บทที่ 163 เปิดเผยความจริง
หน้าเรือนส่งตัวนั้นปลอดผู้คนก็จริง แต่นอกจากสายตาของมนุษย์แล้ว วิญญาณนับนยี่สิบตนกำลังมองดูการกระทำของสนมซือซือด้วยสีหน้าหยามเหยียด
เป็นดั่งที่นายท่านคิดเอาไว้ สตรีผู้นี้มาร่วมงานแต่งของพวกเขา ย่อมไม่ได้มีเจตนาดีอันใด ตอนนี้เห็นแล้วว่าสตรีผู้หนึ่งต้องการลอบเข้าเรือนหอของนายท่าน ไม่ว่าจะมีเจตนาใดก็ตาม ทว่าการกระทำเช่นนี้ถือเป็นการดูหมิ่นอย่างแน่นอน
พวกนางส่งสัญญาณออกไป นึกอย่างจะ “สังหาร” สตรีผู้นี้ทิ้งไปเสีย ถึงอย่างนั้น...นี่ก็เป็นบททดสอบหนึ่งที่นายท่านมอบไว้ให้กับองค์รัชทายาท หากสตรีเพียงผู้เดียวก็ยังจัดการไม่ได้ เช่นนั้นพระองค์ก็ต้องรับชะตากรรมอันเลวร้ายที่เกิดจากสตรีผู้นี้ด้วย แน่นอนว่านอกเหนือจากนี้...พลังที่อีกฝ่ายปลุกขึ้นมาได้ก็ยังมีประโยชน์
ขณะนี้ นายท่านกำลังตามหาสมุนไพรระดับสูงเพื่อที่จะช่วยให้นายหญิงของพวกเขาสามารถตั้งครรภ์ได้ ในตำราปรุงยาระดับสูงมีเขียนเอาไว้ แต่ไม่มีผู้ใดค้นพบมาเนิ่นนานแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเร่งรีบเกินไป อีกทั้งยังไม่ใช่เรื่องที่สำคัญขนาดนั้น นายท่านกล่าวเอาไว้ว่า ต่อให้ไม่ได้มีบุตรที่สืบสายเลือดเดียวกันกับตนเองและนายหญิง ก็ขอแค่เป็นเด็กคนหนึ่งที่จะกตัญญูและดูแลนายหญิงหากนายท่านเกิดปัญหาได้ก็เพียงพอแล้ว
ถ้ามีเด็กคนนั้นปรากฏตัวขึ้น นายท่านก็คงล้มเลิกการตามหาสมุนไพรในตำนานนั้น แล้วก็ทำอะไรได้ตามใจเสียอีก
ทว่าตอนนี้ยังต้องมองหาสมุนไพรนั้นอยู่ หากพบเจอแล้วเห็นว่าสมุนไพรนั้นยังใช้การไม่ได้ ต้องอาศัยพลังของสตรีสารเลวผู้นี้ การกำจัดเพราะอารมณ์ชั่ววูบจะทำให้ความหวังทั้งหมดพังทลาย
นายท่านเป็นคนอารมณ์ร้อนและเด็ดขาดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนายหญิงโดยตรง เขากลับละเอียดอ่อนมาตลอด
เหล่าวิญญาณร้ายทำได้เพียงมองดูสตรีที่น่ารังเกียจนี้ต่อไป “ห้ามสังหาร” ไม่ได้หมายความว่า “ห้ามลงมือ” เสียหน่อย ดังนั้นพวกวิญญาณทั้งหลายที่รับหน้าที่ปกป้องนายหญิงจึงได้เริ่มดำเนินการ
ซือซือไม่ได้รู้เรื่องนี้ นางยังคิดว่าตนเองลักลอบเข้ามาโดยไม่ให้คนอื่นเห็นสำเร็จแล้ว เสียงของคนที่อยู่ด้านในห้องนั้นค่อนข้างเงียบ นางไม่รู้ว่าตอนนี้คุณชายหลี่กำลังทำสิ่งใดอยู่ อาจจะตื่นเต้นและเฝ้ารอการมาถึงของแม่ทัพหวงผู้เป็นสามี หรืออาจจะกำลังยิ้มร่าเพราะความสุขอยู่ก็ได้
กับสตรีที่สมบูรณ์พร้อมอย่างนางยังไม่เคยมีงานแต่งในชีวิต ทว่าบุรุษอย่างคุณชายหลี่ที่เคยไล่ตามนาง บัดนี้เข้าพิธีแต่งงานอย่างถูกต้อง ทั้งยังเป็นงานแต่งที่ทั่วทั้งอาณาจักรต้องอิจฉา เหอ เหอ เหอ หากไม่ใช่เพราะซือซือต้องการพึ่งพาเขา นางคงไม่ต้องการเข้าร่วมงานแต่งที่ไร้สาระนี้หรอก!
