ตอนที่7
ยูโทเปีย
ทันทีที่ครุสใช้มือแตะอาณาเขตเวทของเดมัสคล้ายมีแสงสว่างวาบเข้ามาในตาจนยืนนิ่งหัวมึนตึ้บประสาทััตัดขาดจากเื่ภายนอก อวัยวะภายในคล้ายทำงานช้าลงแม้แต่หายใจยังลำบากขึ้น
เหมือนมีอะไรกำลังดันออกมาจากในร่างเจ็บ เจ็บอย่างกับจะฉีกอกเขาออกมา
หายใจไม่ออกอย่างกับจมน้ำเืออกในปอดรึไงกัน เขากำลังจะตายหรือ
“เ้าหนูน้อยจะให้สิ่งนี้กับเขาจริงหรือ”
“ขอแค่เขาไม่ตายแค่นี้หนูให้ได้ค่ะ”
เสียงคุ้นหูคล้ายผู้ใหญ่กับเด็กสองคนคุยกัน เสียงนี้อีกแล้ว ทำไม….
ทำไมถึงจำไม่ได้
เด็กหนุ่มรู้สึกตัวจากแรงกระชากแขนของเครฟโดยที่เขาไม่อาจคงสติไว้ในหัวรู้สึกมึนงงไปชั่ววูบ ลำแสงจากพลังงานสีดำกระทบตาก่อนจะััได้ถึงพลังงานอันคุ้นเคยของใครบางคนข้างหน้าเขา
"อึกกก......" เปลือกตากระพริบถี่ๆเพื่อปรับระยะมองเห็นพลางกลืนรสแปล่มของเืที่จะออกปากลงกระเพาะให้หมดเสียงดังจากพลังทมิฬมหาศาลทำหูะเืปวดตุบๆแต่แทนที่จะเป็ม่านพลังของลูซปกป้องพวกเขาไว้ กลับเป็ใครบางคนที่เขาไม่รู้จัก ผมดำยาวถึงบั้นท้ายปลิวไสวไปตามสายลมกางเกงถึงเท้าต่างสีดำจนเป็เนื้อเดียวกัน วงเวทสีดำคล้ายกับที่โจมตีมาปรากฏด้านหน้าผู้มาเยือน
พลังดูคุ้นเคยนักใครเป็เ้าของพลังกัน
“รังแกเด็กไม่ดีเลย” เสียงทุ้มของบุรุษเอ่ยอย่างไร้คลื่นอารมณ์ พอเขาหันหน้ามามองก็พบว่าคนๆนี้เหมือนเงาดำร่างมนุษย์สามมิตินอกจากแขนขาดำสนิทมองไม่เห็นเครื่องหน้าดวงตาแม้เป็ตอนกลางวันก็ถูกร่างอันมืดมิดกลืนกินไร้เงาตกสะท้อนผิวมีเพียงเข็มกลัดสีทองเด่นชัดเป็ภาษากลางที่เขียนว่า หน่วยเคลื่อนที่พิเศษ มิดไนท์ราธ
“โห ยังเหลือพวกแกแท้ๆอยู่อีกหรือนึกว่าถูกพวกปีศาจย่ำยีจนสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว” เดมัสเลิกคิ้วในกระแสน้ำเสียงมีความยินดี พลังน่าคิดถึงนี้ทำเขาหยุดมือสนทนาที่อีกฝ่ายป้องกันการโจมตีของเขาได้เพราะพลังในร่างอีกฝ่ายก็คล้ายเขาครึ่งหนึ่ง
“ก็นะ เผ่าใกล้สูญพันธุ์ก็แบบนี้แหละ พูดมากน่าอีกครึ่งนายก็เป็เหมือนฉันหนิ”ชายร่างสีดำตอบกลับ ท่าทีที่เขาแสดงออกก็ไม่ได้เป็ศัตรูกับเดมัสเท่าไหร่นัก
“น่าแปลก เผ่าที่ได้ผลเสียจากพันธสัญญาจนแทบสูญสิ้นกลับอยู่ข้างฝ่ายราชันย์”ครึ่งแวมไพร์ที่บินอยู่ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“ยูโทเปียไม่ใช่ทวีปราชันย์”สิ้นคำกล่าวของมิดไนท์ เดมัสพลันตวัดมือเงาคล้ายร่างค้างคาวทมิฬถูกซัดออกมาด้วยความเร็ว ชายร่างดำแบมือม่านพลังแบนเรียบคล้ายกระดาษดำขนาดใหญ่ขยายออกยืดเปลี่ยนรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้าดูดซับการโจมตี ค้างคาวเ่าั้คล้ายจมหายไปในแผ่นรัตติกาล
“อ้อเหรอ ฉันไม่ค่อยเห็นความต่างเท่าไหร่”เดมัสฉวยโอกาสนั้นบินหนีไปมิดไมท์กระโจนออกจากรถรางลอยตามติด เด็กๆจึงโล่งใจไปเปราะหนึ่งเครฟดูสภาพครุสก็พบว่าสลบไปแล้วแถมไม่หายใจ ใบหน้าเอลฟ์หนุ่มตกตะลึงจับบ่าเขย่าครุสจนหัวโยกไปมา
“อ้าวเฮ้ย! เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย ไม่นะครุสนายอายุยังน้อย อย่าเพิ่งไปเฝ้าพระเ้านะ!” สิ่งที่เครฟพ่นออกมาทำเอาลูซคิ้วกระตุก หันไปอีกด้านก็มีเซเรน่าโอบร่างไร้สติของลูน่าสะอึกสะอื้นพึมพำถ้อยคำเดิมซ้ำไปมา
“เป็ความผิดข้า เป็ความผิดข้า เป็ความผิดข้า….”
“…..”
ไม่นาน เรือเล็กของยูโทเปียก็ขับมาซ่อมรถรางอพยพพาประชากรไปเกาะในเขตการปกครองที่ใกล้ที่สุดเพื่อคัดกรอง ประชาชนส่วนใหญ่ได้สติเมื่อถึงเกาะนั้นก่อนจะพาคนที่ผ่านเข้าเกาะหลัก ยูโทเปีย ทั้งหมดนี้กินเวลาเพียงหนึ่งวันลูน่าและครุสยังคงสลบจนถึงจุดหมาย
……………………
ไกลออกไป เงาร่างสีดำสองร่างประมือกันกลางอากาศพื้นล่างคือมหาสมุทรส่องประกายแสงอาทิตย์ มือข้างหนึ่งของมิดไนท์ถือพู่กันตวัดออกมากลายเป็หมึกดำลอยได้ลากไปมาอย่างรวดเร็วปรากฏเป็ัรูปร่างคล้ายงูตนหนึ่งลายเส้นไม่ได้ละเอียดเพียงแค่พอมองออกว่าเป็อะไร ขนาดใหญ่กว่าเขาสาม่ตัวพุ่งเข้าจู่โจมเดมัส
ร่างเดมัสพลันแตกสลายกลายเป็ค้างคาวนับร้อยหลบัที่ถูกวาดออกมาค้างคาวตนใดที่หลบตัวัไม่พ้นก็เปื้อนหมึกดำ เคลื่อนไหวไม่ได้แข็งค้างกลางอากาศแล้วสลายไปโดยฝีมือมิดไนท์
“สมฉายาจานสีมรณะ คิดจะจับร่างแยกฉันดูดพลังเวทให้หมด นายจะได้จับกุมง่ายๆ”ค้างคาวตนหนึ่งบินเข้าใกล้พูดทัก ชายร่างคล้ายเงาดำตวัดพู่กันทีหนึ่งร่างค้างคาวนั้นก็หยุดนิ่งแล้วสลายไปค้างคาวที่เหลือรอดกลับมาเป็เดมัสคนเดิมในระยะที่ไกลออกไปปีกกลางหลังหุบลงทิ้งร่างลงสู่พื้นทะเล ตำแหน่งและเวลาเดียวกันพลันปรากฎหลุมน้ำวนขนาดเท่าตัวดูดเขาลงสู่ห้วงสมุทร
มิดไนท์รีบพุ่งตัวตามไปขวางไม่ให้หนี แต่ช้าจนประโยคสุดท้ายของเดมัสจบไป แล้วเสียงทุ้มกังวาลทิ้งท้าย
“นายน่าจะอายุน้อยกว่าฉันฉันหวังว่านายจะเปลี่ยนใจทัน เข้าร่วมกับเฮเดียน!”
