หากผิดพลาดไปต้องกราบงามๆจากใจค่ะ
เื่นี้พระเรากวนมาก แต่นางเอกเราก็ไม่เบาเช่นกันไม่ค่อยมุ้งมิ้งแบบคู่ของใต้เท้ากับฮูหยิน
แต่ก็จะ่ต้นๆเท่านั้นอย่างที่บอกนะคะไรต์เป็สายฝึกหัดมุ้งมิ้ง
ฝากท่านอ๋องกับหวางเฟยด้วยจร้า
...ผึ้งอ้วน...
ปล.อาจไม่ได้อัพทุกวันแบบสามีเอยฯนะคะ ขอเป็วันเว้นวันไปก่อนใน่ต้นๆเรืรองค่ะหากไรต์ลงตัวกว่านี้ พญายมเซียวใกล้จบคงได้เต็มที่กับเรืรองนี้ค่ะแต่อัปวันเว้นแน่นอนค่ะ
เป็พี่ชายแห่งชาตินะจ๊ะคนนี้บทของชิงเฟิ่งคือรักน้องมาก
^_^
กล่าวถึงอีกดินแดนของมิติคู่ขนาน ซึ่งทับซ้อนโยงใยถักทอร้อยรัดกันราวกับใยแมงมุม
...อาณาจักรเหอหนาน...
อาณาจักรที่มีความคล้ายกับจีนในยุคราชวงศ์ถังอยู่ถึงเจ็ดส่วน
ต้นรัชสมัยขององค์จักรพรรดิ จินสุ่ยหยางตี้ที่6 พระนามว่า ซ่งชิงเฟิ่ง
ยามนี้เป็่ต้นฤดูเหมันต์ที่กำลังก้าวผ่านมาเยือน ยามไฮ่* บัดนี้ที่ด้านหลังสุดของตำหนักเลี่ยงอ๋อง'ถังเทียนอี้'แห่งแคว้นเลี่ยงหนึ่งในเก้าแคว้นของอาณาจักรเหอหนาน
ฟ่งอวิ๋นเซียงค่อยๆ รู้สึกตัวจากความมืดมิดขึ้นมาทีละน้อย และสิ่งแรกที่ลูกสาวมาเฟียใหญ่ รับรู้ได้ก็คือตนเองกระหายน้ำเป็อย่างมากดังนั้นยังไม่ทันลืมตาฟ่งอวิ๋นเซียงก็ขยับริมฝีปากซึ่งรู้สึกได้ชัดเจนว่าแห้งจนเริ่มแตกแล้ว
“น้ำ...ขอน้ำ...ฉันขอน้ำหน่อยเถอะ”
กว่าจะเค้นเอาเสียงแหบแห้งออกมาจากลำคอได้ช่างยากเย็นนัก
"ฝ่าาเลี่ยงหวางเฟยฟื้นแล้วเพคะ"
หืม...
ดวงตาเรียวเปิดขึ้นช้าๆ เพราะเสียงแตกตื่นรอบกายนั่นเองหญิงสาวพยายามถามตนเองว่ามันคืออะไรกันแน่...
"เยว่เอ๋อร์เ้าฟื้นเสียที"
ภาพของบุรุษหนุ่มวัยราวน่าจะไม่เกิน25-26ปีไม่น่าจะเกินนั้นค่อยๆ ปรากฏให้เห็นเต็มตาและแจ่มชัดขึ้นเป็ลำดับตามความคุ้นชินแสงสว่างซึ่งไม่เจิดจ้าอย่างที่ฟ่งอวิ๋นเซียงค่อนข้างคุ้นชิน
...เขาคนนี้คือใครกัน? ...
นั่นคือสิ่งแรกซึ่งถาโถมเข้าใส่ลูกสาวมาเฟียใหญ่แห่งยุค2026
"เ้าเ็ปตรงไหนหรือไม่จงเร่งบอกกับพี่มาเถิด"
สายตาอาทรกระจ่าง
"ท่านคือ? ..."
