ณ หอพักของคิม
คิมกลับมาจากการขายปลาหมึกด้วยความเหนื่อยล้าแต่เขาก็ต้องแปลกใจ เพราะเขาไม่สามารถเปิดประตูห้องได้คิมจึงเดินลงไปถามป้าที่เฝ้าหอ
คิม: ป้าครับ โทดนะครับพอดีผมเปิดประตูห้องไม่ได้
ป้าเฝ้าหอ: เปิดไม่ออกหรอก ก็เราอ่ะค้างค่าเช่ามาสองเดือนแล้ว เ้าของหอเขาก็เลยมาเปลี่ยนกุญแจห้อง บอกว่าถ้าเราไม่จ่ายค่าเช่าก็ยังเข้าห้องไม่ได้
คิม: ป้าครับ ผมขอร้องนะครับช่วยรออีกหน่อยได้ไหมครับ เดี๋ยวผมจ่ายแน่นอน
ป้า: ป้าช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะเราต้องไปคุยกับเ้าของหอเอง แล้วตอนนี้เขาก็ไม่อยู่แล้วด้วย ขอโทษด้วยนะรอบนี้ป้าช่วยไม่ได้จริงๆ
คิมทำหน้าเศร้า
คิม: ไม่เป็ไรครับ ขอบคุณมากนะครับ
คิมจึงต้องจำใจออกไปนอนใต้สะพานแต่วันนี้เหมือนโชคไม่ค่อยดี ฝนดันตกในวันนั้นพอดี ทำให้ใต้สะพานนั้นเต็มไปด้วยน้ำคิมนอนแถบไม่ได้ เขานั่งอยู่ใต้สะพานด้วยความสิ้นหวัง สักพักก็มีชายชราคนหนึ่งส่องไฟฉายมาที่เขา
ชายชรา: พ่อหนุ่ม มานั่งอะไรตรงนี้
คิม: คือ... ผมไม่มีที่อยู่น่ะครับเลยว่าจะมานอนอยู่ที่นี้คืนนี้
ชายชรา: โอ้ย... ตรงนี้นอนไม่ได้หรอกเปียกขนาดนี้จะนอนได้ยังไง ตัวเปียกหมดแล้วนั้น .....ป้ะ ไปอยู่กับลุงก่อนก็ได้ลุงนอนอยู่ในสลัมแถวนั้น พอจะมีเต็นท์ให้พ่อหนุ่มนอนอยู่ ไปอยู่ที่นั้นก่อนนอนตรงนี้ไม่ได้หรอก
คิม: จะดีหรอครับ แต่ผมเกรงใจ
ชายชรา: ไม่เป็ไรๆ มาเถอะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา
คิม: ขอบคุณครับ
ชายชรา: ว่าแต่เราน่ะชื่ออะไร
คิม: ผมชื่อคิมครับทำงานขายปลาหมึกอยู่ที่ตลาด แล้วลุงล่ะครับ
ชายแก่: ลุงหรอ ลุงชื่อจ๋อม
ชายแก่เตรียมเต็นท์และที่นอนให้คิมอย่างเรียบร้อยพร้อมกับเอาข้าวต้มมาให้คิมกิน
ชายแก่: กินนี้ก่อนนะกินเสร็จก็นอนพักผ่อนซะ
คิม: ขอบคุณมากๆครับลุงจ๋อมลุงอยู่ที่นี้คนเดียวหรอครับ
ชายแก่: ป่าวหรอก ยังมีป้าๆลุงๆแล้วก็เด็กๆอีกหลายคนที่อยู่ที่นี้ พวกเราไม่มีบ้านอยู่ เลยต้องอาศัยที่นี้ไปก่อน
คิม:ขอบคุณอีกครั้งนะครับลุงที่ช่วยผม
ชายแก่: เออๆไม่เป็ไรคืนนี้ก็อยู่นี้ก่อน พรุ่งนี้รอฝนหยุดตก ก็ค่อยไปนะ ลุงไปนอนก่อนล่ะ
คิม: ครับลุง ขอบคุณมากๆครับ
