ยามนี้ในใจของฮวาฉือกำลังใคร่ครวญความเป็ไปได้ตามคำพูดของบุตรสาว สินเดิมของฮูหยินที่ล่วงลับไปแล้วของเขานอกจากเขาแล้วไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามายุ่ง มีเพียงเฉียวเหมยที่มักจะพูดจายุยงเขาหลายครั้งให้เขานำสินเดิมของซูอวี้หลันออกมาใช้จ่ายในเรือนและใช้เป็ค่าน้ำร้อนน้ำชาเพื่อให้การขอเลื่อนตำแหน่งขุนนางในกรมอาญาเป็ไปอย่างราบรื่น แต่เพราะเขายึดมั่นในคุณธรรมจึงได้ตำหนินางไปแล้วไม่ได้คิดติดใจอะไรกับคำชี้แนะของนางอีก
ยามนี้เมื่อคิดถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของเฉียวเหมยได้ ฮวาฉือจึงหันไปจ้องมองอนุคนโปรดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็า ทำให้เฉียวเหมยที่ยามนี้บนใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาส่ายหน้าให้เขาโดยไม่กล้าเอ่ยอันใดออกมาอีก
“ส่งนางไปรับโทษโบยที่หอลงทัณฑ์ ให้นางรับโทษโบยตียี่สิบไม้ ตรวจสอบเครื่องประดับและของมีค่าในเรือนนางหากพบสิ่งของที่เป็ของฮูหยินของข้าก็ให้นำกลับคืนมาเพื่อเติมลงในสินเดิมของคุณหนู” คำพูดของเขาทำให้เฉียวเหมยหลุดปากร่ำไห้ออกมาแล้วอ้อนวอนเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน่าเวทนา
“นายท่านรองข้าไม่ได้ทำนะเ้าคะ ขอนายท่านได้โปรดสอบสวนใหม่อีกครั้ง ข้าหรือจะกล้าแตะต้องสินเดิมของฮูหยินรอง” แม้ว่าเฉียวเหมยจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ฮวาฉือรู้ดีว่ายามนี้ทั้งบิดา พี่ชาย และพี่สะใภ้กำลังรอดูผลการตัดสินของเขาอยู่เมื่อเขาสั่งลงโทษเฉียวเหมยเช่นนี้สีหน้าของทุกคนจึงได้ผ่อนคลายความขัดเคืองใจลง
“ข้าขออภัยพี่สะใภ้ด้วยที่ข้าปล่อยให้อนุของตนเองล่วงเกินท่าน” ฮวาฉือเอ่ยพลางค้อมกายลงคำนับด้วยความนอบน้อม ต่งฟางหรูจึงได้พยักหน้าแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“หากเ้ารู้สึกผิดจริงพี่สะใภ้เช่นข้าย่อมจะไม่ถือสา สงสารก็แต่ชิงชิง สินเดิมของมารดาถูกผู้อื่นแตะต้องแถมวันนี้ยังจะถูกผู้อื่นพูดจาให้ร้ายอีก” คำพูดของต่งฟางหรูทำให้ฮวาฉือหันไปมองบุตรสาวในทันที แม้ว่ายามนี้นางจะเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าจนหมดแล้ว แต่ดวงตาอันแดงก่ำของนางก็ยังคงเต็มไปด้วยความเสียใจ ยังมีบิดาของเขาที่แม้ว่ายามนี้จะไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาแต่ก็กำลังยืนกดดันเขาและรอดูว่าเขาจะจัดการเื่ในเรือนของตนเองเช่นใด
“ชิงชิงเ้าไม่ต้องเสียใจไป พ่อจะเติมสินเดิมให้เ้าด้วยทรัพย์สินทั้งหมดที่พ่อมีในยามนี้ หลังจากนี้พ่อจะปรับลดเบี้ยหวัดทุกอย่างของอนุเฉียว เครื่องประดับทุกชิ้นที่นางได้รับหลังจากแต่งเข้ามาในจวนสกุลฮวาของพวกเรา พ่อจะยึดคืนจากนางทั้งหมดแล้วนำมามอบให้เ้าเป็สินเดิม” เมื่อฮวาฉือเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็ย่อกายคารวะเขาด้วยความนอบน้อม
