เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 59 คำตอบของเล็กน้ำ

    " เงียบก่อน! " ชายหนุ่มกระเเทกเสียงหนัก เเต่ยังคงเเผ่วเบาเช่นเสียงกระซิบ จากนั้นมันพยักหน้าให้กับเล็กน้ำเล็กน้อย เป็นสัญญาณบ่งบอกให้เขาสงบลง " ผมจะเอามือออกนะ "

    เล็กน้ำพยักหน้าตอบช้าๆ เเต่สิ่งเเรกที่เขาทำ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับอีกฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง คือการถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก เสมือนดั่งจิตวิญญาญเพิ่งถูกฉุดดึงออกมาจากห้วงฝันร้าย

    " ขอบคุณที่ช่วยผมไว้ " เล็กน้ำมองไปยังร่างสูงโปร่งที่มีใบหน้ารูปไข่เกลี้ยงเกลา ผมดกดำประบ่า ดวงตาสีเหล็กเรียบเฉย ลู่ไปกับคิ้วเรียวยาวได้รูป ปากดั่งกระจับรับจมูกที่โด่งเป็นสัน ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียวเเขนยาวทับกางเกงยีนส์เก่าขาดสีฟ้าซีด หากมันไปปรากฏกายท่ามกลางผู้คน คงไม่มีสิ่งใดดึงดูดให้ใส่ใจ นอกจากเเววตาคู่นั้นที่ให้ความรู้สึกพิเศษบางอย่างที่ยากอธิบายได้

    " ใช่... ผมเเบกคุณมาเอง "

    " ขอบคุณมากครับ นึกว่าจะต้องตายซ้ำสองซะเเล้ว " กล่าวจบ เขาเปลี่ยนสีหน้าเป็นโหมดจริงจังในทันใด เเววตาเฉียบคมมองสำรวจโถงถ้ำเเคบๆ ที่ล้อมรอบด้วยผนังหินทั้งสี่ด้าน เมื่อคาดเดาจากสายตา มันมีความกว้างเพียงห้องเช่าเเคบๆ เท่านั้น " ที่นี่ที่ไหน เอ่อ... คุณรู้ใช่มั้ยว่าเรา... "

    " ผมชื่อ ' ไฝ ' ถูกของคุณตอนนี้เราทั้งคู่คงไม่ได้อยู่บนโลกที่เคยรู้จักอีกต่อไป " เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ เเต่ไฝกลับมีทีท่าลังเลเหมือนกำลังช่างใจรอคอยบางอย่าง เเต่ในท้ายที่สุดมันได้ตัดสินใจกล่าวขึ้น " ผมขอถามคุณอะไรหน่อย นอกเหนือจากตอนนี้ พวกเราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า? "

    " เรียกผมว่า ' เล็ก ' เถอะครับ " ดวงตาคมกริบที่อยู่เหนือขอบตาดำคล้ำของเล็กน้ำจับจ้องไปยังไฝ เขาเอียงศีรษะเพื่อครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ " อืม... ผมคิดว่าไม่นะ "

    " ช่วยคิดอีกทีเถอะครับ ไม่ต้องรีบตอบ ได้โปรดใช้เวลาทบทวนให้นานกว่านี้ ผมต้องการขอคำยืนยันที่ชัดเจนจากเล็กอีกครั้ง "

    " มีอะไรรึเปล่าครับ " เล็กน้ำมีสีหน้างุนงง เเต่เมื่อเขาใคร่ครวญให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ถ้าถูกเน้นย้ำมาแบบนี้ ดูเหมือนจะมีเรื่องราวบางอย่างที่มีความสำคัญต่ออีกฝ่ายเป็นอย่างมาก เขาปล่อยมือที่กำลังลูบเล่นปลายคาง หันมาตั้งอกตั้งใจมองไฝอย่างละเอียด พยายามย้อนความทรงจำกลับไปให้มากที่สุด เเต่คำตอบที่เปล่งออกมายังคงเป็นเช่นเดิม " ด้วยความสัตย์จริง ผมมั่นใจว่าไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน นี่เป็นครั้งเเรกที่เราได้พบกัน ช่วยบอกทีว่าเกิดอะไรขึ้น "

