“มันแย่มากที่ไม่ได้พบปีศาจในขั้นที่แปดเลย แกนปีศาจของพวกมันขายได้นับล้านเม็ดยาปราณ”
หยางฉีเก็บแกนปีศาจของแมงมุมปีศาจพลางถอนหายใจ ‘ยิ่งข้าสังหารปีศาจได้มากเท่าไร ข้ายิ่งจะสามารถช่วยตระกูลได้มากขึ้นเท่านั้น และนั่นไม่ได้รวมถึงรากฐานการบ่มเพาะของข้าที่อยู่ในขั้นอาวุธลมปราณระดับสูงสุด มันไม่ต้องเป็กังวลหากข้าพบกับศัตรูในขั้นที่เจ็ด หากข้าเจอกับปีศาจในขั้นที่แปดข้าอาจจะมีปัญหาบ้าง ตราบใดที่ข้าไม่ได้วิ่งไปในดงกลุ่มปีศาจขั้นที่แปดจำนวนมากคงไม่เป็ไร’
ในตอนนี้นั้นเขาไม่ได้กลัวที่จะต่อสู้กับเหล่าปีศาจตัวต่อตัว แต่หากเป็ฝูงของพวกมันนั้นเล่า? นั่นเป็อะไรที่แตกต่าง อย่างเช่นแมงมุมปีศาจขั้นที่เจ็ดและเขาก็ชนะมาได้ แต่หากเป็ สิบเจ็ด หรือ สิบแปดตัวแล้ว เขาจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหันหลังกลับและวิ่งหนี
ท้ายที่สุดแล้ว แมงมุมปีศาจสามารถยิงใยไปในอากาศและดึงอินทรีที่ทรงพลังลงมาได้
“ไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่นี้ ข้าจะมุ่งหน้าเข้าสู่หุบเขาลึก หากข้าสามารถหาแกนปีศาจระยะที่แปดที่มีมูลค่าหนึ่งล้านได้ มันจะช่วยบรรเทาแรงกดดันให้พี่ข้าได้อย่างมากในการฟื้นฟูทรัพย์สินของตระกูล”
เขากัดฟันมุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึก
ในขณะเดียวกันฝนก็ตกลงมาไม่หยุด เสียงฟ้าร้องและฟ้าผ่า ดังลงมาเขย่าูเาอย่างต่อเนื่อง ณ จุดนี้ หยางฉีอยู่ห่างไกลจากภายนอกของหุบเขา มีเพียงผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเท่านั้นที่กล้าทำสิ่งนี้
โฮกก!!!
ทันใดนั้นเสียงของสัตว์ร้ายขนาดั์ดังสะท้อนมากจากทิศทางของบริเวณพื้นที่น้ำท่วมที่อยู่ใกล้เคียง
“นั่นตัวอะไรน่ะ? ฟังดูแข็งแกร่งทีเดียว” คลื่นเสียงที่เกิดจากการคำรามของสัตว์ร้ายทำให้หูของหยางฉีกระตุก
เขาโคจรลมปราณและกระโจนเข้าไปในป่า ทะยานไกลร้อยเมตรจากการเคลื่อนไหวเพียงก้าวเดียวหลีกเลี่ยงบริเวณที่ถูกน้ำท่วมเร่งเดินทางไปจนถึงบริเวณที่มีน้ำตกขนาดใหญ่ เสียงของน้ำตกที่กระแทกลงเบื้องล่างดังราวกับการเดินทัพของทหารม้ากลุ่มใหญ่
น่าแปลกที่หยางฉีมองพบกับปีศาจร้ายขนาดมหึมาที่ก้นน้ำตก ราวกับว่ามันกำลังอาบน้ำอยู่
อันที่จริงแล้ว เ้าปีศาจตัวนั้น… กำลังฝึกทักษะการต่อสู้
และมันก็เป็ที่มาของเสียงคำรามที่เขาได้ยินมาก่อนหน้านี้
มันเป็ลิงขนาดมหึมาสูงเท่ากับมนุษย์สามคนรวมกันขนมีสีขาวเผือก และดวงตาสีมรกต ดูน่าหวาดกลัวราวกับอสูรร้ายบางชนิดยืนอยู่บนก้อนหินส่งมวลน้ำ กระเด็นออกมาทุกคราที่มันเคลื่อนไหว
เมื่อพิจารณาว่าน้ำตกขนาดั์มีความสูงสามร้อยเมตร มันเพียงพอแล้วที่จะทลายเนินเขาที่เตี้ยๆได้ แต่ทว่า ลมปราณที่พุ่งออกจากฝ่ามือของลิงที่มีขนขาวเผือกสามารถส่งกระแสน้ำให้กระจายออกไปได้
โฮกกก!!
