เวลาผ่านไปสามชั่วโมง แต่สำหรับพริมที่นอนพลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับอยู่บนเตียงกว้าง มันช่างยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์
เสียงเชียร์บอลเงียบลงไปนานแล้ว เหลือเพียงเสียงพูดคุยงึมงำและเสียงแก้วกระทบกันเป็ระยะ ความเงียบสงัดของค่ำคืนทำให้ประสาทััของพริมตื่นตัว ร่างกายของเธอยังคงจดจำสายตาโลมเลียของชายหนุ่มทั้งสามคนได้แม่นยำ มันเหมือนมีมดไต่ยิบๆ ไปตามผิวเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกอวบใหญ่ที่ยังคงคัดตึงภายใต้เสื้อยืดตัวบาง
โครม!
เสียงเหมือนของหนักหล่นกระแทกพื้นดังลั่นมาจากชั้นล่าง พริมสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวูบด้วยความใ
"พี่กานต์?"
เธอรีบผุดลุกจากเตียงโดยไม่ทันได้คิดหน้าคิดหลังด้วยความความเป็ห่วง ทำให้เธอก้าวเท้าฉับๆ ออกจากห้องนอน เดินลงบันไดมาด้วยความเร่งรีบ
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาพริมชะงักฝีเท้า
สภาพห้องรับแขกดูเละเทะกว่าตอนหัวค่ำ ขวดวิสกี้ราคาแพงพร่องไปเกือบหมดขวด กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกคละคลุ้งผสมปนเปไปกับกลิ่นบุหรี่และกลิ่นเหงื่อของผู้ชาย ให้ความรู้สึกดิบเถื่อนและมึนเมาในเวลาเดียวกัน
ที่พื้นพรมหน้าโซฟา กานต์สามีของเธอนอนคว่ำหน้าหมดสภาพอยู่ตรงนั้น เขาคงเมาจนร่วงลงมาจากโซฟาเสียงดังโครมเมื่อครู่ เสียงกรนดังสนั่นบ่งบอกว่าเขาได้หลุดเข้าไปในโลกแห่งความฝันเรียบร้อยแล้ว ทิ้งภรรยาคนสวยให้เผชิญหน้ากับความจริงเพียงลำพัง
"พี่กานต์!" พริมรีบวิ่งเข้าไปหา ตั้งใจจะพยุงสามีขึ้น
แต่ยังไม่ทันที่มือจะแตะโดนตัวกานต์ เงาทะมึนขนาดใหญ่ก็ทาบทับลงมาขวางหน้าเธอไว้
พริมเงยหน้าขึ้นมอง และพบว่าตัวเองถูกล้อมไว้หมดแล้ว
เฮียธามนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ที่กานต์เพิ่งร่วงลงไป เสื้อเชิ้ตสีดำของเขาถูกปลดกระดุมลงมาลึกกว่าเดิมจนเห็นแผงอกกว้างที่มีไรขนจางๆ ใบหน้าคมเข้มแดงก่ำเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ั์ตาฉ่ำเยิ้มแต่ยังคงความดุดันจ้องมองเธอราวกับราชสีห์มองเหยื่อ
เจตน์ยืนพิงกำแพงอยู่ด้านข้าง ถือแก้ววิสกี้แกว่งไปมา รอยยิ้มมุมปากดูอันตรายกว่าเดิมหลายเท่า ส่วน สิงห์ ยืนตระหง่านอยู่ด้านหลังพริม ปิดทางหนีขึ้นบันไดโดยสิ้นเชิง กลิ่นกายชายฉกรรจ์ที่ผสมกลิ่นเหล้าจางๆ จากตัวสิงห์ลอยมาแตะจมูกพริมจนเธอเผลอสูดดมเข้าไป... มันเป็กลิ่นที่กระตุ้นฮอร์โมนเพศหญิงอย่างประหลาด
"ปล่อยมันนอนอยู่นั่นแหละพริม..." เฮียธามเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าทรงอำนาจ "มันน็อคไปแล้ว ปลุกให้ตายก็ไม่ตื่น"
"ตะ... แต่ว่าพริมต้องพาพี่กานต์ไปนอน" พริมแย้งเสียงสั่น เธอรู้สึกตัวเล็กลีบเมื่ออยู่ท่ามกลางวงล้อมของผู้ชายตัวโตทั้งสาม
"ไม่ต้องห่วงมันหรอกน่า ห่วงตัวเองดีกว่ามั้งครับคนสวย" เจตน์เดินเข้ามาใกล้ นั่งยองๆ ลงตรงหน้าพริมที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างสามี สายตาของเจตน์โฟกัสลงไปที่คอเสื้อยืดของพริมทันที ซึ่งในท่านั่งคุกเข่าแบบนี้ มันทำให้หน้าอกตูมใหญ่ของเธอห้อยต่ำจนเห็นร่องลึกชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
"หมายความว่ายังไงคะ?" พริมถาม พยายามดึงคอเสื้อขึ้นปิด
"ก็ผัวน้องพริมเนี่ยสิ..." เจตน์ใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หัวกานต์เบาๆ "ก่อนจะน็อค มันเล่นเกมแพ้พวกพี่ราบคาบ... ติด 'หนี้' พวกพี่ไว้กองพะเนินเลยนะ"
"หนี้? หนี้พนันเหรอคะ?" พริมตาโต "เท่าไหร่คะ เดี๋ยวพริม..."
