เปลือกตาบางเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้าแต่ก็ต้องรีบปิดลงไปใหม่เพราะรู้สึกปวดหัวและดูเหมือนจะปวดมากขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะะเิ ร่างกายอ่อนเปลี้ยไปหมดเมื่อสติเริ่มกลับเข้าที่ทำให้ได้ยินเสียงแววๆของคนคุยกันสองสามคนอยู่ด้านนอกประตู
ร่างบางยันตัวลุกขึ้นจากฟูกนอนแล้วพิงหลังไปกับหัวเตียงพลางยกมือกดนวดขมับที่ปวดตุบรู้สึกถึงอุณหภูมิความร้อนที่ออกมาจากร่างกายและลมหายใจ
“นี่เราคงเป็ไข้สินะ”
เฟื่องมองไปข้างตัวก็พบเพียงความว่างเปล่าบนเตียง
เขาคงอยู่ข้างนอกห้องนี่กระมัง...ได้ยินเสียงแว่วๆ แต่ก็ฟังดูไม่คุ้น เหมือนไม่ใช่เสียงของคุณเตวิทย์
“อ้าวตื่นแล้วเหรอ... เป็ยังไงบ้างสาวน้อย” เสียงทักทายพร้อมชายหนุ่มร่างสูงสวมแว่นตากรอบใสผิวขาวใบหน้าเกลี้ยงเกลาสไตล์เกาหลีเขายิ้มเอ็นดูเหมือนเธอเป็เด็กน้อยอย่างที่พูดจริงๆ
“เอ่อ...คือ...”
“ผมชื่อวาโย เรียกพี่วา หรือหมอวา ก็ได้ครับ... ผมเป็หมอ”
“ค่ะคุณหมอ” จะพี่วา หรือ หมอวา ก็ยังดูไม่เหมาะกระมังเรายังเหมือนเป็คนแปลกหน้ากันอยู่เลย
หมอหนุ่มได้แต่ยิ้มรับคำเรียกขานของเด็กสาวที่ดูห่างเหินเหมือนกำลังรักษาระยะห่างกลายๆ
“เมื่อคืนน้องเป็ไข้...เอ่อ พี่ขอเรียกเฟื่องแล้วกัน”
“ค่ะ”เฟื่องยิ้มจางๆ
“พี่เป็เพื่อนสนิทของเตวิทย์เมื่อคืนมันโทรไปปลุกพี่ั้แ่ตีสามบอกให้มาดูคนไข้หน่อย” วาโยเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงที่ไม่รู้ว่าถูกยกเข้ามาั้แ่เมื่อไร
“แล้วเขา...”เธอถามถึงเ้าของห้องพลางมองไปที่นาฬิกาดิจิตอลบนโต๊ะข้างหัวเตียง... สิบโมงเช้า
“อ้อมันออกไปทำงานั้แ่เช้าแล้ว มันไม่ค่อยว่างหรอก... อยู่ๆ ไปเดี๋ยวเฟื่องก็ชิน”หมอหนุ่มหันไปหยิบอุปกรณ์ตรวจคนไข้แล้วคว้าหูฟังมาใส่
“ขอโทษนะครับ”มือหนาแต่เนียนนุ่มยื่นปลายอีกฝั่งไปที่หน้าอกบริเวณหัวใจเพื่อตรวจวัดสัญญาณสักครู่ก็ผละออกแล้วหันไปหยิบหลอดวัดอุณหภูมิมายื่นที่ริมฝีปากสวย
“อ้าปากครับ”
เฟื่องทำตามอย่างว่าง่ายก้มมองสำรวจตัวเองไปพลางๆ แล้วก็ต้องใเบิกตาโตเพราะตอนนี้เธออยู่ในชุดนอนตัวยาวสีขาวที่เป็แบบเสื้อเชิ้ตทั้งที่เมื่อคืนเธอใส่ชุดคลุมอาบน้ำตัวยาวมัดเอวแ่า
“อย่าเพิ่งใครับ”เดี๋ยวไข้ขึ้นปรอทแตกกันพอดี
“ชุดเฟื่อง?...”เสียงหวานแหบแห้งเพราะอ่อนเพลียจากพิษไข้
“แม่บ้านพิเศษก็ถูกเรียกตัวมาใช้งานั้แ่ตีสามเหมือนกันครับทั้งเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า และตอนนี้ก็กำลังอุ่นข้าวต้มให้เฟื่องอยู่”
วาโยพูดบอกแต่เหมือนเป็การบ่นใส่เพื่อนรักเสียมากกว่าหายหัวไปเกือบเดือน พอโผล่มาก็เอาแต่สั่งๆ วุ่นวายไปทั่ว ทั้งแม่บ้าน บอดี้การ์ดยันเพื่อนสนิท นี่ได้ยินว่าวันนี้ก้องเกียรติก็ต้องไปทำธุระให้มันอีก