    " มันอาจจะฟังดูน่าเหลือเชื่อ " ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม " เเต่ผมกับพี่ชายถูกคำสาปจากตัวประหลาดทำร้าย เเต่คนสุดท้ายที่เรียกปีศาจสีม่วงในกระจกให้ดึงวิญญาณของพวกเราออกจากร่างกายอย่างโหดเหี้ยมคือเล็ก... จากนั้นพอรู้สึกตัวอีกที ผมก็มาอยู่ในโลกไร้สีสันเเห่งนี้เเล้ว "

    " ไม่นะ! " ความสับสนกระจายอยู่เต็มใบหน้าของเล็กน้ำ เเต่ยังไม่ทันที่จะได้กล่าวต่อไป เขากลับไอออกมาอย่างรุนเเรง จนเอนล้มพับไปด้านข้าง ท่ามกลางความเลือนลางที่ปรากฏในดวงตาพร่ามัว เขามองเห็นไฝหมุนตัวเดินไปด้านหลัง มันใช้เวลาเเค่เดี๋ยวเดียวก็กลับมาพร้อมกับช่อดอกไม้ประหลาดที่ถืออยู่ในมือ

    ดอกไม้สีขาวปลอดราวกับหิมะในฤดูหนาว มีเพียงสามกลีบเรียงต่อกันคล้ายกับดอกชบาทั่วไป แต่ความเเตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือมันมีขนาดเล็กมากเพียงเเค่ข้อนิ้วเท่านั้น ด้านในมีก้านเกษรสีเเดงชูสูง ปลายยอดเป็นดอกเกษรทรงกลมสีฟ้าคราม

    " คุณกำลังขาดน้ำ " ไฝรีบบดดอกไม้ในมืออย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นเมือกเหนียวสีม่วง " รีบกินเข้าไป สิ่งนี้ช่วยคุณได้ "

    เล็กน้ำกล้ำกลืนเมือกสีม่วงลงไปด้วยความยากลำบาก รสสัมผัสของมันช่างคล้ายกับบางอย่างที่ไม่อยากนึกถึง จากนั้นเขารู้สึกเหมือนภายในท้องมีเปลวไฟร้อนเเรงกำลังแผดเผาจนทรมานเล็กน้อย เเต่ไม่นานได้เเปรเปลี่ยนเป็นความเย็นสบายอย่างแปลกประหลาดเเผ่ซ่านกระจายไป ร่างกายที่เคยหนักอึ้งบอบช้ำ กลับมาเต็มเปี่ยมด้วยพลังงานมหาศาล อาการหิวกระหายอ่อนล้า ทั้งหมดนั้นได้มลายสิ้นไป ราวกับร่างกายได้รับการฟื้นฟูเหมือนเป็นคนใหม่ในพริบตา

    " ขอบคุณที่ช่วยผมไว้อีกครั้ง ว่าเเต่เอาอะไรให้ผมกิน มันเเปลกมาก... เเต่ดีเหลือเกิน "

    " เเค่ดอกไม้เท่านั้น " ไฝสะบัดหน้าไปด้านข้างอย่างแผ่วเบา ปล่อยให้เล็กน้ำมองตามไป ด้านหลังเป็นพุ่มไม้เตี้ยๆ ใบดกหนาทึบปกคลุมลำต้นที่เล็กเเละเรียวยาวราวกับหนวดกุ้ง พวกมันเลื้อยไปเกาะบนผนังหินเต็มพรืดไปหมด

    " ได้โปรดเล่าเรื่องของไฝกับพี่ชายให้ผมฟัง... "

    " พูดยังไงดี คือเราสองคน... " ไฝเอียงหน้าหลบสายตาด้วยความกระอักกระอ่วน " เมื่อหลายปีก่อนบ้านของเล็ก เคยมีประวัติอันเลวร้าย เรียกว่าระดับตำนานของหมู่บ้านเราก็ว่าได้ เมื่อได้ข่าวว่ามีคนต่างถิ่นย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ เราสองคนเลย... "

