ผ่านไปแล้วครึ่ง เดือนนับั้แ่ที่บอลได้ย้ายเข้ามาหอพักใหม่
ความสัมพันธ์ระหว่างบอลกับตุ๊ก แม้ว่าทั้งสองจะมี่วัยที่ห่างกันเกือบยี่สิบปี แต่ดูเหมือนพวกเขาจะเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นทีละน้อย จากการที่บอลแวะเวียนไปอุดหนุนลูกชิ้นปิ้งของเธออยู่บ่อยครั้ง
วันหนึ่ง…ร้านของตุ๊กดูวุ่นวายกว่าปกติ เพราะทางมหาวิทยาลัยมีกิจกรรมบางอย่างที่ทำให้นักศึกษาทั้งหมดได้มารวมตัวกัน
เมื่อถึง่พักเที่ยง มีนักศึกษาหลายคนเลือกที่จะออกมาหาของกินนอกรั้วมหาวิทยาลัย เนื่องจากโรงอาหารด้านในรองรับจำนวนคนมากมายไม่ไหว
ร้านลูกชิ้นปิ้งของตุ๊กในเวลานี้มีควันโขมง กลิ่นลูกชิ้นและน้ำจิ้มสูตรพิเศษของเธอเรียกลูกค้าจนล้นหลาม แม่ค้าสาวในวัย30ปลายๆ ยืนพลิกลูกชิ้นอย่างรีบร้อนจนเสื้อตัวบางเริ่มเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลเยิ้มออกมา ทุกอย่างเริ่มวุ่นวายมากขึ้นจนเธอเองก็เริ่มรับมือไม่ไหวเพราะลูกค้าที่รอคิวเริ่มเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ
บอลที่ยืนกินลูกชิ้นปิ้งอยู่หน้าร้าน สังเกตเห็นว่าตุ๊กกำลังยุ่งมากจนรับมือไม่ไหว เขาจึงถือโอกาสนี้ตอบแทนบุญคุณที่ตุ๊กมักหยิบยื่นให้เขาเป็ประจำ ด้วยความสนิทก่อนหน้านี้ของทั้งสอง ร่างสูงของเด็กหนุ่มจึงเดินดุ่มๆ เข้าไปในร้านแล้วพูดขึ้นแบบไม่คิดอะไร
“มาๆ เดี๋ยวผมช่วยเสียบให้นะครับพี่ตุ๊ก”
ตุ๊กชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เธอเหลือบมองบอลที่เดินเข้ามาหลังร้านพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูซุกซน
“น้องบอลจะช่วยพี่เสียบเหรอ... ดีเลย พี่กำลังหาคนช่วยเสียบ...ลูกชิ้นอยู่พอดี”
คำพูดที่แฝงนัยยั่วเย้าของเธอทำให้บอลยิ้มแห้งๆ เพราะเขาไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งมากกว่านั้น แต่แววตาของตุ๊กที่มองเขา ทำเอาเด็กหนุ่มรู้สึกอุ่นวาบในอกอย่างไม่รู้ตัว
บอลเดินไปหลังร้านเพื่อช่วยตุ๊กจัดการเสียบลูกชิ้นอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก แต่ก็พยายามช่วยเท่าที่ทำได้ ตุ๊กยืนอยู่ข้างๆ พลางบอกวิธีเสียบลูกชิ้นให้ได้ปริมาณพอดีและออกมาสวยงาม
“น้องบอลต้องเสียบแบบนี้สิ ยัดเข้าไปแล้วกดเบาๆ ทำแบบนี้ลูกชิ้นจะไม่หลุดง่าย”
เธอยื่นมือเข้ามาประคองมือของเขา พร้อมจับไม้เสียบในมือของบอล พลางโน้มตัวมาชิดจนอกอวบอิ่มของเธอเกือบชนกับตัวเขา
ด้วยการใกล้ชิดนี้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของตุ๊กจึงลอยมาแตะจมูกจนทำให้เขารู้สึกเขินเล็กน้อย เด็กหนุ่มที่ทำตัวไม่ถูกก็รีบก้มหน้าก้มตาเสียบลูกชิ้นต่อไปเป็การแก้เขิน พลางแอบเหลือบมองตุ๊กที่ยืนยิ้มให้เขาเป็ระยะ
ตุ๊กเองก็สังเกตว่าเด็กหนุ่มเริ่มเกร็ง เธอจึงหัวเราะเบาๆ และพูดขำๆ ว่า
“น้องบอลนี่ใสซื่อจัง…พี่แค่เข้าใกล้ก็เริ่มทำตัวไม่ถูกซะแล้ว”
ั้แ่วันแรกที่บอลย้ายมา ตุ๊กก็สังเกตเห็นเขาแล้ว เธอชอบแววตาที่ดูใสซื่อและนิสัยเรียบร้อยของเขา แต่ลึกๆ เธอเองก็รู้สึกว่าอยากอยู่ใกล้เขาให้มากกว่านี้
…
เย็นวันนั้น หลังจากที่บอลช่วยตุ๊กขายลูกชิ้นจนหมด ตุ๊กก็มองเขาด้วยสายตาที่ต่างออกไป เธอรู้ว่าเขาอาจจะยังไม่คิดอะไร แต่หัวใจของเธอกลับเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นเขาเผลอยิ้ม
บอลเองก็เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป เขาไม่เคยคิดว่าผู้หญิงที่อายุมากกว่าจะมีเสน่ห์ได้ขนาดนี้ แต่ทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้ตุ๊ก กลิ่นกายและท่าทางของเธอกลับทำให้เขารู้สึกหวั่นไหวอย่างประหลาด แน่นอนว่าเขาอายุ 20 แล้ว เคยผ่านประสบการณ์แบบนั้นมาแล้วแต่นั่นมันก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้น อีกทั้งหญิงสาวที่ดูเขินอายในตอนนั้นเมื่อเทียบกับตุ๊กแล้วดูแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ด้วยสาเหตุนี้เองจึงทำให้ เด็กหนุ่มอย่างเขาเริ่มทำตัวไม่ถูก
…
เช้าวันต่อมา
แสงแดดยามเช้าส่องลอดหน้าต่างบ้านของตุ๊กเข้ามา แสงนั้นกระทบกับผิวเนียนของเธอที่กำลังยืดเส้นยืดสายหลังจากเมื่อคืนที่เหน็ดเหนื่อยเพราะลูกชิ้นขายดีเกินคาด เสื้อยืดตัวหลวมสีเทาอ่อนที่เธอสวมอยู่เลื่อนขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบที่ยังคงกระชับ ร่างกายของตุ๊กสะท้อนถึงการดูแลตัวเองอย่างดี แม้ว่าจะอยู่ในวัย 39 แล้ว
เธอวางแผนไว้ว่าวันนี้จะหยุดหนึ่งวัน ทั้งเพื่อให้ตัวเองได้พัก และเพื่อจัดการความเรียบร้อยของร้าน เตรียมรับมือกับวันถัดไป ในหัวของตุ๊กยังคงนึกถึงภาพของบอลที่ช่วยเสียบลูกชิ้นเมื่อวาน เขายืนอยู่ข้างเตาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ ท่าทางที่ดูกระตือรือร้นแต่ก็เก้อเขินในบางจังหวะ ทำให้เธอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
หลังจากจัดการทำความสะอาดบ้านจนเรียบร้อย ตุ๊กเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วกดโทรออกหาเด็กหนุ่มด้วยหัวใจที่เต้นระทึก แน่นอนว่าเธอได้เบอร์ของบอลมาเมื่อวานหลังจากปิดร้านก่อนจะแยกจากกัน ด้วยเหตุผลที่ทั้งสองสนิทกันจึงทำให้ทุกอย่างดูไม่กระโตกกระตากจนเกินไป
หลังรอสายไม่นานในที่สุดเสียงของเขาก็ดังตอบรับจากอีกฝั่งทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นกว่าเดิม
“น้องบอล พี่ตุ๊กเองนะ”
เสียงเธอสดใสเหมือนกับทุกวัน
“วันนี้พี่หยุดร้าน แล้วก็…อยากเลี้ยงข้าวเป็การขอบคุณที่ช่วยพี่เมื่อวาน ว่าแต่…เย็นนี้ว่างมั้ยจ๊ะ?”
บอลที่คาสายอยู่เงียบไปครู่หนึ่ง
แม้จะรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะเขาเองก็ทำตัวไม่ถูก ดูเหมือนว่าเสียงของแม็ค้าสาวที่เขาสนิทด้วยจะทำให้เขาตกอยู่ในมนต์สะกดโดยไม่รู้ตัว
“เอ่อ…ว่าง…ว่างครับพี่ตุ๊ก”
บอลตอบกลับด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก
“ดีเลย…งั้นเย็นนี้เจอกันนะ”
เสียงหวานของตุ๊กพูดแทรกอย่างดีใจ
“พี่อย่าเพิ่งวางสาย…”
“ทำไมอยากคุยกับพี่ต่อเหรอ?”
“เปล่าครับ ผมจะถามว่าบ้านพี่อยู่แถวไหนต่างหาก”
“…”
เมื่อเด็กหนุ่มตอบรับ ใบหน้าของเธอก็สดใสขึ้นมาทันทีจนทำตัวไม่ถูก ตุ๊กรีบบอกที่อยู่บ้านของเธอออกไปซึ่งอยู่ในซอยลึกไม่ไกลจากหอพักของบอลมากนัก ก่อนจะนัดให้เขามาตอนเย็น
...
หลังเลิกเรียน บอลรีบกลับหออาบน้ำแต่งตัวแล้วปั่นจักรยานไปตามที่อยู่ที่ตุ๊กให้ไว้
บ้านของเธอเป็ทาวน์โฮมสองชั้นที่ไม่เก่าไม่ใหม่ ตัวบ้านดูอบอุ่นเรียบง่าย ต้นไม้น้อยใหญ่ที่ปลูกไว้หน้าบ้านช่วยให้บ้านดูร่มรื่น เธอประดับไฟประตูนิดหน่อยในแบบเรียบง่ายแต่ก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นและน่าอยู่มากขึ้น
เมื่อเด็กหนุ่มมาถึง
เขายืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดกริ่งหน้าบ้าน
เสียงกริ่งดังไม่นาน ร่างสมส่วนของตุ๊กก็ปรากฏขึ้นที่ประตู เธออยู่ในชุดเสื้อกล้ามตัวบางสีอ่อนที่เผยให้เห็น่ไหล่เนียนเรียบกับแขนที่กระชับได้รูป กางเกงขาสั้นลำลองที่เธอสวมอยู่ยิ่งทำให้ขาเรียวยาวของเธอเด่นชัด ผมยาวสีน้ำตาลที่ถูกรวบไว้หลวมๆ ทำให้เธอดูสบายๆ แต่เสน่ห์กลับยิ่งทวีคูณ
“เข้ามาสิจ๊ะ น้องบอล”
ตุ๊กกล่าวเชิญพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเดินนำเขาเข้าไปในบ้าน