จากนั้นชายชราก็ออกจากเต็นท์ไปรุ่งเช้าคิมรีบตื่นแล้วเก็บเต็นท์ให้ลุงจ๋อม จากนั้นเขาก็ออกไปทำงาน
ณ บ้านของริว
พี่ริน ป้าอั๋น และริวที่กำลังเตรียมตัวไปทำงาน
พี่ริน:ได้ข่าวว่าจับตัวคนที่ก็อปสินค้าเราได้แล้ว จริงหรอริว
ริว: จริงครับเป็พวกขายของเถื่อนแถวๆตลาด
ริน: เห้อ... โล่งใจสักทีไม่งั้นชื่อเสียงบริษัทเราเสียหายมากกว่านี้แน่ๆ
ริว: ครับ ผมออกไปวิ่งก่อนนะครับ
ริน: จ้า... อ้อ นี่ริวพี่ฝากซื้อน้ำเต้าหู้หน่อยนะ ระวังตัวด้วย
ริว: ได้ครับ
ริววิ่งออกกำลังกายไปเรื่อยๆก็หยุดนั่งพักตรงโต๊ะไม้ ขณะนั้นมีคนกวาดขยะอยู่ใกล้ๆเนื่องจากลมแรงทำให้เศษขยะในที่ตักขยะ ปลิวไปทั่วถนน ริวเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตามไปเก็บขยะช่วยพร้อมกับคนกวาดขยะของเทศบาล
ริว: ผมช่วยครับ
คิม: ขอบคุณครับ
ริวและคิม: เอ้ย!
ใช่แล้ว คนกวาดขยะก็คือคิมนั้นเอง
ริว: เป็มึงเองหรอ
คิม: เออ เจอกันอีกแล้วนะมึง
ริว:มึงมาทำงานเทศบาลั้แ่เมื่อไหร่เนี่ยไม่ขายหมึกแล้วหรอ
คิม: กูมาทำพาร์ทไทม์ได้สักพักหนึ่งแล้วเดี๋ยวเสร็จงานนี้ก็กลับไปขายหมึกต่อ โห่ว....ฟิตแต่เช้าเลยนะมึง
ริว: ฮ่าๆๆๆ เออกูก็มาวิ่งแถวนี้ประจำแหล่ะ
คิม: ลมแรงชิปหาย กูอุตส่ากวาดตั้งนานขยะปลิวหายหมด
ริว: มา เดี๋ยวกูช่วย
คิม: เออๆ ขอบใจมาก
ทั้งสองช่วยกันเก็บเศษขยะลงถัง
ริว: มึง เดี๋ยวกูมานะ
ริวหายไปสักพักหนึ่งส่วนคิมกวาดขยะต่อ
ริว: อ้ะมึง น้ำ
ริวยื่นน้ำผลไม้ปั่น(แตงโมปั่น)ที่เพิ่งไปซื้อมาให้คิม ส่วนอีกมือหนึ่งถือน้ำอีกแก้วของตัวเองไว้
คิม: เห้ย ขอบคุณมากมึงจะไปซื้อน้ำทำไมไม่บอก กูจะได้ไปด้วย
คิมทำท่าล้วงกระเป๋าจะจ่ายเงินคืนให้ริว
ริว: เห้ย ไม่ต้อง กูเลี้ยง
คิม: โห่ว....ขอบคุณมากนะมึงซื้อน้ำที่กูชอบมาซะด้วย
ริว: เออกูจำได้หน่าว่ามึงชอบกินน้ำแตงโมปั่น
คิม:นี้มึงยังจำได้ด้วยหรอว่ากูชอบกินน้ำอะไรอ่ะ ไม่ได้เจอกันโครตนานกูก็นึกว่ามึงจะลืมซะละ
ริว: อืมว่าแต่มึงยังเล่นยูโดอยู่หรือป่าว
คิม: ไม่ได้เล่นแล้ว ล้ะมึงล่ะต่อยมวยอยู่ไหม
ริว: เลิกต่อยไปนานแล้วนึกถึงสมัยเรียนเน้าะ กูอยู่ชมรมมวย ส่วนมึงอยู่ชมรมยูโด