    ไฝเรียงร้อยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นทั้งหมด เก็บทุกรายละเอียดที่มันจดจำได้ บอกเล่าออกมาเป็นฉากๆ ไม่มีตกหล่น เหมือนกับต้องการดึงเล็กน้ำเข้าไปร่วมในฝันร้ายที่มันกับพี่ชายได้เผชิญมา เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์อันเหนือจินตนาการนั้นอีกครั้ง ใบหน้าของมันจะซีดขาวเป็นบางครั้ง เเต่ร่างกายจะสั่นเทาอยู่ตลอดเวลาด้วยความหวาดกลัว ลึกลงในจิตใจที่ดำดิ่ง ตัวมันเองย่อมรู้สึกสำนึกผิดยิ่งกว่าใคร... เพราะความอยากรู้อยากเห็นเเท้ๆ

    " เจ้าสิ่งนั้นไม่ใช่ผม มันขโมยร่างกายผมไป! " เล็กน้ำร่ำร้อง เขากำหมัดเเน่นอย่างเดือดดาล จากนั้นเริ่มต้นบอกเล่าเรื่องราวที่มาของตนเองให้อีกฝ่ายรับฟัง " เหมือนกับไฝ พอรู้สึกตัวผมก็มาอยู่ในดินเเดนเร้นลับเเห่งนี้เเล้ว "

    " ผมเชื่อเล็ก " ไฝกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักเเน่น หลังจากครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ " ถ้าเล็กเป็นหัวหน้ากลุ่มของอสูรกายพวกนั้น คงไม่ตกอยู่ในสภาพใกล้ตายเเบบนี้ "

    เมื่อเห็นว่าต่างคนต่างถอนหายใจออกมาพร้อมกัน ชายหนุ่มทั้งสองคนที่มีสถานะราวกับคนคล้ายจะรู้จัก ได้หัวเราะออกมาอย่างเเห้งเเล้งขมขื่น เส้นกั้นไร้รูปร่างระหว่างกันที่เคยสร้างความอึดอัดเเบ่งเเยก บัดนี้ได้ถูกสองหนุ่มแปลกหน้าร่วมมือกันทำลายล้างไป

    " อีกนานมั้ย กว่าพี่ชายจะกลับมา? "

    " เอ่อ... " ได้ยินดังนั้นไฝถึงกับเงียบงันไป เเต่ความคิดมากมายได้เเล่นผ่านเข้ามาในจิตใจ ใบหน้านิ่งที่เหมือนไร้ความรู้สึกเผยอารมณ์เศร้าหมองอย่างไม่รู้ตัว " ผมตื่นขึ้นมาในร่องลึก มันเป็นเหมือนรอยไถขนาดใหญ่ ยาวไกลสุดสายตา เมื่อปีนขึ้นเนินดินนั้นมาได้ ผมออกตามหาพี่ชายอยู่นาน เเต่พบเพียงรอยเท้าสัตว์กับร่องรอยต่อสู้ขัดขืนที่ผ่านมาได้ไม่นาน ผมอยากจะตามรอยนั้นต่อ เเต่จำเป็นต้องหนีหัวซุกหัวซุน เพราะพื้นดินเกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนเเรง จากการก้าวเดินของบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่มาก จนมาพบกับเล็กที่ใกล้จะหมดสติ "

    " พี่ชายถูกจับตัวไป " เล็กน้ำขมวดคิ้วลึก เรื่องนี้สร้างความหวาดหวั่นใจให้เขาเป็นอย่างมาก เพราะนี่คือสาระสำคัญที่อีกฝ่ายอ้ำอึ้งต้องการบอกกล่าวมาโดยตลอด " เเล้วพวกมันมีมากเท่าไหร่ "

    " ผมไม่ทราบ ร่องรอยทั้งหมดดูสับสนยุ่งเหยิง เเต่คิดว่าคงไม่ต่ำกว่าห้าคน " เมื่อมาถึงจุดนี้ ไฝพยายามมองเข้าไปในดวงตาของเล็กน้ำอย่างลึกซึ้ง พลันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เเผ่วเบาอย่างเจ็บปวด " ได้โปรดช่วยผมด้วย "