"จุ๊ๆๆ..." เฮียธามส่งเสียงขัดจังหวะในลำคอ เขาโน้มตัวลงมาจากโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากใบหน้าพริมเพียงคืบ กลิ่นวิสกี้ชั้นดีจากลมหายใจเขาราดรดแก้มใส "ไม่ใช่เงิน... พวกพี่ไม่้าเงิน"
"แล้ว... แล้ว้าอะไรคะ?"
"เกมนี้เรียกว่า 'King's Game' (เกมพระาา)"
ธามอธิบายช้าๆ สายตาโลมเลียไปทั่วใบหน้าและลำคอระหงของเธอ
"คนแพ้ต้องทำตามคำสั่งคนชนะ... ไอ้นี่มันแพ้รอบสุดท้าย บทลงโทษคือ ต้องบริการเพื่อนให้ถึงใจ แต่มันดันชิงหลับหนีไปซะก่อน"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน พริมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ รู้สึกถึงลางร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"ในเมื่อผัวทำไม่ได้... เมียก็ต้องรับผิดชอบแทน จริงไหม?"
ประโยคสุดท้ายของเฮียธามเหมือนค้อนที่ทุบลงกลางใจพริม
"พริม... พริมทำไม่ได้หรอกค่ะ พริมไม่รู้เื่ด้วย" เธอพยายามจะลุกหนี แต่ฝ่ามือหนาหนักของ สิงห์ ก็กดลงที่ไหล่บอบบางของเธอเบาๆ เพียงแค่นั้นร่างของเธอก็ทรุดลงนั่งกับที่เหมือนเดิม แรงมหาศาลของเขาทำให้เธอรู้ว่าไม่มีทางสู้ได้
"หนี้ต้องชดใช้ กฎต้องเป็กฎ" สิงห์พูดประโยคแรกของวัน เสียงของเขาทุ้มลึกกังวานเหมือนเสียงคำรามในลำคอ
"กติกาง่ายๆ พริม..." เจตน์ขยับเข้ามาใกล้จนเข่าชนกับต้นขาเธอ "กานต์มันติดค้างพวกพี่อยู่ 3 บทลงโทษ... พริมแค่รับบทลงโทษแทนมัน 3 ข้อ แล้วหนี้จบกัน โอเคไหม?"
พริมมองหน้าสามีที่นอนหลับไม่รู้เื่รู้ราว แล้วหันไปมองหน้าชายหนุ่มทั้งสามที่มีสีหน้าคาดหวังแกมบังคับ ลึกๆ ในใจที่เต้นระรัว ความกลัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความตื่นเต้นอย่างประหลาด ความคิดสกปรกที่เธอเก็บกดมานานเริ่มส่งเสียงเรียกร้อง
สามข้อ... แค่สามข้อเอง
แถมผัวก็นอนอยู่ตรงนี้... ต่อหน้าผัวเลยนะ
"ถ้า... ถ้าพริมยอมทำ พี่ๆ จะไม่โกรธพี่กานต์ใช่ไหมคะ?" พริมถามเสียงแ่ พยายามหาข้ออ้างให้ความร่านลึกๆ ของตัวเอง
"แน่นอนจ้ะ ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น" เจตน์ยิ้มกว้าง แววตาเป็ประกายวาววับ
เฮียธามกระตุกยิ้มมุมปาก เขาเอนหลังพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลายแต่แฝงอำนาจ ขาข้างหนึ่งยกขึ้นไขว่ห้าง ปลายเท้าเกือบจะเขี่ยโดนแขนพริม
"ดี... งั้นเริ่มบทลงโทษข้อแรก" ธามสั่งเสียงเข้ม ดวงตาจ้องเขม็งไปที่หน้าอกหน้าใจที่ล้นทะลักเสื้อยืดออกมา
"ถอดเสื้อในออก อ้อ ...ลืมไป น้องพริมไม่ได้ใส่นี่นา" เจตน์หัวเราะร่วน
"งั้นเปลี่ยนเป็..."
