ยามเช้าของเมืองอัลเทร่าเป็ไปดั่งเช่นทุกครั้ง ถึงในความเป็จริงมันจะวิเศษยิ่งไปกว่าครั้งไหนๆ เพราะวันนี้เป็วันสอบเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ที่โด่งดังที่สุดในดินแดนไอช่า ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่กันบนท้องถนนมากกว่าปกติ รวมถึงบรรดาพ่อค้าแม่ขายที่รู้งานรีบตื่นมาจับจองพื้นที่ั้แ่เช้าตรู่
โนอาห์ที่มองภาพบรรยากาศภายในเมืองจากบนท้องถนนก็ได้แต่อมยิ้ม ในตอนนี้เขาและอารันอยู่ในโรงแรมระดับกลางภายในเมืองอัลเทร่า ถึงจะบอกว่าระดับกลางแต่ค่าเช่าต่อคืนนั้นราคาแพงเอาเื่ ยังดีที่พวกเขามีเงินติดตัวมากพอที่จะอยู่อาศัยติดกันหนึ่งอาทิตย์เพื่อจะเข้าไปสอบ โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองได้ไปยื่นสมัครเป็ที่เรียบร้อย แม้ว่าจะไม่เหยียบย่ำเข้าไปในอาณาเขตของโรงเรียน แต่จำนวนก็ไม่ใช่เื่ที่โนอาห์จะดูถูกได้
ไม่บอกนึกว่าต่อแถวรับของฟรี
หลังจากแทบจะเรียกได้ว่า่เวลาแห่งความว่างที่แท้จริง ทั้งสองเลยต่างพากันกระทำสิ่งที่ตนถนัด โนอาห์ได้ลองโคจรลมปราณดูเพื่อตรวจเช็คว่าจะมีผลยังไงในดินแดนที่เต็มไปด้วยไอพลังงานประหลาดที่เรียกว่ามานา นับว่ายังโชคดีที่เขายังสามารถโคจรลมปราณได้อย่างปกติ ทั้งยังรู้สึกทรงพลังมากกว่าเดิมเพราะแทนที่จะใช้พลังวัตรที่มีอยู่ข้างในอย่างเดียวเหมือนที่ภายใน ทุกครั้งที่โนอาห์โคจรลมปราณกลับดึงเอามานาในอากาศไปประสมร่วมด้วยจนเกิดผลลัพธ์ที่แตกต่าง
ในตอนนี้อาจจะไม่เห็นผลเท่าไหร่
แต่โนอาห์เชื่อมั่นว่าในอนาคตมันจะต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอน
และนั้นเองจึงทำให้โนอาห์รับรู้ความจริงเกี่ยวกับสหายของเขาอีกหนึ่งอย่าง ดูเหมือนว่านอกจากจะเป็พ่อค้าที่มากไปด้วยวาทิศิลป์ อารันยังเป็จอมเวทที่ทรงภูมิคนหนึ่งเท่าที่โนอาห์จะอนุมานได้ ที่มันหิ้วหอบกระดาษและพู่กันมานั้นก็ไม่ใช่เอามาขีดเขียนเล่นแต่อย่างใด แต่อารันซื้อมาเพื่อนำมาประกอบพิธีกรรมเวทมนตร์ด้วยตัวเอง เพื่อให้กำเนิดม้วนคัมภีร์เวทมนตร์หลากหลายรูปแบบดังที่เขาได้เห็นในหลายวันที่ผ่านมา
ไว้คราวหลังค่อยไปขอให้มันทำให้ซักม้วนสองม้วน
“นายมั่นใจจริงๆใช่ไหมว่าจะเอาไม้เท้านั่นไปสอบ” อารันเอ่ยทักหลังจากเดินออกมาจากห้องน้ำ ผมเผ้าชุ่มฉ่ำจากการสระผม เสื้อผ้าที่ใส่มาแล้วเรียบร้อยั้แ่ในห้องน้ำ ซึ่งโนอาห์ก็ยังนับว่าแปลก แต่แปลกว่านั้นก็คือระยะเวลาในการใช้ห้องน้ำของอารันที่นานเสียจนเขาหลับตื่นหนึ่งได้
