ยามค่ำคืนในตำหนักหยกขาว ความเงียบสงบที่ปกคลุมถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นของ องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียน ที่เดินตรงมายังตำหนักโดยไม่รั้งรอ บ่าวรับใช้รีบเปิดประตูต้อนรับ เมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของผู้มาเยือน
หลินเหม่ยซิน นั่งอยู่คนเดียวในห้อง ดวงตาคู่สวยของนางหม่นหมอง รอยยิ้มที่เคยอ่อนโยนหายไป นางเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเขา และลุกขึ้นยืนอย่างประหลาดใจ
“องค์รัชทายาท…” นางเอ่ยเสียงเบา
หลี่หย่งเทียนเดินตรงเข้ามา จับมือนางไว้แน่น ดวงตาคมเข้มของเขาจ้องมองนางอย่างอ่อนโยน “ข้าได้ยินมาทั้งหมดแล้ว ข้าขอโทษ…ที่ปล่อยให้เ้าต้องเ็ป”
เหม่ยซินหลุบตาลง พยายามปกปิดความเศร้า “ไม่ใช่ความผิดของท่านเพคะ หม่อมฉันควรระวังให้มากกว่านี้”
“ไม่” เขากล่าวหนักแน่น “มันเป็ความผิดของข้า ที่ไม่สามารถปกป้องเ้าได้ ข้าไม่น่าปล่อยให้เ้าเผชิญหน้ากับสิ่งเ่าั้เพียงลำพัง”
คำพูดของเขาทำให้หัวใจของเหม่ยซินสั่นไหว นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ริมฝีปากของนางสั่นเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา “หม่อมฉันไม่เป็ไรเพคะ…แค่มีท่านอยู่ตรงนี้ ทุกอย่างก็ไม่สำคัญแล้ว”
หลี่หย่งเทียนค่อยๆ ดึงนางเข้ามาในอ้อมแขน น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน “ข้าสัญญา…จากนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายเ้าได้อีก ไม่ว่าใครก็ตาม”
เหม่ยซินหลับตาลงในอ้อมกอดของเขา ความอบอุ่นที่เขามอบให้ทำให้ความเ็ปที่นางแบกรับมาตลอดทั้งวันค่อยๆ จางหาย
ในยามค่ำคืนที่เงียบสงบ แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างของตำหนักหยกขาว เสียงกระซิบแ่เบาดังขึ้นภายในห้อง
หลี่หย่งเทียนจับใบหน้าของเหม่ยซินเบาๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะก้มลงจูบริมฝีปากของนางอย่างอ่อนโยน
เหม่ยซินหลับตารับัันั้น ริมฝีปากของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคงและปลอบประโลม นางรู้สึกได้ถึงความรักและความจริงใจที่เขามอบให้
“ข้ารักเ้า” เขาพูดเบาๆ ใกล้ๆ หูของนาง
คำพูดนั้นทำให้น้ำตาของเหม่ยซินไหลลงมาอย่างช้าๆ นางไม่ตอบอะไร เพียงโอบกอดเขาไว้แน่น องค์รัชทายาทเริ่มใช้มือลูบไล้ ถอดเสื้อผ้าของนางออกทีละชิ้นๆ
เหม่ยหลินเองก็ไม่ขัดขืน องค์รัชทายาทเริ่มดันนางนอนลงอย่างเบามือ พร้อมกับกดร่างของตัวเองเข้าไปอย่างอ่อนโยน
คืนที่ยาวนานผ่านไป ทั้งสองใช้เวลาร่วมกันในตำหนักหยกขาว หลี่หย่งเทียนมอบความรักและความปลอบโยนให้กับเหม่ยซิน ท่ามกลางความเงียบสงบของราตรีที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันลึกซึ้ง
ยามรุ่งสาง แสงแรกของวันสาดส่องเหนือวังหลวง ทว่า บรรยากาศในวังกลับไม่ได้สดใสเช่นเดียวกับแสงอาทิตย์ ข่าวลือเกี่ยวกับการกระทำของ องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียน ในค่ำคืนที่ผ่านมาเริ่มแพร่กระจายไปทั่ว เสียงกระซิบกระซาบจากเหล่านางกำนัลและขันทีดังก้องไปทั่วตำหนัก
“องค์รัชทายาทเสด็จไปตำหนักหยกขาวทั้งคืน… แทนที่จะอยู่กับพระชายาเอก”
“ใช่แล้ว ข้าได้ยินว่าทรงอยู่กับสนมเหม่ยจนรุ่งสาง…”
ที่ตำหนักพระชายาเอก
ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ ดวงตาของนางจ้องมองถ้วยชาที่อยู่ตรงหน้า แต่ความคิดกลับล่องลอยไปยังเื่ราวที่เกิดขึ้น ข่าวลือที่แพร่กระจายมาถึงตำหนักของนางทำให้ความโกรธแค้นก่อตัวขึ้นในใจ
นางกำนัลคนสนิทคุกเข่าอยู่ข้างๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง “พระชายาเพคะ ข่าวลือเริ่มแพร่กระจายไปทั่วแล้ว ทุกคนพูดกันว่าองค์รัชทายาททรงใช้เวลาทั้งคืนกับสนมเหม่ย”
“ข้ารู้” อวี้หลันตอบเสียงเรียบ แต่แววตากลับเยือกเย็นเหมือนน้ำแข็ง
“พระชายาจะทรงทำสิ่งใดเพคะ?”
