“เ้าจะให้แม่ช่วยอย่างไร”
“ลูกอยากได้โอสถเพิ่มระดับลมปราณจากเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”หยางเทียนหมายถึงโอสถจากของวิเศษของมารดาที่เสด็จปู่ตว๋อเทียนมอบให้มารดาของเขา
เสวี่ยหลินนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก“นางดีพอที่เ้าจะช่วยเหลือ?”
“ลูกแน่ใจว่านางดีพอพ่ะย่ะค่ะลูกมอบความช่วยเหลือให้นางโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ นางปฏิเสธลูกแทบจะเดี๋ยวนั้น นี่แสดงให้เห็นว่านางมิใช่คนละโมบโลภมากหรือคิดพึ่งพาแต่เพียงความช่วยเหลือจากผู้อื่นโดยไม่คิดพึ่งตนเอง”
มหาเทพและเสวี่ยหลินต้องพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ลูกยังมอบหยกปราณสื่อสารของลูกให้กับนางด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“เพราะเหตุใดเ้าจึงมอบของสำคัญเช่นนั้นให้นาง”มหาเทพเอ่ยถาม
“ลูกจะได้ติดต่อนางได้ง่ายพ่ะย่ะค่ะหากลูกมีเหตุเปลี่ยนแปลงใดจะได้บอกนางได้ทันเวลาเพราะลูกนัดพบนางกลางยามซวีทุกวันเพื่อชี้แนะนาง”
“ฟูจวิน ท่านเห็นว่าอย่างไร”เสวี่ยหลินหันมาปรึกษากับมหาเทพ
“เ้าไปพบนางสักครั้งให้แน่ใจ หากสมควรช่วยเหลือก็ทำตามที่เทียนเอ๋อร์้าหากไม่ เทียนเอ๋อร์จะได้ช่วยเหลือเท่าที่จำเป็”
วันนี้กลางยามซวี (20.00 น.)ที่ชายป่าด้านหนึ่งของหุบเขาบูรพานิรันดร์
“คำนับท่านเซียน” เมิ่งหรูคำนับทันทีที่เห็นเขาเหาะลงมายืนอยู่ตรงหน้านางแต่วันนี้มีเซียนสตรีนางหนึ่งติดตามเขามาด้วยหากที่เหมือนกันกับเขาคือเซียนสตรีผู้นี้ใส่หน้ากากสีขาวปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้
“นี่คืออาหญิงของข้าข้าเล่าเื่ของเ้าให้อาหญิงฟัง ท่านจึงอยากพบเ้า” เขาแนะนำเพียงเท่านี้ไม่บอกด้วยซ้ำว่าเซียนสตรีนี้มีนามว่าอย่างไร
“คำนับท่านเซียนหญิง”เมิ่งหรูคารวะเซียนสตรีผู้นี้
“ตามสบายเถิด”
สุ้มเสียงหวานใสไพเราะยิ่งนักเมิ่งหรูนึกชมอยู่ในใจ
นางพลันรู้สึกได้ว่าอาหญิงของท่านเซียนหยางไท่จับจ้องนางเป็พิเศษคล้ายจะมองทะลุไปถึงจิตใจของนางอย่างไรอย่างนั้น
“เ้าอยู่ที่แดนอิสานเป็อย่างไร”นี่เป็คำถามที่เมิ่งหรูไม่คาดว่าจะถูกถาม
“สบายดีเ้าค่ะท่านแม่ดูแลข้าดียิ่ง” นางตอบได้ทันที
“แล้วบิดาเ้าล่ะเขาดูแลเ้าดีหรือไม่”
“เอ่อ...” ท่าทีของเมิ่งหรูอึกอักอย่างเห็นได้ชัด
“...ดีเ้าค่ะเสด็จพ่อดูแลข้ากับท่านแม่ดีมาก”
“แล้วพี่น้องของเ้าล่ะพวกเขาดีกับเ้าหรือไม่”
“เอ่อ...”ท่าทีของเมิ่งหรูอึกอักเป็ครั้งที่สอง
“...ดีเ้าค่ะ” คำตอบสั้นกว่าเดิม
เซียนสตรีผู้นั้นพยักหน้ารับรู้
“หากเ้าบังเอิญได้รับโชควาสนาให้ตนเองเก่งกาจเหนือพี่น้องทุกคนเ้าคิดจะทำอย่างไรกับพวกเขา”