เสียงแหบแห้งเอ่ยถามบุรุษใบหน้าหวานสวยกว่าสตรีตรงหน้าซึ่งแต่งกายด้วยอาภรณ์สีม่วงครามดูท่าทีใจดีและอบอุ่นยิ่งนัก
แต่เมื่อร่างบนเตียงงดงามเอ่ยประโชคแรกกลับทำเอาหลายคนภายในห้องนี้ถึงกับทรุดร่างอันสั่นเท่าลงมอบแทบพื้น
"ฝ่าาทรงเมตตาด้วยพ่ะย่ะค่ะ "
ชายที่ดูมีอายุที่สุดเอ่ยน้ำเสียงหวาดผวา
คิวเรียวจึงพันกันยุ่ง
เกิดอะไรขึ้น?
เ้าของร่างบอบบางแทบจมหายไปกับเครื่องนอนบนเตียงงงงวยยิ่งนัก
"เกิดอะไรขึ้น"
ริมฝีปากซีดเซียวเผลอหลุดคำถามที่ก็มิอาจทราบได้ว่าตนเองนั้นถามผู้ใดกันแน่
"เยว่เอ๋อร์เ้าเป็เช่นไรกันแน่จงค่อยๆ บอกเสด็จพี่ของเ้าให้ได้รู้เถิด"
มือหนานั้นเอื้อมมากอบกุมมือเล็กเรียวก่อนส่งผ่านความห่วงใยมากับััละมุน
กายน้อยจึงค่อยๆ เรียบเรียงความรู้สึกของตนเองช้าๆ อีกครั้ง ทว่าในหัวสมองกับมีเพียงสีขาวว่างเปล่าจนหน้าตระหนกยิ่งนัก!
ทำไมนางจึงจำอันใดมิได้เลยเล่าแม้แต่ตนเองนางก็มิอาจรู้ได้ว่ามีชื่อว่าอันใด!?
"ข้า...ข้าจำอันใดมิได้เลย...ข้าปวดที่ข้างในหัวนี้ยิ่งนัก"
ใบหน้าเล็กเรียวซูบผอมพลันซีดลงอีกกว่าเจ็ดส่วน
"หมอหลวงกู้ท่านเร่งตรวจอาการของเลี่ยงหวางเฟยให้กระจ่างอีกครั้งเร็วเข้าเถิดหากนางมิหายตระกูลเ้าคงสิ้น! "
ยามที่ใบหน้าคมนั้นหันไปกล่าวกับชายแต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาวแถบดำกลับไร้ปรานียิ่งนัก
ทำเอาทุกชีวิตภายในห้องถึงกับหนาวสะท้านช่างต่างกันราวพลิกแผ่นฟ้ากับยามที่เขานั้นได้เอ่ยคำกับดรุณีน้อยบนเตียงงาม
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าา"
ถึงจะสั่นสะท้านไปด้วยความกริ่งเกรงหากแต่ผู้เป็หมอยามเมื่อต้องรักษาคน กู้ไห่หยุนหัวหน้าหมอหลวงแห่งดินแดน 'เหอหนาน'ก็ทำหน้าที่ของตนได้อย่างมิขาดตก ผ่านไปราวครึ่งก้านธูปใบหน้าที่ตึงเครียดเปลี่ยนสีไปมาก็ผ่อนลมหายใจออกมา
"ทูลฝ่าา ด้วยเลี่ยงหวางเฟยนั้นเมื่อตกจากรถม้าศีรษะได้กระแทกลงพื้นอย่างแรงาเ็กว่าส่วนอีกของร่างกาย กระหม่อมตรวจอย่างละเอียดจึงกราบทูลว่าบัดนี้เลี่ยงหวางเฟยทรงเสียความทรงจำไปทั้งสิ้นพ่ะย่ะค่ะ"
ใบหน้าที่สงบนั้นมิได้เปลี่ยนจะมีก็เพียงดวงตาสีราตรีเดือนดับเพียงเท่านั้นที่สะท้านไหวดังกระแสน้ำถูกพายุซัด
"นางจะเป็อันตรายอันใดจากอาการนี้จนถึงแก่ชีวิตหรือไม่จงตอบมาตามความจริง! "