อวี้หลันหยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่มอย่างช้าๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง
“ข้าไม่จำเป็ต้องทำอะไร…” นางเอ่ยเสียงเย็น “ปล่อยให้ข่าวลือเ่าั้แพร่กระจายไป ยิ่งทุกคนพูดถึงเื่นี้มากเท่าไร สนมเหม่ยก็จะยิ่งถูกจับตามองมากขึ้นเท่านั้น”
นางกำนัลมองผู้เป็นายอย่างประหลาดใจ “แต่ถ้าเช่นนั้น…พระชายาจะไม่เสียเปรียบหรือเพคะ?”
“เสียเปรียบหรือ?” อวี้หลันหัวเราะเบาๆ “ในวังหลวงแห่งนี้ ใครก็ตามที่เป็ที่รักของฝ่าาย่อมถูกอิจฉา… และเป้าหมายของความอิจฉานั้นย่อมถูกเล่นงานโดยไม่ต้องให้ข้าลงมือเอง”
ที่ตำหนักหยกขาว
หลินเหม่ยซินตื่นขึ้นมาในยามเช้าพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน แต่เมื่อได้ยินข่าวลือที่เริ่มแพร่กระจาย ใบหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความกังวล
“องค์รัชทายาท… ตอนนี้ทุกคนต่างพูดถึงเื่ของเรา” นางเอ่ยกับหลี่หย่งเทียนขณะนั่งอยู่ด้วยกันในตำหนัก
หลี่หย่งเทียนวางมือลงบนไหล่ของนาง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “อย่าได้สนใจคำพูดของคนอื่น พวกเขาไม่มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้”
“แต่…”
“ข้าจะจัดการเอง” เขากล่าวเสียงหนักแน่น “ไม่ว่าพวกเขาจะพูดถึงเ้าอย่างไร ข้าจะไม่ยอมให้เ้าต้องเผชิญหน้ากับเื่นี้เพียงลำพัง”
คำพูดของเขาทำให้เหม่ยซินรู้สึกอบอุ่นใจ แต่ลึกๆ ในใจ นางรู้ว่าการเป็ที่รักขององค์รัชทายาทไม่ใช่เกราะกำบังจากความวุ่นวายในวังหลัง
ที่ท้องพระโรง
ฮ่องเต้ทรงรับฟังรายงานจากขันทีเกี่ยวกับข่าวลือ พระพักตร์ของพระองค์เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
“เ้ารู้หรือไม่ว่าการกระทำของเ้านำความวุ่นวายมาสู่ราชสำนัก?” ฮ่องเต้ตรัสกับหลี่หย่งเทียนที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า
“ลูกขออภัยพ่ะย่ะค่ะ” หลี่หย่งเทียนกล่าว แต่แววตามิได้แสดงถึงความสำนึกผิด
“เ้าจงระวังตัวให้มากกว่านี้ รัชทายาทไม่ใช่ตำแหน่งที่ทำตามใจตัวเองได้” ฮ่องเต้ตรัสเตือนเสียงเรียบ “และเ้าจงจำไว้ว่า ทุกการกระทำของเ้าจะส่งผลต่อราชวงศ์ทั้งสิ้น”
ในยามบ่ายที่ตำหนักหยกขาว ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ หลินเหม่ยซิน นั่งอยู่คนเดียวในห้อง ดวงตาที่เคยเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนบัดนี้เต็มไปด้วยความหม่นหมอง เสียงกระซิบกระซาบจากนางกำนัลและบ่าวไพร่ยังคงดังก้องในหัวของนาง
“นางก็แค่สนมขั้นกลาง…แต่กล้าดีที่ทำตัวเด่นเกินหน้าพระชายาเอก”
“ใช่ ข้าล่ะสงสัยว่าองค์รัชทายาทจะเห็นอะไรในตัวนาง…”
เสียงนินทาเ่าั้ทำให้อกของเหม่ยซินแน่นหน่วง น้ำตาที่เคยไหลรินจนหมดไปถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลง นางจ้องมองเงาตัวเองในกระจก ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนดูเปราะบาง แต่ในดวงตากลับปรากฏแววบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“ทำไมต้องเป็ข้า…ที่ต้องเผชิญกับเื่เลวร้ายเหล่านี้?” นางพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความเ็ป
ยามค่ำคืน