เท้าเล็กๆก้าวออกไปอย่างระมัดระวัง แต่ก่อนที่จะได้เดินข้ามเส้นแบ่งสำหรับเรือนหอกับพื้นที่สวน จู่ๆ ร่างของซือซือก็ต้องแข็งค้าง
“เจ้าเป็นผู้ใดกัน? แต่งกายเหมือนหญิงรับใช้จากในวัง หรือว่ากำลังหลงทางงั้นหรือ?” น้ำเสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง
ถ้อยคำที่เรียกว่า “หญิงรับใช้” ทำให้ซือซือต้องเม้มริมฝีปากแน่น นางแต่งเข้าวังองค์รัชทายาท มีฐานะเป็นถึงสนมคนหนึ่ง กลับถูกเรียกว่าหญิงรับใช้อย่างนั้นหรือ?
แม้จะรู้สึกโกรธอยู่บ้าง แต่ซือซือก็รู้ดีว่าฐานะของตนเองนั้นสูงกว่า “หญิงรับใช้” เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อยู่ในวังองค์รัชทายาท นางดีกว่าหญิงรับใช้หรือนางกำนัลเหล่านั้นก็แค่ไม่ต้องทำงานหนักเหมือนกับคนอื่นๆ แต่กลับมีชีวิตอย่างน่าอดสูแทน จะเดินออกจากเรือนสนมก็ทำไม่ได้ ด้วยต้องหวั่นเกรงว่าจะทำให้เจ้านายใหญ่ในวังหลังไม่พอใจ
หากพระสนมระดับสูงมาเห็นเข้าแล้วเกิดไม่พอใจขึ้นมา พวกนางที่เป็นสนมชั้นต่ำจะถูกลงโทษโดยไม่มีสาเหตุอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ซือซืออยากจะลองดีกับพวกนางสักตั้ง แต่หลังจากที่นางได้เข้าอบรมการอยู่ในพระราชวังแล้ว นางก็เข้าใจ...
กฎในพระราชวังนั้นไม่เหมือนข้างนอก อยากจะสังหารผู้ใดก็สังหารได้ หู ปาก และดวงตา ทั้งหมดล้วนเป็นขององค์รัชทายาทเท่านั้น หากมีเรื่องเสื่อมเกียรติหลุดออกไป พระองค์ก็จะเดือดร้อนไปด้วย ดังนั้น...หากมีการฆ่าแกงกันขึ้นในวังหลัง องค์รัชทายาทย่อมต้องปิดข่าว และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อย่างไรก็แค่สนมชั้นต่ำ หายไปสักสองสามคนจะมีผลกระทบอันใด?