“ขอบคุณท่านพ่อมากเ้าค่ะ” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาเหลียงก็ยกมือขึ้นมาลูบหนวดเคราของตนเองแล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา
“ในเมื่อจบเื่แล้วก็ให้แล้วกันไปเถิด บาดหมางกันต่อไปก็เป็ขี้ปากของผู้อื่นเปล่าๆ เ้ารองหลังจากนี้เ้าจงดูแลคนในเรือนของตนเองให้ดีอย่าปล่อยให้สร้างปัญหาอีก ส่วนเ้าสะใภ้ใหญ่หน้าที่ดูแลเื่การจัดเตรียมสินเดิมของชิงชิงข้าขอมอบให้เ้าเป็คนดูแลทั้งหมด หวังว่าหลังจากนี้คงจะไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นอีก” ประโยคหลังฮวาเหลียงพึมพำออกมาเสียงเบาพลางทอดสายตาไปมองฮวาจื่อชิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการรู้ทัน
บุตรชายคนรองของเขา ฮวาฉือ ไม่มีทางละโมบในเงินทองจนกล้าไปยุ่งกับสินเดิมของฮูหยินที่ล่วงลับไปแล้วแน่ ดังนั้นคนที่กล้าแตะต้องก็คงจะมีแต่ฮวาจื่อชิงเพียงเท่านั้น นางเป็คนมีเล่ห์เหลี่ยมแม้ภายนอกจะดูเหมือนเด็กสาวที่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยแต่การกระทำหลายๆ อย่างที่ผ่านมาของนางล้วนมากล้นไปด้วยแผนการ แม้ว่าจะรู้ทันแผนการของนางแต่เพราะความที่เขามีจิตใจเอนเอียงเข้าข้างนางที่เป็หลานสาวเพียงคนเดียว เขาจึงไม่คิดจะเปิดโปงนางต่อหน้าผู้อื่น ในใจก็ได้แต่หวังว่าวันหน้านางจะสามารถใช้เล่ห์เหลี่ยมที่มีเอาตัวรอดในจวนสกุลเซี่ยได้ แม้ว่าต่อไปนางจะต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเซี่ยเหวินหลางบุรุษที่รอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายไอสังหารอันเข้มข้นผู้นั้นก็ตาม
โทษโบยยี่สิบไม้หากเป็บุรุษย่อมไม่ถือว่าเป็โทษสถานหนัก แต่กับสตรีบอบบางเฉกเช่นเฉียวเหมยโทษโบยตียี่สิบไม้ของหอลงทัณฑ์สกุลฮวาถึงกับทำให้นางต้องล้มหมอนนอนเสื่อไปหลายวันในทันที ยิ่งเมื่อยามที่นางกลับมาที่จวนแล้วได้รู้ว่าไม่ใช่แค่เพียงเครื่องประดับที่เป็สินเดิมของซูอวี้หลันถูกยึดกลับคืนไป แต่เครื่องประดับของนางที่นางซื้อหาหลังจากที่แต่งเข้าจวนสกุลฮวาล้วนถูกยึดเอาไปด้วย ทำให้นางแค้นใจจนกระอักโลหิตออกมา อาการป่วยของนางไม่ใช่แค่เพียงาแภายนอกแต่าแภายในใจก็บอบช้ำไม่แพ้กัน ยิ่งเมื่อได้เห็นสายตาหมางเมินของสามีก็ยิ่งทำให้เฉียวเหมยอยากจะลุกขึ้นมาะโให้ลั่นจวนว่า
“ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ยักยอกสินเดิมของฮูหยินรอง” แม้ว่าเฉียวเหมยอยากจะะโอย่างสุดเสียงแต่เสียงที่ที่นางเปล่งออกมากลับแ่เบาราวกับยุง ยามนี้สาวใช้ที่เคยห้อมล้อมปรนนิบัติดูแลนางเหลือแค่เพียงไม่กี่คนเพียงเท่านั้น อีกทั้งข้างกายของนางในยามนี้มีแค่เพียงฮวาจื่อซูผู้เป็บุตรชายของนางเพียงเท่านั้น
“ท่านแม่ ในเมื่อท่านแม่ไม่ได้ทำพวกเราก็ควรจะหาคนที่กล้าใส่ร้ายท่านแม่มาลงโทษให้ได้ คนที่รู้สึกว่าท่านแม่ขวางหูขวางตาหาได้มีแค่เพียงพี่หญิงชิงชิงเพียงเท่านั้น” คำพูดของฮวาจื่อซูทำให้เฉียวเหมยเปิดปากออกมาราวกับอยากจะพูดอะไรแต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้เอ่ยออกมา
“ท่านแม่วางใจเถิด อีกไม่นานนางก็ต้องแต่งเข้าสกุลเซี่ยแล้วสตรีร้ายกาจเช่นนางวันหน้าจะต้องถูกทรราชเซี่ยฆ่าตายคาจวนแน่” คำพูดของฮวาจื่อซูทำให้ฮวาจื่อชิงที่กำลังเดินเข้ามาในห้องถึงกับชะงักเท้าแล้วนางก็ยิ้มเย็นออกมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ได้ยินว่าอนุเฉียวป่วย ข้าก็เลยตั้งใจจะมาเยี่ยมเยียน คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินน้องชายของตนเองกำลังพูดจาสาปแช่งข้าเช่นนี้ หากท่านพ่อมาได้ยินเข้าไม่รู้ว่าท่านพ่อจะลงโทษเ้าอย่างไร เ้าคิดว่าข้าควรจะลองทำให้เป็เื่ใหญ่ดีไหม ข้าจะได้รู้ว่าท่านพ่อจะลงโทษเ้าเช่นไร” ถ้อยคำของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อซูเม้มปากแน่นเขาจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“ท่านพ่อรักข้า ไม่มีทางลงโทษข้าหรอก” คำพูดของฮวาจื่อซูทำให้ฮวาจื่อชิงหัวเราะออกมาในทันที
“เมื่อหลายวันก่อนเ้าก็เคยพูดกับข้าว่าท่านพ่อรักอนุเฉียวของเ้ามากมิใช่หรือ ยามนี้เมื่อข้าได้เห็นสภาพของนางแล้วข้าก็รู้สึกดีจริงๆ ที่ข้าไม่ใช่คนที่ท่านพ่อรักอย่างอนุเฉียวของเ้า” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อซูขยับกายลุกขึ้นแล้วใช้นิ้วชี้มาที่ใบหน้าของนางด้วยความแค้นใจ
“เป็เ้าจริงๆ ด้วย เ้ามันสตรีร้ายกาจ ข้าจะต้องนำเื่นี้ไปบอกให้ท่านพ่อรู้” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็หัวเราะออกมา
“ข้าได้บอกหรือว่าข้าคือคนทำ เ้าอยากจะเป็อีกคนที่ใส่ร้ายข้าก็ลองดู แต่ข้าขอบอกเ้าเอาไว้เลยว่า คนเช่นข้าไม่เคยยอมให้ผู้ใดรังแกโดยไม่ตอบโต้” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางวางขวดยาใบเล็กลงบนโต๊ะกลางห้อง
“ข้านำยาทาแผลสดมามอบให้ หากอนุเฉียวกล้าใช้รับรองได้เลยว่าแผลของท่านจะหายเร็วขึ้น” เมื่อเอ่ยจบฮวาจื่อชิงก็เดินออกมาจากเรือนของนาง ฮวาจื่อเฉิงที่ยืนรออยู่หน้าเรือน อดเอ่ยปากถามฮวาจื่อชิงไม่ได้
“ยาราคาแพงขนาดนั้นเ้านำไปมอบให้นางทำไม” เมื่อเขาเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็หัวเราะออกมา
“ราคาแพงมากก็จริงแต่ข้าใช้เงินที่ได้จากการขายเครื่องประดับของนางมาซื้อ อีกทั้งยาขวดนั้นข้าได้ยินมาว่านอกจากจะมีสรรพคุณที่ดีเยี่ยมแล้วยามที่ใช้จะปวดแสบปวดร้อนเป็อย่างมาก ยาดีที่ต้องแลกมาด้วยความเ็ปและเงินทองของตนเอง เหมาะสมกับคนเช่นนางแล้ว” ฮวาจื่อชิงเอ่ยออกมาพลางเดินนำญาติผู้พี่กลับเรือนของตนเอง