บทที่1
เทพจูเชว่
วันเวลาหมุนเวียนหากนับจากวันที่หินศิลาเพลิงถือกำเนิดก็ร่วมห้าแสนปี เื่ราวมากมายในอดีตบ้างถูกลืมเลือนบ้างถูกปรับแต่งจนไม่เหลือเค้าเดิม หากแต่กลับมีเพียงเื่เดียวที่ผู้คนยังคงจดจำได้แม่นยำนั่นคือ เทพจูเชว่ คือเทพชั้นสูงผู้ที่มิอาจล่วงเกินโดยแท้จริง
ในขณะที่ผู้คนต่างกล่าวขานถึงความยิ่งใหญ่ของเทพจูเชว่ ตัวเขากลับทำเพียงนอนหลับที่ริมบึงาเท่านั้น สายลมแ่เบาเสียงน้ำไหลเย็นช่างเป็ความสงบสุขโดยแท้จริง
“ท่านเทพ...วันนี้องค์เง็กเซียน ส่งชากุ้ยฮวาหิมะมามิทราบว่า...”
เทพจูเชว่ไม่เอ่ยตอบเพียงมือโบกสะบัดเบาๆ เป็สัญญาณปฏิเสธเท่านั้น เทพรับใช้ตัวน้อยก็จากไป ดวงตาสีแดงฉานค่อยๆ เปิดขึ้นภาพแรกที่เขาเห็นจนชินตาคือบัวหิมะ์สีขาวเปล่งประกายที่กลางบึงา ริมฝีปากบางยิ้มเล็กน้อยหลายพันปีมานี้เพื่อให้บัวหิมะดอกนี้ยังคงเบ่งบานไม่ร่วงโรยเช่นดอกอื่นๆ เขาต้องใช้พลังปราณเซียนหล่อเลี้ยงมาไม่น้อยทีเดียว
“หากพระองค์ชื่นชอบเฟิ่งเหล่ยจะนำมาปลูกเพิ่ม”
ติ่งเฟิ่งเหล่ย เทพรับใช้คนสนิทของเขาเคยเอ่ยปากอาสาปลูกบัวหิมะ หากแต่เมื่อเทพจูเชว่คิดว่าในบึงแห่งนี้จะมีบางสิ่งมาบดบังบัวหิมะดอกนี้ในใจก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
“ข้าชื่นชอบเพียงดอกนี้เท่านั้น”
ติ่งเฟิ่งเหล่ยแม้เป็เพียงเทพรับใช้แต่มีความฉลาดเฉลียว เขารู้ดีว่าเทพจูเชว่ไม่ชื่นชอบการอธิบายและไม่ชื่นชอบผู้ที่ช่างพูด ดังนั้นเมื่อได้ยินประโยคปฏิเสธจากท่านเทพของตน เขาก็ไม่เคยถามเื่ปลูกบัวหิมะเพิ่มอีกเลย
“อีก 3 เดือนจะมีงานบุปผา ฮองเฮาให้คนมาเชิญพระองค์ไปร่วมงานด้วย”
ติ่งเฟิ่งเหล่ยเอ่ยบอกแก่เทพจูเชว่ด้วยท่าทางนอบน้อม แม้อีกฝ่ายจะยังนอนหลับตาแต่เขาก็ไม่เคยที่จะแสดงกิริยาไม่เหมาะสมเลยสักครั้ง สายลมเย็นพัดผ่านบึงากลิ่นหอมจากบัวหิมะลอยมาชวนให้ผ่อนคลาย ดวงตาสีแดงค่อยๆ เปิดออกรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้านิ่งสงบ ก่อนเอ่ยเสียงราบเรียบตอบคนสนิท
“่นี้ข้าปวดหัว”
ติ่งเฟิ่งเหล่ยก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนค่อยๆ ถอยหลังไป หางตาพลันเห็นเทพเซียนสตรีใบหน้างดงามนางหนึ่งยืนที่ใต้ต้นจื่อเถิงหลัว ใบหน้าของเขาพลันซีดเซียวแววตาหวาดหวั่นมองไปที่บุรุษชุดแดงบนเตียงนอนที่ริมบึงา
ความวุ่นวาย คือคำเดียวที่เขาคิดได้ในยามนี้ สองเท้าพลันเร่งความเร็วขึ้นในทันที ยามนี้ชักช้าไม่ได้แล้ว
เทพจูเชว่ตวัดหางตามมองไปยังสตรีชุดสีม่วงอ่อน แน่นอนว่าชนเผ่า์นั้นขึ้นชื่อในเื่ความงดงาม หากแต่งดงามแล้วอย่างไร ในสายตาเขาสตรีพวกนี้ล้วนน่ารำคาญ มือเรียวยกขึ้นสะบัดเล็กน้อยก่อนวางลงอย่างเดิม
โฮ่ง!!
จิ้งจอกเพลิงเก้าหางสีแดงพุ่งทะยานไปยังต้นจื่อเถิงหลัว เซียนสตรีที่หลบซ่อนพลันหมุนตัวหลบเมื่อเห็นว่าเ้าจิ้งจอกเพลิงเก้าหางพุ่งตรงมายังตน
ว้าย!!
