"พ่อครับ แม่ครับ...ผมกลับมาแล้วครับ"
หลังจากตัวผมไลท์ได้เสร็จสิ้นการล้างแค้นกาลู เผ่ามนุษย์สัตว์เรียบร้อยแล้วสถานที่แรกที่ผมมุ่งหน้าไปหลังจากออกมาจาก 'นรก' ดันเจี้ยนที่ใหญ่ที่สุดแข็งแกร่งที่สุดและเลวร้ายที่สุดในโลกก็คือ—หน้าหลุมศพของพ่อแม่ที่สร้างไว้ในอดีตบ้านเกิด
เหตุผลที่ต้องใช้คำว่า 'อดีต'บ้านเกิด ก็เพราะว่าหมู่บ้านถูกใครบางคนทำลายจนย่อยยับไปหมดแล้วแม้จะไม่รู้ว่าเป็ฝีมือของมอนสเตอร์ โจรป่า กองทัพ หรือสิ่งอื่นใดกันแน่
หลังจากก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆเช่น การอัปเลเวลจนสามารถออกมาจาก 'นรก' ได้ ในตอนที่ผมเดินทางไปดูสภาพหมู่บ้านบ้านเกิดก็ถูกเหยียบย่ำทำลายไปเรียบร้อยแล้วพ่อแม่และชาวบ้านต่างก็ถูกฆ่าตายจนหมดสิ้นและถูกทิ้งซากศพไว้แบบนั้นอีกทั้งอาคารบ้านเรือนรวมถึงผืนนาก็พากันมอดไหม้จนหมดสิ้น
ถึงแม้จะพยายามสืบหาสาเหตุทว่าร่องรอยก็ผุพังไปมากตามกาลเวลาที่ล่วงเลยจึงไม่อาจทราบได้เลยว่าคนร้ายเป็มอนสเตอร์ หรือเป็ฝีมือของเผ่าพันธุ์อื่นกันแน่
ความโชคดีเพียงหนึ่งเดียวก็คือในบรรดาศพนับไม่ถ้วนนั้นไม่มีศพของพี่ชายและยูเมะน้องสาวของผมอยู่เลยแม้จะลองค้นหาไปทั่วบริเวณรอบข้างในขอบเขตที่ค่อนข้างกว้างแล้วแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงไม่พบร่างของทั้งสองคนอยู่ดี
(บางทีทั้งสองคนอาจจะหนีรอดไปได้และยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง...)
เพราะแอบหวังเช่นนั้นอยู่ลึกๆผมจึงได้ออกคำสั่งให้พวกพ้องที่กำลังทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลอยู่ภายนอกช่วยกันออกตามหาตัวทั้งสองคนพร้อมทั้งสั่งให้สืบหาสาเหตุที่หมู่บ้านถูกทำลายและตามหาตัวคนร้ายไปด้วย
และหลังจากที่เก็บกู้ร่างของพ่อแม่ชาวบ้านที่เคยมีพระคุณ รวมถึงเหล่าเด็กๆ ที่น่าจะเป็เพื่อนกันในอดีตขึ้นมาผมก็สร้างสุสานขึ้นมาเมื่อประมาณครึ่งปีก่อน
"......"
ผมวางดอกไม้ที่ถืออยู่ในมือลงหน้าหลุมศพพลางสวดภาวนาขอให้พ่อแม่และชาวบ้านได้เดินทางไปยังดินแดนขององค์เทพีอย่างปลอดภัย
เมื่อสวดภาวนาเสร็จผมก็หยัดตัวลุกขึ้นยืนพลางปัดเศษดินที่เปื้อนหัวเข่าออก
"...เรียบร้อยแล้วงั้นรึ?"
