เธอกินไปสำรวจการตกแต่งในร้านไปด้วย เพิ่งสังเกตว่าในร้านนี้ตกแต่งด้วยชุดหนังสัตว์ และง้าวล่าสัตว์ของพวกซยงหนู คุณตาคงเป็แฟนซีรี่ส์จีนโบราณ เธออดถามเขาไม่ได้ “ทำไมคุณตาไม่ทำให้เด็กพวกนั้นกินละคะ?”
“หมดอารมณ์” ตอบทั้งสั้นและห้วน
“แต่คุณตาทำให้หนูอีกชามหนึ่งนะ”
ชายชราทำหน้าคิด “นั่นซิ ข้าทำให้เ้าทำไมตั้งสองชาม? ช่างเถิด ี้เีคิด”
เซี่ยหลินหลินเองก็ี้เีหาเหตุผล เธอยกชามขึ้นซดน้ำซุปจนหยดสุดท้าย “คิดเงินด้วยค่ะ”
“ไม่คิดเงิน”
“ฮ๊า?”
“ข้าี้เีคิดน่ะ” ชายชราตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เซี่ยหลินหลินอดถามไม่ได้ “คุณตาเป็แฟนซีรีส์จีนโบราณเหรอคะ? ร้านนี้ตกแต่งแปลกมาก สงสัยคุณตาจะมีเชื้อสายซยงหนู”
“ไม่เคยดู ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมถึงชอบแบบนี้”
เซี่ยหลินหลินขอบคุณก่อนจะบอกลา ไม่อยากสงสัยอะไรคุณตาอีก เธอเปิดประตูร้านออกมา ตั้งใจจะกลับมากินอีกครั้งจึงอ่านชื่อร้าน “เติ่ง? รอเหรอ ชื่อร้านว่ารอ เข้ากับคุณตาดี”
เธอพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะหันหลังไปขึ้นรถไฟใต้ดินเพื่อกลับคอนโดใจกลางกรุงปักกิ่งของตน
ไม่รู้ว่าเพราะไปนั่งกินบะหมี่ในร้านนั้นหรือไม่ เธอถึงกับเก็บเอาไปฝัน!
ในฝันนั้นเซี่ยหลินหลินเห็นชายในชุดเกราะกำลังขี่ม้านำหน้าทหารมากมายจนเธอนับจำนวนไม่ไหว
คนผู้นี้ใบหน้าเหมือนคุ้นตา ละม้ายคล้ายภาพวาดที่เธอเห็นในวันนี้ เขาเหมือนรู้สึกได้ว่ากำลังถูกจ้องมองอยู่ จู่ๆ ก็หันขวับมาจ้องเธอ ดวงตาคมเข้มบวกกับคิ้วดกหนาทำให้ชายผู้นั้นดูน่ากลัวขึ้น เธอจำได้ว่าตัวเองวิ่งหนีเขาทั้งคืนจนสะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก
เซี่ยหลินหลินไม่เคยขอบคุณนาฬิกาปลุกเท่านี้มาก่อน เธอกลัวชายคนนั้นมากจริงๆ เขาวิ่งตามเหมือนจะมาไล่ฆ่าเธออย่างไรอย่างนั้น! สงสัยเป็เพราะไปกินบะหมี่ที่ร้านนั้น พอเห็นรูปภาพกับข้าวของพวกนั้นจึงเก็บไปคิดมาก
วันนี้เธอมีถ่ายโฆษณา่บ่าย เซี่ยหลินหลินออกกำลังกายสองเค่อหลังตื่นนอนทุกเช้า ก่อนจะสั่งอาหารเช้ามากิน
วันนี้กองถ่ายโฆษณาออกมาถ่ายนอกเมือง โลเคชั่นคือน้ำตกเล็กๆ แห่งหนึ่ง โฆษณานี้คือเครื่องดื่มชาเขียวแบรนด์ดัง เ้าของแบรนด์อยากกระจายรายได้ให้ชุมชน จึงช่วยโปรโมทน้ำตกแห่งนี้อีกทาง เธอต้องเผื่อเวลาเดินทาง แม้จะเป็คนดังแต่เซี่ยหลินหลินให้ความสำคัญกับเื่เวลามาก เธอแทบไม่เคยไปสาย บางครั้งไปก่อนทีมงานบางคนด้วยซ้ำ
เมื่อไปถึง สิ่งแรกที่เห็นคือป่าทึบ ตามมาด้วยเสียงน้ำตกที่ดังเบาๆ บ่งบอกว่าน้ำตกแห่งนี้มีความสูงไม่มาก