“เฟื่องขอโทษนะคะที่ทำให้เดือดร้อน”เด็กสาวยกมือไหว้สำนึกผิดที่เป็สาเหตุให้คนรอบข้างวุ่นวายกันั้แ่เช้ามืด
“ไม่ๆไม่เป็ไรครับน้องเฟื่อง” แค่จะบ่นไอ้เพื่อนเวรนั่นไม่ได้ตั้งใจจะว่าคนป่วยสักหน่อย
“โอเค...ตอนนี้ไข้ลดลงมากแล้ว แต่ก็ยังมีเชื้ออยู่ เดี๋ยวทานข้าวต้มแล้วก็ทานยา...นอนหลับสักตื่นคราวนี้ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว” คุณหมอรูปหล่อส่งยิ้มใจดี
ประตูห้องนอนที่เปิดอ้าเอาไว้ทำให้เฟื่องเห็นผู้ชายชุดสูทสีดำที่ไม่คุ้นหน้ายืนคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ตรงบริเวณโซฟารับแขกก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินเข้ามาแล้วยื่นโทรศัพท์ในมือส่งให้เธอ
“เ้านาย้าพูดด้วยครับ”
“...?”เฟื่องรับมาโดยอัตโนมัติอย่างงงๆ
[…เฟื่อง] เสียงคุ้นหูของคนที่อยู่ปลายสายเรียกชื่อเธอ
“ค่ะ”
[เป็ไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง]
“ค่ะ ยังปวดหัวนิดหน่อยค่ะ”
[รู้สึกไม่สบายตรงไหนก็บอกหมอวาโยนะ เขาเป็เพื่อนฉัน... ไว้ใจได้]
เสียงของชายหนุ่มยังคงอ่อนโยนอบอุ่นเหมือนเช่นเมื่อคืนนี้แค่ได้ยินเสียงเขาอาการปวดหัวก็เหมือนทุเลาลงไปอีก
“ค่ะ”
[นอนพักเถอะ] สิ้นคำพูดนั้นปลายสายก็ตัดไปทันทีจนคนฟังรู้สึกใจหาย...เขาคงยุ่งและไม่ค่อยว่างอย่างที่คุณหมอวาโยบอกกับเธอจริงๆ
ผู้ชายชุดสูทคนเดิมเดินกลับเข้ามาก้มศีรษะให้เธอเล็กน้อยแล้วยื่นมือมารับโทรศัพท์จากเธอไปพร้อมกับแม่บ้านวัยกลางคนถือถาดที่มีชามข้าวต้มเข้ามาคุณหมอส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินออกไปข้างนอกเพื่อให้เธอได้มีเวลาส่วนตัวทานอาหารและทานยา
เวลาตีสามของค่ำคืนที่ผ่านมา
เตวิทย์รู้สึกถึงไอร้อนจากคนในอ้อมกอดลองเรียกและเขย่าตัวก็มีอาการตอบสนองเพียงเล็กน้อยเหมือนไม่ได้สติเขาจึงโทรหาเพื่อนรักที่เป็หมอทันที... ต้องกล้าแค่ไหนถึงสามารถโทรปลุกผู้อำนวยการโรงพยาบาลยามดึกแบบนี้ได้
จากนั้นก็รีบออกไปเรียกบอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่หน้าห้องให้ไปตามแม่บ้านมาและหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เด็กสาวด้วยระหว่างนั้นเขาก็ใช้ผ้าชุบน้ำคอยซับใบหน้าและ่แขนที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมาเผื่อว่าจะช่วยลดอุณหภูมิร่างกายของเธอบ้าง
ไม่นานหมอวาโยก็มาถึงด้วยสภาพทุลักทุเลผมเผ้ากระเซอะกระเซิงดูไม่จืดทั้งรีบทั้งโมโหไม่รู้จะอารมณ์ไหนดี
“นี่แกกินดีหมีหัวใจเสือมาหรือไงวะไอ้เตถึงได้กล้าโทรเรียกผู้อำนวยการอย่างฉันมารักษาคนไข้ตอนนี้น่ะ... ตีสามนะโว้ย!”