เกือบจะทันทีที่หยางฉีมองเห็นมัน ร่างกายมันก็กระตุกราวกับว่ามันััอะไรบางอย่างได้ จากนั้นมันก็เหลือบมองผ่านไหล่ของมันมายังที่ซ่อนตัวของหยางฉีโดยตรง
ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดที่สามารถซ่อนตัวจากสายตาของมันได้
ทันใดนั้นหยางฉีก็รู้สึกราวกับว่ามีพลังงานที่ลึกลับบางอย่างล็อคิญญาของเขาเอาไว้ แม้ว่าเขาจะหนีไปเป็พันกิโลเมตร เขาก็รู้ว่าจะไม่สามารถหลบหนีจากวานรเผือกตนนี้ได้
ล็อคิญญาพันกิโลเมตร เชี่ยละ! วานรเผือกตนนี้ไม่ใช่เื่ตลก ทักษะลมปราณและรากฐานการบ่มเพาะของเขานั้นมาถึงจุดที่สมบูรณ์แบบของระดับทั่วไปแล้ว และอาจเเข็งแกร่งหว่าพ่อของเขาด้วยซ้ำในด้านทักษะลมปราณ ‘ข้าไม่สามารถสู้กับมันได้! ข้าสงสัยว่ามันอยู่ในขั้นปรมจารย์ลมปราณหรือไม่? ’
เขาไม่เต็มใจที่จะทดสอบทฤษฏีของเขา เขารีบหันหลังกลับและหนีไป
เขาทราบว่าเขาไม่สามารถจัดการกับการดำรงรงอยู่แบบนี้ได้ แม้กระทั่งพ่อของเขาก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน คู่ต่อสู้ที่สามารถล็อคิญญาได้พันกิโลเมตรนั้นอันตรายเกินไป มันเป็ทักษะที่ใครคนหนึ่งสามารถใช้งานได้เมื่อทักษะลมปราณมาถึงจุดที่สูงและอ่อนไหวอย่างมากต่อการผันผวนของลมปราณจนไม่น่าเชื่อแล้วเท่านั้น
มีเพียงผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้นที่เก้า หรือมาถึงจุดสูงสุดของขั้นที่แปดที่สามารถใช้ทักษะประเภทนี้ได้. และในขั้นนั้นแข็งแกร่งไกลเกินกว่าหยางฉี บางทีหากเขาอยู่ในขั้นที่เจ็ดเขาอาจพอสูสีได้ แต่ในขั้นที่หก เขามั่นใจแน่นอนว่าเขาจะตาย
ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์ มันเป็ลิงตัวมหึมาที่ปก่นแท้ลมปราณอาจสูงกว่าสามหรือสี่เท่าของผู้เชี่ยวชาญปกติในขั้นเดียวกัน
น่าเสียดายที่แม้ว่าหยางฉีอยากจากไป แต่มันก็ไม่ปล่อยเขาไป
เ้าวานรคำราม และส่งฝ่ามือรวมถึงแก่นแท้ลมปราณกระแทกใส่ม่านน้ำตก ทันใดนั้น ม่านน้ำและลมปราณรวมตัวกันเป็ัวารี บิดตัวพุ่งเข้าหาเขา หยางฉีอ้าปากค้าง ใน่เวลาสั้นๆ มันมาถึงหยางฉีที่อยู่บนยอดเขาที่ห่างออกไปกว่าสามพันเมตร
“ไม่ดีแล้ว”
หยางฉีะโตัวออกไปราวกับว่าเป็ก้อนหินที่พุ่งออกจากเครื่องยิงหิน
แทบจะทันทีที่เขาหลบออกมา ‘ปาก’ ของัวารีที่พุ่งเข้าหาเขาะเิต้นไม้และเนินหินที่เขายืนอยู่ออกเป็เสี่ยงๆ
หยางฉีบอกได้เลยว่าหาก ‘ปาก’นั้นกระแทกโดนเขา มันจะฉีกเขาออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“หนึ่งการโจมตี สามพันก้าว..”เขาสั่นคลอน “ทักษะลมปราณที่น่าเหลือเชื่อ!”