ทั้งสองนั่งพักด้วยกันบนม้านั่งแล้วคุยเล่น ถามสารทุกข์สุกดิบกัน ตามประสาเพื่อนเก่าสักพักก็แยกย้ายกัน
หลายวันต่อมา ริวมาหาคิมที่รถขายหมึกอีกครั้งนี้มีรองเท้ามือสองมาวางขายด้านข้างด้วยริวมองไปที่คิมและเห็นว่าคิมนั่งคอตกเหมือนเดิม
ริว: Hi ว่าไงมึง
คิม: มาแล้วหรอมึง กินข้าวมายังอ่ะถ้าหิวก็กินหมึกย่างกูก่อนก็ได้
คิมหยิบหมึกให้ริวกินริวจะจ่ายตังแต่คิมก็ไม่รับ บอกว่าริวจ่ายั้แ่เมื่อวันก่อนแล้ว
ริว: เป็ไงบ้างมึง ขายดีไหม
ริวถามพลางกินหมึกไปด้วย
คิม: ก็ขายได้บ้างนะแต่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ริว: มา เดี๋ยวกูช่วยขาย
ริวลุกขึ้นไปนั่งเฝ้ารองเท้ามือสองที่คิมเอามาขายด้วย
คิม: ขอบใจมึง
คิมมองริวแบบยิ้มๆ ริวก็ยิ้มตอบแต่จู่ๆก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นเ้าหนี้เก็บค่าแผงตลาดกำลังตรงมาที่รถเข็นหมึกของคิม
เ้าหนี้: เห้ย แผงมึงง่ะจ่ายเงินมาได้แล้ว ค้างมาหลายเดือนแล้วเองง่ะ
คิม: พี่ครับ ผมขอร้องเถอะครับตอนนี้ผมยังไม่มีเงินพอ รอผมขายอีกเดือนหนึ่งได้ก่อนแล้วผมจะถยอยจ่ายให้นะครับ
คิมพูดพลางยกมือไหว้ไปด้วย
เ้าหนี้: ไม่ได้โว้ยกูให้เวลามึงมาเยอะแล้ว ถ้ามึงไม่จ่ายก็ไม่ต้องมาขาย
เ้าหนี้พูดพร้อมกระชากคอคิมขึ้นมาริวเห็นท่าไม่ดีจึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปช่วยพูดกับเ้าหนี้
ริว: เอ่อ.. ใจเย็นนะครับพี่ไม่ทราบว่าค่าเช่าที่ค้างไว้มีเท่าไหร่หรอครับ
เ้าหนี้: หกหมื่นห้า
ริวควักเงินในกระเป๋าแล้วยื่นให้เ้าหนี้คิมไม่พูดอะไรได้แต่มองเงินของริวด้วยความเศร้าและหดหู่บวกกับความรู้สึกผิด
ริว: นี่ครับเงินเอาไปก่อนนะครับสองหมื่น เดี๋ยวที่เหลือผมโอนเข้าบัญชีให้
เ้าหนี้: งั้นโอนตอนนี้เลย เอานี้เลขบัญชี
ว่าแล้วเ้าหนี้ก็ยื่นเลขบัญชีธนาคารให้กับริวส่วนริวก็ยืนโอนเงินผ่านมือถือให้กับเ้าหนี้ทันที
เ้าหนี้: เค ก็แค่เนี๊ยะถ้าเดือนหน้าเองไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าอีก ก็ไม่ต้องมาขายอีกนะเว้ย
เ้าหนี้รับเงินจากริวแล้วเดินจากไป
คิมยังคงเงียบต่อไปแล้วเหงนมองหน้าริวด้วยความเศร้าสลด ริวก็มองตาคิมด้วยความเศร้าและสงสารเช่นกัน