โกลด์หนึ่งในผู้คุ้มกันและเพื่อนร่วมเดินทางในฐานะนักผจญภัยของผมที่เป็การ์ด 'URอัศวินทองคำ โกลด์ เลเวล 5000'เอ่ยทักขึ้นหลังจากที่คอยเฝ้าดูการสวดภาวนาของผมอยู่ข้างๆ
สมกับสมญานาม 'อัศวินทองคำ'เพราะั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดเกราะที่เขาสวมใส่ โล่ที่สะพายอยู่ด้านหลังด้ามดาบ ไปจนถึงฝักดาบ ต่างก็เป็สีทองอร่ามและดูโดดเด่นสะดุดตาเป็อย่างยิ่งแม้ความสามารถในการโจมตีจะไม่สูงนัก ทว่าเขาเป็ประเภทที่เน้นพลังป้องกันเป็พิเศษจึงถูกคัดเลือกให้ร่วมเดินทางในครั้งนี้
"ครับเพราะผมได้ทักทายและบอกเล่าเื่ราวตอนนี้ให้พ่อกับแม่ฟังเรียบร้อยแล้วล่ะครับ"
"ถ้าอย่างนั้นก็รีบออกเดินทางกันเถอะข้าอยากจะไปถึงจุดหมายและพักผ่อนที่โรงเตี๊ยมในตอนที่ยังมีแสงตะวันอยู่นะ! ข้าผู้นี้น่ะเกลียดการนอนกลางดินกินทรายั้แ่วันแรกชะมัด"
"โกลด์!ท่านไลท์กำลังโศกเศร้าอยู่แท้ๆ แต่แกกลับพูดจาแบบนั้นออกมาได้ยังไงกัน!หัดใส่ใจความรู้สึกของท่านไลท์และคิดก่อนพูดบ้างสิ! แล้วก็ช่วยใช้คำสุภาพด้วย!สุภาพน่ะเข้าใจไหม!"
เด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างโกลด์แผดเสียงประกาศกร้าวด้วยความโกรธจัดต่อคำพูดของเขา
เธอคือเนมมุอีกหนึ่งคนที่จะมาทำหน้าที่เป็ผู้คุ้มกันและเพื่อนร่วมเดินทางในฐานะนักผจญภัยของผมซึ่งเป็การ์ด 'UR อัสซาสซินเบลด เนมมุ เลเวล 5000'
เธอเป็สาวน้อยแสนสวยอายุราว17-18 ปีที่มีผิวสีน้ำตาล ผมสีเงินสวยงามที่ตัดสั้นเลยบ่าขึ้นมาเล็กน้อยและมีผ้าพันคอปิดบัง่ปากเอาไว้ เผยให้เห็นหน้าท้องเพรียวบางอย่างไม่ปิดบังแสดงให้เห็นถึงความงามของร่างกายที่แข็งแรงและผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
เนมมุคนนั้นคอยเฝ้ามองดูตัวผมที่กำลังไหว้สุสานเมื่อครู่ด้วยความกังวลและลนลานอยู่ตลอดเวลา
เธอเฝ้าดูอยู่เงียบๆด้วยความเ็ปราวกับถูกมีดกรีดแทงและคว้านลึกเข้าไปในอกของตัวเอง
เพราะเหตุนั้นเธอจึงได้โกรธจัดกับคำพูดที่ไร้ความเกรงใจของโกลด์
ทว่าโกลด์กลับไม่ได้สนใจคำพูดของเนมมุเลยแม้แต่น้อย พลางยักไหล่
"การใช้คำสุภาพมันทำให้ไม่รู้สึกถึงความสนิทสนมและน่าเบื่อจะตายไปไม่ใช่รึอีกอย่างนะเนมมุตัวเ้าเองก็เกลียดการพักแรมกลางป่าั้แ่วันแรกเหมือนกันไม่ใช่หรืออย่างไร?"
"อย่าเอาข้าไปรวมกับแกนะ!ขอเพียงแค่ได้อยู่กับท่านไลท์ต่อให้เป็บนผืนหญ้า บนกองโคลน หรือในกองขยะข้าก็พร้อมจะติดตามไปทุกหนทุกแห่งนั่นแหละ!"
"ตัวข้าเองหากได้อยู่ร่วมกับนายเหนือหัวต่อให้เป็บนูเาหิมะที่หนาวเหน็บ หรือบนลาวาที่ร้อนระอุข้าก็พร้อมจะร่วมเผชิญด้วยเช่นกันการถวายความจงรักภักดีสีทองแด่นายเหนือหัวคือจิติญญาแห่งวิถีอัศวินของ'อัศวินทองคำ' อย่างไรเล่า... แต่หากพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมในการนอนหลับอันแสนสบายของนายเหนือหัวแล้วการคิดหลีกเลี่ยงการนอนค้างข้างทางก็ถือเป็ความใส่ใจที่สมควรทำไม่ใช่รึ?"
"...อึก!? จริงด้วยหากคำนึงถึงการนอนหลับและสุขภาพของท่านไลท์แล้วการหลีกเลี่ยงการนอนพักแรมกลางทางั้แ่วันแรกก็นับเป็เื่ที่สมควร..."
"ข้าไม่อยากจะพูดหรอกนะแต่การโอ้อวดความจงรักภักดีเกินงามเหมือนอย่างท่านเอลี่กับคนอื่นๆ น่ะมันดีแล้วจริงๆ งั้นรึ? หากยัดเยียดมากเกินไปจนถูกนายเหนือหัวเกลียดขึ้นมาข้าไม่รู้ด้วยนะ"
"มะไม่มีทางเป็แบบนั้นหรอก! ท่านไลท์จะมากะ เกลียดพวกเราได้ยังไงกัน!เหนือสิ่งอื่นใด ต่อให้ถูกกะ เกลียดข้าก็จะยังคงเป็ข้ารับใช้ที่ภักดีและอุทิศตนให้ท่านต่อไปอยู่ดี!ต่อให้ต้องตายกลายเป็ิญญา ข้าก็จะขออุทิศตนรับใช้ท่านต่อไปเรื่อยๆนั่นแหละ!"
โกลด์ถอนหายใจออกมาอย่างเอือมระอาส่วนเนมมุที่ปกติจะมีดวงตาเรียวรีแสนสวยพลันคลอไปด้วยน้ำตาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
แม้ทั้งสองคนจะไม่ได้ตั้งใจทำเช่นนั้นทว่าบรรยากาศอันแสนโศกเศร้าก็แปรเปลี่ยนไปราวกับถูกสายลมพัดเป่าจนจางหายไปในพริบตา
ผมเผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้

"ไม่เป็ไรหรอกครับเนมมุไม่มีทางที่ผมจะเกลียดทุกคนหรอก โกลด์เองก็อย่าแกล้งเนมมุให้มากนักเลยครับ"
"ท่านไลท์!"
"นายเหนือหัวน่ะใจดีเกินไปบางเื่ถ้าไม่พูดออกมาตรงๆ ก็สื่อไปไม่ถึงแท้ๆ..."
เนมมุเผยสีหน้าสดใสขึ้นมาทันทีราวกับมีแสงสว่างส่องประกายส่วนโกลด์ก็กางมือออกและยักไหล่พลางทำสีหน้าเอือมระอาราวกับจะบอกว่า 'ให้ตายสิ'
"เอาละพวกเราเดินทางกันเถอะผมเองก็นอนกลางดินกินทรายั้แ่วันแรกไม่ไหวเหมือนกันนะ"
ที่จริงแล้วหากต้องนอนกลางดินกินทรายขึ้นมาจริงๆ ผมก็แค่ใช้พลังของการ์ด 'SSR เคลื่อนย้าย'ที่สุ่มได้จากกาชาไร้ขีดจำกัดเพื่อกลับไปยัง 'นรก' ก็ได้
แต่การต้องกลับไปยัง 'นรก'ั้แ่วันแรกที่ออกเดินทาง มันทำให้ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้างจึงอยากหลีกเลี่ยงเสียมากกว่า
ผมหันหลังให้หลุมศพของพ่อแม่พลางหยิบการ์ด 'SSR หน้ากากตัวตลก' ที่ได้จากกิฟต์ 'กาชาไร้ขีดจำกัด' ผ้าคลุมสีดำแบบมีฮู้ดและไม้เท้าออกมาจากไอเทมบ็อกซ์
"......"
ก่อนจะออกเดินทางผมหันกลับไปมองหลุมศพของพ่อแม่อีกครั้งหนึ่งเป็ครั้งสุดท้าย
(สมาชิกของ 'ชุมนุมเผ่าพันธุ์'พยายามจะฆ่าผมในดันเจี้ยน 'นรก' เพียงเพราะ 'เผื่อไว้' ทั้งที่ผมไม่ได้เป็'มาสเตอร์' ด้วยซ้ำเื่นั้นกับเื่ที่หมู่บ้านซึ่งผมเกิดและเติบโตมาถูกฆ่าล้างบางจนย่อยยับเพียงเพราะโชคร้ายมันจะเป็แค่เื่บังเอิญที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยจริงๆ งั้นเหรอ?)
หากคิดตามปกติ คำตอบย่อมเป็'ไม่มีทาง'
ต่อให้เป็หมู่บ้านบุกเบิกที่อยู่ใกล้กับป่าดงดิบที่มีความเสี่ยงจะถูกมอนสเตอร์หรือกลุ่มโจรโจมตีก็ตามแต่การถูกทำลายล้างอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ย่อมเป็เื่ที่ผิดปกติเกินไป
(อีกฝ่ายคือประเทศและพวกนั้นคือกลุ่มคนที่สั่งให้กำจัดผมเพียงเพราะ 'เผื่อไว้'มีความเป็ไปได้สูงมากที่พวกนั้นจะทำลายล้างที่นี่เพียงเพราะมันเป็บ้านเกิดของผม)
แม้จะไม่เข้าใจเหตุผลที่ต้องทำถึงขนาดนั้นทว่าก็ไม่อาจมองข้ามความเป็ไปได้นี้ไปได้
หากประเทศต่างๆตัดสินใจทำลายล้างแม้กระทั่งหมู่บ้านของผมเพียงเพราะ 'เผื่อไว้' จริงๆ ละก็—
"พ่อครับ แม่ครับทุกคนในหมู่บ้าน—ผมจะสืบหาความจริงทั้งหมดให้ได้ครับ ว่า 'มาสเตอร์' คืออะไรทำไมผมต้องถูกฆ่า และใครเป็คนทำลายหมู่บ้าน...รวมถึงการล้างแค้นเหล่าสมาชิกปาร์ตี้ 'ชุมนุมเผ่าพันธุ์'ที่หักหลังและพยายามจะฆ่าผมด้วย ผมจะทำให้สำเร็จอย่างแน่นอนครับ"
และหากเมื่อได้รู้ความจริงทั้งหมดแล้วพบว่าโลกใบนี้บิดเบี้ยวและเป็ความชั่วร้ายอันแสนรันทดผมจะสถาปนาตนเองขึ้นเป็ผู้มอบความตาย การทำลายล้าง การเข่นฆ่าและความสิ้นหวังในฐานะ 'กิฟต์ กิฟเวอร์ (ผู้มอบยาพิษ)'โดยไม่ลังเลใจ และเมื่อถึงตอนนั้นผมจะเผาทำลายล้างโลกใบนี้ด้วยไฟนรกให้วอดวายไปเสีย!
""อึก!?""
เนมมุที่มีความจงรักภักดีอย่างเปี่ยมล้นต่อผมจนถึงขั้นยอมมอบจิติญญาให้หรือแม้กระทั่งโกลด์ที่สวมหมวกเกราะปิดบังใบหน้ามิดชิดและมักจะทำตัวสบายๆ อยู่เสมอต่างก็พากันสะดุ้งและแสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ผมััได้ถึงฝูงนกที่พากันบินเตลิดหนีออกจากป่าดงดิบในบริเวณใกล้เคียงรวมถึงเหล่าสัตว์ป่าและมอนสเตอร์ที่พากันเตลิดหนีไปไกลแสนไกล
"—"
หากยังปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปอย่าว่าแต่จะเข้าเมืองเลย แค่เข้าใกล้ก็คงทำไม่ได้เป็แน่ คิดได้ดังนั้นผมจึงรีบสงบจิตสงบใจลง
ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีผมก็ทำใจให้สงบและกลับมาเป็ปกติเหมือนเช่นเคย
"พ่อครับ แม่ครับทุกคน—ผมไปก่อนนะครับ"
หลังจากบอกลาเสร็จสิ้นผมก็หันหลังให้หน้าหลุมศพ
"...เอาละไปกันเถอะครับ"
"ขะ ค่ะข้าพร้อมจะติดตามท่านไปทุกหนทุกแห่งค่ะ!"เนมมุเอ่ยตอบ
"นายเหนือหัวเอ๋ยอย่าได้ปล่อยจิตสังหารแบบเมื่อครู่ออกมาในเมืองเชียวล่ะ หากเป็พวกข้าก็คงพอทนได้แต่หากคนธรรมดามาััจิตสังหารขนาดนั้นเข้าหัวใจคงได้หยุดเต้นไปอยู่ดีนั่นแหละ"
พอผมเริ่มออกเดินเนมมุก็รีบก้าวตามหลังมาพลางส่งเสียงขานรับอย่างร่าเริงทั้งที่ยังคงตะกุกตะกักเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัวเมื่อครู่
โกลด์เองก็เริ่มก้าวเดินพลางเอ่ยบ่นพึมพำตามหลังมา
—และแล้วเื่ราวการล้างแค้นและการสืบหาความจริงของตัวผมเอง ก็ได้เริ่มต้นขึ้น