หมัดเทวะร้อยก้าว ได้ชื่อนั้นเนื่องจาก มันสามารถโจมตีศัตรูที่อยู่ห่างไกลออกไปได้ถึงร้อยก้าว หลังจากนั้น พลังทำลายมันจะค่อยๆลดลงจนแก่นแท้ลมปราณที่ใช้จางหายไป
จากรากฐานการบ่มเพาะของหยางฉีตอนนี้นั้น เขาสามารถโจมตีสิ่งต่างๆที่อยู่ห่างไปห้าร้อยก้าว ซึ่งไกลกว่าธนูส่วนใหญ่สามารถยิงได้ อย่างไรก็ตาม สามพันก้าวนั้นก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการได้ เ้าวานรเผือนตนนี้นั้นเเข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน และ มันยังโจมตีด้วยทักษะลมปราณที่น่าสะพรึงกลัว
วานรเผือกประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดที่ หยางฉีสามารถหลบการโจมตีของมันได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่มันทำก็เพียงแค่ ยิ้มอย่างชั่วร้ายเปิดเผยเขี้ยวอันสยดสยองเท่านั้น
หลังจากนั้นมันก็จะโจนออกมาจากน้ำตก มีปีกลมปราณสีทองคู่หนึ่งผุดออกมาจากหลังของมัน ดูคล้ายหินขนาดใหญ่ ปีกเหล่านี้มีขนาดใหญ่กว่า และแข็งแกร่งกว่าปีกกระเรียนขาวอย่างเห็นได้ชัด
“ทักษะลมปราณ คุนเผิง!”
ก่อนที่หยางฉีสามารถตอบสนองได้ วานรเผือกก็มาอยู่เบื้องหน้าของเขาแล้ว มันเหวี่ยงหมัดพร้อมแก่นแท้ลมปราณที่น่าหวาดกลัวออกมา
ทันใดนั้น อากาศรอบๆตัวของหยางฉีก็หมุนวนราวกับกระแสน้ำ ขังเขาไว้แ่าเหมือนกับโซ่ตรวนที่ทำให้เขาไม่วามารถหลบหนีออกไปได้
พลังทำลายล้างและความตาย กำลังพุ่งเข้ามาสู่หัวของเขา
ยิ่งไปกว่านั้นเขารู้ว่าระดับขั้นทักษะลมปราณของเขาไม่สามารถเทียบกับเ้าวานรตนนี้ได้ ในความเป็จริงเเล้วหากมันปรากฏตัวใน นครเยี่ยน มีเพียงเ้าเมืองเท่านั้นที่สามารถต่อสู้กับมันได้
“ตายยย!” หยางฉีะโ ิญญาการต่อสู้ของเขาเดือดพล่าน เขารู้ว่าทางเลือกเดียวที่เขามีคือการใช้ทุกอย่างไปกับการสวนกลับ กล้ามเนื้อของเขากระเพื่อมขึ้น ดึงพละกำลังแห่งเทพคชสารทลายนรกานต์ ะเิรัศมีแห่งเทพอสูรออกมา
หอกเทพนรกานต์ ปรากฏขึ้นในมือของเขาซึ่งมันถูกเหวี่ยงแทงตรงไปยังคอของวานรเผือก
วานรเผือกใอย่างเห็นได้ชัด เป็ความจริงที่มันสามารถััถึงความสามารถทำลายล้างที่ผิดปกติของหอกเทพนรกานต์ ซึ่งแก่นแท้ลมปราณของหอกเล่มนี้ มีรัศมีกดขี่ิญญาของมัน
ทันใดนั้น มวลน้ำจำนวณมากผุดขึ้นออกมาจากฝ่ามือของมันบิดตัวเป็กระบองขนาดมหึมา กระแทกใส่หอกเทพนรกานต์
เมื่ออาวุธทั้งสองปะทะกัน แรงกระแทกผลักหยางฉีปลิวไปข้างหลังและ ทำลายหอกของเขาสลายไป ในเวลาเดียวกัน ลมปราณของกระบองขนาดั์ก็กระแทกเข้าสู่เส้นชีพจรลมปราณของเขาและเจาะลึกไปยังทะเลลมปราณของเขาอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเสียงแตกหักขึ้นภายในร่างกายของเขา