ริว: ไม่เป็ไรหรอกมึง
คิมได้แต่ก้มหน้าลงแล้วเดินไปเก็บรถเข็นของตัวเองส่วนริวก็เข้าใจว่าเพื่อนคงจะเสียใจและรู้สึกผิดที่ทำให้ตนต้องลำบากตกบันไดพอยโจรไปด้วย จึงเดินเข้าไปช่วยคิมเก็บข้าวของและรถเข็นด้วยความสลดหดหู่
ริวอาสามาส่งคิมถึงที่บ้านซึ่งคิมก็ไม่ปฏิเสธ เมื่อถึงบ้านคิมก็ลงไปนั่งก้มหน้าด้วยความสิ้นหวังตรงบันไดแล้วถอนหายใจ ริวเดินมานั่งข้างๆแต่ไม่ได้พูดอะไรทั้งสองนั่งด้วยกันอย่างเงียบๆสักครู่หนึ่งน้ำตาของคิมที่สุดจะกลั้นไหวก็ค่อยๆไหลออกมาอาบแก้มของคิม คิมได้แต่นั่งก้มหน้าแล้วร้องไห้อยู่แบบนั้นริวไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ใช้มือลูบปลอบไปที่หลังของคิม เวลาผ่านไปสักครู่หนึ่งคิมก็เช็ดน้ำตาบนแก้มของตน แล้วหันมาพูดกับริว
คิม: ขอบคุณมากนะมึงกูขอโทษที่ทำให้มึงต้องมาเจออะไรแบบนี้ เื่เงินเดี๋ยวกูทยอยใช้คืนให้นะมึงจะไม่คิดดอกเบี้ยกูใช่ไหม
ริว: ร้อยละสิบ (ทำหน้าทะเล้น)
คิมทำหน้าใ
ริว: ฮ่าๆๆๆ (ริวหัวเราะ) กูล้อเล่นนมึงไม่ต้องคืนเงินกูหรอก กูอยากช่วย เพื่อนเดือดร้อนก็ต้องช่วยสิ
คิม: ไม่ได้หรอกมึง มันเยอะเกินไปกูจะเอาเงินมึงมาเฉยๆแบบนี้ไม่ได้ ถ้าทำงานให้มึงก็ว่าไปอย่าง ยังไงกูก็ต้องคืนแต่อาจจะใช้เวลาหน่อยนะ
ริว: งั้นน.. เอางี้ไหมมึงไปทำงานเป็ยามที่บริษัทกูไหม กูจะจ้างมึงเอง ไม่ต้องใช้วุฒิ เงินเดือนหมื่นสองสนป่าว เดี๋ยวพาไปสมัครวันนี้เลย
คิมเมื่อได้ยินดังนั้นจากใบหน้าที่เศร้าหมองก็กลับมามีรอยยิ้มในทันที
คิม: เห้ยย... ไอ่ริวว มึงพูดจริงอ่ะไปๆๆ งานอะไรก็ทำทั้งนั้นแหล่ะ โห่ว...มึงนิ้ เป็เทวดามาโปรดกูจริงๆเลยนะเนี่ยขอบคุณมากเลยนะมึงง..
หลังจากนั้น ริวก็พาคิมไปที่บริษัทและพาคิมไปสมัครเป็ รปภ. คิมเมื่อเดินเข้าไปในบริษัทก็พบว่าบริษัทริวนั้นใหญ่มากและมีชื่อว่าบริษัท พลาวเดนท์ (Plowden) ซึ่งเป็นามสกุลของริว เมื่อได้งานแล้วทั้งสองก็กลับไปที่บ้านของคิมคิมกล่าวขอบคุณริวอีกครั้งก่อนที่ริวจะกลับ เมื่อริวกลับไปแล้วคิมก็ะโโลดเต้นด้วยความดีใจแบบสุดๆที่ตนนั้นมีงานทำ พร้อมกับะโว่า
คิม: กรูมีงานทำแล้วโว้ยยย...
ทันใดนั้น ไฟในห้องของคิมก็ดับ พรึ๊บ....!
