ตอนที่6
หลินซูเจียวนอนบนเตียงมองกลุ่มคนแปลกหน้าที่เดินเข้ามาในห้องพักของเธอ พร้อมกับพ่อแม่ของเ้าของร่างเดิมเธอเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อฟังเื่ราวทั้งหมด สีหน้าไม่เปลี่ยนไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมาทั้งนั้น
“ต่อไปเธอก็คือคนของตระกูลหยางไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราอีก”จงเหม่ย มองหลินซูเจียว ด้วยสายตาไม่พอใจคาดไม่ถึงว่านังเด็กคนนี้กำลังจะกลับเข้าไปทำลายวาสนาของลูกสาวเธอแต่ยังโชคดีที่พวกเขาไม่คิดส่งลูกสาวของเธอคืนมากับยังมอบผลประโยชน์โครงการใหญ่ที่สามีเธอ้าให้อีกด้วยแลกกับการที่ลูกสาวของเธอยังคงอยู่กับครอบครัวหยางต่อไป
“ซูเจียวสินะฉันคือพ่อของเธอ นั่นแม่ของเธอ ส่วนนี้อี้คุณพี่ใหญ่ อี้เฟิงพี่รองส่วนนี้อี้ฟ่านน้องชายเธอ เราคือครอบครัวของเธอ”หยางิฟ่งเอ่ยกับลูกสาวที่พลัดพรากหลายปีในแววตาสะท้อนความรู้สึกปวดใจเมื่อเห็นแววตาของลูกสาวที่มองมาที่พวกเขาอย่างคนแปลกหน้า
“...”หญิงสาวร่างบอบบางบนเตียงหรี่ตามองพวกเขาแต่ละคนอย่างพินิจผู้ที่บอกว่าเป็พ่อ มีสีหน้าจริงจังเคร่งขรึมเอ่ยคำพูดออกมาราวกับกำลังเจรจาธุรกิจ ในขณะที่ที่ผู้ที่ถูกแนะนำว่าเป็แม่มองมายังเธอด้วยสายตาที่สับสน ไร้ซึ่งความผูกพันธ์ พี่ชายคนโตมีสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆทั้งนั้น ในขณะที่พี่ชายคนรอง มีสีหน้าเบื่อหน่ายไม่สนใจมองเธอสักนิด มีเพียงผู้เป็น้องชายที่ชำเลืองมองหญิงสาวด้วยท่าทีสนใจอยู่บ้าง แต่ก็เพียงเท่านี้หญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปาก นี่นะหรือ ครอบครัวของเธอ
เดิมที่ชีวิตเดิมเธอก็เป็เด็กกำพร้าอยู่แล้ว ถูกเลี้ยงดูจากองค์กรใหญ่อย่างเข้มงวดทุกอย่างต้องอยู่ในกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด ครอบครัวคือสิ่งที่เธอเคยโหยหาเมื่อชาติที่แล้ว แต่เมื่อได้มาจริงๆ เธอกลับััไม่ได้ถึงความอบอุ่นแม้แต่น้อย
หญิงสาวเพียงหลับตาลงช้าๆเลิกสนใจกลุ่มคนในห้องอย่างสิ้นเชิง
“นี่หล่อนเป็อะไรไปไม่ใช่ถูกชนจนสมองมีปัญหาหรอกนะ”จงเหม่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเมื่อเห็นท่าทีเมินเฉยของเด็กสาว ตามนิสัยของของเด็กคนนี้ เธอควรจะโวยวายหรือไม่ก็ลุกขึ้นะโโลดเต้นแสดงความดีใจที่ได้เป็ลูกสาวคนร่ำรวยสิ
“ไม่หรอกหมอบอกไม่ได้าเ็ถึงสมอง เจียวเจียวอาจแค่เหนื่อย”หลินซูเฟิงออกตัวแทนเด็กสาวแม้อีกฝ่ายไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเืกันแล้ว แต่เลี้ยงดูกันมาหลายปีจะไม่มีความผูกพันธ์เลยก็เป็ไปไม่ได้