ดวงตาแดงปิดลงอีกครั้งสายลมพัดกลิ่นหอมอ่อนๆ ของบัวหิมะเข้ามาทำให้สดชื่นผ่อนคลาย เพียงแต่เสียงร้องโวยวายด้านหลังกลับทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก คิ้วเข้มสีแดงสดขมวดเข้าหากันมากขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนางร้องเรียกเขา
“ท่านเทพช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ”
“หากไม่ทำให้นางเงียบเสียงข้าจะฆ่าเ้าเสีย”
สิ้นเสียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ใบหน้างดงามที่บรรจงตกแต่งมาพลันซีดเซียว ก่อนหน้านี้เพราะหลงใหลในรูปลักษณ์ของเทพผู้สูงส่งผู้นี้นางจึงไม่เชื่อคำเตือนของสหายว่าเขาเป็บุรุษเทพผู้โเี้และไม่ควรยุ่งเกี่ยว ดึงดันแอบมาหาเขาหวังสร้างความสัมพันธ์ มิคิดว่ายังไม่ทันแม้แต่จะเห็นหน้าเขาก็สั่งจิ้งจอกเพลิงเก้าหางโจมตีนาง
“ท่านเทพ!!! จะอย่างไรหม่อมฉันก็เป็ธิดาของเผ่ามัจฉา ท่านจะทำเช่นนี้กับหม่อมฉันมิได้นะเพคะ”
หยางไห่น่า เป็ธิดาเผ่ามัจฉา ั้แ่กำเนิดจนเติบใหญ่รอบตัวมีแต่คนนอบน้อมบุรุษมากมายต่างแย่งกันส่งของขวัญเอาใจนาง แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีใครกล้ากระทำการหยามเกียรตินางเช่นนี้
ทันทีที่ได้ยินนางเอ่ยบอกสถานะของตน จูเชว่พลันสะบัดมืออีกครั้งเรียกเ้าจิ้งจอกเพลิงเก้าหางกลับมา ดวงตาแดงฉานค่อยๆ เปิดออกร่างสูงโปร่งในชุดสีแดงสดค่อยๆ ลุกขึ้นยืนสายตาคมดุดันจดจ้องมายังสตรีรูปร่างบอบบาง
“บิดาของเ้าคือ หยางไห่ฉวน าาเผ่ามัจฉาอย่างนั้นหรือ”
“เพคะ!!”
ท่าทางที่เปลี่ยนไปของจูเชว่ทำให้หยางไห่น่ารู้สึกลำพองในใจ มีใครบ้างได้ยินชื่อบิดานางแล้วไม่เกรงใจ
“ดี!! ....เฟิ่งเหล่ยตามข้ามา”
ตงเฟิ่งเหล่ยที่กลับจากเรือนเทพโอสถแทบเข่าทรุดทันทีที่ได้ยินเทพจูเชว่เรียกหาตน องค์หญิงน้อยแห่งเผ่ามัจฉาเหตุใดจึงได้โง่งมยิ่งนัก เทพจูเชว่เป็ผู้ใดกันลำพังตัวนางเข้ามารบกวนเขาอย่างมากก็แค่ถูกเ้าหมาไฟนั่นกัดสักทีสองที เขาเองก็เชิญเทพโอสถมารอรักษานางแล้ว หากแต่ยามนี้กลับเอ่ยชื่อบิดาข่มขู่ท่านเทพ เกรงว่าครั้งนี้เผ่ามัจฉาอาจถึงขั้นสิ้นเผ่าพันธุ์
หยางไห่น่าไม่ทันได้ทบทวนเื่ราวเทพจูเชว่ก็หายไปจากสายตาพร้อมกับเทพติดตามของเขาแล้ว ยามนี้โดยรอบจึงเหลือเพียงนางและเทพโอสถเท่านั้น
“องค์หญิง ท่านรีบกลับไปที่วังมัจฉาเถิด อย่างน้อยอาจช่วยให้คนาเ็ลดลงสักเล็กน้อย”
“ท่านหมายความว่าอย่างไร”
ท่าทางงุนงงคล้ายยังไม่เข้าใจเื่ราวของเซียนปลาน้อยตรงหน้าทำให้เทพโอสถถอนหายใจยาว นางนับเป็สตรีงดงามผู้หนึ่งหากแต่เหตุใดจึงโง่งมยิ่งนัก
“หากข้าคาดเดาไม่ผิดยามนี้เทพจูเชว่คงไปถึงวังมัจฉาแล้ว”
“ท่านเทพจะไปที่บ้านข้าทำไม”
“เห้อ!!”
เทพโอสถถอนหายใจยาวอย่างหน่ายใจก่อนหันหลังเร่งเท้าเดินกลับเรือน เทพจูเชว่บุกไปยังวังมัจฉาด้วยอารมณ์เช่นนี้เกรงว่าคนที่จะลำบากในอนาคตคงเป็เขา
ข้าต้องเร่งไปเตรียมยาแล้ว