‘ทักษะการต่อสู้
- ท่องไพรแปดทิศ (ท่าเท้าท่องไพร ย่างก้าวแปดทิศ)
- ธนูยิงสายลม (ดั่งใจ)
- หอกอสรพิษ (ดั่งใจ)
- ดาบลมกรด (ดั่งใจ)
- หมัดป่นศิลา (ดั่งใจ)
- ดาบวายุอสรพิษ (เริ่มผสาน)
- ดาบผ่าปฐี (เข้าใจ)
ทักษะท่าเท้าท่องไพรกับย่างก้าวแปดทิศน่าจะถูกผสานหลอมรวมกันโดยสมบูรณ์แล้ว รายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในหน้าต่างทักษะการต่อสู้เปลี่ยนไปเล็กน้อย และเด็กหนุ่มคิดว่าตัวเองเข้าใจเกี่ยวกับเื่นี้ไม่ผิด
เขาใช้ทักษะท่องไพรแปดทิศแทบจะตลอดเวลา ไม่น่าแปลกใจที่มันจะพัฒนาได้รวดเร็วแบบนี้
สิ่งที่ทำให้ออสการ์ยิ้มกว้างออกมาคือทักษะ ‘ดาบวายุอสรพิษ’ ที่เขาเริ่มต้นผสานหลอมรวมขึ้นเอง! มันถูกนับว่าเป็ทักษะการต่อสู้ ไม่ได้ถูกละเลยเหมือนกระบวนท่า ‘จิ้งจกสลัดหาง’ อีก
นี่คือเครื่องพิสูจน์อย่างดีว่าเขาคือนักเวทย์ผู้เก่งกาจ เอ่อ… ช่างเถอะ
‘ทักษะเวทย์
- ธนูสายฟ้า (ดั่งใจ)
- วารีบำบัด (ดั่งใจ)
- กายาเหล็ก (กายหินผา)
- เพลิงสีชาด (ดั่งใจ)
- ปีกแห่งสายลม (ดั่งใจ)
- ม่านวารี (ดั่งใจ)
- เพลิงฟ้าคราม (ชำนาญ)’
พอออกจากถ้ำที่ 12 มาได้ ทักษะเวทย์ของออสการ์ก็เลื่อนระดับขึ้นเป็ ‘ดั่งใจ’ ทั้งหมด กายาเหล็กหลอมรวมทับซ้อนกับกายหินผาอย่างที่เดาเอาไว้ และด้วยการกระตุ้นใช้ได้ดั่งใจ เขาจะเปลี่ยนิัของตัวเองให้กลายเป็หินหรือเหล็กก็ได้
มันจะสะดวกในการใช้เพื่อต้านทานเวทมนตร์สายต่าง ๆ เป็อย่างมากเลยทีเดียว
‘พลังชีวิต 24
- ความแข็งแรง 20
- ความทนทาน 18
- ความคล่องแคล่ว 18
- ความยืดหยุ่น 17’
การตัดสินใจเสี่ยงใช้หมัดป่นศิลาในถ้ำที่ 11 ส่งผลตอบแทนกลับมาอย่างคุ้มค่า ค่าความแข็งแรงเพิ่มขึ้นมาเป็ 20 แต้มได้ในที่สุด และเป็ไปตามที่คาดเอาไว้ ตอนนี้ออสการ์มีพละกำลังมากพอที่จะกวัดแกว่งดาบั์ได้ แต่มีสิ่งที่ต้องเป็กังวลแทนคือความทนทาน
ความอึดที่มีอยู่ในตอนนี้ของเด็กหนุ่มไม่เพียงพอที่จะร่ายรำดาบลมกลดด้วยดาบั์ให้จบรอบได้ บางทีมันอาจจะต้องใช้คะแนนที่ระดับ 20 แต้มด้วยเช่นกัน
พลังชีวิตของออสการ์ตอนนี้ขึ้นมาเป็ 24 แต้ม หลอดเืสีแดงของเขายาวขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดเวลาที่เรียกพลังชีวิตออกมาตรวจสอบโดยเฉพาะ
ดูเหมือนว่าการถูกบังคับให้ใช้เฉพาะทักษะการต่อสู้่วันสุดท้ายเพื่อประหยัดพลังเวทย์ก็จะส่งผลด้านบวกด้วยเช่นกัน ค่าสแตทของสภาพร่างกายเพิ่มขึ้นมากบ้างน้อยบ้าง รวม ๆ แล้วมันเพิ่มพลังชีวิตให้กับออสการ์ 2 แต้ม
เมื่อเทียบกับเวลาที่เสียไป มันคุ้มยิ่งกว่าแฟลตปลาทองเสียอีก!
‘พลังเวทย์ 8
ความต้านทานเวทย์ 5
ความกลมกลืน
- ดิน 1
- น้ำ 1
- ลม 1
- ไฟ 0 (ยอมรับ)
- สายฟ้า 0 (ยอมรับ)
- ิญญา 1’
เด็กหนุ่มเปิดหน้าต่าง ‘เชาวน์ปัญญา’ ขึ้นมาตรวจสอบเป็ครั้งสุดท้าย ความกลมกลืนกับเวทย์ธาตุลมกับธาตุดินพัฒนาขึ้นเพราะเขาใช้ปีกแห่งสายลมเคลื่อนไหว และกายาเหล็กในการป้องกันตัวเกือบจะตลอดเวลา มันสมเหตุสมผลเข้าใจได้
แม้จะไม่ชอบใจนักที่ความกลมกลืนกับเวทย์ธาตุไฟกับธาตุสายฟ้ายังไม่ยอมเพิ่มขึ้น แต่ชีวิตมันก็เป็แบบนี้แหละ ไม่มีทางได้ทุกอย่างตามที่ใจ้ามาง่าย ๆ หรอก
ความต้านทานเวทย์เพิ่มขึ้นมาแค่ 1 แต้ม นี่เป็อีกจุดหนึ่งที่เด็กหนุ่มยังหาสัดส่วนความเกี่ยวข้องกับค่าสแตทอื่น ๆ ไม่ได้ ในตอนแรกเขาคิดว่ามันเพิ่มเพราะความกลมกลืนกับเวทย์ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ เพราะมันเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1 แต้ม ในขณะที่ความกลมกลืนกับเวทย์เพิ่มขึ้นมารวมกัน 2 แต้ม
ดูเหมือนว่าค่าความกลมกลืนจะส่งผลกับระดับพลังเวทย์โดยตรงมากกว่า จาก 5 แต้มเป็ 8 แต้ม มันเพิ่มขึ้น 3 แต้มตามจำนวนของธาตุน้ำ ดิน และลมที่ตัวเลขขยับขึ้นจาก 0 ไปเป็เลข 1 ทั้ง 3 ธาตุ
สิ่งเดียวที่ทำให้ออสการ์ตะขิดตะขวงใจอยู่ในตอนนี้!? แถบพลังเวทย์สีเหลืองทองมันแทบจะไม่ยืดยาวออกมาเลย!!
จะบอกว่าหลอดมานาไม่ยาวขึ้นตามพลังเวทย์ก็ไม่ใช่ ตอนที่แต้มขยับจาก 5 เป็ 6 เด็กหนุ่มจำได้ว่าแถบสีเหลืองทองยาวขึ้นจากเดิมมาอยู่ในระดับปัจจุบัน ทำไมคราวนี้แต้มเพิ่มขึ้นถึง 2 แต้ม แต่ปริมาณพลังเวทย์ถึงไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย?
“เพราะเวทย์ิญญาอย่างนั้นหรือ?”
ออสการ์ที่นอนอยู่บนเตียงในห้องพักพึมพำออกมา สายตาเหลือบลงมามองตัวอักษรบรรทัดล่างสุด
- ิญญา 1
มันไม่มีคำว่า ‘ว่าง’ เป็หมายเหตุต่อท้ายอยู่อีกต่อไป และเด็กหนุ่มคิดว่าตัวเองรู้ว่าเพราะอะไร?
แต่… รู้ไปแล้วมันก็เท่านั้น เขายังหาวิธีใช้ประโยชน์จากมันไม่ได้
ไม่มีเบาะแสเลยแม้แต่น้อย!
และไม่เพียงแค่จะใช้ประโยชน์ไม่ได้ มันน่าจะยังส่งผลในทางตรงกันข้ามเสียด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มยังนั่งช้ำใจอยู่จนถึงทุกวันนี้
‘สัตว์ิญญา!’ ออสการ์คิดว่าตัวเองเข้าใจไม่ผิด ถ้ำที่ 12 เป็ถ้ำธาตุิญญาอย่างแน่นอน เพียงแค่มันไม่ได้เป็เวทย์ิญญาสายอัญเชิญ แต่เป็สาย ‘บีสต์มาสเตอร์’ ที่มีระดับสูงกว่า และ ‘ไข่’ ที่ปรากฏอยู่กลางโถงปลายสุดของถ้ำ มันต้องเป็ไข่ของสัตว์ิญญา!
เขาเก็บมันมาได้ แม้จะด้วยความไม่ตั้งใจ แต่ออสการ์มั่นใจว่าตัวเองเก็บไข่ของสัตว์ิญญาใบมาแล้ว
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในโถงด้วยความอยากรู้อยากเห็น ลวดลายวงเวทย์บนพื้นกับไข่ที่อยู่ตรงกลางก็เรืองแสงขึ้นมา เมื่อเด็กหนุ่มหายตกตะลึง ลวดลายและไข่ก็หายไปแล้ว ทิ้งเหลือไว้แค่โถงถ้ำเปล่า ๆ เท่านั้น
สิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงคือคำว่า ‘ว่าง’ หายไปจากหน้าต่าง ‘เชาวน์ปัญญา’ ไม่มีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นกับร่างกาย ค่าสแตท หรือทักษะความสามารถอื่น ๆ
ออสการ์กลับออกมาจากถ้ำที่ 12 และใช้เวลาในห้องพักเกือบทั้งคืนเพื่อพยายามอัญเชิญ ‘สัตว์เลี้ยง’ ของตัวเองออกมา และมันไร้ประโยชน์ อย่าว่าแต่จะอัญเชิญออกมาเลย แค่หาว่า ‘ไข่’ ไบนั้นไปซ่อนอยู่ตรงไหนเขายังหาไม่เจอ
เด็กหนุ่มได้แต่ปล่อยวางและแกล้งลืม ๆ ไปว่าตนเองน่าจะมีสัตว์เลี้ยงิญญาอยู่กับตัว เขามีเื่อื่นให้ทำอีกมากมาย ไม่สามารถมาหมกหมุ่นเสียเวลาอยู่กับสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์มากแค่ไหนได้นานนัก
มาสะดุดใจอีกทีก็ตอนที่สั่งเปิดแถบพลังเวทย์ขึ้นดูตอนฝึกซ้อมทักษะใหม่ ออสการ์้าตรวจสอบว่าเวทมนตร์แต่ละอย่างกินมานาขนาดไหนเพื่อวางแผนการต่อสู้ในอนาคต
และก็พบว่าหลอดมานาของตัวเองแทบจะมีความยาวเท่าเดิม!
สัตว์ิญญาตัวนั้นจะอยู่ที่ไหน? เป็ตัวอะไร? จะเก่งกาจแค่ไหน? เด็กหนุ่มไม่รู้
เขารู้แค่ว่ามันกินค่าพลังเวทย์ของตัวเองไป 2 แต้มแล้ว!!
………
84 วัน!
ออสการ์เหลือเวลาอีก 84 วันกับ 11 ถ้ำให้ต้องฝ่าไป
เด็กหนุ่มใช้เวลาในถ้ำชั้นแรกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่รู้มาเล็กน้อย 12 ถ้ำใน 17 วัน แต่เมื่อรวมกับการฝึกซ้อม พักผ่อน และเตรียมตัวให้พร้อมทั้งกายและใจสำหรับการฝ่าด่านบนหน้าผาชั้นที่ 2
เขาก็ใช้เวลารวมไปทั้งหมด 20 วันพอดี
เพลิงฟ้าครามและดาบผ่าปฐีคือ 2 ทักษะใหม่ที่ออสการ์เลือกที่จะเรียนรู้ วัตถุประสงค์ก็เพื่อเพิ่มพลังโจมตีของตนเองให้มากขึ้น มันเป็สิ่งที่เขา้ามากที่สุดสำหรับการฝ่าด่านเคลียร์ดันเจี้ยนที่น่าจะยากขึ้นอีกเท่าตัว เมื่อดูจากเวลาเฉลี่ยที่คนอื่นทำได้
ดาบผ่าปฐีถูกฝึกฝนจน ‘เข้าใจ’ ดาบวายุอสรพิษถูกใช้ในสภาพที่สะพายดาบั์ไว้บนหลังจนแน่ใจว่าการเคลื่อนไหวไม่มีติดขัด ฝึกซ้อมทดสอบเคลื่อนไหวด้วยท่าเท้าท่องไพร ย่างก้าวแปดทิศ และท่องไพรแปดทิศจนจดจำความเร็วและความคล่องแคล่วตอนแบกน้ำหนักเต็มที่ได้จนขึ้นใจ
เม็ดยาชนิดต่าง ๆ ถูกซื้อเตรียมไว้จนเต็มกระเป๋าใบใหม่
ในที่สุดเด็กหนุ่มก็คิดว่าตัวเองพร้อมแล้ว
“ฟู่!! หวังว่าคงจะไม่แจ็คพ็อตเจอธาตุดินั้แ่ถ้ำแรกเลยนะ!”
ออสการ์พึมพำออกมา ก่อนที่จะพาตัวเองก้าวผ่านม่านโปร่งแสงที่กั้นอยู่ตรงบันไดระหว่างหน้าผาชั้น 1 และชั้น 2 ขึ้นไปอย่างไม่ลังเลอีก
เขาไม่อยากจะสูญสลายไปเมื่อเวลาหมดลง…