ชายร่างดำสนิทลอยตัวบนพื้นทะเลที่สงบแล้วตัวเปียกฟรีถอนหายใจ “มีชาวสมุทรเข้าร่วมด้วยเหรอเนี่ย”
......................................
ภายในห้องโถงเงียบสงัดยามราตรีไร้แสงเทียน มีเพียงแก้วจันทร์อเมทิตส์บนนภาส่องแสงนวลผ่านกระจกหน้าต่างกระทบร่างเด็กหญิงตัวน้อย ผิวซีดมีาแทั่วกายจนย้อมชุดสีขาวเป็สีแดง ข้อมือข้อเท้าทั้งสองถูกตรึงไว้ด้วยโซ่เงินจนเป็รอยซ้ำผมสีน้ำหมึกที่หยิกอยู่แล้วยุ่งเหยิงไม่เป็ทรงด้านหลังปรากฏปีกค้างคาวสีดำสนิทหนึ่งคู่ มันขาดวิ่นและมีแผลฉกรรจ์จนโลหิตหยดนองเป็แอ่ง
แม้ไม่อาจเห็นใบหน้าเด็กหญิงได้ถนัดเพราะก้มลงจนผมปกปิดแต่น้ำใสสองสายไหลจรดปลายคาง ตกลงแต่งแต้มพื้นกระเบื้องที่แห้งสนิททีละหยด
ไร้วาจาคร่ำครวญไร้เสียงสะอื้นไห้ ได้ยินเพียงเสียงหายใจแ่เบา
เฮือก!!!!
ร่างบางของลูน่าสะดุ้งตื่นอย่างแรงจากฝันร้ายใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราย ก่อนจะรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกเล็กน้อยที่มาของอาการคือแก่นเวทภายในเป็ผลพวงจากการใช้เวทเกินตัว
ตอนนั้นอีกแล้ว
พอตื่นขึ้นเธอถึงรู้สึกบางอย่างหนักๆตรงตักเมื่อเธอก้มมองดูก็พบร่างขององค์รักษ์สาวที่นั่งบนเก้าอี้แล้วเฝ้าเธอจนหลับไป
ลูน่ายิ้มพลางยกมือที่หายดีแล้ว ลูบหัวสีฟางข้าวอย่างเอ็นดูก่อนจะมองสำรวจบรรยากาศห้องชัดเจนแล้วว่าเป็โรงพยาบาลดูท่านักเรียนบัตรเชิญบาเซนไฮด์คงให้ความสำคัญทีเดียว
ครืดดดด
เสียงประตูอัตโนมัติเปิดออก พร้อมร่างคุ้นหน้าของเครฟลูซและอีกสองคนที่เธอไม่รู้จักแต่คาดว่าน่าจะเป็เพื่อนใหม่ของคนนอนหนุนตักเธออยู่หนึ่งในนั้นราวกับมีเครฟคนที่สองแต่เป็หญิง
อ่า ถ้ามีหมอนี่สองคนจริงเธอจะทำเป็ไม่รู้จักละกัน….
"ไงลูน่า เป็ไงบ้าง"เครฟพูดทักทายพร้อมมือที่หิ้วถุงขนมเข้ามาไม่ได้แบ่งให้เธอนะ แต่นั่งแกะกินเองต่อหน้าคนป่วย….
“ดีขึ้นมากแล้ว” เธอพูดพร้อมยกมือเจาะสายน้ำเืขึ้นแน่นอนว่าเ้าตัวประหลาดใจเพราะเพิ่งได้รับการรักษาแบบนี้เป็ครั้งแรกแต่กลับดูไม่ใเท่าไหร่ ก่อนจะถามต่อ
“ที่นี่ยูโทเปียสินะ แล้วครุสหล่ะ?”
“เ้านั่นเหรอ โดนพิษเข้าน่ะ เป็พิษที่ฝังไว้ตามอาวุธเหมือนจะโดนที่มือนะ แต่ก็แปลก อาการไม่เหมือนคนโดนพิษเลยเหมือนแค่สลบไปกับมีแผลที่มือเฉยๆ แต่ตอนสลบก็ดันไม่หายใจอีก นึกว่าไหลตายตอนนี้รักษาตัวอยู่อีกห้อง ห่วงตัวเองเหอะอาการเธอหนักกว่าเยอะ ลูกน้องเธอเอาแต่โทษตัวเองทั้งคืน”เครฟให้คำตอบ
"ฉันหลับไปนานไหม?"เธอถามด้วยความกังวล
"คืนเดียวเอง หมอที่นี่เก่งมาก"เอลฟ์หนุ่มพูดพลางยกนิ้วโป้ง
"พรุ่งนี้ต้องเข้าโรงเรียนแล้วสินะ"
"ใช่ หมอเขาว่าเย็นนี้จะให้ครุสกับเธอออกจากโรงพยาบาลแล้ว"
"อืม น่าเสียดายที่ไม่ได้เดินเที่ยว ว่าแต่เธอสองคนชื่ออะไรเหรอ"ลูน่ารับรู้แล้ว ทักทายคนที่เข้ามากับเครฟและลูซด้วยความสงสัย
"ฉันคารีน่า เรียกสั้นๆว่าคาเรนละกันเป็พี่สาวฝาแฝดของเ้านี่" คำว่าพี่สาวทำให้เครฟมองตาเขียวปั้ด(ถึงจะเขียวอยู่แล้ว)เพราะไม่ถูกใจในเนื้อความ
"ฉันต่างหากที่เป็พี่ชายฉันเกิดก่อน"เครฟว่าอย่างหงุดหงิด
"คนที่เสียสละ ถีบนายออกจากท้องก่อนต่างหากถึงได้เป็พี่"คาเรนเถียงกลับอย่างไม่ยอม
“แต่ว่าฉันแรงเยอะกว่าเธอนะ ต้องได้เป็พี่สิ”เครฟโต้พร้อมจ้องหน้าเหมือนๆนั่นกลับ
“ฉันฉลาดกว่า ฉันต่างหากที่เป็พี่นาย”ไฟต่อไฟ คาเรนยิ่งไม่ยอมเข้าไปใหญ่
หลังจากนั้นก็เกิดาวาทีเล็กน้อย เกทับข้อดีของตัวเองไปมาเพื่อแช่งชิงตำแหน่งผู้าุโกว่าไม่ต่างจากเด็กสิบขวบแย่งของเล่น
"ผม กาโอ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"ชายผมสีส้มปลายผมสีน้ำตาลพูดอย่างสุภาพ(โดยเฉพาะเมื่อคุยกับสตรี)โดยพยายามเมินเสียงฝาแฝดที่โวยวายกันอยู่ด้านหลังและลงไม้ลงมือกันในใจแอบเสียวๆลูกหลงไม่น้อย
“อืม เช่นกัน”ลูน่าตอบรับยิ้มบางตามนิสัย เมินกลุ่มก้อนความวุ่นวายต่อหน้าคนป่วยด้านหลังคู่สนทนาได้เหมือนอากาศธาตุ
............................................