    ในยามนี้มีเพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัด เล็กน้ำหรี่ตาลงทำทีกำลังครุ่นคิด เเม้ภายนอกจะเเสดงออกมาดูเหมือนเฉยเมย เเต่เขาจะเป็นคนใจจืดใจดำได้อย่างไร โดยเฉพาะกับผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือเอาไว้ถึงสองครั้ง เพียงเเต่ที่ยังไม่ตกปากรับคำ เพราะเล็กน้ำอยากเห็นเบื้องลึกของไฝให้กระจ่างชัดมากกว่านี้ อยากจะรู้ว่าชายหนุ่มรุ่นน้องผู้นี้เป็นคนเช่นไร บางทีมันอาจจะเป็นปีศาจจิ้งจอก กลิ้งกลอกเล่นลิ้นทวงถามชีวิตของเขาคืนเมื่อไม่ได้ดั่งใจ!

    ' ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร... ผมเข้าใจคุณ มันเป็นเรื่องยากมาก ที่จะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อใครบางคนที่ไม่รู้จัก ' ไฝรอคอยคำตอบอย่างเคร่งเครียด เเต่มันยังคงเฝ้ารออย่างสงบด้วยใจที่จดจ่อ

    ' นิสัยใช้ได้เหมือนกันเเฮะ ' เล็กน้ำลอบอมยิ้มอยู่ในใจ " ตอนนี้น่าจะมีเหล้าซักขวดนะ "

    " หือ... อะไรนะ ผมไม่ทันได้ฟัง " ไฝมีสีหน้างุนงง รู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย เเต่ยังคงฝืนยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ คำตอบที่ได้รับช่างห่างใกลเหลือเกินกับสิ่งที่มันคาดหวัง

    " ขอพูดตามตรง ผมอยากให้ไฝยอมรับความจริง มันเป็นเรื่องที่เเทบจะเป็นไปไม่ได้ ในการช่วยเหลือพี่ชายของไฝท่ามกลางสมรภูมิที่เราไม่รู้จัก อีกอย่าง การวางแผนมันง่ายกว่าการลงมือทำจริงอย่างเทียบไม่ได้เลย " เขาเว้นวรรคเล็กน้อย " ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบยังไงดี เอาเป็นว่าคอยประเมินสถานการณ์ไปก่อน หากสบโอกาสเราค่อยว่ากันอีกทีเเล้วกัน "

    ได้ยินดังนั้น ใบหน้าเเข็งทื่อที่ถูกความสิ้นหวังฉาบเคลือบ บัดนี้เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างเข้มข้น ภายในความคิดของไฝ หากเล็กน้ำเสเเสร้งรับปากอย่างง่ายดาย คำตอบนั้นจะสร้างผิดหวังให้กับตัวมันอย่างร้ายกาจ เมื่อกระทำการใดที่ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน จะไม่มีวันหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้ ทุกคนล้วนเกิดดับได้เเค่ครั้งเดียวเท่านั้น มันคือสัจธรรม คนเราต้องรู้จักรักชีวิตตนเองก่อน ถึงจะสามารถมองเห็นสถานการณ์ที่หมุนเวียนอยู่รอบกายได้อย่างเเจ่มชัด

    " มาทางนี้ ผมมีบางสิ่งอยากให้เล็กเห็น " ไฝเดินนำไปยังพุ่มไม้ด้านหลังที่มีความสูงเพียงเเค่ครึ่งหนึ่งของร่างกาย เมื่อเห็นว่าเล็กน้ำมายืนขนาบอยู่ด้านข้าง มันรีบใช้ฝ่ามือเเหวกดงดอกไม้สีขาว ท่ามกลางพุ่มใบสีเขียวรูปสามเหลี่ยมอันหนาทึบ

    " นี่มัน! " เล็กน้ำถึงกับผงะ ใบหน้าของเขาเเข็งค้าง ก้าวถอยไปด้านหลังด้วยความหวาดกลัว...