"คุณคะ”จ้าวหลี่อิงกระตุกแขนเสื้อผู้เป็สามีเมื่อได้รับการเมินเฉยจากลูกสาวคนใหม่ หยางิ ฟ่งตบไปที่มือของภรรยาเบาๆอย่างปลอบใจ
“ไม่เป็ไร เื่กระทันหันเกิดไปเธออาจยังรับเื่นี้ไม่ได้ ให้เวลาเธอหน่อย”ประธานหยางแม้จะปลอบใจภรรยาไปเช่นนั้น แต่เขาเองกลับมีสีหน้าที่เคร่งเครียดไม่น้อยและลูกชายทั้งสามก็หมดความสนใจในน้องสาวคนใหม่ทันที ทั้งหมดจากไปด้วยความรู้สึกแตกต่างทำให้ห้องกับมาเงียบสงบดังเดิม
หนึ่งเดือนผ่านไปหลินซูเจียวเดินออกจากโรงพยาบาล โดยมีหญิงวัยกลางคน ที่ตระกูลหยางส่งมาดูแลเธอเดินตามหลัง นับั้แ่วันนั้น ที่ทุกคนมากันพร้อมหน้าเธอก็ไม่เคยพบคนของตระกูลหยางอีกเลย เธอทราบจากพี่เลี้ยงที่ถูกส่งมาดูแลเธอว่าคู่กรณีของเธอได้ออกจากโรงพยาบาลไปก่อนหน้าหนึ่งสัปดาห์ และวันนั้นทุกคนในตระกูลหยางก็มารับเธออย่างพร้อมหน้า ซึ่งแตกต่างจากเธออย่างสิ้นเชิงซูเจียวเจียวเพียงยกยิ้มมุมปาก ไม่มีความเสียใจหรือเศร้าหมองแม้แต่น้อยพวกเขาจะมาหรือไม่มา เกี่ยวอะไรกับเธอ
“คุณหนู เชิญทางนี้ครับ”ชายวัยกลางคนที่ยืนกุมมือมองอยู่ข้างรถเมื่อเห็นหญิงสาวเดินออกมา ก็รีบเดินออกมาต้อนรับอย่างสุภาพพร้อมกับเปิดประตูต้อนรับเธอ
“อืม”ซูเจียวเพียงพยักหน้า สีหน้าไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆทั้งสิ้น แต่นั้นกลับทำให้คนขับรถยืนตัวตรงแน่วไม่กล้าหย่อนยานแม้แต่น้อย เมื่อเห็นออร่าที่แผ่ออกมาของเธอ
“คุณหนูคุณท่านทั้งหลายติดธุระ ไม่สามารถมารับคุณหนูออกจากโรงพยาบาลได้ แต่เมื่อคุณกลับไปต้องพบพวกท่านอย่างแน่นอนครับ”คุณขับรถกล่าวขึ้น เมื่อประจำตำแหน่งเรียบร้อยเขาเตรียมออกรถ เพราะจากเมืองนี้เดินทางไปถึงเมืองหลวงปักกิ่ง ต้องใช้เวลาบินเกือบหนึ่งชั่วโมง
“ไม่รีบไปเขตซานไห่ก่อน”คำพูดนิ่งของหญิงสาวทำเอาคนขับ และพี่เลี้ยงต่างตะลึงทั้งสองมองหน้ากัน อย่างตัดสินใจไม่ได้
“แต่ว่าคุณหนูหากเราเสียเวลาย้อนไปที่เขตซานไห่เราจะไปไม่ทันเที่ยวบินที่จองไว้นะขอรับ”คนขับทำหน้าลำบากใจทันที
“โทรไปเลื่อนเที่ยวบิน”หญิงสาวสั่งสั้นๆน้ำเสียงยังคงราบเรียบแต่กับทำให้คนขับและพี่เลี้ยงราวกับกำลังถูกกดดัน
“แต่ว่าคุณหนูถ้าเลื่อนเที่ยวบินเราจะถึงเมืองหลวงช้าไปนะคะ”พี่เลี้ยงสาวตั้งใจจะเกลี่ยกล่อมหญิงสาวหากว่าพวกเขากลับไปไม่ตรงเวลาคาดว่าจะต้องถูกทางตระกูลหย่างตำหนิอย่างแน่นอน