ในห้องพยาบาลอีกห้องหนึ่งมีบุคคลสองคนคุยกัน คนหนึ่งลากเก้าอี้มาใกล้เตียงนั่งพูดคุยเธอมีผมสีน้ำตาลเช่นเดียวกับคนบนเตียงมัดรวบสูงเผยหน้าผากกลมมนผิวขาวเนียนผิดกับความทนทาน สวมชุดคลุมมีฮู๊ดปกปิดเครื่องแบบข้างใน หน้าตางดงามใกล้เคียงกันราวหกส่วนดวงตาสีมรกตกลมโตมองผู้เป็น้องไม่ห่าง
“ที่บ้านเป็ไงบ้าง” พี่สาวของครุส นามว่า ‘ชาลล็อต’เอ่ยถามความเป็อยู่ที่ผ่านมา มือโดนสลิงอาบยาพิษบาดเป็แผลพันทับด้วยผ้าก๊อซถูกเธอกุมไว้ไม่รู้สึกอะไรนอกจากอาการชา แต่คล้ายมีความอบอุ่นประหลาดไม่ได้ผ่านประสาทััเข้ามาแทนจนใจอุ่นวาบไปทั้งตัว มันคล้ายกับเมื่อแม่จับมือเขาไม่มีผิดความรู้สึกนี้ทำให้เขาสบายใจขึ้นอย่างประหลาด
“สบายดีครับ เทียบ่นคิดถึงพี่บ่อยๆ แม่ก็มีเมนูอาหารใหม่ๆทำตลอดเธอเองยังบ่นว่าอยากให้พี่ลองกินดู”ครุสอธิบายเสียงใสอย่างอารมณ์ดีเมื่อพูดถึงครอบครัว ชาลล็อตก็ไม่ต่างกันขณะฟังน้องชายพูดใบหน้าก็มีรอยยิ้มจางๆ
สองพี่น้องสนุกคุยอยู่หลายเื่สมกับที่ไม่ได้เจอกันมาสองปี โดยเฉพาะเื่ล้อเลียนบิดาหัวข้อนี้ทำให้ทั้งคู่หัวเราะออกมาไม่น้อยเลย
แต่พอครุสเข้าเื่ที่ใช้มือเปื้อนเืพังอาณาเขตเวทที่กักลูน่าไว้ตอนอยู่บนรถราง เ้าตัวได้ยินเสียงแปลกๆคุ้นๆในหัวในอกก็เจ็บมากเหมือนมีอะไรจะฉีกร่างออกมา เขาทนความเจ็บไม่ไหวสลบไปก่อน
เธอกลับไม่พูดอะไรออกมา มีแค่ความเงียบโรยตัวอึมครึม
พอครุสทำท่าจะเอ่ยปากซัก เ้าตัวกลับสวมกอดน้องชายอย่างกะทันหันการกระทำนี้ทำให้คนเป็น้องคิดอะไรไม่ออก สมองที่จะเข้าเื่จริงจัง คล้ายจับประเด็นไม่ได้ไปชั่วขณะ
เขาจำไม่ได้เลยว่าโดนหล่อนกอดครั้งแรกตอนไหนั้แ่เขาโดนญาติลักพาตัวไปตอนอายุสิบสอง หล่อนก็ออกห่างจากเขาเรื่อยๆความสัมพันธ์ที่เหมือนจะสนิทกันนี้ กลับดูมีระยะห่างไม่น้อย
แถมหล่อนโตเป็สาวเต็มตัว กลิ่นกายหอมสดชื่นของมิ้นท์อ่อนๆลอยแตะจมูกแล้วก็ยังหน้าอกอีก ใบหน้าเด็กหนุ่มกำลังโตแต่ไร้ประสบการณ์ขึ้นสีไม่ต่างจากแอปเปิลแดงสุก
"เป็ผู้ใหญ่ขึ้นแล้วสินะ"เธอพูดเสียงเบา
"ครับ?"ครุสเอ่ยตอบงงๆ คล้ายสมองยังไม่ประมวลผล
“เอาล่ะ พี่ต้องไปแล้วเพราะพี่ลางานมาเจอน้องโดยเฉพาะเลย.....เจอกันที่โรงเรียนล่ะ”หมดประโยคชาลล็อตรีบผละออกจากน้องชายก่อนจะรู้ตัว แล้วกัดฟันเดินออกจากห้องไปอย่างฝืนใจโดยหลังประตูมีผู้พิงกำแพงรออยู่ก่อนแล้ว
“เธอมีน้องที่ดีนะ”สาวผมสีน้ำทะเลยืนกอดอกพิงผนังเธอสวมชุดคลุมฮู้ดเช่นเดียวกับชาลล็อต พูดด้วยน้ำเสียงกึ่งชมกึ่งอิจฉา
"ก็ลองมีพี่น้องแม่เดียวกัน คลานตามกันมาสักคนสิรุ่นพี่"ชาลล็อตพูดล้อสภาพครอบครัวอีกฝ่าย
"ถ้าเป็ไปได้ก็ดีสิ"รุ่นพี่สาวเอ่ยอย่างจนใจก่อนจะพูดเข้าประเด็น"คนจากมิคคาเอลมาถึงแล้วให้น้องไม่รู้ต่อไปแบบนี้จะดีหรือ"สาวผมฟ้าถามทวน
“ฉันยังใจไม่แข็งพอที่จะสารภาพบาปน่ะ”ชาลล็อตพูดพร้อมหันหน้าหนีก้าวจ้ำอ้าวทำให้อีกฝ่ายต้องเดินตามอย่างช่วยไม่ได้ แม้จะงุนงงกับคำตอบก็ตาม
.......................................