“เห้ย..ไอ่คนที่อยู่ห้อง 208 น่ะ พรุ่งนี้อย่าลืมมาจ่ายค่าไฟด้วยเด้อค้างมาหลายเดือนแล้ว”
เสียงป้าเ้าของหอะโขึ้นมาจากชั้นล่างเนื่องจากคิมยังไม่ได้จ่ายค่าไฟ จึงทำให้ถูกตัดไฟในที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงพระอาทิตย์สาดส่องคิมและริวต่างแต่งตัวด้วยความเรียบร้อย เตรียมตัวที่จะออกไปทำงาน คิมใส่ชุด รปภ.ส่วนริวใส่ชุดสูทราคาแพง ทั้งสองต่างออกจากบ้านของตนเองเพื่อมาที่ทำงานริวนั่งรถหรูมาพร้อมคนขับรถ คิมขับรถมอไซต์คนเก่ามาทำงาน เมื่อถึงที่หมายพวกยามก็ออกมาต้อนรับท่านประธาน ซึ่งก็คือริวนั้นเองคิมเข้าไปยืนเรียงแถวร่วมกับยามคนอื่นๆ เมื่อริวเดินมาถึงประตูบริษัทริวก็ก้มคำนับเล็กน้อยเพื่อเป็การขอบคุณเหล่ายามและเดินผ่านเหล่ายามที่ยืนต้อนรับอยู่คิมมองไปที่ริว ริวก็มองมาที่คิม ทั้งสองต่างส่งยิ้มแล้วพยักหน้าให้กันเหมือนกับจะบอกแทนคำพูดว่า วันนี้นายดูดีมาก สู้ๆนะเพื่อนก่อนที่ริวจะเดินผ่านเข้าไปในบริษัท
ทั้งสองต่างตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง
ก่อนเที่ยงคิมยกกล่องกับข้าวช่วยพนักงานคนหนึ่ง ขึ้นไปชั้นบนของบริษัทเมื่อไปถึงก็เห็นริวกำลังนั่งประชุมในห้องกระจกคิมเลยมองไปที่ริวแล้วทำหน้าตาทะเล้นปนตลกใส่ริว เพื่อแกล้งให้ริวขำระหว่างประชุม
ริวมองไปที่คิมแล้วก็แอบๆหัวเราะพยายามหัวเราะแบบไม่ให้ใครเห็นคนในที่ประชุมเห็นท่าทีแปลกๆของริวเลยเอ่ยปากถามริวว่า ท่านเป็อะไรหรือเปล่าครับริวตอบ ไม่มีอะไร พร้อมเอามือปิดปากเพื่อไม่ให้คนสงสัย
พอถึง่พักเที่ยง ริวเดินออกมาจากตัวออฟฟิตเดินมาเรื่อยๆจนถึงหน้าบริษัทจู่ๆก็มียามคนหนึ่งยื่นไม้กระบอง(ไม้กระบองที่เอาไว้ป้องกันตัวของ รปภ.)มาขวางริวไว้
คิม: ไม่ให้ผ่านครับ
ริวมองไปที่ยามคนนั้น ใช่แล้วยามคนนั้นคือคิมที่มาแกล้งตนนั้นเอง
ทั้งสองหัวเราะ
คิม: เป็ไงมึง กูหล่อไหมว้ะ
คิมอวดชุดยามที่ตนเองใส่พร้อมกับทำท่าเก๊กหล่อแบบฮาๆ
ริว: หล่อม๊ากกก
ริวตอบแบบยิ้มๆ
คิม: โหวว ชุดสูทมึงอย่างเทพเลยว่ะไปซื้อที่ไหนเนี่ย
ริว: ชุดเทพแล้วคนไม่เทพหรอว้ะ
ริวและคิมหัวเราะ
คิม: มึงก็เทพ แต่ชุดมึงเทพกว่าแหม่....มึงหล่อมากเลยนะเนี่ย อย่างเท่อ่ะ มาดท่านประธาน......ว่าแต่มึงจะไปไหนอ่ะ
ริว: กูกำลังจะไปกินข้าว มึงง่ะไปกินข้าวไหน