ดังนั้นซือซือจึงต้องวางแผนใหม่ เพื่อไม่ให้ตัวตนของนางเป็นสิ่งที่จะ “หายไปเมื่อไรก็ได้” นางจึงต้องการขึ้นตำแหน่งที่สูงขึ้น อย่างน้อยๆก็เพื่อมีตัวตนในสายตาของทุกคน ครั้นเมื่อนางหายตัวไป จะต้องมีการตรวจสอบและพิสูจน์คืนความเป็นธรรมให้กับนาง
“คุณหนูผู้นี้...ท่านคือผู้ใดหรือ” ซือซือหันกลับมา ไม่ได้ตอบคำถามของเด็กสาวดวงตากลม หากแต่เอ่ยถามคำถามกลับไปแทน
เด็กสาวตรงหน้าอายุอานามเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น คาดว่ายังไม่ถึงวัยปักปิ่นด้วยซ้ำ นางยังคงตัวเล็กมาก แต่สวมใส่ชุดที่สวยงามและเป็นของชนชั้นสูงอย่างแน่นอน แสดงว่ามีสถานะที่ดี
ซือซือในตอนนี้ขาดเส้นสายเป็นที่สุด นางย่อมต้องมองหาโอกาสเอาไว้ก่อน ในเมื่อเด็กสาวผู้นี้สามารถเดินเล่นในจวนสกุลหวงได้ เช่นนั้นนางควรจะเป็นเด็กสาวจากตระกูลใหญ่โต หรืออาจจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแม่ทัพใหญ่ก็ได้
“ข้าคือใครจำเป็นต้องบอกข้ารับใช้เช่นเจ้าด้วยหรือ? ก่อนหน้านี้ข้าเห็นเจ้าออกมาจากพุ่มไม้ เจ้ากำลังรอโอกาสที่จะลอบเข้าห้องหอของฮูหยินหวงหรือ?”
“.....คุณหนูน้อย ข้าไม่ได้รอโอกาสอันใด เพียงแค่ล้มลงใกล้ๆพุ่มไม้ ยืนขึ้นมาก็พบว่าคุณหนูอยู่ที่นี่แล้ว” ซือซือขมวดคิ้ว ก่อนหน้านี้นางตรวจสอบดีแล้วแท้ๆ กลับยังถูกพบเจอ
ดีที่นางมีสติมากพอ ไม่ร้อนรนและยังตอบคำถามด้วยเหตุอันเหมาะสมด้วย อย่างไรเด็กสาวตรงหน้าก็ไม่ควรจะสงสัยอีก
“อ่อ เช่นนั้นก็เชิญเจ้าออกไปได้แล้วกระมัง เส้นทางที่เจ้ากำลังมุ่งหน้าไปนี้เป็นเขตห้ามเข้า วันแต่งงานของผู้อื่น จะให้คนนอกเข้าไปวุ่นวายในเรือนหอได้อย่างไร”
“...............” ซือซือขมวดคิ้วเมื่อถูกขับไล่โดยตรงเช่นนี้ แถมยังถูกเด็กน้อยคนหนึ่งตำหนิว่านางไม่รู้มารยาทอีก
“เว้นเสียแต่ว่า...เจ้าต้องการลักลอบเป็นชู้กับฮูหยินหวง...” เด็กสาวหรี่ตาลง จ้องหน้าซือซืออย่างเอาเรื่อง
คำว่า “ชู้” ในที่นี้ทำให้ซือซือผงะถอยหลัง ไม่น่าเชื่อว่าเด็กตัวเท่านี้กลับพูดออกมาอย่างกล้าหาญ นี่เป็นการแต่งงานของคุณชายหลี่ หากมีเรื่อง “ชู้” หลุดออกไป ไม่ใช่ว่างานแต่งทั้งหมดนี้จะต้องพังหรอกหรือ?