หลังจากชาลล็อตไปไม่นานเครฟก็เข้ามาเยี่ยมครุสซึ่งสวนกับชาลล็อตซึ่งใส่ฮู้ดเดินออกไปกับคนสวมชุดฮู้ดอีกคนเขาไม่ทันทักทาย เห็นแค่แวบเดียวหล่อนก็หายไปแล้ว จึงเข้ามาถามคนเป็น้อง
“เห็นพี่นายมา พี่สาวนายเป็คนยังไงเหรอเห็นว่าเป็สภานักเรียนS9อะไรนั่น เข้าออกโรงเรียนได้แบบนี้ น่าสนุกชะมัด”เครฟลูบคางถามครุสอย่างไม่จริงจังนัก ในหัวคิดว่าถ้าได้อยู่ในตำแหน่งนั้นจะมีเื่อะไรน่าตื่นเต้นบ้างแต่ครุสคิดคนละทางกับเครฟโดยสิ้นเชิง เสียงเรียบเฉยตอบ
“ก็สวย เก่งนางเป็ัส่วนน้อยที่โตไวกว่าปกติ แถมสายเืัเด่นมากจนไม่เหมือนลูกครึ่ง”
สมเป็ลูกของว่าที่จักรพรรดินี
ั้แ่เขายังเด็กมักถูกเอามาเทียบกับพี่ของตนตลอด ถึงแม้แม่จะตัดขาดเื่การเมืองแล้วทุกประการทว่ายศท่านหญิงก็สลัดไม่ออก ชื่อเสียงเรียงนามยังคงถูกผูกมัดไว้จนถึงตอนนี้การเป็ลูกของบุคคลมีชื่อเสียง สิ่งหนึ่งที่ต้องทำใจคือการถูกคาดหวัง ซึ่งเขาทำไม่ได้ตามมาตรฐานที่สังคมกำหนด
คำว่า ‘ลูกของผู้แข็งแกร่ง’ ยิ่งตอกย้ำซ้ำๆถึงความจริงสังคมัไม่ได้เหมือนมนุษย์ ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ได้ช่วยคุ้มกะลาหัวเขาผลกลับตรงข้ามจนแทบบ้า ทุกๆครั้งที่ออกไปข้างนอกคนเดียวก็มักจะถูกเด็กชาวัด้วยกันดูถูกกลั่นแกล้งเสมอ นั่นทำให้ในสมัยก่อนเขากลัวการออกนอกบ้านและไม่เคยมีเพื่อน
แต่ยังไงครอบครัวก็ทดแทนในส่วนนั้น ปลอบใจเขา ดูแลเขาเช่นครอบครัวดีๆทว่าเมื่อเขาอายุ12 วันหนึ่งที่เขาเฝ้าบ้านกับพี่ทั้งคู่ก็ถูกลักพาตัวไปอยู่กับญาติฝั่งแม่อย่างไม่เต็มใจ เหมือนจะเอาเขาไปเป็ตัวประกันเพื่อให้แม่กลับมารับตำแหน่งผู้ปกครองดินแดน
ถึงจะไม่แน่ใจว่าอะไรทำให้เหล่าัผูกมัดแม่เขาถึงขนาดนั้นแต่ชีวิตกลางดงัอายุน้อยสมองไม่พัฒนาการเอามนุษย์ธรรมดาไปหย่อนก็เหมือนให้เหยื่อสัตว์ร้ายถึงปากเขาที่แยกกับพี่โดนทารุณกรรมสารพัดอยู่สามเดือน แม้พ่อแม่จะช่วยเขาออกมาได้แต่แผลใจก็สลักลึก
ส่วนหนึ่งที่บ้านเขาย้ายมาอยู่เขตห่างไกลชุมชน แทนที่จะอยู่ในเมืองหลวงก็เพราะเขาที่ไม่ได้เื่
ผู้แข็งแกร่งจะถูกยกย่อง ผู้อ่อนแอจะถูกเขี่ยทิ้ง โดนปฏิบัติอย่างไรก็ได้
เขาฝึกหนักในทุกๆวัน แต่มันก็แทบไม่ช่วยอะไรเลย
ถ้าเขาไม่มีดาบที่พ่อให้ล่ะก็ป่านนี้ไม่เหลือรอดมาอยู่ตรงนี้หรอก
“นี่ๆครุสฟังอยู่หรือเปล่า”เสียงของเครฟที่พูดพร้อมจับบ่าเขย่าทำให้ครุสหลุดจากห้วงความคิดด้านลบ
“แต่นายก็เก่งนะรับมือกับพวกนั้นได้ แถมทำลายอาณาเขตเวทนั่นได้ในพริบตาอีกไม่เลวเลย”
‘หะ!?’
"ขะขอบคุณ"ครุสได้ยินก็นิ่งไปก่อนจะยกนิ้วชี้เกาแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ หลบตาอย่างเขินๆกับคำชมถูกใจครั้งแรกเท่าที่จำได้ที่ไม่ใช่คนในครอบครัวพูด
น่าจะเป็ครั้งแรกสำหรับเขาเลยมั้งที่คำชมไม่หลุดคำว่าสวยน่ารัก หรือไปในทางสองแง่สองง่ามออกมา
เครฟที่นั่งข้างเตียงเห็นอากัปกิริยาทั้งหมดอย่างชัดเจนถึงกับหน้าขึ้นสีตามรีบพูดกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆที่ก่อตัว
“หะ หา ทำไมต้อง”ไม่ทันที่เครฟจะเอ่ยจบน้องสาวฝาแฝดก็วิ่งโร่เข้ามาพร้อมกับปาถุงบางอย่างเหม็นๆชนหัวเครฟดังปั้ก
"ไอ้บ้า! ใครให้แกซื้อหมูดิบมาเป็ของกินผู้ป่วยหาาาา!!"
เครฟถึงกับหัวคะมำแทบโหม่งหัวกับหน้าครุสเพราะแรงกระแทกแต่ครุสเบี่ยงหัวหลบทัน จึงไม่เกิดฉากเซอร์วิสพลางมองไปยังคนหน้าเหมือนเครฟแต่เสียงหญิงกำลังหอบหายใจอย่างโกรธเกรี้ยว
เหตุเกิดจากเมื่อวานเครฟฝากของให้พยาบาลเอามาให้ครุสเย็นเมื่อวานหลังจบเื่ ตอนแรกพยาบาลคนนั้นก็รับไว้เพราะของบรรจุใส่ถุงอย่างดี และไม่สังเกตเลยไม่รู้ว่าเป็หมูดิบซึ่งเธอคงลืมเอาขึ้นมาให้ผู้ป่วยด้วย พอรุ่งขึ้นเท่านั้นแหละกลิ่นเน่าโชยฟุ้งเคาน์เตอร์ต้อนรับเชียว
แล้วก็โชคร้ายของคาเรนอีกที่เดินผ่านเคาน์เตอร์นั้นพอดี แล้วหน้าดันเหมือนคู่กรณีพยาบาลจึงเข้าใจผิดวิ่งโร่มาหา ยื่นถุงเหม็นๆกับสีหน้าไม่พอใจมาให้ พร้อมพูดตำหนิ
“โรงพยาบาลมีครัวที่สะอาดอยู่แล้วค่ะถ้าจะฝากของ อย่างน้อยขอของที่ผู้ป่วย้านะคะ”
คาเรน : “……?”
