“เ้าจะกลัวอะไรนักหนาหาที่นั่ง แล้วมาช่วยข้าทบทวนกระบวนการจัดตั้งกองทัพในตำราดีกว่า”
องค์ชายไม่พอใจกับความชักช้าเขาลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือไปหา หมายจะให้จับเป็หลักยึดแต่เพราะลุกพรวดพราดจนเสียหลักลื่นพรวดลงไปในแม่น้ำ ทำเอาน้ำแตกกระจายเป็วงกว้างร่างหนาจมลงอย่างรวดเร็วไปกระแทกกับหินใต้น้ำขาข้างหนึ่งครูดกับก้อนหินจนเืไหลและเจ็บชนิดที่ทำให้แข้งขาอ่อนแรงไปหมด
“องค์ชาย!!”
จื่อเว่ยร้องเรียกด้วยความใะโสามก้าวติด ตามลงไปช่วยดึงร่างชายหนุ่มขึ้นมา แต่ด้วยความที่หินมันลื่นบวกกับความร้อนรนจึงทำให้ตัวเองล้มลงไปด้วย กระแสน้ำแรงพัดทั้งสองให้ยิ่งจมลงไปแต่จื่อเว่ยตั้งตัวได้ก่อน เขาตะเกียกตะกายดันตัวขึ้นมาให้พ้นน้ำ และหันไปหาองค์ชายที่ต้องพยายามรักษาชีวิตเอาไว้ให้ได้
“เซียวซี”
เสียงเรียกจากชายฝั่งทำให้ขันทีโล่งใจทุกครั้งที่เกิดอันตรายใด ๆ เ้าของเสียงนี้จะเป็ผู้ช่วยองค์ชายเอาไว้ได้เสมอ
“ท่านอ๋องช่วยองค์ชายด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
เฉิงอี้กระโจนลงไปในน้ำความจริงมันไม่ได้ลึกเกินไปกว่าหน้าอก แต่เพราะเจ็บจากาแ เซียวซีจึงทุลักทุเลขึ้นมาไม่ได้สักที
“ยื่นมือมาเร็ว”
“เฉิงอี้แค่ก ๆ”
ชายหนุ่มคว้าตัวเซียวซีเอาไว้ได้จากด้านหลังก่อนจะตีขาพาขึ้นมาถึงริมฝั่ง แล้วรีบดึงตัวอีกฝ่ายเข้ามาหาเพื่อสำรวจาแ
“ค่อยๆ หายใจ” เขาลูบหลังลูบไหล่ให้คนที่ยังสำลักเอาน้ำออกจากช่องท้องไม่หยุดก่อนจะปัดผมเปียกที่ปรกหน้าออกให้ เมื่ออาการไอสงบลงเขาก็หยิบผ้าเช็ดหน้าที่พกเอาไว้ในอกเสื้อออกมาเช็ดใบหน้าซีดเซียวด้วยความเบามือ
“ข้าไม่เป็อะไรแล้วข…ขอบคุณมาก”
“ไปทำการประมาทจนตกน้ำอีกแล้วหรือ”
“ไม่ต้องมาตำหนิข้ายังเสียขวัญอยู่” เซียวซีทำหน้าบึ้ง
“ถ้าเ้ารู้จักเสียขวัญจริงคงไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายั้แ่เด็กเ้าอย่าเสียเวลาทำให้ข้าใจอ่อนไม่ดุด่าเ้าเลยเพราะข้ารู้ดีว่าคนอย่างเ้านั้นเสียขวัญไม่เป็” แม้จะบ่นไม่ขาดปากแต่เฉิงอี้ก็ถลกชายชุดเปียก ๆ ขึ้นเล็กน้อย เขายื่นมือไปหาจื่อเว่ยที่ก็หยิบผ้าวางบนมือให้ทันที
“จะพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูกตอนโดนไอ้พวกคนเถื่อนรุมล้อม ข้าก็เสียขวัญอยู่นะ” องค์ชายเถียงคอเป็เอ็น
“แต่เ้าก็ฆ่าพวกมันตายเหี้ยน”
เฉิงอี้ซับาแเบามือก่อนจะเงยหน้าขึ้นผสานสายตากับอีกฝ่ายเข้าพอดีดวงตาที่แสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมามีประกายวูบไหวเจืออยู่ทำให้คนมองกลับกลายเป็ฝ่ายที่ต้องหลบสายตาเสียเอง
เขากระแอมแล้วเอ่ยถามเสียงเบา“เจ็บมากหรือเปล่า”
“มาก”
“ก็แสดงว่าไม่มาก”
“เฉิงอี้!!”
“เ้าไม่มีสิทธิ์โวยวายนะ”ท่านอ๋องผู้เคร่งขรึมบรรจงซับเืจากาแหากใครมาเห็นภาพนี้ก็คงไม่อยากเชื่อว่าคนแข็งกระด้างแบบเขาจะมีมุมอ่อนโยนกับใครเขาเป็ด้วย
“แล้วนี่ท่านตามข้ามาถูกได้อย่างไร”
“จะอย่างไรก็ช่างเถอะแต่คราวหลังอย่าทำเช่นนี้อีก ข้ารู้ว่าเ้าเก่ง ดูแลตัวเองได้แต่อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอไม่เคยได้ยินเื่ชายที่ลื่นล้มในบ้านแล้วเสียชีวิตหรือ”
“ไม่เคยเลยเื่เป็มาอย่างไรกัน”
เฉิงอี้รู้ดีว่ากำลังถูกยั่วเย้าหากเขาแสดงออกทางสีหน้า เซียวซีก็จะยิ่งได้ใจและแกล้งเขาไม่เลิกรา
“เราต้องไปกันแล้วเ้าต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะไม่สบาย”
“ข้าไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนั้น”
“จะต้องให้เอ่ยอีกกี่รอบว่าข้าเข้าใจแต่ป้องกันไว้ก่อนก็ไม่เสียหายไม่ใช่หรือ”
“ขอรับ! ท่านแม่ทัพใหญ่” เซียวซีรับคำแข็งขันเลียนแบบทหารชั้นประทวนที่มักจะยืดอกและเปล่งเสียงออกมาชัดถ้อยชัดคำเมื่อได้พูดกับแม่ทัพใหญ่ที่น่าเกรงขาม
“เ้านี่มันเหลือทน”
คนถูกบ่นยิ้มกริ่มเดินตามร่างหนาไปโดยไม่โต้แย้งอะไรอีก ถึงแม้เขาจะเป็องค์ชายแต่เฉิงอี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยแม้แต่น้อยท่านอ๋องผู้นี้เป็คนที่ฮ่องเต้ไว้วางพระทัยมากถึงขนาดเลี้ยงให้เติบโตมากับเขาราวกับพี่น้องปล่อยให้ศึกษากับอาจารย์คนเดียวกัน ออกรบเคียงข้างกันและขอคำสัญญาว่าเฉิงอี้จะต้องคอยดูแลเซียวซีให้ดี
“ท่านอ๋อง”
เฉิงอี้หันกลับมาหาจื่อเว่ยที่เพิ่งกลับเข้ามาในห้องโถงหลังจากแอบเอาชุดองค์ชายไปตากไม่ควรมีใครได้เห็นองค์ชายในสภาพเปียกมะล่อกมะแล่กเช่นนั้น
“มีอันใดหรือ”
“ฝ่าามีรับสั่งให้ท่านอ๋องกับองค์ชายเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
“ใครเป็คนมาบอกได้ฝากข้อความมาด้วยหรือไม่”โดยปกติเขาและเซียวซีจะเข้าเฝ้าฮ่องเต้ทุกสัปดาห์เพื่อกราบทูลรายงานถึงสถานการณ์ทั่วไปทางการทหารแม้ตอนนี้จะมีเื่ของชนกลุ่มน้อยที่สร้างปัญหาอยู่เนือง ๆแต่ยังไม่เลวร้ายถึงขนาดจะต้องเข้าเฝ้าเร่งด่วน
“ไม่มีข้อความฝากมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“เอาเถอะข้าจะไปตามเซียวซีเอง เ้าออกไปรอด้านนอก” เฉิงอี้เดินเข้าไปในห้องบรรทมด้านใน แต่ไม่ได้ก้าวล่วงเข้าไปยังพื้นที่ส่วนตัวเขาเพียงแต่ยืนอยู่ข้างนอก และมองเงาที่ขยับอยู่เื้ับานประตู
“เฉิงอี้นั่นท่านหรือ”
“ข้าเองฝ่าามีรีบสั่งเข้าเฝ้า ข้าไม่รู้ว่าเป็เื่อะไร”
“จะไปเดี๋ยวนี้”เงาร่างขยับเคลื่อนไหวอีกเล็กน้อย
เฉิงอี้ถอยออกมาตอนประตูเปิดกว้าง เซียวซียังแต่งตัวไม่เรียบร้อยนักเพิ่งจะเอาสาบเสื้อทบเข้าหากัน เขาจึงต้องหันไปทางอื่นและรีบชวนคุยลดความกระอักกระอ่วนในใจ
“แผลเ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“อาเราเคยโดนแทงมาด้วยกันแล้วนะ แผลแค่นี้ไม่สะดุ้งะเืข้าหรอกท่านแม่ทัพใหญ่เืไม่ไหลแล้วล่ะ” ชายหนุ่มออกเดิน เขาถึงได้เดินตามแต่แล้วเซียวซีก็ผ่อนฝีเท้าลงเพื่อจะให้ทั้งคู่ได้เดินเคียงข้างกัน