ใจหนึ่งซือซือก็อยากจะทำลายงานแต่งที่หรูหรานี้ให้สิ้นซาก แต่อีกใจหนึ่ง...นางรู้ดีว่าการสร้างเรื่องเช่นนี้ไม่ได้ทำลายแค่งานแต่งงานเท่านั้น แต่จะทำลาย “ชีวิต” ของนางเองด้วย
ในฐานะที่เป็นสนมขององค์รัชทายาท การเล่นชู้มีโทษถึงประหารทั้งตระกูล!ซือซือต้องการมีชีวิตอยู่ มีชีวิตอยู่เท่านั้นจึงจะเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ ดังนั้นนางไม่มีทางยอมให้ตนเองกลายเป็นเหยื่อของเรื่องนี้
ตอนนี้ นางไม่รู้แล้วว่าเด็กสาวตรงหน้าเป็นคนของแม่ทัพหวงหรือเป็นศัตรูกันแน่ การที่นางกล้าพูดออกมาเช่นนี้ หากผู้อื่นได้ยินเข้าแล้วกลายเป็นข่าวลือ “ฮูหยินหวงนัดชู้ให้มาเจอกันในวันแต่งงานที่ห้องหอ” ไม่ใช่ว่าจะเป็นการหยามเกียรติแม่ทัพใหญ่หรอกหรือ?
ชะตาชีวิตของฮูหยินหวงต่อไปในอนาคตก็ต้องพังทลายด้วยเช่นกัน ต่อให้เป็นสมรสพระราชทาน แต่การใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลหวงคงจะไม่ดีอีกต่อไปแล้ว
“คุณหนูน้อย กล่าวหนักเช่นนี้ไม่ดีเลยนะเจ้าคะ”
“ไม่ดีหรือ? ข้ายังไม่ได้พูดอะไรไม่ดีตรงไหน ก็เจ้าเป็นสตรี เป็นข้ารับใช้จากที่ไหนก็ไม่รู้ แต่กลับต้องการลอบเข้าไปยั่วยวนฮูหยินแม่ทัพใหญ่ .... เหอะ! เจตนาของเจ้าไม่ดีเอาเสียเลย”
“ยั่วยวนหรือ? ข้าไม่ได้จะยั่วยวนเขา” ซือซือถูกหมิ่นศักดิ์ศรีอย่างชัดเจน นางโต้เถียงออกมาทันควัน ชีวิตของนางไม่ต้องยั่วยวนผู้ใด นางทำทุกอย่างซื่อตรงมาตลอด หากนางต้องการยั่วยวนคุณชายหลี่จริงๆ ตอนนี้นางคงได้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดจากเขาไปแล้ว! คนที่วิ่งไล่ตามนางตลอดเวลาก็คือเขาเองต่างหาก!
“ไม่ยั่วยวน? ปากกับการกระทำช่างขัดแย้งจริงๆ” เด็กสาวทำท่าจมูกฟุดฟิด
“ถึงกับใช้หญ้าหอมให้กับตนเอง การกระทำเช่นนี้น่ารังเกียจมากๆ เจ้าต้องการปีนเตียงผู้ใดกัน เห็นว่าเขาเป็นบุรุษก็คิดจะยั่วยวนได้แล้วงั้นหรือ? ฮูหยินหวงนั้นเป็นคนใจดีก็จริง แต่ไม่ได้มักมากหรอกนะ ต่อให้เจ้าเข้าไป...เขาก็ไม่มีทางหลงกลเจ้าหรอก”
“นี่เจ้า!!”
“อันใด? หรือเจ้าจะบอกว่าตนเองไม่ได้ใช้สมุนไพรหอมกันล่ะ? เจ้าเป็นคนที่หน้าซื่อใจคดที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมาเลย” เด็กสาวแค่นหัวเราะ รอยยิ้มมองซือซือด้วยความรังเกียจ
ราวกับมีคนเอามีดมากรีดที่หัวใจของนาง ซือซือมั่นใจว่าตนเองเป็นคนดีและซื่อตรงมาตลอด นางรักในศักดิ์ศรีจึงได้เย่อหยิ่งมาจนถึงทุกวันนี้ได้ ทว่า...หลังจากที่เด็กสาวชี้ให้เห็นว่านางกำลังทำอะไรอยู่ ซือซือที่ปฏิเสธความจริงมาตลอดก็ไม่สามารถรับได้
นางไม่ได้ยั่วยวน นางเพียงต้องการสร้างความประทับใจให้กับชิงหมินก็เท่านั้น เพียงแค่ต้องการให้เขาเห็นใจนาง นาง...นางไม่ได้ทำเรื่องน่ารังเกียจเช่นนั้น!!