หลี่หย่งเทียนเสด็จมาที่ตำหนักหยกขาวอีกครั้ง เขาพยายามปลอบประโลมเหม่ยซินอย่างที่เคยทำ แต่คืนนี้กลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่แตกต่างไป
เหม่ยซินยิ้มให้เขาเช่นเคย น้ำเสียงของนางยังคงอ่อนโยน “องค์รัชทายาท… หม่อมฉันไม่โกรธเคืองใครเลยเพคะ เื่ทั้งหมดนี้คงเป็เพราะหม่อมฉันไม่มีความสามารถพอที่จะรับตำแหน่งนี้”
หลี่หย่งเทียนขมวดคิ้ว “อย่าพูดเช่นนั้น เหม่ยซิน เ้าคือคนที่ข้ารัก และข้าจะไม่ยอมให้ใครดูถูกเ้า”
นางยิ้มจางๆ ก่อนจะเอื้อมมือแตะมือของเขาเบาๆ “…เพียงแค่มีท่านอยู่ข้างๆ หม่อมฉันก็พอใจแล้ว”
คำพูดของนางทำให้หลี่หย่งเทียนรู้สึกอ่อนใจ เขาดึงนางเข้ามากอดแนบอก “ข้าสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเ้า”
ในหัวใจของเหม่ยซิน
ขณะที่นางนอนนิ่งในอ้อมแขนของหลี่หย่งเทียน ความคิดในหัวของนางเริ่มแปรเปลี่ยน “ถ้าท่านรักข้าจริง ทำไมข้าต้องทนกับความเ็ปพวกนี้เพียงลำพัง? ทำไมข้าต้องถูกนินทาและเหยียดหยาม… ในเมื่อข้าไม่ได้ทำอะไรผิด?”
นางหลับตา แต่แววตาที่ซ่อนอยู่ภายในกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ข้าจะไม่เป็คนอ่อนแออีกต่อไป… ถ้าท่านรักข้าจริง ข้าก็จะใช้ความรักของท่านเป็เกราะป้องกันตัวเอง และข้าจะตอบแทนทุกคนที่ทำร้ายข้าอย่างสาสม”
เช้าวันใหม่
เหม่ยซินเริ่มเปลี่ยนแปลง นางยังคงแสดงความอ่อนโยนและแสนดีกับองค์รัชทายาทและผู้คนรอบตัว แต่ลึกลงไป นางเริ่มวางแผนที่จะตอบโต้ทุกคนที่ทำให้นางต้องตกอยู่ในสถานะนี้
นางเรียกนางกำนัลคนสนิทมาใกล้ พลางยิ้มอ่อนโยน “ช่วยนำข่าวไปบอกพระชายาเอกว่า…หข้ายากขอโทษเื่เมื่อวาน และอยากส่งของขวัญไปเพื่อแสดงความเคารพ”
นางกำนัลมองนางด้วยความงุนงง แต่ไม่กล้าปฏิเสธ “เพคะ หม่อมฉันจะทำตามคำสั่ง”
เหม่ยซินมองตามหลังนางกำนัลที่จากไป รอยยิ้มที่เคยอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็เ็า “ในเมื่อทุกคน้าเล่นเกมนี้ ข้าก็จะไม่ยอมแพ้…”
ยามเช้าในวังหลวงกลับมาสงบเงียบตามปกติ แต่ใต้พื้นผิวที่ดูเรียบง่ายนั้น เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ซ่อนเร้น หลินเหม่ยซิน ยังคงรักษาบทบาทของนางอย่างแสนดี อ่อนโยน และสง่างาม ในสายตาของผู้อื่น นางคือสนมที่อ่อนน้อมถ่อมตน แต่ลึกลงไป…นางกำลังเดินหมากในเกมของตัวเอง
ที่ตำหนักพระชายาเอก
นางกำนัลคนสนิทของเหม่ยซินส่งของขวัญมาถึงตำหนักพระชายาเอก ท่ามกลางสายตาของเหล่านางกำนัลที่มองอย่างสงสัย
“พระสนมเหม่ยส่งของขวัญมาให้พระชายาเอกเพคะ เพื่อแสดงความขอโทษเื่ในงานเลี้ยง” นางกำนัลกล่าวพร้อมโค้งคำนับ
ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ ดวงตาคู่คมของนางจ้องมองกล่องของขวัญตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะยกยิ้มบาง “ช่างแสนดีจริงๆ … นางคงคิดว่าข้าจะให้อภัยง่ายๆ เช่นนั้นหรือ?”
นางกำนัลคนสนิทเอ่ยขึ้นเบาๆ “พระชายาจะทรงทำสิ่งใดเพคะ?”
“ไม่ต้องทำอะไร” อวี้หลันตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ปล่อยให้นางเล่นบทสนมแสนดีกับทุกคนต่อไป… แต่จงจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของนางให้ข้า”