เสียงกดต่ำความพยายามมิให้ผู้อื่นรับรู้ถึงความกังวลยิ่งของตนเอง
"ทูลฝ่าาสูญเสียความทรงจำมิมีอันตรายถึงชีวิตพ่ะย่ะค่ะ"
ผู้เป็หัวหน้าหมอหลวงเร่งตอบปากคอสั่นเท่า
"แล้วอาการอื่นเล่า"
น้ำเสียงจริงจังเด็ดขาดยิ่ง
"นอกจากแขนข้างขวาที่หักก็มีเพียงรอยฟกช้ำตามร่างกายพักรักษาราวหนึ่งเดือนเลี่ยงหวางเฟยก็จะทรงกลับมาหายเป็ปกติดีพ่ะย่ะค่ะยกเว้นแขนซึ่งคงต้องใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะกลับมาใช้งานได้เช่นเดิมพ่ะย่ะค่ะฝ่าา"
ร่างสูงนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะโบกมือเรียวสวยขึ้นมาหนึ่งครั้ง
"ผู้ใดมีหน้าที่ก็แยกย้ายกันไปทำเถิด"
เพียงสิ้นคำ คนที่มากมายจนร่างบนเตียงมองอย่างวิงเวียนก็หายไปเร็วยิ่งคงเหลือเพียงหนึ่งสตรีวัยราว19หนาวกับสองบุรุษเพียงเท่านั้น
"เยว่เอ๋อร์เ้ายังเ็ปที่ตรงไหนนอกจากศีรษะหรือไม่"
บุรุษในชุดม่วงครามทรุดกายลงนั่งริมเตียงมือหนาก็กอบกุมมือเรียวเอาไว้มั่น
ร่างบนเตียงได้ฟังก็ทบทวนถามตนเองเช่นกัน
ครู่หนึ่งดวงตากลมใสที่ค่อนข้างว้าวุ่นก็จ้องบุรุษตรงหน้านิ่ง
"ปวดที่หัวมากที่สุดที่อื่นไม่เท่าไหร่ ว่าแต่...ข้าคือใครหรือแล้วท่านละคือใคร"
ดวงตาคมเข้มที่คล้ายกับร่างที่นอนอยู่ถึงเก้าส่วนไหวะเื
"เ้าจำเสด็จพี่แม้สักนิดก็มิได้เชียวหรือ"
ร่างที่นอนส่ายหน้าแทนคำตอบ
"ข้าก็คือองค์ฮ่องเต้แห่งดินแดนเหอหนานเป็พี่ชายแท้ๆ ซึ่งร่วมบิดาและมารดาเดียวกับเ้า ส่วนเ้าก็คือองค์หญิงเยว่ซินเป็จ่างกงจู่เพียงหนึ่งเดียวแห่งเหอหนานและบัดนี้เ้ายังเป็เลี่ยงหวางเฟยในเลี่ยงอ๋องแห่งแคว้นเลี่ยง"
ร่างที่นอนโง่งมอยู่เพียงฟังว่าคนตรงหน้าเป็ถึงฮ่องเต้ก็รู้สึกตระหนกจนร่างกายชาหนึบ กลับยิ่งสะท้านในหัวอกอีกทบทวีจนเผลอรู้สึกไปว่าผมบนศีรษะของตนคงกำลังร่วงหล่นเมื่อประโยคสุดท้ายสิ้นสุด
...เลี่ยงหวางเฟย! ...
...เลี่ยงอ๋อง! ...
นี่นางถึงกับแต่งงานแล้วกระนั้นหรือ?!
บ้าบออันใดเช่นนี้!
นอกจากจะตื่นขึ้นมาอย่างโง่งมก็รู้สึกว่าตนเองช่างโชคร้ายหาอันใดเทียบได้ หากยิ่งกลับเลวร้ายเมื่อกลับพบว่าตนนั้นมีสามีอีกด้วยนี่สิตกลงนางเคยไปจุดไฟเผาอาภรณ์ของเง็กเซียนฮ่องเต้ หรือว่าเคยไปกลั่นแกล้งเทพเ้าชะตามาใช่หรือไม่! จึงอภิมหาโชคร้ายเช่นนี้
์มันเถอะ...
"เลี่ยงอ๋องขอเข้าเฝ้า..."
สมองที่คล้ายจะขาดอากาศหายใจไปชั่วขณะเพราะความตื่นใพลันสะดุดเมื่อเสียงของขันทีขานเสียงแว่วมาแต่ไกล
ร่างในอาภรณ์สีดำซึ่งยืนถือดาบมีอันกระตุก ก่อนจะหันมามองทางที่นางนอนอยู่ ถึงสีหน้าทุกคนภายในห้องไม่เปลี่ยนทว่าผู้ซึ่งเพิ่งทราบว่าตนเองเป็เลี่ยงหวางเฟย กลับรับรู้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านขึ้นมาทันทีทันใด
"ฝ่าา..."
นางมองคนตรงหน้าด้วยสายตาขาดความมั่นใจไปจนสิ้นด้วยยามนี้นั้นตนเองคล้ายเด็กทารกแรกคลอดความทรงจำก็ขาวโพลน จากต้องเผชิญหน้าต่อสามีนางจึงมีเพียงความว้าวุ่นใจเป็อย่างยิ่ง
"อย่ากลัวไปเสด็จพี่ของเ้าอยู่ตรงนี้ด้วยจะมิให้เขาแตะต้องทำร้ายเ้าไปมากกว่านี้ได้อีกต่อไป! "
ทำร้าย! ...
ก็นั่นมิใช่สามีของนางหรอกหรือร่างบนเตียงให้มึนงงสงสัย
"ทำไม? ..."
นางขยับปากถาม ทว่ามือหนากระชับมือเล็กมั่น
"เ้ามิต้องพูดอันใดให้มากทั้งสิ้นเอาไว้พี่จะเล่าให้ฟังทีหลัง...จงอย่าได้กลัวไป...อย่ากลัวเสด็จพี่จะปกป้องเ้าเอง"
องค์จักรพรรดิซ่งชิงเฟิ่งยกมือเรียวสวยขึ้นลูบศีรษะร่างเล็กตรงหน้าด้วยความรักและห่วงใยยิ่งยวด
"ฝ่าา ไยจึงยังรั้งอยู่ที่นี่ทรงมีราชกิจมากมายมิใช่หรือ"
น้ำเสียงนั้นถึงนุ่มนวลอยู่แปดส่วนทว่าซ่งชิงเฟิ่งล้วนแจ้งใจดีว่าไร้ซึ่งความจริงใจทั้งสิ้น!
"บังอาจพบฝ่าาไยจึงมิถวายพระพร"
มู่ถงองครักษ์ข้างกายซ่งชิงเฟิ่งตวัดคมกระบี่จดจ่อไปยังลำคอแกร่ง ของผู่เป็เลี่ยงอ๋อง
"ฝ่าา...คนใน'ครอบครัว'ไยจึงดูเกรงใจนักเล่า"
มือแกร่งแตะลงยังปลายคมกระบี่แล้วปัดออกนุ่มนวล
ผู้ถูกเอ่ยขานว่า'เยว่เอ๋อร? ถึงกับกะพริบตาปริบๆ มองภาพดังกล่าวอย่างไม่เข้าใจอันใดทั้งสิ้น
ทำไมบุรุษผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็สามีแห่งตนจึงมีสายตาจับจ้องมายังตนเพียงความโกรธแค้นมากมายล้นเท่านั้นกันเล่า?
"พอแล้วมู่ถงอย่าบังอาจล่วงเกินเลี่ยงอ๋อง ท่านมาก็ดีแล้วยามนี้เยว่เอ๋อร์นางเพิ่งฟื้นเจิ่นเองอยากให้'สามี'ของนางมาสนใจนางบ้างมิใช่ภรรยาตนอยู่ยังกึ่งกลางความเป็ความตายแต่สามีของนางกลับไร้ตัวตน!"
เห็นได้ชัดว่า'เสด็จพี่'ของนางนั้นวางตัวอย่างห่างเหินและแสนเ็าต่อผู้เป็น้องเขยชัดแจ้งยิ่งนักต่อให้ยามนี้สมองของซ่งเยว่ซินยังว่างเปล่าอยู่ก็ตาม
'์มันเถิด นี่ข้ากำลังเผชิญกับอะไรกันแน่'
ร่างเล็กซึ่งนั่งนิ่งอยู่บนเตียงทำได้เพียงร่ำร้องในใจด้วยความสับสนไปหมด นางมิรู้หรอกว่าคนอื่นจะนึกคิดหรือกระทำเช่นไรหากต้องมาตกอยู่ในสภาพคนที่สมองมีเพียงความว่างเปล่าเช่นนี้
รู้แต่เพียงยามนี้นั้นตัวของนางอยากร่ำไห้เสียนัก ตื่นมาไร้ทุกสิ่งอย่างในหัวยังไม่พอกลับต้องผจญกับความซับซ้อนของ'ครอบครัว'ที่มองอย่างไรก็ไม่ธรรมดาเสียเลย
"ในเมื่อฟื้นขึ้นมาแล้วก็เร่งส่งมอบ'คนของเปิ่นหวาง'คืนกลับมาอยู่ในอ้อมอกของเถิดส่วนฝ่าานั้นเร่งกลับวังหลวงไปพักผ่อนคงจะเหมาะสมกว่ากระมังพ่ะย่ะค่ะให้เยว่เอ๋อร์รั้งอยู่ข้างกายฝ่าาคงมิใช่เื่ดีต่อตัวของนางนักซึ่งฝ่าาย่อมรู้ดีกว่าใคร"
ริมฝีปากสีสดกล่าวไปก็แย้มยิ้มอ่อนโยนแสนจอมปลอมไป
ในขณะที่ผู้ฟังอีกสามคนนั้นต่างตกตะลึงนิ่งอึ้งที่เลี่ยงอ๋องถึงกับกล้าหาญบังอาจ'ไล่'องค์จักรพรรดิให้กลับวังโดยมิคิดไว้หน้า ส่วนตัวของผู้ถูกิ่เกียรตินั้นถึงกับคนกำมือแน่นจนเห็นข้อนิ้วปูดโปนเต็มไปด้วยความเจ็บแค้นเหลือจะกล่าว!
ทว่าย่อมเป็ไปตามที่เลี่ยงอ๋องพูดเพราะเขานั้นยิ่งกว่าแจ้งหัวใจน้องสาวตนนั้นรักชายผู้นี้ รักจนเข้าขั้นโง่งมหากเขากระทำการอันใดผิดไปย่อมะเืต่อนาง
เช่นนั้นที่ยามนี้ทำได้ก็คือหักใจข่มโทสะให้ได้
"ไห่ถังเ้ารั้งอยู่ข้างกายหวางเฟยให้จงดี"
เขาจะใยินยอมตามใจน้องน้อยอีกแล้วยามนี้นางมีอันตราย หากซ่งเยว่ซินยังจะไม่ให้องครักษ์เงาอยู่ดูแลเป็ตายวันนี้เขาก็จะบังคับเอานางกลับวังหลวงไปให้ได้
หากแต่ผิดคาดร่างบนเตียงนั้นมิได้ต่อต้านอีก แต่ก็ไม่แปลกหมอหลวงบอกแล้วว่านางล้วนสิ้นความจำ
"เยว่เอ๋อร์เ้าพักผ่อนเถิด เสด็จพี่จะกลับมาใหม่พรุ่งนี้มา...ดื่มยานี้เสียแล้วก็นอน"
เขาประคองร่างน้องสาวให้นอนลงหลังจากนางยินดีกินยาอย่างสงบผิดจากเดิมลับที่ให้บีบปากก็ยากจะกลืนยาลงท้องไปได้
"ท่านต้องมาจริงนะ"
เพราะสายตาของสามีนางนั้นมีแต่ความน่ากลัว ซ่งเยว่ซินจึงมีเพียงบุรุษซึ่งบอกแก่นางว่าเขาคือพี่ชายให้ได้วางใจ
"แน่นอน เ้าหลับเถิด"
ซ่งชิงเฟิ่งรอจนเสียงหายใจของร่างเล็กสม่ำเสมอแน่ชัดว่าหลับสนิทไปแล้วจึงลุกเดินจากไปโดยมิเอ่ยคำต่อเ้าของตำหนักแห่งนี้แม้เพียงคะนึงคำ
"ฝ่าาทรงค่อยๆ เดิน เปิ่นหวางมิส่ง"
ยามเสียงก่อกวนนั้นลอยตามหลังมานิ้วเรียวสวยทั้งสิบจึงกำเกร็งจนเห็นข้อนิ้วขาวปูดโปนแจ่มชัด