คิม: อ๋อ กูห่อข้าวมาเดี๋ยวไปนั่งกินแถวๆนี้แหล่ะ
ขณะนั้นป้าอั๋นและพี่รินป้าและพี่สาวของริว เดินออกมาจากบริษัทพอดี เห็นริวกับคิมยืนคุยกันอยู่จึงกล่าวทักทาย
ป้าอั๋น: อ้าวริว คุยกับใครอยู่น่ะลูก
ริว: นี้ คิมครับพนักงานที่เข้ามาใหม่ เป็เพื่อนผมสมัยมอต้น .... คิมนี่ป้าอั๋นกับพี่รินป้ากับพี่สาวกู
คิม: สวัสดีครับขอบคุณมากๆนะครับที่รับผมเข้าทำงาน (คิมยกมือไหว้ทั้งสองและยิ้มให้)
ป้าอั๋นและพี่รินมองคิมอย่างเอนดูในความน่ารักของคิม
ป้าอั๋น: จ้า งานหนักหน่อยนะคิมยังไงก็ตั้งใจทำงานนะลูก
คิม: ครับผม ขอบคุณคร้าฟ
ริว: เออมึงงั้นกูไปกินข้าวกับครอบครัวกูก่อนนะ ไว้เจอกัน
ทั้งสองแยกย้ายไปกินข้าวกลางวันคิมนั่งหลบแดดกินข้าวกับผัดผักบุ้งที่ห่อเตรียมมาตรงด้านข้างของบริษัทส่วนริวไปกินอาหารในร้านหรูตรงข้ามกับบริษัท
ในขณะที่ริวกำลังหั่นเนื้อสเต็กอยู่นั้นสายตาของริวก็เหลือบมองไปที่บริษัทที่อยู่ตรงข้ามกับร้านอาหารที่ตนนั้นรับประทานอาหารอยู่สิ่งที่ริวเห็นคือคิมที่กำลังนั่งหลบแดดกินข้าวอยู่คนเดียวด้านข้างของบริษัท พร้อมกับสุนัขตัวหนึ่งที่มาอ้อนขอข้าวจากคิม
เ้าหมาไม่ละความพยายามมันนั่งจ้องคิมจนคิมใจอ่อน แต่ข้าวที่คิมห่อมานั้น ไม่มีเนื้ออยู่เลยมีก็แต่ข้าวกับเศษผักบุ้ง ด้วยความสงสาร เขาจึงแบ่งข้าวเปล่าๆให้เ้าหมากินหมาไม่รอช้า มันกินข้าวที่คิมแบ่งให้จนหมดเกลี้ยงด้วยความหิวโหยแม้จะไม่มีเนื้อและมีแค่ข้าวเปล่าๆ มันก็กิน
คิม: โธ่ หมาน้อยแกคงจะหิวมากสินะ ขอโทษด้วยที่ไม่มีเนื้อให้แกกินเลย ไว้ฉันมีตังเมื่อไหร่จะซื้อหมูให้กินนะ
คิมพูดพลางลูบหัวเ้าหมาไปด้วยสักพักหลังจากคิมกินข้าวเสร็จ เขาก็รีบกลับเข้ามาทำงานที่ป้อมยาม
ริวเห็นเช่นนั้นก็นิ่งไปชั่วอึดใจหนึ่ง เขาค่อยๆวางมีดกับส้อมที่หั่นเนื้อลง พร้อมกับหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดปากแล้วหันไปคุยกับป้าอั๋นและพี่ริน
ริว: พี่รินครับเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะห่อข้าวมาทานที่บริษัทนะครับ
ป้าอั๋น: หือ?ทำไมหรอ ร้านนี้อาหารไม่อร่อยหรอลูก
พี่ริน: นั้นสิทำไมจู่ๆก็อยากกินอาหารโฮมเมคซะงั้น
ป้าอั๋น:สงสัยตะริวของเราคงจะเบื่ออาหารฝรั่งแล้วละมั้ง
พี่รินและป้าอั๋นหัวเราะ
ริว: ผมอยากไปกินข้าวกับเพื่อนน่ะครับ