"อ้าว ครุสกินของดิบไม่ได้เหรอ?"เ้าตัวถามทวนพร้อมมองครุสด้วยใบหน้าเหลอหลา
"มีแต่ปอบกระเพาะหลุมดำแบบแกเท่านั้นแหละที่กินได้โอ้ย! ทำไมต้องเกิดมาเป็พี่ร่วมมดลูกกับแกด้วยเนี่ย!"คาเรนโวยวายหูยาวๆคล้ายมีควันออกมา
"ใครเป็น้องเธอกัน อีกอย่างฉันเป็เอลฟ์นะไม่ใช่ปอบแล้วก็ไม่กินของดิบด้วย เห็นครุสเป็ัเลยคิดว่าชอบกินไอ้ัสี่ขาหางยาวไม่มีปีกในลำคลองแถวบ้านเรา ก็ลากไก่เป็ๆลงไปกินในน้ำบ่อยออก" คำที่เครฟพ่นออกมา ทำครุสคิ้วกระตุก
นี่เอ็งเห็นัเป็ตัวอะไรนะ
ทั้งความอับอาย ความโกรธ ความไม่พอใจและการเป็แพะรับบาปเมื่อทุกอย่างรวมกันเส้นความอดทนก็ขาดผึ่ง จากเอลฟ์สาวร่างบางๆคล้ายจะกลายเป็กระทิงพร้อมขวิดคนได้ไม่ยาก
"เฮ้ย!ใจเย็นนนนน!!!"เครฟหลบหนังสือที่หนาพอๆกับหมอน ถูกขว้างมานับสิบเล่ม คู่แฝดเขาคล้ายสะบัดมือเสกออกมาแต่ความจริงเอาออกมาจากแหวนมิติที่นิ้ว ก่อนจะติดตีนผีเผ่นออกไปนอกห้องคาเรนก็วิ่งตามไป พร้อมกับหอบหนังสือนับสิบเล่มปาใส่พลางะโด่าเสียงดังในโรงพยาบาล สภาพไม่ต่างจากเด็กสิบขวบเล่นกัน
“ไอ้บ้าเครฟ ไอ้ตรรกะพัง อย่าหนีนะ!”
ลูซที่อยู่ในห้องครุสตอนไหนก็ไม่รู้ กำลังกางหนังสือพิมพ์อ่านอย่างเงียบๆก็ไม่วายเหลือบตามองแฝดป่วนเสียไม่ได้ ก่อนจะกลับไปอ่านต่อเหมือนเดิม
..............................................
่เย็นกว่าทั้งคู่จะได้ออกจากโรงพยาบาลก็เกือบมืดชาลล็อตจึงจองโรงแรมใกล้ๆ ให้ทุกคนพักผ่อนก่อนรับศึกอีกทีวันรุ่งขึ้นสภาพแวดล้อมและแสงสีต่างๆยามค่ำคืนของยูโทเปียทำให้ผู้ที่มาครั้งแรกล้วนประหลาดใจราวอยู่คนละอารยธรรม
ตึกกระจกสูงระฟ้ารูปทรงประหลาดมากมาย ส่องสว่างราวกับจะแข่งกับแสงจันทร์ผู้คนหลายเผ่าหลากการแต่งกายเดินขวักไขว่สวนกันไปมาเป็ภาพที่งดงามไม่ก็แปลกตามากสำหรับผู้มาเยือนครั้งแรก
ประเทศแห่งเทคโนโลยี ยูโทเปีย
เป็เขตการปกครองที่มีเนื้อที่น้อยที่สุดขัดกับประชากรล้นประเทศ เป็เมืองแห่งวิทยาศาสตร์เพียงแห่งเดียวในโอไรอัสสร้างโดยเหล่าลูกครึ่งทั้งหลายและมนุษย์ต่างดาวได้ชื่อว่าเป็เมืองแห่งเสรีภาพของทุกเผ่าพันธุ์ที่น่าใคือมันเป็เกาะกลางมหาสมุทรล้อมรอบด้วยทวีปราชันทั้งห้า
ใช่ มนุษย์ต่างดาวนั่นแหละ
ยูโทเปียถูกก่อตั้งขึ้นโดยผู้มาเยือนจากต่างมิติเมื่อ300ปีก่อนพวกเขาได้เนรมิตเกาะร้างกลางทะเลให้เป็ประเทศสุดเจริญจนปัจจุบันไม่เหลือเค้าเดิมและบาเซนไฮด์ก็ถูกก็ก่อตั้งในเวลาไม่นาน
สมัยก่อนยูโทเปียเป็เพียงเกาะร้างที่มีอสูรดุร้ายและสภาพอากาศแปรปรวน จนนักเดินเรือสมุทรไม่คิดนำเรือมาพักแต่หลังจากการปรากฏตัวของคนต่างโลก อสูรนั้นก็หายไปอย่างปริศนาเกาะจึงสงบเงียบจากนั้นทั้งภูมิศาสตร์ ยุทธศาสตร์ บุคลากรและวิทยาการที่สมบูรณ์แบบทำให้ยูโทเปียพัฒนาอย่างก้าวะโ
แม่ของครุสก็เป็หนึ่งในคนกลุ่มแรกๆที่ติดเรือผ่านมาในสมัยที่เพิ่งสร้างเมือง ถึงได้เป็นักเรียนรุ่นแรกของที่นั่น
อีกทั้งตำแหน่งS9ก็ถูกตั้งโดยคนต่างโลก และเป็คำเรียกนักเรียนเริ่มต้น6หกคนแรก ที่หนึ่งในนั้นคือ อาเซเรีย เทียเมียซิส
น่าเสียดายที่คนต่างโลกเ่าั้มักจะปรับตัวกับสภาพบรรยากาศที่เปลี่ยนไปไม่ได้จนตายไปกันหมดแล้วแต่สิ่งที่พวกเขาสร้างมายังคงถูกสานต่อตอนนี้ยูโทเปียเป็หนึ่งในประเทศที่มีอิทธิพลแม้จะยังไม่เปิดประเทศเต็มที่และนับได้ว่าเป็ศูนย์กลางของโลกในหลายๆแง่
ถ้าหากกางแผนที่เขตราชันมาพับเป็สี่เหลี่ยมสองทบเส้นที่รอยพับสองเส้นตัดกันกึ่งกลาง จะเป็เกาะยูโทเปีย
ภาพตระการตาตรงหน้าแม้แต่คนเฉยชาอย่างลูซก็ยังมองหน้าตายหันไปรอบๆสาวคนไหนที่เผลอผ่านทางมองหน้าเขาก็หยุดเดินจ้องตาค้างส่วนเครฟก็วิ่งไปชี้นกชี้ไม้ สภาพไม่ต่างจากบ้านนอกเข้ากรุงจนคาเรนต้องปรามอยู่บ่อยๆ เพราะบางทีชี้หน้าคนอื่นหรือทำอะไรไร้มารยาทบ่อยมากจนน่าคิดว่าทำไมถึงโตมาขนาดนี้ได้โดยไม่พิการ
"ฮึกๆ องค์หญิงข้าขอโทษเพคะ ข้าทำให้ท่านต้องเจ็บตัวเสี่ยงชีวิตข้ามันใช้ไม่ได้ ข้ามันไร้ประโยชน์ ท่านได้โปรดลงโทษข้าเถิด ฮึก…ฮือออออ"
เสียงร้องไห้โทษตัวเองของเซเลน่าดังตลอดทางไปโรงแรมใบหน้าที่ปกติเคร่งขรึม กลับร้องไห้จนน้ำมูกน้ำตาไหลอย่างยากจะจินตนาการแต่มันเป็จริงแล้ว คนรอบข้างหันมามองเป็ระยะๆลูน่าจึงต้องทำหน้าที่กล่อมองค์รักษ์ประจำตัวอย่างช่วยไม่ได้
"นี่อย่าร้องเลยนะ เธอทำได้ดีแล้ว ฉันไม่โทษเธอหรอก ไม่ไล่หรือลงโทษเธอด้วยถ้าร้องไห้แบบนี้จะเป็คนคุ้มครองฉันได้ยังไง หือ"ลูน่ายื่นผ้าเซ็ดหน้าของเธอให้ลูกน้องเช็ดน้ำมูกน้ำตาเอื้อมมือลูบหัวคนสูงกว่า พูดปลอบใจเซเลน่าไปเดินไปอย่างไม่ติดขัดการกระทำดูสวนทางกับตำแหน่ง
ครุสมองภาพตรงหน้าพลางคิดปกติองค์รักษ์ต้องปลอบเ้าหญิงเวลาเจอเื่ไม่ดีไม่ใช่หรือทำไมมันบทบาทมันสลับกันแบบนี้
แต่ถึงอย่างนั้นในโรงพยาบาลตอนที่ครุสรู้ว่าลูน่าเป็ถึงองค์หญิงแวมไพร์ เธอเพียงแค่หันหน้ายิ้มๆให้เด็กหนุ่มแล้วพูดประโยคติดหูชวนคิดแปลกๆ เป็ประโยคที่องค์หญิงปกติไม่น่าพูด
“นายก็เทียเมียซิสฉันก็ลิลิธเธียน พวกเราต่างก็เป็เชื้อพระวงก์ทั้งคู่ และยังมีอะไรแปลกๆเหมือนกันฉันว่าพวกเราเข้ากันได้และเหมาะสมกันดีนะ”
แน่นอน ครุสที่ได้ยินก็สำลักน้ำลายลูน่าก็หัวเราะคิกคักคล้ายอารมณ์ดีก่อนเดินจากไปปล่อยให้คำพูดเป็ตะกอนในใจชายหน้าตาไม่สมหนุ่ม
"ครุส ระวังเท้า"กาโอพูดเตือนสติให้เขามองไปที่พื้นเขาเกือบชะงักเท้าไม่ทัน แต่ก็เบนเท้าออกไปข้างๆ เห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กรูปร่างคล้ายมนุษย์สูงพอๆกับข้อเท้ามองลอกแลกที่พื้น'นิมป์'
เขาสับสนไม่น้อย กรุงยูโทเปียเมืองแห่งเสรีภาพศูนย์กลางของทวีปราชันแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้ทุกเผ่าเดินสวนไปมาโดยไม่มีการปากเสียง นับเป็ภาพหาดูได้ยากในที่ๆเขาจากมา
ขนาดในตอนกลางคืนและไม่ใช่่เทศกาล ทั้งเทพทั้งปีศาจเผ่าุ์เดินปะปนกันมั่วไปหมดเริ่มก้าวออกจากโรงพยาบาลถึงตอนนี้ แม้จะมีแสงไฟช่วยแต่เขาเกือบเดินเหยียบหางใครต่อใครไปหลายรอบแล้ว
“เมืองนี้ตามที่ฉันรู้มามีทางเดินสำหรับเผ่าตัวเล็กอยู่นะคนเมื่อกี้น่าจะหลงทาง” ฮาร์ฟบีสสิงโตนามว่า‘กาโอ’คาดเดาขณะหันหลังมองคนจิ๋วที่วิ่งหนีไป
หมอนี่เป็คนที่ขึ้นรถมากับเซเลน่าและคาเรนเขามาจากทวีปสัตว์อสูรและมีเป้าหมายที่บาเซนไฮด์เหมือนกันนิสัยก็ค่อนข้างปกติถ้าเทียบกับทุกคนเว้นเสียแต่…..
เห็นสาวเป็ไม่ได้ เ้าชู้มาก
ั้แ่เดินคู่กันมาเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็ผู้ชายไม่งั้นคงมีประโยคแปลกๆหลุดมาแน่ ตลอดทางคล้ายจะจดจ้องผู้หญิงเป็พิเศษแต่สายตาค่อนข้างแเีคล้ายไม่ได้จดจ้องอะไรเป็พิเศษเหมือนเชี่ยวชาญถ้าไม่สังเกตคงดูออกยากว่ากำลังส่องสาว
เหมือนจะไม่ถูกกับเซเลน่าเป็พิเศษเรียกได้ว่าหากเ้าตัวมีท่าทีพิรุธเธอก็เตรียมพร้อมจับผิดทันทีท่าทีของสองคนนี้จึงคล้ายพังพอนกับงูเห่ามาก มีถ้าโอกาสก็คงฉกอีกฝ่ายให้ตายไปข้าง
ที่มีประเด็นกับเซเลน่า เพราะเผลอไปทำตัวเ้าชู้ใส่เธอตอนเจอกันครั้งแรกตัวองค์รักษ์สาวที่อคติกับคนประเภทนี้จึงมีปากเสียงประทุษร้ายไม่ถูกกันั้แ่นั้นแถมตอนอยู่โรงพยาบาลยังไปเผลอคุยกับลูน่าที่เธอหวงมากๆอีกความเกลียดขี้หน้าจึงยิ่งทวีคูณ
แต่ถ้าหากครุสรู้ว่ากาโอเกือบเอ่ยจีบแล้ว แต่มีไหวพริบกัดลิ้นตัวเองทันคงไม่กล้าเดินข้างๆแบบนี้ และถอยหลังห่างไปหลายเมตร….
“เมืองนี้ใช้ได้เหมือนกันนะนายว่ามั้ย” พูดคล้ายออกความเห็นเื่เมืองแต่ตาสีอำพันกวาดสำรวจ ‘สาวในเมือง’อย่างแเี พลางคิดว่าไม่เลว
ครุสแม้จะรู้จุดประสงค์การถามเพื่อเบี่ยงประเด็นแต่เ้าตัวคล้ายจะคิดจริงจังเพื่อตอบตัวเอง สำหรับคนที่ไม่ค่อยออกจากบ้านแล้วมันกลับรู้สึกแปลกๆกับเมืองนี้ จะดีก็ไม่ใช่จะเพราะไม่คุ้น จะไม่ดีก็ไม่เชิง
อาจเป็เพราะเมืองนี้มีคนเยอะเผ่าพันธุ์เยอะ ลูกครึ่งก็เยอะ ค่านิยมเลยหลากหลาย ต่างคนต่างสนใจเื่ของตัวเองและเหมือนจะมีกฎหมายห้ามก่อความวุ่นวายที่เข้มงวดด้วย พฤติกรรมในด้านลบอย่างโจ่งแจ้งเลยไม่เป็ที่นิยม
"คงงั้น"สุดท้ายครุสก็ตอบไปอย่างไม่คิดมากก่อนจะหยุดหน้าโรงแรมที่พี่สาวจองไว้ให้พวกเขา เดินจากโรงพยาบาลตามฟุตบาทมาใช้เวลาไม่นานเป็อาคารพานิชย์ติดถนน มันไม่หรูใหญ่นักแต่ก็ดูดีพอตัว
ครุสรีบเดินเข้าไปในโถงต้อนรับ พร้อมกับแจ้งชื่อผู้จองให้พนักงานทราบพี่เขาจองไว้สองห้องสำหรับเจ็ดคนแยกชายหญิง
"จากคุณชาลล์ล็อตเทีย เมียซิสสินะคะ นี่กุญแจห้อง032กับ033ค่ะ"พนักงานสาวเอ่ยเสียงใสพร้อมกับยื่นแผ่นเล็กๆบางๆสองใบให้
ครุสอดสงสัยไม่ได้ อำนาจของตำแหน่งS9ในยูโทเปียนี่ให้อิสระในเมืองขนาดนี้เลย แล้วเหมือนพนักงานจะไม่รู้ด้วยว่าพี่เป็นักเรียนของบาเซนไฮด์
โชคดีที่ห้องนอนอยู่ชั้นแรกเลยไม่ต้องเดินไกลให้เสียเวลา แถมห้องทั้งสองยังอยู่ข้างกันอีกโดยชายหญิงแยกนอนคนละห้อง
"ราตรีสวัสดิ์ พรุ่งนี้เจอกันนะ"ลูน่าเป็คนเอ่ยลาขณะที่ผู้หญิงคนอื่นรีบวิ่งไปแย่งห้องน้ำชำระตัวกันแล้ว
"อืม ราตรีสวัสดิ์"ครุสทักกลับก่อนจะเปิดปะตูห้องเข้าไป ประตูที่นี่ใช้แผ่นใสแปะตรงเซนเซอร์ข้างลูกบิดแล้วเปิดออกจากนั้นก็เอามันสอดไปในร่องข้างผนัง ระบบไฟฟ้าจึงทำงาน
ระบบไฟฟ้าเป็อีกวิทยาการที่เขาประทับใจมาก เพราะที่ๆเขาจากมาใช้พลังเวทล้วนๆในการอำนวยความสะดวกอากาศร้อนก็เสริมเย็นด้วยวงเวทธาตุปรับอากาศให้เย็น ไฟดับก็ไปซื้อผลึกแสงมาเปลี่ยนเก็บอาหารในฤดูไม่มีหิมะก็ใส่ตู้แล้วลงวงเวทถนอมอาหารเขาที่ใช้พลังเวทแทบไม่ได้จึงไม่ต่างจากคนพิการ มีชีวิตลำบากกว่าชาวบ้านชาวช่อง
เครฟเห็นดังนั้นก็ไม่ต่างจากคนป่า หยิบแผ่นใสเอาเข้าออกร่องไฟกระพริบติดดับวูบวาบจนครุสดึงมายึดไว้กับตัวเด็กสมาธิสั้นจึงเลิกเล่นแล้วเข้าห้องไป ระบบไฟฟ้ากลับมาเป็ปกติ
“นี่ครุสเตียงนิ่มสุดๆเลย” เมื่อเล่นเื่แรกไม่ได้ดั่งใจจึงก่อเื่สองต่อทันทีเหมือนหายใจตัวป่วนกลิ้งไปมาบนเตียงขาวทั้งที่เนื้อตัวมอมแมม ไม่รู้ว่ามันได้อาบน้ำยังั้แ่เกิดเื่
หมับ!
โครมมม!!!!!!!!!!
เสียงคว้าคอเสื้อด้วยแรงเพียงมือเดียวของลูซจับเอลฟ์ซกมกที่กลิ้งบนเตียงโยนเข้าห้องน้ำ มันถูกเปิดไฟและประตูรออยู่แล้วทุกกิริยารวดเร็วจนเครฟตั้งตัวไม่ทัน จากนั้นมือขวาปัดเบาๆแรงลมก็ปิดประตูปังใบหน้าตลอดการกระทำไม่ขยับเลยสักนิดเว้นแต่ความหงุดหงิดในแววตาโดยมีเสียงโอดครวญโวยวายของเด็กสมาธิสั้น ดังลอดออกมาเป็ระยะๆ
โหดหน้าตาย
คำเดียวที่ครุสสามารถนิยามลูซในตอนนี้ได้
.............................................
ยามดึก ความขุ่นข้องใจ และเสียงกรนน่ารำคาญของสหายใหม่ในห้องปนกันไปทำให้ครุสนอนไม่หลับ คิ้วเรียวขมวดคิดอย่างไม่เข้าใจสักเื่
สองเื่แรกเื่มืดเปื้อนเืและเสียงในหัว ควบคู่กับอาการเจ็บอกที่พี่ไม่ยอมบอกเขาจึงได้แต่สันนิษฐานไปก่อน เพราะไม่รู้อะไรเลยแถมหลักฐานน้อยเกินไป
เื่ที่สามและสี่เ้าตัวเพิ่งคิดได้ตอนที่พี่สาวไปแล้ว
ครุสมีภูมิคุ้มกันพิษสูงมากถึงขนาดกินพิษที่แรงเป็อันดับต้นๆแล้วยังไม่ตาย นับว่าเป็อีกอย่างที่ได้แม่มานอกจากหน้าตาไม่ตรงเพศสภาพและเป็เื่ดีเพียงเื่เดียวอีกทั้งโดนที่บ้านสร้างภูมิต้านพิษไปหลายตัวเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ครอบคลุม
แล้วทำไมเขาถึงติดพิษแค่นี้ได้ล่ะ?