“คชสารอัสนี!” หยางฉีะโภายในใจ ทันใดนั้น พลังของคชสารอัสนีก็แผ่กระจายไปซ่อมแซมเส้นชีพจรของเขา
เนื่องจากแรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อของวานรเผือกได้กระจายไปยังทั่วร่างกายและกระดูกของเขา ในที่สุด อนุภาคที่สี่ที่อยู่ภายในตัวเขาก็ตื่นขึ้้นมา และยังเพิ่มความแข็งแกร่งของพละกำลังแห่งเทพคชสารทลายนรกานต์ ของเขา ในชั่วพริบตา กระดูก และแขนขา ก็สั่นะเื ะเิพละกำลังของคชสารโบราณสี่เชือกออกมา
“หอก!” เขาตระโกน พร้อมกับเรียกหอกเทพนรกานต์ออกมาอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันทะเลลมปราณก็ปั่นป่วน เมื่อกระแสวังวนนรกานต์ไหลบ่าเข้าใส่หอก เขาโยนหอกออกไปให้มันแล่นดั่งปีศาจร้ายพุ่งเข้าใส่หน้าอกของวานรเผือก
วานรเผือกไม่อาจคาดคิดได้ว่าคู่ต่อสู้ของมันจะสามารถพัฒนาในระหว่างการต่อสู้ แต่ถึงอย่งไร มันก็ไม่มีความตั้งใจที่จะปล่อยคู่ต่อสู้ของมันไป ทักษะลมปราณที่ประหลาดของหยางฉีทำให้มัน้าดูดซับแก่นแท้ลมปราณของเขา
ซึ่งความเข้าใจในการบ่มเพาะทักษะลมปราณของมันก็สูงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปเช่นเดียวกัน
ทันใดนั้น มันก็เหวี่ยงกระบองของมันกระแทกใส่หอกเทพนรกานต์อีกครั้ง มันสามารถป้องกันการโจมตีได้ แต่ทว่ามีรัศมีที่ราวกับอสูรจากนรกที่ยังคงหลั่งไหลเข้าสู่จิติญญาของมันทำให้แก่นแท้ลมปราณของมันไม่เสถียร
หยางฉีฉวยโอกาศนี้ในการโจมตีอีกครั้ง เขาเรียก หอกเทพนรกานต์ขึ้นมาอีกหนึ่งโหล สร้างการโจมตีเป็ชุดเข้าใส่วานรเผือก
ในเวลาเดียวกัน หยางฉีก็โบยบินสู่อากาศพร้อมใช้กำปั้นราชันย์ะโจมตีไปยังจุดสำคํญต่างๆของวานรั์
“โฮกกกก!”
ชัดเจนว่าวานรเผือกไม่เคยรู้สึกอับอายในการต่อสู้ขนาดนี้มาก่อน มันคำรามและเหวี่ยงกระบองของมัน ถ่ายเทแก่นแท้ลมปราณสร้างกระแสน้ำหนักนับไม่ถ้วน สร้างเป็กำแพงวารีชั้นบางๆ จำนวญมากขึ้นมาป้องกัน
หอกเทพนรกานต์ เจาะทะลุเข้าไปทำลายไปชั้นนึงและกระแทกใส่ชั้นต่อๆไป ส่งผลให้กำแพงวารีสั่นะเื แต่เนื่องจากกำแพงนี้ประกอบไปด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่งและอ่อนนุ่มดังนั้นต่อให้เป็การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดก็จะกระจายหายไปทันทีหากล้มเหลวในการทำลายมัน
“ภูผา” วานรยักษ์กรีดร้องเสียงดัง ทันใดนั้น มวลน้ำจำนวนมหาศาลก็ผุดขึ้นรวมกันก่อตัวเป็น ภูเขาขนาดยักษ์พุ่งเข้าหาหยางฉี
มันใหญ่โตมโหฬารจนหยางฉีไม่มีโอกาศในการหลบการโจมตีนี้ได้
“ดี! มาดูกันว่าเจ้าสามารถทำอะไรได้อีก” หยางฉีไม่สะทกสะท้าน เขาเหวี่ยงมือโคจรพละกำลังแห่งเทพคชสารทลายนรกานต์ ฟาดเข้าใส่ภูเขามหึมาที่กำลังเข้ามา