“คุณหนู ท่านคงไม่เข้าใจ...สตรีอย่างพวกเราเพียงรักสวยรักงามเท่านั้น ฮูหยินหวงเป็นของแม่ทัพหวง ข้าไม่ได้คิดจะร่วมรักกับเขาแต่อย่างใด อันที่จริง...ข้าต้องบอกว่าตนเองเคยเป็นสหายเก่าของฮูหยินหวง ท่านก็รู้ว่าคุณชายหลี่มาจากต่างเมือง ก่อนหน้านี้เขาและข้าช่วยเหลือกันมาก่อน ข้าเพียงต้องการอวยพรให้กับงานแต่งของเขาเท่านั้นแต่ไม่มีโอกาส ข้าจึงได้มาที่นี่ ไม่ได้มีเจตนาเช่นที่ท่านคิด”
“โอ้...แก้ตัวได้ดี แต่น่าเสียดายจริงๆ ที่ข้าไม่สามารถมองว่าเจ้าเป็นสหายของคุณชายหลี่ได้ เจตนาของเจ้ามันชัดเจนเกินไป”
“..............”
“สหายที่ไหนต้องการลอบเข้าเรือนหอของผู้อื่น นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นสหาย ข้ายังคิดว่าเจ้าเป็นคนของศัตรูแม่ทัพใหญ่ที่ต้องการเข้ามาสร้างปัญหาเสียอีก” เด็กสาวแค่นหัวเราะ ก่อนที่นางจะปรบมือสองครั้ง ให้สัญญาณคนของตนเองที่อยู่ไม่ไกลเข้ามา
“จับนางไป เรื่องนี้ไม่ต้องถึงมือท่านแม่ทัพใหญ่หรอก ข้าจะจัดการสั่งสอนนางเอง”
“เจ้าค่ะคุณหนู” หญิงรับใช้สองสามคนกรูกันเข้ามาจับแขนของซือซือเอาไว้ หญิงสาวตื่นตระหนกอย่างมาก นางไม่มีทางยอมให้โดนจับตัวเช่นนี้แน่
“ปล่อยข้านะ ข้าไม่ได้ทำอันใดผิด! ท่านเข้าใจผิดแล้ว อันที่จริง...ข้าเป็นสนมขององค์รัชทายาท คราวนี้ปล่อยข้าได้หรือยัง?” ซือซือโวยวายขึ้นมา ไม่ยินยอมที่จะถูกจับตัวไปเหมือนกับคนร้าย
“ลากนางออกไป อย่าปล่อยให้พ่นคำไร้สาระออกมาอีก ข้าไม่ต้องการให้การแต่งงานนี้เกิดข้อผิดพลาดใดๆทั้งสิ้น อีกอย่าง...หลังแต่งงานแล้ว นายท่านควรจะได้ใช้เวลาแห่งความสุขกับฮูหยิน ไม่ต้องให้เขาเสียเวลาจัดการ” เด็กสาวโบกมือ ไม่ฟังคำของซือซืออีกต่อไป ให้คนของตนเองมัดปากมัดแขนขาของซือซือแล้วพาตัวออกไปทันที
ซือซือเบิกตาโพล่ง ทั้งๆที่ตนเองบอกไปแล้วว่าเป็นคนขององค์รัชทายาท เด็กคนนี้กลับยังต้องการพานางไปสั่งสอนอย่างนั้นหรือ? นางช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริงๆ
ด้านในห้องหอ ชิงหมินได้ยินเสียงแผ่วเบาจากด้านนอก เหมือนจะมีการโวยวายขึ้นเล็กน้อยแล้วหายไป เขาขมวดคิ้วแล้วลอบถามคนที่ดูแลตนเองอยู่
“ข้างนอกมีคนหรือ?”