“เออค่อยว่ากัน รีบไปดูน้องเขาเถอะ”เตวิทย์แทบจะกระชากคอเพื่อนให้เข้าไปในห้องนอนอย่างไว
วาโยชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเด็กสาวร่างบอบบางบนเตียงแม้จะพอรู้มาบ้างว่าเพื่อนรักเป็คนเซ็กส์จัดกินดุแต่ก็ไม่น่าจะมูมมามโหดหื่นขนาดนี้เด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียงใบหน้าข้างหนึ่งมีรอยเขียวช้ำแถมเนื้อตัวแขนขายังเป็จ้ำดำเขียวไปทั่วเมื่อมองใบหน้าสวยใกล้ๆ กลับต้องใยิ่งกว่าเดิม
“เห้ย! ไอ้เต นี่มัน... น้องคนนั้นนี่หว่าแล้วนี่แกไปเอาน้องเขามากินได้ยังไงวะ”
วาโยจำเด็กสาวที่เป็พนักงานใหม่ของคลับนพดลในคืนนั้นได้แค่แซวว่าเตวิทย์สนใจแต่ไม่คิดว่าจะได้มาขึ้นเตียงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้
“เออเื่มันยาว เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง รีบดูน้องเขาก่อน”
หลังจากตรวจตามอาการเบื้องต้นแล้วพบว่าเด็กสาวมีไข้สูงสภาพร่างกายอ่อนเพลียบอบช้ำจากภายในจนอักเสบทำให้เป็ไข้ อีกทั้งขาดน้ำขาดอาหารและคงพักผ่อนไม่เพียงพอ
“ฉันจะฉีดยาลดไข้กับยาแก้อักเสบให้นะหมดสติแบบนี้คงปลุกขึ้นมากินยาไม่ได้” วาโยบอกการรักษาที่ทำได้ในตอนนี้ หากยังไม่ดีขึ้นคงต้องพาไปโรงพยาบาล
“อือ...”เตวิทย์พยักหน้ารับรู้ ร่างสูงยืนอยู่ข้างเตียงไม่ห่างหัวใจดวงแกร่งร้อนรุ่มดั่งมีเปลวไฟแผดเผา นึกแปลกใจตัวเองไม่น้อยว่าทำไมถึงเป็ห่วงเฟื่องได้ขนาดนี้
เมื่อจัดการเด็กสาวเรียบร้อยแล้ว วาโยก็อดต่อว่าเพื่อนรักไม่ได้
“ทำไมแกหื่นได้โหดขนาดนี้วะไอ้เต”
“ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย”แทบไม่ได้หื่นใส่ด้วยซ้ำ แม้จะอยากทำมากแค่ไหนก็เถอะ “นั่งก่อนสิ...ฉันมีเื่จะปรึกษาแกด้วย”
เตวิทย์เล่าเื่ราวทั้งหมดให้วาโยฟังอย่างละเอียดเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องไปเล่าต่อให้เพื่อนสนิทอีกสองคนได้ฟังแน่ๆถ้ารับสารไปผิดั้แ่แรกก็จะผิดต่อกันไปหมด
สามวันต่อมาอาการป่วยของเฟื่องก็ดีขึ้นร่างกายกลับมาแข็งแรงจนเกือบจะเป็ปกติ
หลังจากวันนั้นเตวิทย์ก็ไม่โทรมาอีกเลยไม่…แม้แต่จะมาที่นี่ จู่ๆ เขาก็หายไปมีเพียงแม่บ้านที่เข้ามาดูแลเธอทุกวันส่วนคุณหมอวาโยก็มาเยี่ยมเมื่อวานแล้วบอกว่าอาการป่วยของเธอไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้วให้เธอทำใจให้สบายและพักผ่อนมากๆ โดยไม่ได้เอ่ยถึงคุณเตวิทย์เลยสักคำ
“ให้เฟื่องล้างจานเองนะคะป้า”
วันนี้เธอสามารถออกมานั่งทานข้าวที่โต๊ะอาหารได้แล้วจึงอยากทำตัวให้เป็ประโยชน์บ้าง
“ไม่ได้หรอกค่ะคุณเฟื่อง เดี๋ยวคุณท่านรู้เข้าป้าต้องตายแน่ๆ ค่ะ”