คิดพลางยกมือขึ้นมาดูตอนนี้มือเขาหายแล้ว ไร้แผลเป็ด้วย สภาพเหมือนไม่เคยโดนอะไร
เ้าตัวรู้ดีว่ายาทุกประเภทใช้รักษาตัวเองได้ลำบากเพราะมือนี้เพิ่งหายหลังจากชาลล็อตไปไม่นาน จากที่ตอนแรกชามือตลอดั้แ่ได้สติพอแกะผ้าพันแผลออกทุกอย่างก็หายเป็ปกติอาการเจ็บอกนอกจากตอนนั้นก็เหมือนแค่ประสาทััหลอกลวงไปเองราวกับไม่มีสาเหตุที่มา
เื่นี้ขนาดเครฟยังออกความเห็นเขาสลบไปตั้งหนึ่งคืนทั้งที่ภายนอกเจ็บแค่มือมันเป็แค่พิษชนิดใหม่ที่ส่งผลกับเขาจริงๆเหรอ? แถมจะหายก็หายปุบปับไม่มีเหตุผลเลย
วูบหนึ่งเขารู้สึกกลัว ตัวเขามีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่ข้างในรึเปล่าเหมือนกับปรสิตสยองขวัญที่พ่อเคยพาเขาไปศึกษาจากเหตุการณ์จริงมันสูบเืเนื้อจากภายใน นำสารอาหารมาสร้างลูกๆมันตัวเล็กๆนับร้อยหาเหยื่อผู้โชคร้ายดูดสารอาหารต่อไปเรื่อยๆผ่านาแหรือการกินอาหารร่วมกันพอร่างเก่าไม่เหลือสิ่งที่เป็ประโยชน์เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกก็ไปหาร่างใหม่แพร่พันธุ์ไวและเอาออกยากยิ่ง
ครุสขบคิดอยู่หลายเื่จนเผลอหลับไปอย่างเหนื่อยล้าแต่ก็นับว่าหลับดึกกว่าคนอื่น ทำให้ตอนเช้าเขาไม่พร้อมตื่นที่สุด
……………………………………
“เฮ้อออออ ทำไมฉันต้องมาเจ็บตัวเสียเืเพื่อน้องเธอด้วย!สู้รักษาทางกายภาพไม่ดีกว่าเรอะ!” บุรุษหัวทองโวยวายดังก้องไปทั่วห้องประชุมชาลล็อตมองเขาอย่างหงุดหงิด แต่ก็ไม่พูดอะไร
การลูน่าและครุสที่เป็นักเรียนรับเชิญเข้าโรงพยาบาลได้ทันทีอีกทั้งนำเืสหายไปรักษาครุสตอนไร้สติได้ผ่านโรงพยาบาลเพราะโรงพยาบาลนั้นเป็โรงเรียนแพทย์ในสังกัดกลุ่มของบาเซนไฮด์และแพทย์ที่รักษานั้นก็เป็ศิษย์เก่ารู้จักกับเ้าของเืที่บ่นอยู่
“เอาน่า เซียรช่วยสงเคราะห์ยัยกิ้งก่าบราค่อนหน่อยเถอะเพราะเขตของเดมัสทำเด็กนั่นเจ็บภายในหนักไม่ใช่เหรอตอนน้องติดต่อผ่านลูกแก้วสื่อสารคลื่นความถี่มาทีจะแหกเขตแดนโรงเรียนเอาท่าเดียวจนพวกอาจารย์ต้องมาห้ามติดต่อหน่วยเคลื่อนที่พิเศษในสถานการ์ณฉุกเฉินให้” หญิงสาวผมชมพูล้อดวงตาสีอเมทิตส์ฉายแววขบขัน เมื่อได้แซะสหายที่นั่งปั้นหน้าเครียดอยู่อีกฝั่งของโต๊ะประชุม
"นี่พวกเธอเห็นฉันเป็ถุงเืหรือไงกัน?"ดวงตาสีเืนกตวัดมองหญิงสาวทั้งสองอย่างไม่พอใจ
"นี่ ที่เรียกมาไม่ได้ให้มาคุยเื่นี้กันนะ"เสียงเรียบนิ่งจริงจังของสาวผมสีน้ำทะเลที่ติดตามชาลล็อตไปโรงพยาบาลด้วยนามว่า‘อควา’ ทำให้ทุกคนบนโต๊ะเงียบลงทันควัน
“หลักฐานของเฮเดียนมีหลายอย่างทั้งเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับที่จมลงก้นทะเลโดยฝีมือของเด็กพวกนั้นอาวุธที่ไม่ใช้พลังเวท ศพทหาร ดีที่เก็บซากมาทั้งหมดแล้วแต่คนมันจะจับผิดแค่ฝุ่นเม็ดเดียวมันก็เอา” อควาเปิดประเด็นก่อนกระดาษรายงานจะลอยมาตรงหน้าทุกคนในห้องแล้วพูดต่อ “จากรูปร่างยานพาหนะและอาวุธ ตรวจสอบแล้วแสดงว่าใกล้เคียงกับของยูโทเปีย”
“หึๆ อย่างงี้ก็ลำบากแย่สิ พวกทวีปด้านนอกไม่วิ่งเต้นกันแย่เรอะแล้วก็บอกว่ายูโทเปียมีพิรุธ เข้าพวกกับแดนต้องสาป” ประโยคท้ายเซียรขึ้นเสียงสองแล้วหัวเราะเบาๆราวกับเป็เื่สนุก
“งานเพิ่มมาอีกแล้วสิน้า ให้ตายสิ แผนกบัญชีไม่เพิ่มค่าตอบแทนเลย”สาวหัวชมพูว่าอย่างเบื่อหน่าย
“แล้วเราจะได้งบโรงเรียนเพิ่มจากการเตรียมตั้งรับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นไหม”ชายหนุ่มั์ตาฟ้าผมขาวมัดรวบสูงถามขึ้น สมองพ่อค้ากำลังคำนวณกำไรขาดทุนจากเหตุการณ์ครั้งนี้จัดเรียงเป็บัญชีในหัวเพราะรู้ดีว่าความสัมพันธ์และสันติภาพมันก็แค่เส้นด้ายบางๆ ที่พร้อมขาดได้ทุกวินาทีในโลกแห่งนี้บางทีของบางอย่างอาจขึ้นราคา
เพราะยูโทเปียไม่ใช่ราชันทั้งห้า ไม่ได้อยู่ในกฎพันธสัญญาาจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับที่นี่โดยตรง
“งานคัดเลือกเด็กใหม่กำลังมา ไม่น่าจะได้นะ” อควาตอบเสียงเรียบแล้วเข้าประเด็นต่อ “เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ชีวิตก็จริงแต่โดนดูดพลังชีวิตจนต้องเข้าโรงพยาบาลกว่าครึ่งส่วนใหญ่ก็เป็คนชราที่อาการหนักอยู่แต่พอพยุงได้ต้องขอบคุณเด็กพวกนั้นที่ต่อสู้แล้วถนอมผู้โดยสารดี ยังดีที่เพราะเงื่อนไขของศิลามรณะทำให้พวกนั้นก็ยังไม่ฆ่าผู้โดยสารหากพิธีไม่เสร็จ”
“งานจับหนอนแบบนั้นให้หน่วยงานของยูโทเปียจัดการเองเหอะโรงเรียนจะให้ฉันวางมิติซ้อนทับเพิ่มไหมล่ะอย่างน้อยพวกนั้นจะได้เข้ามาหาเื่บาเซนไฮด์ยากหน่อย”สาวผมชมพูเสนอ อความองรายงานในมือแล้วสั่งให้เปิดไปหน้าสุดท้ายเมื่อทุกคนเห็นเนื้อหาในกระดาษแผ่นนั้น ทั้งห้องพลันเงียบสงัด สตรีผมฟ้ากล่าว
“ดูเหมือนรัฐบาล้าความร่วมมือจากบาเซนไฮด์”