“บ๊ะ! ไม่ใช้ไม้เท้าสยบัแล้วจะให้ฉันไปเอากิ่งไม้ที่ไหนมาสอบล่ะเพื่อน ถามแปลกๆ” โนอาห์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเริงร่า หลังจากที่เข้ามาห้องพักวันแรก โนอาห์ได้เล่าเื่ที่ตนรู้เกี่ยวกับไม้เท้าสยบัให้อารันฟัง เพราะคิดว่าเพื่อนหัวเขียวคนนี้จะคลี่คลายความสงสัยในใจของเขาได้
น่าเสียดายที่ช่วยไม่ได้เลยซักนิด
“ก็เผื่อเกิดเหตุผิดพลาด ใครบางคนจะได้ไม่มาโทษว่าฉันไม่ได้เตือน” อารันยักไหล่ เดินไปเช็คข้าวของอีกทีให้แน่ใจ ในขณะที่โนอาห์ได้แต่สบถในใจให้กับความสนิทสนมที่ดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นผิดปกติ จนเขาเองยังแอบใอยู่ไม่น้อย
เมื่อเขาเห็นเพื่อนร่วมห้องทำการเช็คข้าวของ โนอาห์ที่ไม่รู้จะมองหาอะไรต่อผ่านทางหน้าต่างจึงลองทำเลียนแบบดูทั้งๆที่ไม่มีอะไร แน่นอนว่าความเร็วในการตรวจตรานั้นย่อมมากกว่าอารันหลายเท่าตัว เ้าตัวคว้าห่อผ้าที่ภายในบรรจุดไม้เท้าสยบัที่เป็ดั่งยันต์คุ้มภัยของเขาในยามนี้มาสะพานไว้ที่ข้างหลัง อาสาเดินนำไปที่ประตูอย่างออกหน้าออกตา
“ไม่เห็นต้องรีบขนาดไหนแท้ๆ” อารันส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยอ่อน ก่อนจะเดินมายืนอยู่ข้างหลังโนอาห์ เพื่อรอว่าเมื่อไหร่มันจะเปิดประตูซักที
โนอาห์สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ก่อนจะค่อยเอื้อมมือไปขยับลูกบิดช้าๆ ถ้าเขาเดินก้าวข้ามประตูบานนี้ไป ก็เท่ากับว่าได้เหยียบเข้ามาในโลกอิซซูมีลแห่งนี้เต็มฝ่าเท้าเสียที นั้นจึงเป็เหตุให้เขาต้องใช้เวลาในการตัดสินใจนานหน่อยเป็เื่ธรรมดา
และในที่สุดประตูบานนั้นก็ถูกเปิดออก
พร้อมกับมโนทัศน์ที่ถึงกับทำให้โนอาห์กระพริบตาปริบๆ
ด้านขวาของเขามีหญิงสาวสองคนหยุดชะงักเนื่องจากบานประตูถูกเปิดออก พร้อมกับการก้าวมาของชายหนุ่ม หนึ่งเป็ผู้หญิงน่าตาค่อนไปทางน่ามากกว่าสวย ผมเผ้าสีน้ำตาลประบ่า อีกคนเป็ผู้หญิงที่ราวกับว่าผลิตน้ำแข็งออกมาได้ด้วยตัวเอง เรือนผมสีดำสลวยและนัยต์ตาสีเดียวกัน
ผู้หญิงที่โนอาห์และอารันจะจำได้ดีไม่มีวันลืม
“อ๊ะ...คุณเมื่อตอนนั้นนี่คะ” หญิงสาวผมสีน้ำตาลเอ่ยทักเสียงใส ในขณะที่โนอาห์ได้แต่โบกมือตอบกลับตาปริบๆเนื่องจากทำอะไรไม่ถูก อารันเองที่ชะโงกมาหาว่าเกิดอะไรขึ้นก็ได้แต่เม้มรีมฝีปากพยักหน้าทักทายไปก่อนในขั้นแรก
หลังจากคณะเดินทางของพวกเขาก็ได้บรรจุคนเพิ่มเข้าไปอีกสองคน
“ไม่นึกเลยนะคะว่าจะมาเจอกันในที่แบบนั้น นึกไม่เลยว่าจะพักอยู่โรงแรมเดียวกัน” ซายากะพูด ในตอนนี้เธอกับยูกิกำลังเดินอยู่กับอารันและโนอาห์ที่เหมือนจะปรับตัวเข้ากับพวกเธอได้เร็วเหลือเชื่อ เพราะตลอดทางก็ดูเหมือนจะสรรหาเื่มาชวนคุยได้ตลอด โดยเฉพาะคนที่แนะนำตัวกับพวกเธอว่าชื่อโนอาห์