พี่ริน: เพื่อน?... อ๋อ.. หมายถึงคิม ยามที่เพิ่งเข้ามาทำงานน่ะหรอ
ริว: ใช่ครับ
พี่ริน: ได้สิเดี๋ยวพี่กับป้ามากินข้าวด้วยกันแค่สองคนก็ได้ แกก็ห่อข้าวมากินเองเถอะ
ริว: ครับ (ริวตอบแบบยิ้มๆ)
ณ ป้อมยาม
ลุงยาม: น้องคิมเดี๋ยวพี่กลับก่อนนะอย่าลืมไปตรวจดูโกดังหลังโรงงานด้วยล่ะ
คิม: ได้ครับลุง
ลุงยาม: มาทำงานวันแรกก็เจอกะดึกเลยนะเราอ่ะ ยังไงก็สู้ๆนะ
คิม: ได้ครับลุง สบายมากครับ
ลุงยาม: เออๆ ลุงไปล่ะ ฝากด้วยเด้อ
คิม: กลับบ้านดีๆนะครับลุง
คิมตรวจตราออฟฟิตและโรงงานไปเรื่อยๆจนมาถึงโกดังเก็บของบรรยายกาศในโกดังนั้นมืดมากเหมือนอยู่ในหนังสยองขวัญคิมนั้นรู้สึกกลัวเล็กน้อยแต่ก็ใจดีสู้เสือ ตรวจสอบบริเวณโกดังทุกซอกทุกมุมแต่จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นในห้องๆหนึ่งแถวโกดังทั้งๆที่คิมสำรวจดูแล้วว่าไม่มีใคร คิมรู้สึกกลัวมาก เขาตัวสั่นไปทั้งตัวคิมเดินไปที่หน้าห้องที่มีเสียงฝีเท้าแล้วค่อยๆเปิดประตูดูว่าเสียงฝีเท้านั้นเป็ของใคร แต่ประตูยังเปิดไม่ทันสุดคิมก็ต้องร้องลั่นด้วยความใสุดขีด เพราะประตูถูกดึงและเปิดออกอย่างแรง และแล้วริวก็โผ่ลหน้ามา จ๊ะเอ๋คิม
ริว: แบร่
คิม: ว๊ากกกก!!!
ริว: โห้ว... มึงกลัวขนาดนี้เลยหรอ
คิม: ไอ่ริว! โถ่ ไอ่เพื่อนเวรมึงเล่นอะไรเนี่ย กูใหมดเลย
ริว: หน่า.. โทษๆแค่รับน้องวันแรกเฉยๆ
ริวหัวเราะสะใจ คิมได้แต่ทำน่างอล
คิม: แล้วมึงยังไม่กลับบ้านหรอ
ริว: ยังอ่ะวันนี้กูเครียงานดึกแต่เดี๋ยวก็กลับแล้ว .....มึงล่ะ
คิม: กูก็เหมือนกันเดี๋ยวตรวจแถวนี้เสร็จก็จะกลับแล้วล่ะ
ริว: พอดีเลย งั้นมึงกลับพร้อมกูไหมจะได้แวะกินข้าวด้วยกัน
คิม: ได้ๆ ถ้างั้นมึงรอกูก่อนนะ
ริว: เค
ทั้งสองกลับพร้อมกันในวันนั้นและแวะทานอาหารร้านข้างทาง
ริว: ทำงานวันแรก เป็ไงบ้าง
คิม: ก็ดีนะมึง ลุงทุน(ลุงยาม)แกใจดีมาก ช่วยสอนงานกูด้วย
ริว: ดีแล้วมึง ถ้ามึงโอเคกับงานกูก็สบายใจ ลุงทุนแกก็อยู่มานานแล้ว แกคงดีใจมีคนมาอยู่กะเป็เพื่อนแกเพิ่ม
คิม: ลุงทุนเรียกกูว่าน้องด้วยแหล่ะลุงแกบอกถึงตัวจะแก่แต่หัวใจเนี่ยโครตจะวัยรุ่นเลย
ริว: เขาก็เรียกกูน้องเหมือนกันลุงแกไม่ยอมแก่หรอก
เมื่อกินเสร็จทั้งสองก็แวะถ่ายรูปเล่นด้วยกันแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน