต่เ้ารู้หรือไม่สิ่งที่ต้องแลกเพื่อจบเื่นี้นั้นมีค่าเพียงใด จิวเหลียงทั้งรักและเอ็นดูเ้า ต้องพลีกายให้เฒ่าตัณหากลับรับทัณฑ์แทน เหตุไฉนเ้าจึงสร้างแต่ปัญหา” หญิงวัยกลางคนผู้เลอโฉม ทั้งกิริยาก็งามงดชดช้อย มีนามว่า ซือเหมยเหนียง เป็ผู้ดูแลสถานเริงโลกีย์เคล้าดนตรีแห่งหอตันโหว เป็หอคณิกาอันดับหนึ่งในเมืองโจว หนึ่งในสี่เมืองใหญ่ที่ขึ้นกับแคว้นถัง เหล่านางคณิกาทั้งหลายล้วนบำเรอแต่ชนชั้นสูง ผู้มีฐานะ และผู้มีชื่อเสียง
“ใบหน้าที่งดงามไม่อาจให้เกิดรอยแผล เรือนร่างที่บอบบางไม่อาจให้เกิดรอยเขียวช้ำ แล้วข้าผู้ดูแลหอตันโหวจะทำยังไงกับเ้าดีล่ะ” ซือเหมยเหนียงทำทีเสียงอ่อนแสร้งเป็เหนื่อยหน่ายคล้ายจะรับมือไม่ไหวกับความดื้อดึงของเถียนมีมี่ หากเป็หญิงคนก่อนอาจจะดื้อรั้นจนตัวตาย แต่นี้ฉันคือเถียนมีมี่ไม่ได้ย้อนอดีตมาสิงร่างใคร เพียงแต่โชคร้ายที่อยู่ๆ โผล่มาผิดที่ผิดเวลา มิหนำซ้ำยังมีใบหน้าที่คล้ายกับผู้หญิงคนนั้นอีก เมื่อโชคชะตากำหนดให้เธอต้องมาเจอเื่แบบนี้ ‘จะว่าไปเป็นางคณิกานี่ก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่’
“แต่ฉัน เอ่อ...ข้าไม่อยากขายตัวนิ” ใครจะอยากมอบความบริสุทธิ์ให้กับชายที่ไม่ใช่สามี โดยเฉพาะมีมี่ด้วยแล้วเธอเพียงตกกระไดพลอยโจรมาเป็นางคณิกาอย่างจำใจก็เท่านั้น
“ถ้าเ้า้าเช่นนั้นก็ย่อมได้ แต่คณิกาที่ไม่ต้องขายเรือนร่าง มีเพียงคณิกาอันดับหนึ่งเท่านั้น”
“คณิกาอันดับหนึ่งงั้นหรอ คืออะไร?” คณิกาก็พอรู้จักแต่อันดับหนึ่งนี่มันวัดจากอะไร ต้องทำยังไง
“หากเ้าสามารถทำให้บุรุษปรนเปรอได้โดยไม่ต้องขายเรือนร่างนั้น จะถือว่าเ้าเป็คณิกาอันดับหนึ่งอย่างไรเล่า” น้ำเสียงเอื้อนเอ่ยแ่เบาแบบสตรีผู้สูงศักดิ์ ‘เฮ้อ! เสียดายจัง สวยขนาดนี้เป็ดาราก็ยังได้ แต่ในหอตันโหวแห่งนี้ ความงามเพียงเพื่อบำเรอชาย’
“ฉันจะเป็นางคณิกาอันดับหนึ่งให้ได้” ดวงตาที่แน่วแน่แสดงออกเพื่อให้ซือเหมยเหนียงเชื่อมั่น แต่ภายใต้ดวงตาสวยแฝงไว้ด้วยความหวาดหวั่น ความงามที่โดดเด่น น่าดึงดูของสาววัยแรกแย้ม บางทีเด็กนี่อาจจะเป็ดาวเด่นของหอตันโหวคนต่อไปก็ได้
“คณิกาอันดับหนึ่ง ไม่ได้ใช้เพียงรูปโฉมที่งดงามเท่านั้นหรอกนะ” ซือเหมยเหนียงเพียง้าหยั่งเชิงดู แต่ท่าทางที่แน่วแน่นั้นทำให้นางตัดสินใจที่จะสนับสนุนจนถึงที่สุด
“ค่ะ”
“เอ่อ ฉันชื่ออะไร” เมื่อต้องสวมรอยเป็คณิกาคนนั้น จึงจำต้องถามคำถามโง่เง่าออกไป
“ล้อข้าเล่นแล้ว เหตุใดจึงถามเอากับข้าเล่า ั้แ่ซื้อตัวเ้ามาเ้าก็ไม่เคยปริปากเอ่ยอะไรกับใคร แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไร” ซือเหมยเหนียงดูแปลกใจ แสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน “หรือเ้าเลอะเลือนไปแล้ว”
“เปล่า ฉันแค่ทวนความจำท่าน”
“เ้าสิต้องทบทวน”
“ค่ะๆ”
“เ้ามีชื่อแซ่ว่าอย่างไร”
“ฉันชื่อมีมี่”
“เ้าดูแปลกไป”
“ไม่แปลกเลย เหมือนเดิมเปี๊ยบ” มันก็ต้องแปลกอยู่แล้ว พวกเธอเป็คนละคนกันนิ แต่จะทำยังไงได้คงต้องแถไปทางอื่น
“ดูสดใสร่าเริง”
“ฉันก็เป็แบบนี้”
“แปลก! ครั้งนั้นเ้าดูั์ตาเศร้า เก็บตัว ยอมตายไม่ยอมเป็คณิกา แต่ครั้งนี้แม้แต่วาจาก็แปลกไป”
“ตอนนั้นไม่ยินยอม แต่ตอนนี้รับได้แล้ว เอาเถอะ รับได้ก็ดีแล้ว” เมื่อสนทนากันเรียบร้อยดีก็ได้เวลาที่ต้องพาคณิกาคนใหม่ไปขัดสีฉวีวันให้สะอาดสะอ้าน
“เด็กๆ”
“เ้าค่ะ”
“พาเสี่ยวมี่ไปอาบน้ำ พลัดเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ แล้วมวยผมยุ่งๆ นั่นบำรุงให้ดีล่ะ” มือเรียววางถ้วยน้ำชาลงเบาๆ ทุกท่วงท่าของซือเหมยเหนียงช่างงดงามสมกับเป็คณิกาผู้โด่งดังเสียจริง
“เ้าค่ะ” มีมี่ถูกพาตัวมายังห้องอาบน้ำ ‘เหมือนในซีรีย์เละแฮะ’ เธอคิดพลางล้วงมือลงในอ่างไม้ที่โรยด้วยกลีบดอกเหมยกุ้ย
เฮ้อ! “สบายตัวจัง ไม่ได้แช่น้ำอุ่นๆ แบบนี้มานานมากแล้ว แต่ก็ไม่นานเท่าไหร่นิแค่ตอนที่ถูกส่งตัวมาที่นี่ แค่ไม่กี่วันเอง แต่เหมือนนานเป็ชาติเลย” มีมี่หลับตาพริ้มแช่น้ำอุ่นที่เต็มไปด้วยกลีบดอกเหมยกุ้ยสีแดงฉาน
“ข้าเราขัดตัวให้นะเ้าค่ะ” เมื่อได้เวลาอันควร สาวใช้ก็เข้ามาช่วยจัดแจงขัดผิวให้กับหญิงสาว
“ไม่เป็ไรจ้า ฉันทำเองได้” เธอรีบบอกปัดโดยปกติก็อาบน้ำเอง หากต้องให้คนอื่นอาบให้ก็อายแย่
“ไม่ได้ พวกเราต้องทำตามคำสั่ง” มีมี่ยอมจำนนอย่างจนใจ
“อ๊า! เจ็บๆๆ เบาๆ มือหน่อยไม่ได้รึไงถลอกหมดแล้ว” แต่เหมือนสิ่งที่เธอพูดไปจะเป็เพียงเสียงนกเสียงกา แรงกระทำบนเรือนร่างของเธอยังคงหนักอยู่เช่นเดิม