เซี่ยหลินหลินทราบรายละเอียดงานคร่าวๆ แล้ว ผู้จัดการส่วนตัวของเธอส่งวีแชทมาแจ้งเมื่อคืน เธอต้องขึ้นสลิงโรยตัวลงมาจากบนน้ำตก ่เวลาโรยตัวต้องร่ายรำท่วงท่างดงามเบิกบาน มือหนึ่งถือขวดชาเขียว ให้ความรู้สึกราวกับเทพเซียนยอมลงมาจุติเพื่อดื่มด่ำชารสเลิศ
เธอเดินทักทายทีมงานทุกคนอย่างเป็กันเอง ั้แ่ผู้กำกับการถ่ายทำไปจนถึงคนเก็บของ
“หลินหลินมาแล้ว! เป็ไงบ้าง แม่หมอที่พี่แนะนำให้คราวก่อน หาเวลาว่างไปดูมาหรือยัง” ผู้พูดคือช่างแต่งหน้าชื่อดังแห่งวงการบันเทิงแดนั เธอจะรับแต่ตัวแม่แห่งวงการเท่านั้น
เซี่ยหลินหลินเดินไปนั่งเก้าอี้เตรียมแต่งหน้า “ไปมาแล้วค่ะ เหมือนเดิม ไม่มีอะไรใหม่”
“จริงเหรอ!? แม่หมอฟันธงว่าชาตินี้ยังไงหาไม่ได้แน่?” ช่างแต่งหน้าคิวทองใ เผลอบีบรองพื้นแรงเกินไปจนเลอะเต็มมือ
เซี่ยหลินหลินพยักหน้ายอมจำนน “ที่ไหนว่าเด็ด ที่ไหนว่าดัง ต่างบอกเป็เสียงเดียวกันว่าเนื้อคู่ของหลินหลินอยู่กันคนละภพคนละชาติค่ะ”
ช่างแต่งหน้าปาดรองพื้นไปที่หน้าของหลินหลินบางๆ ก่อนจะเกลี่ยด้วยความชำนิชำนาญ “ไม่มีก็ไม่เห็นเป็ไรเลย ทั้งสวยทั้งรวย แต่พี่ไม่เข้าใจจริงๆ สวยขนาดน้องหลินไม่มีคนมาจีบเลยหรือ?”
“มีค่ะ แต่ส่วนใหญ่มีภรรยาแล้ว ไม่ก็มีลูกติด ฉันเป็คนใจแคบเื่ความรัก มีความคิดเด็กๆ อยากเป็ที่หนึ่ง เป็คนเดียวในใจของคนรัก แล้วฉันก็ไม่ชอบคนเด็กกว่า… มันเลยออกจะดูหายากไปหน่อย” ต้องยอมรับว่าคนส่วนใหญ่ถูกพ่อแม่คะยั้นคะยอให้แต่งงานั้แ่อายุยี่สิบกว่าๆ ดังนั้นคนโสดอายุเกินสามสิบปี โปรไฟล์ดีพอจะเป็สามีของเซี่ยหลินหลินจึงมีน้อยมาก
“ถ้าผู้ชายมันไม่มาหาสักที เราก็พุ่งชนมันไปเลยซิคะ! ถูกใจใครทักจีบเลย จีบเช้าจีบเย็น ถ้าเขาไม่บล็อคหนีเราก็ยังมีโอกาสจีบติดอยู่นะคะ” ช่างแต่งหน้าผู้เคยผ่านการหย่าร้างเพราะสามีมีชู้เอ่ยอย่างใจเด็ด แรงที่เกลี่ยรองพื้นหนักขึ้นเล็กน้อย
เซี่ยหลินหลินไม่ใช่ไม่คิด แต่ตำแหน่งเบอร์หนึ่งแห่งวงการมันค้ำคอ บวกกับยังไม่เจอคนถูกใจพอจะกล้าเสี่ยง
“สั่งสอนลูกสาวฉันได้แย่มาก!” เสียงผู้จัดการส่วนตัวของเซี่ยหลินหลินดังมาแต่ไกล เธอเป็สาววัยกลางคนรูปร่างค่อนข้างอวบ
“แหม! ก็น้องหลินหลินกลัวจะไร้คู่ ฉันก็แค่อยากช่วยน้องเขาสมหวัง คุณผู้จัดการเห็นแก่ที่น้องทำงานมาหลายปีช่วยเลือกคนดีๆ ให้หน่อยซิคะ” ช่างแต่งหน้าพูดไปมือก็เขียนคิ้วให้เซี่ยหลินหลินอย่างบรรจง
เซี่ยหลินหลินมองผู้จัดการส่วนตัวผ่านกระจก เธอคือผู้จัดการที่ทางต้นสังกัดจัดหามาให้ั้แ่ตอนเธอเข้าวงการใหม่ๆ ผู้จัดการค้านหัวชนฝาไม่ยอมให้เธอคบหากับใคร ด้วยเหตุผลเดิมๆ ว่าหวั่นกระทบกับชื่อเสียงที่อุตส่าห์ก่อร่างสร้างมา
ผู้จัดการวัยกลางคนวางกระเป๋าแบรนด์ดังราคาหลายแสนหยวน ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งข้างดาราในสังกัด “เหลวไหล! เวลาเป็เงินเป็ทอง แต่งตอนสามสิบห้าก็ไม่มีใครว่าหรอก ผู้ชายจะทำให้เธอเสียการใหญ่ได้”
เซี่ยหลินหลินเบื่อจะฟัง “แต่พี่เองก็แต่งงานั้แ่อายุสิบแปดไม่ใช่เหรอคะ? สามีพี่เกือบถูกข้อหาพรากผู้เยาว์ด้วยซ้ำ”
ผู้จัดการชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาฉีกยิ้ม “พี่กับน้องหลินจะเทียบกันได้ยังไง? พี่ไม่ได้ใช้รูปร่างหน้าตา พี่ใช้ความรู้ความสามารถหากิน จะมีเมื่อไรก็ได้ ขอแค่สมองพร้อมทำงาน”
“พี่ก็ใช้รูปร่างหน้าตาหากินนะคะ แต่พี่ใช้รูปร่างหน้าตาของฉันหากินต่างหาก!” ความสัมพันธ์ของเธอและผู้จัดการแย่ลงเรื่อยๆ หลังจากเธอจับได้ว่าหล่อนโกงเงินค่าตัวของเธอ เซี่ยหลินหลินเห็นแก่ความหลังที่เคยผ่านมาด้วยกันจึงไม่เอาความ บวกกับทางต้นสังกัดกลัวจะกลายเป็เื่ใหญ่จึงสั่งเลิกแล้วต่อกัน
ช่างแต่งหน้าชินเสียแล้ว ผู้จัดการกับดารากินเกาเหลากันมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ
ผู้จัดการถูกสวนเช่นนั้นเถียงต่อไม่ถูก เธอได้แต่ยิ้มรับ แต่แอบกำหมัดจนเส้นเืขึ้น “จริงด้วยซินะ”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเลิกระรานด้วยคำพูด เซี่ยหลินหลินก็ไม่คิดพูดด้วยอีก ถึงเวลาเข้าฉาก เธอซักซ้อมกับผู้กำกับอีกที ชุดที่ใส่เบาสบายปลิวไสวไปกับสายลม เห็นแล้วเหมือนมัจฉาแหวกว่าย
ผู้จัดการส่วนตัวนั่งดูอยู่ห่างๆ ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของเซี่ยหลินหลินดังขึ้น
“ผู้จัดการคะ ไม่เอาโทรศัพท์ไปให้น้องหลินหรือคะ? เผื่อมีเื่ด่วน” ช่างแต่งหน้ากำลังเก็บอุปกรณ์อยู่ เธอได้ยินจึงถามดู
“ไม่ต้องหรอก เด็กกำพร้าอย่างเซี่ยหลินหลินจะมีเื่ด่วนอะไรได้” ผู้จัดการตอบเสียงเรียบ สายตาจับจ้องร่างบางงดงามของคนที่ตนกล่าวถึง
หน้าจอสมาร์ทโฟนเครื่องหรูแสดงชื่อผู้โทรมา ‘รั่วรั่ว’
เซี่ยหลินหลินซ้อมขึ้นสลิงอีกหลายครั้ง เธอเคยแสดงหนังกำลังภายในหลายเื่จนคุ้นชินและเลิกกลัวไปนานแล้ว
การซ้อมครั้งสุดท้ายเธอะโลงจากหน้าผาน้ำตกตามที่ซักซ้อมมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้สลิงที่ยึดติดกายกลับขาดโดยไร้สาเหตุ!
“อ๊าย!” ร่างงดงามร่วงตกลงมาจากบนหน้าผาน้ำตก ความสูงของมันไม่มากนัก สามารถทำให้คนหล่นลงมาเจ็บหนักไปจนถึงขั้นพิการไปตลอดชีวิต
แต่เซี่ยหลินหลินโชคดีกว่านั้นมาก เธอเอาหัวลง… ศีรษะเล็กๆ กระแทกโขดหินอย่างจัง เสียชีวิตคาที่!