ยอดหญิงทะลุมิติ

    18 เยี่ยมดูอาการท่านปู่

    หลังจากที่ขายของเสร็จแล้วนั้น ทุกคนจึงตัดสินใจที่จะไปดูอาการของท่านปู่ต่อ แต่ก็ไม่รู้ว่าท่านลุงใหญ่ได้พาท่านปู่ไปรักษาที่โรงหมอไหน โรงหมอขนาดใหญ่ภายในเมืองนี้มีมากถึงสามโรงด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าในแต่ละที่นั้นจะต้องเก็บค่ายาและค่ารักษาแพงมากเป็๲แน่


    แต่หลี่ลู่เอินก็ได้สอบถามกับผู้คนในละแวกนี้แล้วว่าในโรงหมอทั้งสามโรงนั้นมีอยู่ที่หนึ่งในนั้นที่เก็บค่ารักษากับชาวบ้านด้วยราคาย่อมเยาว์ เพราะมีอาจารย์หมอที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งที่มีคุณธรรมและเปี่ยมเมตตายิ่ง ท่านจะคอยช่วยเหลือคนยากคนจน โดยจะคิดเงินกับคนไข้ที่มีฐานะร่ำรวยด้วยราคามหาโหด แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดาสามัญนั้นท่านจะเมตตาดูอาการให้โดยที่ไม่เก็บค่าหมอ แต่ก็ยังคงเก็บในส่วนของค่ายา และหากชาวบ้านยังไม่มีเงินจ่ายค่ายารักษาตนเอง อาจารย์หมอท่านนี้ก็ยินดีให้ชาวบ้านจ่ายเงินแบบผ่อนชำระได้ 


    พิจารณาดูแล้วท่านลุงใหญ่คงจะพาท่านปู่ไปตรวจรักษาที่โรงหมอแห่งนั้นเป็๲แน่ เช่นนั้นทุกคนจึงมุ่งหน้าไปที่นั่น พวกนางบอกให้ท่านลุงเจินกลับไปก่อนเพราะพวกนางคงอยู่ในเมืองอีกนานมาก กว่าจะกลับไปยังหมู่บ้านเกรงว่าจะทำให้ท่านลุงเจินต้องรอนาน 


    หลี่ลู่เอินพาครอบครัวของนางเดินเท้าหาโรงหมอที่ชาวบ้านพูดถึง โดยอาศัยถามทางเพื่อไปยังโรงหมอแห่งนั้นไปตลอดทาง จนในที่สุดพวกนางก็มาถึงที่หมาย หลี่ลู่เอินยืนสำรวจเบื้องหน้าโรงหมอที่ถูกตกแต่งด้วยความเรียบง่าย เหนือประตูทางเข้ามีเพียงป้ายอักษร ฮุ่ยเหอ ที่ถูกบรรจงเขียนด้วยความประณีตอ่อนช้อยส่งผลให้อักษรเหล่านี้มีความงดงามและทรงพลังในตัวของมันเอง


    "ท่านลุง! พวกข้ามาเยี่ยมคนไข้ชื่อ หลี่ลู่จินไม่ทราบว่าตอนนี้พักอยู่ที่ใดหรือเ๽้าคะ"


    หลี่ลู่เอินเอ่ยสอบถามกับชายวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดสีขาวคนหนึ่งที่กำลังเช็ดถูโต๊ะตัวหนึ่งอยู่ 


    เมื่อได้ยินเสียงเรียกชายคนดังกล่าวหยุดคิดพักหนึ่งจึงถามกลับ


    "หลี่ลู่จิน! หลี่ลู่จินใช่คนที่เพิ่งมาเมื่อวานหรือไม่ ที่นี่คนเยอะข้าก็จำไม่ได้หมดทุกคนหรอก หากจำไม่ผิดมีคนแซ่หลี่เข้ามาเมื่อวานคนหนึ่งกระมัง"


    "ใช่เ๽้าค่ะ! เพิ่งมาเมื่อวาน รบกวนพี่ชายช่วยนำทางได้หรือไม่"


    เป็๲หลี่ลู่หลินที่เอ่ยคำด้วยน้ำเสียงสุภาพชายคนดังกล่าวจึงตอบรับด้วยความสุภาพเช่นเดียวกัน


    "เชิญด้านนี้ขอรับ"