คนที่ใช้วิชามือเปล่าเอาชนะโจรข้างทางสิบคนได้ด้วยลำพังตัว
เอาเข้าจริงลำพังพวกเธอก็สามารถรับมือพวกโจรกลุ่มนั้นได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ในเมื่อมีคนอยากมามีส่วนร่วมพวกเธอก็ไม่ขัดแต่อย่างใด อีกอย่างจะได้เป็การสำรวจไปในทีเดียวเลยว่าคนที่เข้ามาช่วยมีฝีมืออยู่ในระดับไหน คำตอบที่ได้คือประเมินไม่ได้ เพราะความตั้งใจที่จะเก็บงำฝีมือที่แท้จริงของเ้าตัวเอง
นับได้ว่าน่าเสียดาย
“หรือว่าพวกคุณจะแอบสะกดรอยพวกฉันกันคะ...” เธอแกล้งเผยอปากขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่โนอาห์เบ้ปากสู้ตอบ ก่อนจะชี้ไม้ชี้มือไปยังอารันที่เดินอยู่ข้างๆ
“ถ้าจะโทษก็เ้านี่ มันเป็คนเลือกโรงแรงเองนะบอกไว้ก่อน ฉันเหรอ! ก็อุตส่าห์บอกแล้วว่าให้เลือกที่มันดีกว่านี้ ดันไม่ฟังกันเลยซักนิด” อารันหัวเราะร่า พร้อมกับอารันที่หัวเราะผสมโรงเข้าไปด้วยเพราะความตลกในเทคนิคเอาเพื่อนมาหากินของโนอาห์
แถมขายให้กับคนที่ยังไม่รู้จักกันไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
ถ้าไม่ซื่อจนไม่รู้ประสีประสา ก็คงอ่านเกมขาดว่าซายากะและยูกิเชื่อใจฉัน
ระหว่างนั้นอารันก็ได้เหลือบตามองซายากะและยูกิที่หันไปคุยกันสองคนอย่างใช้ความคิด พวกเธอแนะนำตัวทันทีหลังจากพบกันอีกครั้งในหน้าประตูของโรงแรม อาเบย์โนะ ซายากะ และ วาตานาเบะ ยูกิ ทายาทตระกูลองเมียวจิผู้โด่งดังในยามาไท ใต้ฟ้านี้ไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลอาเบย์โนะ แต่ที่น่าเหลือเชื่อก็ตรงที่ทายาทผู้นั้นกลับมาเข้าสอบปีเดียวกับพวกเขาซะนี่
ความเก่งกาจด้านเวทมนตร์แทบไม่ต้องพูดถึง ตระกูลอาเบย์โนะมีเทคนิควิธีในการร่ายเวทที่ไม่เหมือนใคร และใครต่อใครก็เลียนแบบไม่ได้ เน้นอาศัยการหยิบยืมพลังฟ้าและดินมาแปรเปลี่ยนเป็พลังในการต่อสู้ รวมถึงการใช้ยันต์กระดาษที่มีความคล้ายคลึงกับม้วนคัมภีร์เวท รวมถึงเวทอัญเชิญที่มีความโดดเด่นเป็พิเศษ ถ้าเป็ศัตรูก็นับได้ว่ารับมือยาก แต่ถ้าเป็มิตรก็ขอบอกไว้เลยว่าหนทางข้างหน้าย่อมราบรื่นไร้สิ่งกีดขวาง
ในขณะที่ผู้หญิงผมดำ วาตานาเบะ ยูกิ กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่าง ถ้าซายากะเปรียบดั่งดวงตะวันที่สาดแสงเจิดจ้า ยูกิก็คือจันทราที่เยือกเย็นและสวยงาม เธอคนนี้เป็คนๆเดียวกับที่ปล่อยจิตสังหารออกมาอ่อนๆเมื่อวันที่โนอาห์เสนอหน้าเข้าไปช่วยเธอและซายากะ ถ้าโนอาห์เปรียบได้กับคมในฝัก เขาก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายถึงตัวตนของยูกิได้อีกแล้ว
