ตอนที่ 22 ระงับสถานการณ์ไม่ได้ (2)
หลายปีนี้ที่ทำงานอยู่ในห้องครัว เรื่องเลวร้ายใช่ว่าไม่เคยทำ หากโจวฮูหยินจับได้ก็แค่ลงโทษเล็กน้อยเป็นการตักเตือน ครั้งที่ร้ายแรงที่สุดก็แค่โบยสิบไม้และปรับเบี้ยหวัดหนึ่งเดือน แต่หลังจากนั้นพวกนางควรทำอย่างไรก็ทำไปตามเดิม
พูดตามตรงคือพวกนางรู้สึกว่ามีบ้านรองกับบ้านสามรับผิดชอบแทนพวกนางและปกป้องพวกนาง แม้ว่าโจวฮูหยินจะเป็นนายหญิงใหญ่ของบ้านแต่ก็ไม่สามารถยกมือขึ้นตบหน้าของนายหญิงรองกับนายหญิงสามได้ มิฉะนั้นบ้านคงไม่สมานฉันท์ ภายหน้ายังจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร
แต่ตอนนี้ทั้งสองคนเห็นว่าสวี่เฉิงอวี๋ไม่มีท่าทีที่ยอมอ่อนข้อ ชั่วขณะจึงรู้สึกไม่มั่นใจอยู่บ้าง
แต่ไรมาคุณหนูห้าผู้นี้ไม่เคยสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องเรือนในเลย ทั้งเป็นบุคคลที่ล้ำค่าและอายุน้อย หากลงมือลงโทษอย่างไม่รู้หนักเบาจริงๆ โดยไม่คำนึงถึงหน้าตาของบ้านรองกับบ้านสาม ลงโทษให้พวกเธอออกไป...
เฉินมามากับเฝิงมามามองสบตากันทีหนึ่ง แม้ในอดีตจะไม่ชอบหน้ากันแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นแนวรบเดียวกัน
เฝิงมามาคุกเข่าลงบนพื้น “เดิมทีเป็นพวกเราดื่มสุรามากไปจนเมามายและก่อเรื่องจนเลยเถิดไปหน่อย ไฟไหม้นั้นเป็นไฟที่เกิดจากการเตรียมอาหารก่อนหน้านี้ที่ไฟลุกรุนแรงเกินไป ตอนที่เรียกคนมาช่วยดับไฟก็ช้าไปบ้างแล้ว จึงทำให้ไหม้รุนแรงขึ้นเล็กน้อย รบกวนให้คุณหนูต้องมาเสียแล้ว ที่นี่เละเทะวุ่นวาย หากล่วงเกินคุณหนูเข้านับว่าเป็นความผิดของพวกเราจริงๆ เจ้าค่ะ”
เฉินมามาไหลตามน้ำ พูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “คุณหนูสูงศักดิ์ล้ำค่า ไม่เคยเหยียบครัวด้านหลังแม้ครึ่งก้าว ตอนนี้ที่นี่เละเทะวุ่นวาย คุณหนูกลับไปก่อนเถิดนะเจ้าคะ รอที่นี่เก็บกวาดสะอาดแล้วพวกเราจะค่อยไปรายงานกับนายหญิงใหญ่อีกที ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ”
สวี่เฉิงอวี๋ไม่พูดจา แค่ฟังพวกนางพูด
หลานอี้ที่ยืนอยู่ข้างกายนางฟังต่อไปไม่ไหวจริงๆ
นี่มันไม่ใช่การรังแกคุณหนูห้าที่หน้าบาง รู้สึกว่าคุณหนูพูดง่ายรังแกง่ายหรอกหรือ
เป็นบ่าวชั่วร้ายรังแกนายจริงๆ ช่างไร้ระเบียบ!
นายอยากจะเอ่ยปากตำหนิ ตอนที่ก้มหน้ากลับเห็นสีหน้าในใจมีไผ่[1]ของสวี่เฉิงอวี๋ ดังนั้นจึงกลืนคำพูดทั้งหมดกลับลงท้องและไม่พูดแล้ว
เฝิงมามาเห็นสวี่เฉิงอวี๋นั่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อนและไม่เปิดปากพูดอะไร ทีแรกรู้สึกงงงวยเล็กน้อย แต่คิดดูอีกทีดูท่าเป็นเพราะนางอายุยังน้อยไม่เคยผ่านเรื่องราวมา จึงถูกคำพูดไม่กี่คำหลอกลวง ตอนที่มาเมื่อครู่ก็แค่แสร้งทำเป็นวางท่า เด็กอายุสิบสี่ปีเท่านั้นจะรับมือกับเรื่องอะไรได้
หากนางเป็นคนร้ายกาจจริงๆ ก็คงไม่พาสาวใช้ทั้งหมดในเรือนนายหญิงใหญ่มาที่ห้องครัว นั่นไม่ใช่เป็นการระงับสถานการณ์ให้นางหรอกหรือ
ดังนั้นในใจนางจึงรู้สึกโล่งอกและพูดต่อจากเฉินมามาว่า “นั่นสิเจ้าคะ ไม่จำเป็นต้องเรียกคุณหนูมาทนทุกข์และเหน็ดเหนื่อยเลย”
นางพูดไปพลางก็อ้าปากด่าเฉินมามาอีกครั้งว่า “ข้าบอกแล้วว่าไม่ควรตะกละในเวลานี้ รอตกกลางคืนไม่มีงานทำแล้วจะดื่มสุราเท่าไรก็ไม่มีใครว่า แต่เจ้ากลับบอกว่าบัดนี้นายหญิงมีเรื่องน่ายินดี ทุกคนในบ้านต่างมีความสุข ในบ้านนี้ทั้งบนและล่างก็ดีใจกันถ้วนหน้า พวกเราที่เป็นบ่าวไพร่ดื่มสุราไปเล็กน้อยเพื่อยินดีแทนเหล่าเจ้านาย อีกทั้งไม่ได้ดื่มมากมาย จะเป็นปัญหาตรงไหน เจ้าดูซิ นี่ไม่ใช่ทำให้เสียงานหรอกหรือ ยังเดือดร้อนถึงคุณหนูห้าต้องมาคลุกคลีในที่สกปรกแบบนี้อีก จริงๆ แล้ว…”
“อย่างนั้นหรือ พวกเจ้ายินดีแทนท่านแม่ของข้า จึงลากทุกคนมาดื่มสุราตอนกลางวันแสกๆ อย่างนั้นหรือ”
สวี่เฉิงอวี๋ยิ้มจนตาโค้งลง แต่กลับดูไม่ใช่ท่าทางของคนใจดี
นางวางมือทั้งสองข้างลงบนที่เท้าแขน “หลานอี้ ให้คนไปถามหลานชุ่ยในห้องท่านแม่หน่อย ใครเป็นคนส่งข่าวให้นางว่ามามาทั้งสองที่อยู่ในห้องครัวด้านหลัง รวมกลุ่มกันดื่มสุรา เล่นพนัน พอเสียเงินพนันและเมาแล้วก็อาศัยสุราอาละวาดจนก่อเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ ให้นางบอกชื่อออกมา อย่าให้ข้ารู้ไม่ชัดเจนแล้วไปปรักปรำมามาทั้งสอง”
เชิงอรรถ
^ ในใจมีไผ่ หมายถึง มีแผนการอยู่ในใจแล้ว