“เอ่อ น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” ข้ารับใช้สกุลหวงมองหน้ากันเองก่อนจะตอบรับ
“ใครหรือ?”
“น่าจะเป็นพวกที่ต้องการก่อกวนเจ้าค่ะ”
“พวกที่ต้องการก่อกวน?”
“เจ้าค่ะ ฮูหยินไม่ต้องสนใจนะเจ้าคะ ทั่วทั้งจวนสกุลหวงนี้มีผู้ดูแลปกป้องอย่างดี ไม่มีทางนำเรื่องมาให้ฮูหยินต้องกังวลใจแน่นอนเจ้าค่ะ เวลานี้...ฮูหยินเพียงพักผ่อนให้สบายใจก็พอเจ้าค่ะ”
“.........อ่อ.....” หลี่ชิงหมินรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ค่อนข้างแปลก ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ถามอะไรอีก ในเมื่อบอกว่ามันไม่เกี่ยวกับเขา เช่นนั้นก็ไม่เกี่ยวกับเขาก็แล้วกัน
“นายท่านสั่งเอาไว้ ถ้าฮูหยินหิวแล้วก็ให้พวกข้านำอาหารมาให้กินรองท้องได้เลย ฮูหยินต้องการรับซาลาเปาหรือขนมบ้างหรือไม่เจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าฮูหยินไม่ซักถามอะไรเพิ่มเติม ข้ารับใช้สาวก็โล่งใจ นางเสนออาหารขึ้นมา ได้ยินจากนายท่านว่าฮูหยินผู้นี้ชื่นชอบอาหารเป็นที่สุด หากเขาเริ่มไม่พอใจก็ให้ยกเรื่องอาหารขึ้นมา
แล้วก็ได้ผล ก่อนหน้านี้คุณชายหลี่เงียบมาตลอด พอได้ยินเรื่องอาหารก็เหมือนจะเริ่มขยับร่างกายตนเองไปมาบ้างแล้ว
“มีซาลาเปาหรือ? ไส้อะไรบ้าง”
“มีทุกอย่างที่ฮูหยินต้องการเจ้าค่ะ แต่สามารถกินรองท้องพร้อมกับน้ำแกงได้ 1 ถ้วยเท่านั้นนะเจ้าคะ เมื่อนายท่านมาถึง ยังมีสำรับอาหารชุดใหญ่ที่เตรียมเอาไว้แล้วเจ้าค่ะ กลัวว่าถ้าฮูหยินกินอาหารจนอิ่มท้อง จะไม่ได้กินอาหารมงคลที่เตรียมเอาไว้”
“อ่อ....ถ้าอย่างนั้นก็เอาซาลาเปาหมูมาให้ข้าก่อนก็ได้” ชิงหมินผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้กินอะไรเลย เขาจึงขอซาลาเปาที่มีเนื้อเน้นๆเต็มคำมาก่อน
ดังนั้น ในตอนนี้...คนหนึ่งกำลังกินซาลาเปาอย่างมีความสุข อีกคนกลับถูกเข็มทิ่มไปทั่วร่างกาย แม้จะไม่หลงเหลือรอยบาดแผลเอาไว้ให้จับผิดได้ แต่ความเจ็บปวดทรมานนั้นทำให้ต้องลงไปดิ้นกับพื้น
“จำเอาไว้ ต่อไปอย่าคิดมาวุ่นวายกับคนสกุลหวงอีก!” รอยยิ้มเย็นปรากฏที่มุมปากของเด็กสาวผู้ใสซื่อก่อนหน้านี้ ซือซือกำหมัดแน่นด้วยความโกรธก่อนจะสลบไป
………………………..