คำถามนี้ทำให้เมิ่งหรูตะลึงลานนางไม่เคยครุ่นคิดถึงเื่ราวเช่นนี้มาก่อน เพราะนางไม่เคยคาดคิดว่าตนเองจะเก่งกาจกว่าพวกเขานางเพียงหวังให้นางเก่งขึ้นกว่านี้จะได้ปกป้องตนเองและมารดาได้เท่านั้น แต่นางก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าคำถามนี้ซ่อนนัยสำคัญบางอย่างเอาไว้และคำตอบของนางจะเป็สิ่งบ่งชี้ถึงบางสิ่งที่สำคัญกับนางหากสิ่งสำคัญนั้นคือสิ่งใดก็สุดที่นางจะคิดคำนวณได้ เมิ่งหรูนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งค่อยตอบออกมา
“ขอเพียงพวกเขาไม่ล้ำเส้นข้าต่างคนต่างอยู่ ข้าจะไม่ทำอะไรพวกเขาทั้งสิ้น และหากพวกเขาไม่ทำสิ่งใดที่เกินเลยจนเกินไปข้าก็จะยอมหลับตาข้างหนึ่ง ไม่เอาความพวกเขา เพราะอย่างไรพวกเขาก็เป็พี่น้องร่วมบิดาเดียวกันกับข้า”
เซียนสตรีผู้นั้นแย้มยิ้มพอใจจนมองเห็นลักยิ้มสองข้างแก้มที่บุ๋มลงเมิ่งหรูเห็นเซียนสตรีผู้นี้พลันมีท่าทีคล้ายกำลังเงี่ยหูฟังอะไรบางอย่างมุมปากของนางยกยิ้มขบขันก่อนจะออกปากถามอีกครั้ง
“คำถามสุดท้ายหากเ้ามีอำนาจชี้เป็ชี้ตายสี่ทะเลแปดดินแดน เ้าคิดจะทำอย่างไร”หากคำถามก่อนหน้าทำให้เมิ่งหรูตื่นตะลึง คำถามนี้ทำให้นางต้องก้าวถอยหลังอย่างใแท้จริง
“ทำไมท่านเซียนหญิงถามข้าเช่นนี้เ้าคะข้าไม่เคยคิดว่าตนเองจะมีอำนาจเช่นนั้น” เมิ่งหรูต้องถามออกมา
“เื่บางอย่างเ้าไม่จำเป็ต้องทราบมันในเวลานี้ดอก ตอนนี้เ้าเพียงตอบคำถามข้าก็พอ”
เมิ่งหรูนิ่งไปครู่หนึ่งจึงค่อยตอบออกมา“หากข้ามีอำนาจชี้เป็ชี้ตายสี่ทะเลแปดดินแดน ข้าจะไม่ทำอะไรเลยเ้าค่ะจะปล่อยไว้เช่นนี้”
“เพราะเหตุใด”
“เวลานี้สี่ทะเลแปดดินแดนสงบสุขดีอยู่แล้วข้าจะไปเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งใด เพื่อให้ตนเองได้สี่ทะเลแปดดินแดนอย่างนั้น? ข้าไม่กระทำแน่นอน แม้การครองสี่ทะเลแปดดินแดนจะมีอำนาจมากมายแต่ก็ต้องรับผิดชอบสรรพชีวิตทั้งหมดข้าไม่คิดหาความลำบากเช่นนั้นให้ตนเองหรอกเ้าค่ะ คนที่คิดล้วนโง่เขลาตนเองสุขสบายดีอยู่แล้ว จะใฝ่หาความลำบากเพื่ออะไร”
เซียนสตรีผู้นี้ยิ่งแย้มยิ้มพอใจมากขึ้นลักยิ้มสองข้างแก้มยิ่งเห็นชัดเจน
“เ้าเป็เด็กดี กิเลนน้อยสมควรแก่การส่งเสริม” นางกล่าวชมเชยอย่างจริงใจ
“เอ่อ...แต่ถ้าท่านเซียนหญิงถามข้าว่าข้าอยากได้สิ่งใดในสี่ทะเลแปดดินแดนข้าบอกท่านได้เลยเ้าค่ะว่ามีสถานที่หนึ่งที่ข้าอยากได้มากๆ”นางเอ่ยออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“เ้าอยากได้ดินแดนใด”เซียนสตรีนางนั้นถามอย่างแปลกใจ
“ไม่ใช่ดินแดนเ้าค่ะ ข้าอยากได้ร้านชาลี่ถังลี่มี่”
“อะไรนะ? ร้านชาลี่ถังลี่มี่?”