“ถ้าไม่ไป ก็จอดรถฉันจะไปเอง”ซูเจียวตวัดสายตาไปทางคนขับและพี่เลี้ยง ทำเอาทั้งสองคนต่างสะดุ้งโหย่งปากที่อ้าออกจะเกลี่ยกล่อมพลันปิดฉับ คนขับเปลี่ยนเส้นทางทันที มุ่งหน้าสู่เขตซานไห่
สองชั่วโมงต่อมารถได้มาจอดยังบ้านหลังหนึ่งในเขตซ่านไห่หญิงชราเดินออกมาหน้าบ้านด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่ามีรถแปลกๆเข้ามาจอดที่หน้าบ้านของเธอจนกระทั่งเห็นคนที่ก้าวลงมาจากด้านหลังรถคนนั้น
“เจียวเจียวหลานกลับมาแล้ว”หญิงชราดวงตาเป็ประกายด้วยความยินดี เมื่อเห็นหลานสาวสุดที่รัก ที่หนีไปหาพ่อแม่ของเธอที่อาศัยอยู่ในเมืองกลับมา หญิงชรา
“อืมหนูกลับมาแล้ว”ซูเจียวทักทายหญิงชราอย่างมีมารยาท ทำเอาหญิงชราถึงกับชะงักรอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปทันที เมื่อเห็นความห่างเหินของหลานสาวหลานสาวคงยังโกรธเธอ ที่ไม่ยอมให้เธอเข้าไปอาศัยอยู่ในเมืองกับพ่อหรือแม่ของเธอหญิงชราได้แต่ถอนหายใจ อย่างจนใจ ไม่ใช่ว่าเธอไม่้าให้หลานสาวไปแต่เป็เพราะไม่มีใครยอมรับหลานสาวของเธอต่างหากล่ะ
“หลานกลับมาก็ดีแล้ว หายดีแล้วใช่ไหม”หญิงชรายิ้มอบอุ่นให้กับหลานสาวพร้อมกับกวักมือเรียกให้เธอเข้าบ้านพร้อมกับมองสำรวจร่างกายของหลานสาวด้วยความเป็ห่วง และกังวล
“หายดีแล้ว”ซูเจียวตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของหญิงชราเธอไม่คาดคิดว่าจู่ๆหญิงชราจะดึงเธอเข้าไปกอดปลอบใจ เช่นนี้ทำให้เธอที่ไม่เคยใกล้ชิดใครเช่นนี้มาก่อนถึงกับทำตัวไม่ถูกเพียงแต่อ้อมแขนนี้กลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนนี่กระมังความรู้สึกของคนในครอบครัว
“เอ๋ สองคนนั้นคือใคร”หญิงชรา มองผ่านไปด้านหลังของหลานสาวเห็นชายหญิงวัยกลางคนสองคนเดินตามลงมาจากรถ คนที่หลานสาวนั่งมา
“คุณยาย เข้าบ้านก่อนเถอะเื่มันยาว”หญิงสาวผละตัวออกจากอ้อมกอดของคุณยาย ก่อนจับมือ พาหญิงชราเข้าบ้าน
“ได้ๆยายก็ลืมไปว่าแกเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ มาเถิดยายจะหาอะไรให้แกกินก่อน”หญิงชราเลิกสนใจคนสองคนนั้น ก่อนหันมาสนใจหลานสาวของเธอ
“ไม่ต้องลำบากค่ะคุณยายนั่งก่อน”ซูเจียว ไม่รู้ว่าจะวางตัวอย่างไร กับความใจดีของหญิงชราเดิมที่เธอก็ไม่ใช่หลานสาวของหญิงชราจะให้ทำตัวสนิทสนมกับอีกฝ่ายเหมือนเดิมก็ทำไม่ได้
“คุณยายค่ะ พ่อ แม่ติดต่อมาบ้างหรือเปล่า”เธอเข้าโรงพยาบาลเป็เดือน เื่ราวที่เกิดขึ้นมากมายคิดว่าทางนั้นน่าจะโทรมาบอกหญิงชราบ้าง แต่ดูจากท่าทีต้อนรับเธอของอีกฝ่ายทำให้เธอไม่มั่นใจนัก ว่าหญิงชราจะรู้เื่