ธามเว้นจังหวะ จงใจใช้สายตาเปลื้องผ้าเธอทางอ้อม
"...ถอดเสื้อตัวนั้นออกซะ พริม เดี๋ยวนี้"
พริมเบิกตากว้าง มือเรียวยกขึ้นกอดอกตัวเองแน่น
"ตะ... แต่นี่มันห้องรับแขกนะคะ พี่กานต์ก็..."
"มันหลับไปแล้ว มันไม่เห็นหรอก" สิงห์พูดสวนขึ้นมาเรียบๆ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมาจับที่ชายเสื้อยืดตัวโคร่งของพริม นิ้วโป้งหยาบกร้านปัดผ่านหน้าท้องแบนราบจนเธอสะดุ้งเฮือก
"เร็วเข้าสิพริม... หรืออยากให้พวกพี่ช่วยถอด?" เจตน์ขู่ทีเล่นทีจริง พลางขยับตัวเข้ามาประชิด
ความกดดันถาโถมเข้ามา พริมเม้มปากแน่น ลมหายใจหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมแรง เธอสบตากับเฮียธามที่มองมาอย่างท้าทาย สบตากับเจตน์ที่มองมาอย่างหื่นกระหาย และััได้ถึงไอร้อนจากร่างของสิงห์ที่ประกบอยู่ด้านหลัง
มือสั่นเทาของค่อยๆ เลื่อนลงไปจับชายเสื้อยืด หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะะเิ
เอาวะ ก็แค่ถอดเสื้อ...
พริมค่อยๆ ดึงชายเสื้อยืดสีขาวขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นหน้าท้องขาวเนียน เอวคอดกิ่ว และในที่สุด... สองเต้าอวบอิ่มมหึมาที่เด้งผึงออกมาเป็อิสระทันทีที่พ้นร่มผ้า
แสงไฟสีส้มสลัวในห้องตกกระทบลงบนผิวเนื้อขาวผ่อง เน้นให้เห็นความกลมกลึงและน้ำหนักของทรวงอกคู่ั์ที่แกว่งไหวเบาๆ ยอดถันสีชมพูหวานชูชันแข็งเป็ตุ่มไตเพราะความเย็นและความเสียวซ่าน
"เชรดดด ของจริงว่ะ" เจตน์ครางเสียงต่ำในลำคอ ตาแทบถลน
แม้แต่เฮียธามที่เก็บอาการเก่ง ยังเผลอเลียริมฝีปากตัวเอง ดวงตาจ้องมองูเาไฟคู่งามที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าอย่างไม่วางตา
"ลูกเบ้อเริ่ม..." สิงห์พึมพำเสียงแหบพร่าอยู่ข้างหูพริม ลมหายใจร้อนๆ ของเขาเป่ารดต้นคอเธอจนขนลุกซู่
พริมหน้าร้อนผ่าวจนแทบไหม้ เธอนั่งเปลือยท่อนบนคุกเข่าอยู่ท่ามกลางชายฉกรรจ์สามคน โดยมีสามีนอนหมดสภาพอยู่แทบเท้า ความรู้สึกอับอายตีคู่มากับความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านจนเปียกแฉะไปทั้งกางเกงใน
"ข้อแรกผ่าน..."
เฮียธามเอ่ยเสียงพร่า เขาขยับตัวโน้มลงมาหาเธอ สายตาจดจ้องที่ยอดอกสีชมพู
"ต่อไปข้อที่สอง... มาหาพี่ตรงนี้ แล้วรินเหล้า"