ผู้หญิงสองคนที่ไม่น่าจะอยู่ด้วยกันได้ กลับมีความสัมพันธ์ที่พวกเขาเองยังยากที่จะหยั่งถึง
น่าสนใจจริงๆ
“ว่าแต่...เมื่อไหร่จะถึงกันล่ะนี่ ฉันจำได้ว่าเราเดินกันมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอไง” โนอาห์เอ่ยทักขึ้น การเดินไปชมวิวรอบข้างไป่แรกมันก็น่าสนุกดีอยู่หรอก แต่พอนานไปความเมื่อยดันมีมากกว่าความสนุก จนเขาเองก็เริ่มรู้สึกอยากเจอตัวโรงเรียนขึ้นมาเร็วๆเหมือนกัน
“เงยหน้าขึ้น” อารันตอบกลับด้วยประโยคสั้นๆ แต่โนอาห์ก็เลือกที่จะทำตาม และนั้นเองจึงทำให้เขาพบกับสิ่งที่ตามหามาั้แ่เข้าเมืองแห่งนี้มา
พวกโนอาห์เงยหน้าขึ้นไปมองภาพที่เห็นเบื้องหน้าให้ชัดๆ ปราสาทสีขาวล้อมรอบด้วยกำแพงสีขาวขนาดใหญ่จนเกือบจะเท่ากำแพงเมืองอัลเทร่า สถาปัตยกรรมของตัวปราสาทอวาลอนงดงามราวกับภาพวาด ดูแปลกตาสำหรับชายต่างโลกอย่างโนอาห์ยิ่งนัก
มองดูไกลๆเหมือนไม่มีอะไรนอกจากสิ่งปลูกสร้างสีขาว
พอมาดูใกล้ๆกลับได้พบเห็นสวรวง์เพิ่มอีกหนึ่งแห่ง
”คนน้อยกว่าที่คิดแฮะ...” โนอาห์ทำปากพึมพำ หลังจากพบว่าประตูโรงเรียนมีน้อยคนนักที่จะเดินเข้าไป ซึ่งทั้งหมดล้วนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาทั้งสิ้น
“คนส่วนมากเขาไม่มาเช้าขนาดนี้หรอกค่ะ พวกเราถือว่ามาเร็วมากแล้ว” ซายากะตอบคำถามของโนอาห์ด้วยรอยยิ้ม เ้าตัวพยักหน้าหงึกๆเกาหัวแก้เก้อ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปข้างในพร้อมกับอีกสามคนที่เดินมาด้วยกัน
และในตอนนั้นเองพวกเขาทั้งสี่ก็ได้ค้นพบ์แห่งที่สอง
ภายนอกนับว่างดงามหาสิ่งใดเปรียบแล้ว ภายในกลับยิ่งไปกว่านั้นเหมือนอยู่คนละโลก บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยสวนดอกไม้นานาพรรณ อีกทั้งยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งมองเห็นตัวปราสาทเด่นชัดมากยิ่งขึ้น เด่นเสียจนมองเห็นได้ว่าอะไรเป็อะไร พวกเขาทั้งสี่ดื่มด่ำกับความงามรอบๆก่อนจะเดินตรงไปยังทางที่คนอื่นๆเดิน เพราะคิดว่านั่นน่าจะเป็จุดหมายของพวกตน
“โอ๊ะ พวกคุณมาเป็กลุ่มสุดท้ายของกลุ่มที่สองพอดีเลยนะคะ เชิญทางนี้เลยค่ะ” คนที่เหมือนเ้าหน้าที่ซึ่งรออยู่บริเวณลานกว้างของปราสาทกล่าวด้วยรอยยิ้ม คิดทึกทักไปว่าพวกเขามาด้วยกัน ผายมือไปตามระเบียงทางเดินซึ่งดูรกร้างคนเสียจนน่าขนลุก