“เ้าค่ะ ข้าชอบชา ขนมหวานและของว่างที่ร้านนี้มากเ้าค่ะ ข้าเคยได้ชิมมาบ้างเพราะหลี่เจี่ยไท่จื่อเคยซื้อขนมหวานและของว่างมาฝากและข้าได้ชิมครั้งสุดท้ายก็ที่งานเลี้ยงของเทียนจวินเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเ้าค่ะดังนั้น ถ้าข้ามีอำนาจชี้เป็ชี้ตายสี่ทะเลแปดดินแดนจริงล่ะก็ ข้าอยากได้เพียงร้านชาแห่งนี้เท่านั้นเ้าค่ะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” ฟังคำตอบของนางแล้วเซียนสตรีผู้นั้นต้องหัวเราะออกมาทันที เสวี่ยหลินไม่คาดคิดเลยว่านางจะพบเจอแฟนคลับตัวยงของร้านชาลี่ถังลี่มี่
ขณะที่หยางเทียนต้องยิ้มออกมาอย่างขบขัน
กิเลนน้อยของข้า เ้าจะรู้ตัวบ้างหรือไม่ว่าเ้ากำลังกล่าวว่าจะยึดร้านชาลี่ถังลี่มี่ต่อหน้าเ้าของร้านชาแห่งนี้หยางเทียนครุ่นคิดอย่างชอบใจ
“เ้าชอบถึงขนาดนี้เชียว?”
“เ้าค่ะข้าอยากรับประทานของจากร้านชาลี่ถังลี่มี่ทุกวัน นางกำนัลที่เผ่ากิเลนเล่าให้ข้าฟังว่าทุกคนในวังั์ได้รับประทานของจากร้านชาลี่ถังลี่มี่ทุกมื้อเพราะมหาเทวีเสวี่ยหลิน เ้าของร้านชาปรุงถวายมหาเทพและองค์ชายหยางเทียนตลอดข้าล่ะอิจฉามหาเทพกับองค์ชายมากๆ เลยเ้าค่ะ”
“หากมหาเทวีเสวี่ยหลินทรงทราบว่าเ้าชอบร้านชาของนางมากเช่นนี้มหาเทวีต้องปลื้มพระทัยแน่นอน” เซียนสตรีผู้นี้ยิ่งเอ็นดูนางมากขึ้น
เมิ่งหรูได้แต่ยิ้ม
“เมิ่งหรู เ้านั่งลง”
“เ้าค่ะ”นางรับคำอย่างงุนงงหากก็นั่งลงโดยดี
เซียนสตรีนางนั้นนั่งลงตรงข้ามกับเมิ่งหรูมองเห็นนางวาดฝ่ามือ หากมิได้ปรากฏสิ่งใดออกมา ท่าทางของนางคล้ายกำลังเลื่อนอะไรไปมาบางอย่างเมิ่งหรูมองอย่างไม่เข้าใจ ผ่านไปราวครึ่งเค่อนางก็วาดฝ่ามืออีกครั้ง
เมิ่งหรูรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีบางอย่างในร่างของตนเองเปลี่ยนแปลงไปหากไม่ทราบว่าเปลี่ยนแปลงอย่างไรทราบเพียงว่านางรู้สึกได้ว่าตนเองเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้น
ข้าอุปาทานไปเองกระมัง นางคิดในใจ
เซียนสตรีผู้นี้พลันล้วงหยิบตะกร้าอาหารขนาดสี่ชั้นจำนวนสามสิบใบออกมาจากมิติส่วนตัวของนางและผลักตะกร้าทั้งหมดให้เมิ่งหรูที่รับมาอย่างงุนงง
“นี่เป็อาหารที่จะช่วยเสริมสร้างร่างเซียนกิเลนของเ้าเ้าต้องรับประทานอาหารที่ข้าให้ไปทั้งหมดนี้ให้หมดภายในหนึ่งเดือนเมื่อเ้ารับประทานหมด ร่างเซียนกิเลนของเ้าจะแข็งแกร่งกว่าเดิมอีกสองในสิบส่วนและความแข็งแกร่งนี้จะเพิ่มอย่างถาวรมิใช่ชั่วคราว”
เมิ่งหรูตกตะลึงตาค้าง ก่อนจะพลันนึกขึ้นได้นางเปิดตะกร้าอาหารใบหนึ่งขึ้นมาก่อนจะต้องนิ่งอึ้ง เพราะแต่ละชั้นของตะกร้านั้นอัดแน่นไปด้วยอาหารมากมาย นางเงยหน้ามองเซียนสตรีผู้นี้ด้วยอาการบอกไม่ถูก
“หน้าที่ของเ้าคือรับประทานมันให้หมดอย่าทำให้ข้าต้องเสียอาหารชุดนี้โดยเปล่าประโยชน์”
“เ้าค่ะ” เมิ่งหรูรับคำอย่างตื่นตะลึง
นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้ทราบว่ามีอาหารที่สามารถเสริมสร้างร่างเซียนได้อย่างถาวรและแค่รับประทานมันให้หมดภายในหนึ่งเดือนเท่านั้น นางต้องรับประทานมันแน่นอนเมิ่งหรูเก็บอาหารทั้งหมดไว้ในมิติส่วนตัวของนาง
เซียนสตรีผู้นี้ยื่นส่งขวดหยกใบหนึ่งให้นาง
“เอ่อ...อะไรเ้าคะ”
“เ้ารับไปและเก็บไว้เสียก่อน”
เมิ่งหรูรับขวดหยกมาอย่างงุนงงก่อนจะเก็บขวดหยกใบนั้นไว้ในมิติส่วนตัวของนางด้วยความงุนงงยิ่งกว่า
“ในนั้นเป็โอสถเพิ่มระดับลมปราณจำนวนหกสิบเม็ดเ้ารับประทานครั้งละหนึ่งเม็ดทุกสามวัน ระหว่างนี้เ้านั่งโคจรลมปราณไปด้วยและควรฝึกให้ร่างกายตนเองโคจรลมปราณได้แม้แต่ในยามที่เ้านอนหลับพักผ่อนการโคจรลมปราณไว้ตลอดเวลา จะทำให้เ้าเลื่อนระดับลมปราณได้ง่ายเ้าต้องกักตัวฝึกฝนอยู่ที่หอลมปราณนิรันดร์เป็เวลาหกเดือน เมื่อครบกำหนดระดับลมปราณของเ้าจะอยู่ที่จักรพรรดิเซียนขั้นสาม”
คำบอกเล่าของนางทำให้เมิ่งหรูตะลึงลานอ้าปากค้าง
หกเดือน ! หกเดือนเท่านั้น ! นางจะเลื่อนระดับลมปราณของตนได้ถึงแปดขั้นย่อย ! !เกือบหนึ่ง่ชั้นใหญ่เชียวนะ !
“ข้ากลับก่อน เ้าอยู่เป็เพื่อนนางสักพักแล้วค่อยกลับเถิดท่าทางกิเลนน้อยของเ้าจะยังใไม่หาย”
เซียนสตรีผู้นั้นกล่าวอย่างขบขันกับเซียนหยางไท่ก่อนจะเหาะเหินไปยังทิศทางหนึ่งที่เมิ่งหรูมองเห็นไกลๆว่ามีเซียนบุรุษในชุดขาวผู้หนึ่งรอรับเซียนสตรีผู้นี้อยู่ เซียนบุรุษนั้นจับจูงมือของนางก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะเหาะเคียงข้างกันไปเมิ่งหรูมองเห็นพวกเขาคล้ายเป็นกยวนยางคู่หนึ่งที่โบยบินเคียงคู่กัน
“เมิ่งหรู เมิ่งหรู...”หยางเทียนเรียกนาง หากเมิ่งหรูยังคงตกตะลึงไม่หายมือใหญ่ยื่นมาบีบจมูกนางไว้จนหายใจไม่ออก นั่นแหละนางจึงได้รู้สึกตัว
“ท่านเซียนท่านเซียนหญิงนั่นเป็ผู้ใดเ้าคะ” นางละล่ำละลักถาม
“นางเป็อาหญิงของข้าเองเ้าจำไม่ได้? ไฉนอยู่ๆ ความจำเ้าจึงสั้นนัก” เขาแสร้งบ่นเพื่อให้นางลดความสนใจเซียนสตรีผู้นั้น
“อาหญิง? จริงสินางเป็อาหญิงของท่าน นางเก่งกาจถึงเพียงนี้?”เมิ่งหรูยังคงถามด้วยความตื่นตะลึง
“อาหญิงของข้าต้องเก่งกาจอยู่แล้วแต่ยามนี้เ้าไปที่หอลมปราณนิรันดร์เถิด ไปกักตัวฝึกฝนเสีย อีกหกเดือนข้างหน้าข้าจะมาพบเ้าที่นี่กลางยามซวีเช่นเดิม และจำให้ดีว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นในที่นี้เ้าไม่สามารถบอกเล่าผู้ใดได้”
“เ้าค่ะ ข้าจะไม่บอกผู้ใดเด็ดขาดเช่นนั้นข้าไปกักตัวฝึกฝนที่หอลมปราณนิรันดร์ก่อนนะเ้าคะ”
“เ้าไปเถิด หากมีอะไรติดขัดเ้าก็ติดต่อหาข้าด้วยหยกปราณที่ข้ามอบให้”
“เ้าค่ะ”
“นางเด็กนั่นหายไปไหน” องค์หญิงหลิงฉีถามขึ้น
“นางกักตัวฝึกฝนอยู่ที่หอลมปราณนิรันดร์ได้หนึ่งเดือนแล้วเพคะ”องค์หญิงไห่อิ่งบอกออกมา
“กักตัวฝึกฝน? หนึ่งเดือน? เฮอะ คิดเลื่อนระดับลมปราณล่ะสิ คงทำได้หรอก”องค์หญิงหลิงฉีกล่าวอย่างดูแคลน
“นั่นสิเพคะการเลื่อนระดับลมปราณมิใช่เื่ง่าย แค่เลื่อนเพียงหนึ่งขั้นย่อยยังต้องฝึกฝนกันเนิ่นนาน”องค์หญิงซินเหมยตอบรับ
“แล้วพวกเ้าทราบหรือไม่ว่านางเด็กเมิ่งหรูจะกักตัวนานเพียงใด”
“ข้าสอบถามอาจารย์ที่ดูแลหอลมปราณนิรันดร์ท่านบอกว่าเมิ่งหรูจะกักตัวฝึกฝนหกเดือนเพคะ” องค์หญิงหัวอิงบอกออกมา
“หกเดือน?”องค์หญิงหลิงฉีทวนคำอย่างครุ่นคิด
“เมื่อนางกลับออกมาจากหอลมปราณนิรันดร์นางจะมีเวลาเหลืออยู่สองปีที่จะสะสมคะแนนสำหรับการประลองเดี่ยวให้ได้ครบสามหมื่นคะแนนจึงจะถือว่าสอบผ่านการต่อสู้แบบเดี่ยวในรอบนี้ยามนี้นางเด็กนั่นมีคะแนนสะสมเพียงสองพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหกคะแนน นาง้าอีกสองหมื่นเจ็ดพันแปดร้อยยี่สิบสี่คะแนนภายในสองปีเท่ากับนางต้องเก็บให้ได้ปีละหนึ่งหมื่นสามพันเก้าร้อยสิบสองคะแนน”
“เป็ไปไม่ได้หรอกเพคะปีละหมื่นสามพันกว่าคะแนน เร็วที่สุดนางก็ต้องแข่งให้ชนะทุกรอบแต่ฝีมืออย่างนางแค่ทำให้เสมอ นางยังเต็มฝืน นางไม่มีทางสอบผ่านในรอบนี้หรอกเพคะต้องรอไปอีกหลายรอบเลยเชียวล่ะกว่าจะเก็บครบสามหมื่นคะแนนนี่ยังไม่นับคะแนนที่นางต้องเก็บให้ได้อีกเจ็ดหมื่นคะแนนจากการต่อสู้แบบสามต่อสามนะเพคะ”องค์หญิงไห่อิ่งเสริมขึ้นอย่างเยาะหยัน
“จริงของพี่สาวไห่อิ่งเมิ่งหรูไม่มีทางทำได้ กว่านางจะสำเร็จการศึกษาจากบูรพานิรันดร์ก็โน่นอีกสักสามพันปีข้างหน้ากระมัง” องค์หญิงซินเหมยทับถมเมิ่งหรูอย่างไม่เหลือดี
“ใช่ การศึกษาเล่าเรียนในวิชาอื่นนางแค่ขยันให้มากกว่าพวกเรา นางจึงสามารถตามพวกเราทันแต่วิชาต่อสู้ไม่มีทางที่นางจะตามพวกเราได้ทันเด็ดขาด” องค์หญิงหัวอิงเห็นด้วย
องค์หญิงทั้งสี่ต้องยิ้มออกมาอย่างสาแก่ใจเื่กลั่นแกล้งนางเด็กเมิ่งหรูนี่ เป็เื่ที่พวกนางชมชอบที่สุดเมิ่งหรูไม่สามารถขัดขืนหรือตอบโต้อะไรพวกนางได้ เพราะด้วยระดับพลังที่ต่ำต้อยกว่า
นี่ผ่านมาสามเดือนแล้วกิเลนน้อยของข้าเป็อย่างไรบ้างนะ หยางเทียนครุ่นคิด
หรือข้าจะแอบไปดูที่บูรพานิรันดร์ดี?
ไปดูสักหน่อยดีกว่าเผื่อนางมีอะไรให้ข้าช่วยเหลือ เขาตัดสินใจปุบปับ
ใช้เวลาเพียงครึ่งเค่อก็มาถึงหุบเขาบูรพานิรันดร์ในแดนบูรพาหยางเทียนร่ายเวทล่องหนก่อนจะเหาะตรงไปยังหอลมปราณนิรันดร์ ร่างสูงสง่าที่ล่องหนอยู่เดินเข้าไปในหอลมปราณอย่างสะดวกดายไม่มีผู้ใดััทราบได้ว่ามีผู้แปลกปลอมในที่แห่งนี้
แล้วเมิ่งหรูกักตัวอยู่ที่ห้องฝึกฝนใดกัน? เขารำพึงขึ้นในใจ
เขาไม่สามารถแผ่ปราณเซียนออกตรวจสอบได้เพราะเทพเซียนที่ดูแลหอลมปราณนิรันดร์จะทราบได้ทันทีว่ามีคนลักลอบเข้ามา
“เมิ่งหรูกักตัวมาสามเดือนแล้วนางอดทนและขยันจริงๆ ข้าไม่เคยเห็นเซียนน้อยคนใดจะขยันมากถึงเพียงนี้”เสียงเซียนชราที่ดูแลหอลมปราณดังขึ้น
“นางขยันขันแข็งเช่นนี้ช่างน่าเสียดายที่์ไม่ส่งเสริมนางเลย” เสียงเซียนชราอีกคนดังขึ้นพร้อมกับทอดถอนใจ
“นั่นสิแต่หกเดือนนี้นางจะเลื่อนระดับลมปราณได้? ข้าคิดว่าอย่างมากนางก็เลื่อนได้เพียงครึ่งขั้นย่อย หากระดับลมปราณของนางอยู่สักาาเซียนขั้นเก้าหรือสิบนางจะสอบผ่านวิชาต่อสู้ในรอบนี้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องเก็บคะแนนไปอีกนานกว่าจะครบสามหมื่น”
“นางฝึกฝนอยู่ห้องลมปราณใดข้าจำไม่ได้เสียแล้ว”
“ชั้นที่หนึ่งร้อยสิบเก้าห่างจากบันไดไปทางซ้ายมือห้องที่ห้า”
ได้ยินแล้วหยางเทียนก็เหาะขึ้นไปทันที ไม่กี่อึดใจเขาก็มายืนอยู่หน้าห้องฝึกฝนลมปราณฝ่ามือวางทาบลงที่บานประตู ประกายแสงสีขาวเรืองรองวาบขึ้นครู่หนึ่งม่านพลังที่ปิดกั้นห้องฝึกฝนไว้ก็สูญหาย เขาเดินผ่านประตูบานนั้นเข้าไป
ห้องฝึกฝนแห่งนี้เป็ห้องว่างห้องหนึ่งทั้งห้องปูลาดด้วยพรมขนสัตว์สีขาวสะอาด มุมห้องทั้งสี่มีกระถางกำยานจุดไว้กลิ่นหอมของกำยานลอยอยู่จางๆ เหนือกระถางกำหยานเป็เชิงเทียนที่จุดเทียนไว้สามเล่มให้ความสว่างภายในห้องเมิ่งหรูยังคงนั่งหลับตาโคจรลมปราณอย่างไม่รู้เื่ราวใด
แผ่ปราณเซียนออกตรวจสอบหยางเทียนก็ทราบได้ทันทีว่าระดับลมปราณของนางในเวลานี้อยู่ที่าาเซียนขั้นเก้าแล้วนางกำลังฝึกฝนเพื่อขึ้นสู่ขั้นสิบ
เด็กน้อยของข้าขยันขันแข็งและเก่งกาจยิ่งนักอดทนฝึกฝนอย่างเคร่งครัดจริงๆ เขานึกชมเชยนาง
ยืนมองนางอยู่ครู่ใหญ่เขาจึงค่อยจากไป สบายใจแล้วว่ากิเลนน้อยของเขาฝึกฝนได้เป็อย่างดี
เมิ่งหรูค่อยๆ ลืมตาขึ้นยามนี้ครบหกเดือนแล้วที่นางเข้ามากักตัวฝึกฝน
ข้าทำสำเร็จแล้ว นางคิดในใจ ริมฝีปากแย้มยิ้มดีใจกับความสำเร็จที่ได้รับ
จริงสิข้าควรติดต่อหาท่านเซียนหยางไท่ก่อน ท่านยังไม่ทราบแน่ว่าข้าจะออกจากการฝึกฝนแล้ว
มือไวเท่าความคิด เมิ่งหรูหยิบหยกปราณสื่อสารสีขาวที่สลักเป็รูปเศียรัออกมาแผ่ปราณเซียนเล็กน้อยเข้าไปในหยกปราณนั้น รอคอยอยู่อึดใจเดียวก็ปรากฏดวงแสงรัศมีกว้างราวเจ็ดชุ่น(1 ชุ่น = 1 นิ้ว) รั้งรออีกราวสามอึดใจในดวงแสงนั้นจึงปรากฏภาพเซียนบุรุษที่สวมใส่หน้ากากสีขาวเรียบปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้
“ท่านเซียน ข้าเองเ้าค่ะ”นางส่งเสียงทักทายอย่างยินดี
“ครบหกเดือนแล้วกระมังเ้าจึงติดต่อข้ามา”
“เ้าค่ะ”
“เป็อย่างไรบ้าง”
“ตอนนี้ลมปราณของข้าอยู่ที่จักรพรรดิเซียนขั้นสามและอีกครึ่งก้าวสู่ขั้นสี่เ้าค่ะ”คำบอกเล่าของนางทำให้หยางเทียนนึกทึ่ง
“จริง?”
“จริงเ้าค่ะข้าทำตามที่ท่านเซียนหญิงบอกไว้อย่างเคร่งครัดที่ให้ข้าฝึกฝนโคจรลมปราณไว้ตลอดเวลาจึงมาได้เช่นนี้”
“ดีมาก เช่นนั้น วันนี้กลางยามซวีข้าจะไปพบเ้าที่เดิม”
“เ้าค่ะ”
กลางยามซวีชายป่าด้านหนึ่งที่ร้างผู้คนของหุบเขาบูรพานิรันดร์
“จำได้ว่าเ้าบอกว่าเ้าชอบของจากร้านชาลี่ถังลี่มี่ข้าเลยเอามาฝาก” หยางเทียนบอกกล่าวเมื่อนั่งลงข้างกายเมิ่งหรูที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ก่อนจะยื่นตะกร้าไผ่สานใบไม่ใหญ่นักให้นางนางยิ้มกว้างทันที
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
มือขาวผ่องยื่นไปรับมาอย่างรวดเร็วก่อนจะนึกขึ้นได้จึงรีบเอ่ยปากถาม“ท่านเซียนไปแวะซื้อที่แดนพายัพหรือเ้าคะ”
“ข้าให้เซียนรับใช้ไปซื้อให้ไม่ได้ลำบากอะไร เ้ารับประทานเสียก่อน เดี๋ยวจะชืดเสียหมด”
เขาไม่บอกหรอกว่าเป็มหาเทวีเสวี่ยหลินมารดาของเขาที่เป็เ้าของร้านชาลี่ถังลี่มี่ปรุงให้ด้วยตนเองทันทีที่เขาไปขอให้นางทำขนมเพื่อนำมามอบให้เมิ่งหรู นางก็รีบลงมือปรุงให้ทันที
“เอาไปให้แฟนคลับของแม่ด้วย”มารดาของเขาบอกด้วยรอยยิ้มชอบใจ เขาเข้าใจคำ ‘แฟนคลับ’ที่มารดาบอกแล้วว่าหมายถึงผู้ที่ชื่นชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็พิเศษ กิเลนน้อยของเขากลายเป็แฟนคลับของมารดาไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเปิดออกก็พบว่าในนั้นมีชาร้อนหนึ่งกาเล็กพร้อมถ้วยชาขนมหวานและของว่างหน้าตาน่ารับประทานอีกสองอย่าง
เมิ่งหรู หากเ้าทราบว่าของเหล่านี้เป็เ้าของร้านชาลี่ถังลี่มี่ปรุงให้ด้วยตนเองเ้าจะเป็อย่างไรกันนะ เขานึกอย่างขบขันเมื่อนั่งมองนางรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย
“ดูท่าทางเ้าชอบมากจริงๆ”
“ใช่เ้าค่ะ” นางตอบทั้งๆที่ยังเคี้ยวขนมอยู่เต็มปาก
“ข้ายังคิดเลยว่าเมื่อข้าสำเร็จจากบูรพานิรันดร์แล้วข้าอยากไปลองทำงานที่ร้านชาสักเดือนก็ยังดีแต่ก็ได้ยินมาว่ามีเทพเซียนมากมายอยากไปทำงานที่นั่น ร้านชาจึงไม่เคยว่างข้าคงไม่ได้ทำหรอกเ้าค่ะ”
“เ้านี่ชอบร้านชาลี่ถังลี่มี่จริงๆเลยนะ...” เขากล่าวออกมาอย่างเอ็นดูก่อนจะกล่าวต่อ
“...อาหญิงของข้าเป็สหายสนิทกับเ้าของร้านชาแล้วข้าจะให้อาหญิงพูดคุยกับเ้าของร้านชาให้ก็แล้วกันว่าเ้าอยากไปฝึกฝนที่นั่น”เมิ่งหรูย่อมนึกไม่ถึงว่าอาหญิงของเขาคือเ้าของร้านชาลี่ถังลี่มี่เื่แค่นี้เขาย่อมบอกกับมารดาได้ทันที
“จริงๆ นะเ้าคะ ท่านเซียนไม่หลอกข้านะ”
“จริงสิ ข้าจะไปหลอกเ้าทำไม”
“ขอบคุณเ้าค่ะ แต่...ถึงได้ไปทำงานที่นั่นจริงๆข้าก็คงไปไม่ได้หรอกเ้าค่ะ เสด็จพ่อต้องไม่ให้ข้าไปแน่” นางบอกอย่างหดหู่
“แล้วข้าจะลองให้ท่านเซียนาุโพูดกับบิดาเ้าให้ก็แล้วกันรับรองว่าบิดาเ้าอนุญาตแน่”เมิ่งหรูย่อมไม่คาดว่าเซียนาุโที่ว่านี้คือมหาเทพหยางหลง ใครจะกล้าปฏิเสธกันล่ะมีแต่จะรีบตกปากรับคำล่ะไม่ว่า
“จิ...จริงนะเ้าคะ?”นางละล่ำละลักขอคำยืนยัน ยามนี้นางนึกไม่ออกเลยว่าต้องเป็เซียนาุโท่านใดจึงสามารถโน้มน้าวบิดาของนางได้
“จริงสิ แล้วเ้าอยากทำอะไรในร้านชาล่ะ”
“ข้าอยากหัดชงชา หัดทำขนมและของว่างหัดทุกอย่างเลยก็ได้เ้าค่ะ ข้าชอบ”
“ถ้าเ้าอยากหัดทำให้เก่งทุกอย่างเกรงว่าน่าจะต้องใช้เวลาสักหกเดือนกระมัง เดือนเดียวไม่ได้หรอก”
“หกเดือนหรือนานกว่านั้นก็ได้เ้าค่ะข้าทำได้”
เขาต้องยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูกิเลนน้อยของเขาช่างน่ารักจริงๆ
เมิ่งหรูรับประทานของโปรดจนหมดอย่างรวดเร็วนางใช้แขนเสื้อซับปากจนสะอาดเรียบร้อยค่อยหันมาพูดจากับเขา
“ท่านเซียนเ้าคะ ยามนี้ข้ามีเวลาหกเดือนที่จะฝึกฝนก่อนที่จะต้องเข้าแข่งขันเพื่อสะสมคะแนนหุบเขาให้เวลานักเรียนทุกคนในรอบนี้สองปีเพื่อเก็บสะสมคะแนนเ้าค่ะข้าตั้งใจว่าสองปีนี้จะเก็บสะสมให้ได้หนึ่งหมื่นคะแนนแล้วก็รออีกสองปีจะได้เก็บอีกหนึ่งหมื่นคะแนนและอีกสองปีเพื่อเก็บหนึ่งหมื่นคะแนนสุดท้ายที่เหลือ ก็จะครบสามหมื่นคะแนน”
“จากนั้น ข้าจะได้ลงประลองแบบสามต่อสามอีกห้าปีเพื่อเก็บสะสมอีกเจ็ดหมื่นคะแนนข้าตั้งใจจะค่อยๆ สะสมให้ครบหนึ่งแสนคะแนนเพื่อไปแข่งขันในรอบสุดท้าย เมื่อถึงเวลานั้นข้าก็จะสำเร็จการศึกษาจากหุบเขาบูรพานิรันดร์และก็พอดีกับที่ข้าต้องเข้าพิธีปักปิ่น”เมิ่งหรูบอกกล่าวกับเขา
“เช่นนั้น เ้ามาประลองกับข้า”หยางเทียนบอกออกมา หากเมิ่งหรูอ้าปากค้างไปแล้ว
“เอ่อ...ให้ข้าประลองกับท่านไม่ไหวเ้าค่ะ ข้าสู้ท่านไม่ได้หรอก”
“ข้าแค่้าดูฝีมือของเ้าจะได้ทราบว่าควรชี้แนะเ้าอย่างไร”
เมิ่งหรูมีสีหน้าโล่งอกทันที
“เ้าจงสู้ให้สุดฝีมือ ข้าจะได้ทราบอย่างชัดเจน”
“เ้าค่ะ”
มือขาวผ่องปรากฏกระบี่ทอแสงสีครามสว่างบ่งบอกชัดเจนว่านี่เป็ปราณกิเลนธาตุน้ำ นั่นเพราะเผ่ากิเลนเชี่ยวชาญวารีธาตุ
คว้ากกกกกกกกกกกก
พลังปราณจากกระบี่ของเมิ่งหรูโถมจู่โจมเข้าใส่หยางเทียนแต่เมื่อพลังนั้นอยู่ห่างจากเขาเพียงหนึ่งจั้ง (1 จั้ง = 2.5 เมตร)กระบี่ไม้ในมือของเขาตวัดฟาดทันที
ฟุ่บบบบ
เสียงทึบทึมดังขึ้นหากพลังปราณที่จู่โจมใส่เขาพลันสูญสลายพลังปราณวายุธาตุของเขาแข็งแกร่งกว่านางมากนัก กระบี่ในมือนางตวัดออกอีกครั้ง