    ได้ยินดังนั้นทุกคนจึงเดินตามชายวัยกลางคนไป จนเดินมาถึงห้องๆหนึ่ง ซึ่งภายในห้องนันมีเตียงนอนสำหรับคนป่วยมากถึงสิบเตียง ซึ่งในแต่ละเตียงนั้นก็มีคนป่วยนอนเต็มอยู่ทุกเตียงเช่นกัน ข้างๆเตียงของคนป่วยนั้นมีเก้าอี้สำหรับญาติที่มาเฝ้าไข้คอยดูแลความสะดวกสะบายต่างๆนานาให้กับคนป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ดูแล้วก็มีความคล้ายคลึงกับโรงพยาบาลในชีวิตก่อนของนางอยู่ไม่น้อย แตกต่างกันเพียงแค่ตัวยากับเครื่องมือทางการแพทย์ และความรู้ทางการแพทย์เพียงเท่านั้น 


    ชายคนนั้นพาพวกตนเดินมาจนสุดมุมห้องริมหน้าต่าง หลี่ลู่เอินที่เดินตามชายวัยกลางคนมาอย่างกระชั้นชิดมองเห็นร่างชราของท่านปู่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงและมีท่านลุงกับท่านป้าสะใภ้นั่งป้อนอาหารอยู่ที่ด้านข้างเตียงคนป่วย 


    "พี่ใหญ่!พี่สะใภ้!ท่านพ่อเป็๲เช่นไรบ้างเ๽้าคะ"


    หลี่ลู่หลินร้องทักขึ้นพร้อมกับสอบถามอาการเมื่อเดินมาถึงด้านหน้าเตียงคนป่วย 


    หลี่เลี่ยงรุ่ยกับหลี่ซูฉี ผู้เป็๲ภรรยาหันมาตามเสียงทักก็เห็นครอบครัวของน้องชายตนมากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา คิ้วหนาของผู้เป็๲ลุงขมวดขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัยเช่นเดียวกับผู้เป็๲ภรรยา แต่เพียงชั่วครู่ก็คลายลง ทั้งสองคนมอบรอยยิ้มบางส่งไปให้พร้อมกับเล่าอาการของชายชราให้กับน้องสะใภ้และหลานๆของตนได้รับฟัง


    "ท่านพ่อเพิ่งฟื้นเมื่อคืนวาน แต่ไม่มีแรงขยับแขนขยับขาลุกขึ้นเดินไปไหนมาไหนเองได้ ท่านหมอจึงให้นอนดูอาการอยูู่ที่นี่เสียก่อน นี่ก็กำลังป้อนข้าวอยู่"


    หลี่ลู่เอินมองดูผู้เป็๲ปู่แล้วมีอาการคล้ายกับคนที่เป็๲โรคเส้นเ๣ื๵๪ในสมองแตก คนที่เป็๲โรคนี้นั้นพอฟื้นขึ้นมาแล้วก็มีอาการอัมพาตครึ่งซีกแขนขาอ่อนแรงเช่นนี้ ซึ่งก็ไม่ง่ายเลยที่คนที่มีอาการป่วยด้วยโรคนี้จะสามารถหายและกลับมาเดินเหินได้อีกครั้งยิ่งกับผู้สูงอายุด้วยแล้วนั้นโอกาศที่จะกลับมาเดินเหินได้เช่นเดิมเรียกได้ว่าริบหรี่เต็มที


    อีกทั้งในยุคสมัยนี้ยังไร้ซึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์อีกด้วย หากเป็๲เช่นนี้อาการของท่านปู่คงไม่สามารถที่จะรักษาให้หายได้เลย คงทำได้เพียงกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อกล้ามเนื้อและหมั่นทำกายภาพบำบัดเป็๲ประจำและต่อเนื่องเพียงเท่านั้น


    พูดคุยกันพอหอมปากหอมคอหลี่ลู่เอินจึงปลีกตัวออกมาเดินเตร็ดเตร่ข้างนอกกับหลี่ลู่เสียน ปล่อยให้มารดากับน้องสาวอยู่เฝ้าไข้ท่านปู่ที่นี่


    "ท่านแม่ประเดี๋ยวข้ากับพี่ใหญ่ขอไปทำธุระสักเล็กน้อยท่านแม่กับเสี่ยวชิงรอที่นี่เป็๲เพื่อนท่านลุงท่านป้าก่อนเถิดเ๽้าค่ะเสร็จธุระแล้วพวกเราจะมารับ"


    "ไปเถิดอย่าได้ซุกซนกันนักเล่า"


    "รับทราบแล้วเ๽้าค่ะ" นางกล่าวด้วยท่าทางขี้เล่นเพื่อเป็๲การผ่อนคลายไม่ให้ทุกคนตึงเครียดจนเกินไป ซึ่งทุกคนต่างก็ยิ้มขำกับท่าทางของนาง นางจึงคว้าแขนพี่ชายและรีบจับจูงเขาเดินออกไปด้านนอกในทันที

    นิยายแนะนำ