“เดินไปตามทางซักพัก จะเจอประตู แล้วก็เข้าไปรอในห้องนั้นได้เลยนะคะ” เ้าหน้าที่แนะนำเสร็จสรรพ ก่อนจะขอปลีกตัวไปบอกทางแก่ผู้เข้าสอบคนอื่นอีก ถึงจะไม่ทราบว่าที่นี้มีระบบการจัดวางคนอย่างไร แต่ในเมื่อได้อยู่กลุ่มเดียวก็ดีนักหนาแล้ว
พวกเขาสี่คนเดินตรงไปตามทางที่เ้าหน้าที่สาวบอก และพบประตูบานอย่างที่บอกไว้จริงๆ โนอาห์เป็คนแรกที่ขอเปิดประเดิมเอาฤกษ์เอาชัย ซึ่งคนอื่นก็ไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด และเมื่อเปิดเข้าไปพวกเขาก็ได้พบห้องโถงกว้างเกินกว่าขนาดที่เห็นภายนอก คาดว่าคงเป็ผลมาจากเวทมนตร์สายมิติระดับสูง ในห้องโถงแบ่งออกเป็สองชั้น และมีเข้าสอบคนอื่นๆมานั่งรอได้ซักระยะหนึ่งแล้ว บ้างพวกโนอาห์ก็มองเห็น บ้างก็หลบมุมตามเสาหรืออยู่บนชั้นสองเลยไม่เห็น ผู้เข้าสอบคนอื่นๆหันมามองพวกโนอาห์ซักพัก ก่อนจะเบนหน้ากลับไปเหมือนอย่างเดิม
ก็ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนนี่นะ
“แล้วนี่จะเอาไงต่อกันดี” โนอาห์ถามพรรคพวกที่โมเมเอาเองด้วยรอยยิ้ม ซายกาะหันมามองหน้ายูกิคล้ายกับจะขอความเห็น ทางด้านอารันที่ไม่รู้จะหันไปมองหน้าใครแบบซายากะจึงได้แต่ทิ้งตัวลงนั่นบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ที่สุด
“หัวข้อสอบเปลี่ยนไปเรื่อยๆทุกปี ที่ทำได้ก็มีแต่นั่งรอ” อารันพูดขึ้น ทอดสายตามองไปรอบๆเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง
“หรือไม่ก็ถามใครซักคน” ซายากะกล่าวสมสบ อารันเองได้แต่เลิกคิ้วให้กับความคิดของหญิงสาวผมสีน้ำตาล ดูเหมือนว่าตระกูลอาเบย์โนะจะได้ทายาทผู้สืบสกุลที่ไม่เลวเลยทีเดียว
“และแน่นอนว่าฉันขอรับหน้าที่นั้น พวกเธอโปรดวางใจและนั่งรอดูอยู่เฉยๆได้เลย” โนอาห์ดีดนิ้วเป๊าะพูดต่อเป็ลูกรับ ซายากะได้แต่หัวเราะเบาๆให้กับคำพูดของโนอาห์ ในขณะที่อารันเริ่มมีสีหน้าปั้นยากเข้าไปทุกที
ก็เพราะมันเป็คนออกหน้าเองนี้แหละ ถึงวางใจไม่ได้
ชายที่เสนอตัวรับหน้าที่อันแสนสาหัสครั้งนี้ไม่รอช้า รีบเดินไปกลางห้องโถงกวาดสายตาหาคนที่เขา้าทันที จนในที่สุดก็ไปสะดุดตากับชายผู้หนึ่ง เขาเป็หนึ่งในคนที่ไม่ได้หันมามองพวกเขาตอนเข้ามาเหมือนคนอื่นๆ อาจจะเพราะจริงจังอยู่หรือเพราะประหม่าก็ตามแต่ คนแบบนี้ย่อมเป็ประเภทที่พวกเขา้าอย่างแน่นอน
“เฮ้! ยินดีที่ได้รู้จัก” เขาเอ่ยทักทายชายผู้นั้นด้วยรอยยิ้ม เขยิบเรือนร่างเข้าไปใกล้จนคนที่โดนทักสะดุ้งโหยงด้วยความใ
“อ๊ะ!..ส..สวัสดีครับ” ชายคนนั้นเหมือนได้สติขึ้นมาจากภวังค์ ดวงตาสีเขียวสบตากับโนอาห์ ผมสีส้มที่โดดเด่นกว่าใครๆในห้องนี้ และร่างบางกว่าผู้ชายทั่วไปรวมถึงส่วนสูงที่เตี้ยกว่าเขามากนัก ท่าทีประหม่าเหมือนไม่ค่อยคุ้นชินกับผู้คน เขาตอบโนอาห์ด้วยอาการเก้ๆกังๆ
นับว่าเขามองคนไม่ผิด
โนอาห์คิดเช่นนั้นก่อนจะแสยะยิ้มในใจ
“ไม่ทราบว่าพอมีเวลาว่างซักครู่ไหม” โนอาห์ถามด้วยรอยยิ้ม โยกหัวไปมาเหมือนตัวตลกตามสวนสนุก
“อ...เอ่อ ทำไ...” ไม่ทันที่ชายร่างเล็กจะได้กล่าวตอบ โนอาห์ก็ขัดขึ้นมาทันทีอย่างรู้งาน
“ถือว่าตกลงก็แล้วกันนะ ขอบคุณมากที่ช่วย” โนอาห์ถือวิสาสะจับแขนของชายผมสีส้มในทันที ออกแรงฉุดกระชากลากมาหาพวกซายากะ ซึ่งระหว่างทางคนที่ถูกลากก็ได้แต่ะโเพราะใกับขอความช่วยเหลือ ซึ่งแน่นอนว่าผู้เข้าสอบให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย ต่างหันมามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสนใจ ก่อนจะหันหน้ากลับแทบไม่ทันหลังจากได้สบตากับชายที่กำลังเป็ฝ่ายลากเข้า
“นี่นายไปลักพาตัวใครมาน่ะ” อารันถามขึ้นมาหลังจากที่โนอาห์เดินมาถึง คิ้วเริ่มตะหงิดๆเพราะกลัวว่าเพื่อนของเขากำลังสร้างเื่ั้แ่วันแรกที่เหยียบโรงเรียนแห่งนี้
“ใครอะไรที่ไหนกัน คนเขามีชื่อนา...อ้อ! เมื่อกี้ต้องขอโทษด้วยล่ะ พอดีว่าพวกฉันรีบจริงๆ อยากรู้อะไรหลายๆอย่างน่ะนะ อีกอย่าง...สนิทกันไว้ก่อนก็ไม่เสียหายนี่นาจริงไหม พอสอบผ่านจะได้มีเพื่อนๆกันเยอะล่ะเนอะ” โนอาห์ผายมือกว้างประหนึ่งโฆษณาชวนเชื่อ ซายากะได้แต่มองเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นด้วยความสนใจ ยูกิยังคงนิ่งเฉยเหมือนเดิมอย่างที่ผ่านมา และอารันเองที่เอามือกุมท้องเกือบลงไปนอนกับพื้นอยู่รอมร่อ
แม้จะยังตั้งตัวไม่ถูก แต่ท่าทีไม่มีพิษมีภัยจากคนพวกนี้ก็พอทำให้ชายตัวเล็กวางใจได้ในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าการกระทำของชายผมดำที่ลากเขามาเมื่อซักครู่จะดูขวานผ่าซากไปหน่อย อีกทั้งคำพูดของเขาก็ดูแปลกๆจนไม่น่าจะเชื่อใจได้ แต่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้ตกลงปลงใจยอมแนะนำตัวให้คนพวกนี้รู้จักตามการชักนำของโนอาห์
อะไรบางอย่างมันบอกเขาว่าคนพวกนี้ไว้ใจได้
“ผม นิกซ์ วาเลนไทน์ ยินดีที่ได้จักครับ!! โอ้ย!!” นิกซ์โค้งตัวลงจนหัวไปเขกกับโต๊ะเข้าให้ เ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาคลำหัวป้อยๆ
“ไหวแน่นะคะ…” ซายากะถามด้วยความเป็ห่วง เธอกลัวว่าแทนที่จะได้คำตอบของคำถาม กลับได้คนที่ไม่รู้เื่รู้ราวเหมือนกันมาซะมากกว่า
โนอาห์ได้แต่ยิ้มไม่ตอบคำถามของยูกิ
ก่อนจะยกนิ้วโป้งขึ้นมาชูเล็กน้อยด้วยสีหน้ามาดมั่น