เฟื่องยืนกระอักกระอวลทำตัวไม่ถูกแม้จะบอกไปหลายครั้งแล้วว่าไม่ต้องเรียกเธอว่า‘คุณ’แต่ป้าก็ไม่ยอมฟังกัน
“คุณเฟื่องเชิญทางนี้ดีกว่านะครับ” นี่ก็อีกคนบอกไม่รู้ฟัง… ครับๆ ทั้งวัน แต่ก็ขัดใจเธอทุกอย่าง
เฟื่องเดินออกจากห้องครัวตามร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำที่เธอเพิ่งรู้เมื่อวานว่าเขาชื่อกันต์ เป็ผู้ช่วยและบอดี้การ์ดของคุณเตวิทย์ซึ่งตอนนี้เขามีหน้าที่ดูแลเธอหรือจะเรียกว่าเฝ้าเธอไว้ก็ได้
“คุณเฟื่องอยากได้อะไรหรือเปล่าครับ” กันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงและท่าทางสุภาพไม่มีเสแสร้งเขาปฏิบัติเช่นนี้กับผู้หญิงของเ้านายทุกคนจนเป็เื่ปกติ
“เฟื่องอยากออกไปข้างนอกได้ไหม”
“ไม่ได้ครับ เ้านายสั่งห้ามไม่ให้คุณออกไปไหน”
นั่นปะไร!ห้ามนั่นห้ามนี่ปฏิเสธทุกอย่างจนเธอจะเป็ง่อยอยู่แล้ว ได้แต่กินๆ นอนๆอยู่ในห้องทั้งวัน
เฮ้อ…เฟื่องถอนหายใจแล้วนั่งลงที่โซฟาหน้าทีวี หยิบรีโมทขึ้นมากดเปลี่ยนช่องไปมาเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมาย
“เฟื่องไม่อยากได้อะไรแล้วค่ะ”
“ครับ”
กันต์ก้มศีรษะแล้วหันหลังเดินออกไปจากห้องและแน่นอนว่าคงจะยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูนั่นแหละเพราะเธอเคยแอบเปิดออกไปก็เจอเขาทุกครั้ง
จากสามวันเป็ห้าวันจากห้าวันเป็หนึ่งสัปดาห์… เขาซื้อเธอมาเป็ไม้ประดับให้ห้องนี้หรืออย่างไร
บ่ายวันนี้จู่ๆกันต์ก็มาพาเธอออกไปจากห้องแบบงงๆ
“เชิญครับคุณเฟื่อง”
“ไปไหนคะ แล้วเฟื่องต้องเอาอะไรไปไหม” หมายถึงจะไปทั้งอย่างนี้เลยเหรอ
“ไม่ต้องครับ… เอ่อแต่คุณจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกแล้วอะไรที่เป็ของสำคัญของคุณก็เอาติดไปด้วยดีกว่าครับ”
พูดเหมือนเธอมีข้าวของมากมายอย่างนั้นแหละ นอกจากเสื้อผ้าสองสามชุดก็ไม่มีอะไรสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว
รถยนต์ออดี้สีดำจอดอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าโรงแรมกันต์เดินไปเปิดประตูรถด้านหลังให้เฟื่อง ซึ่งเธอคัดค้านในตอนแรกแล้วขอไปนั่งข้างคนขับที่เบาะด้านหน้า แน่นอนว่าอีกฝ่ายปฏิเสธเสียงแข็งกลับมาเช่นเดิม
นั่งรถไปได้สักพักจะว่าเธอโง่ก็ได้ แต่ถนนหนทางแถวนี้เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนทั้งที่ไม่ได้ออกนอกเมืองด้วยซ้ำ
จะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกแล้วหรือว่า…พวกเขาจะฆ่าเธอเพื่อล้างหนี้สะสางบัญชี ไม่ว่าจะเป็รถคันหรูอีกทั้งบอดี้การ์ดร่างใหญ่ทรงพลัง ดูยังไงก็เป็ผู้มีอิทธิพล
“เอ่อ… คุณ… คุณกันต์ คุณจะพาเฟื่องไปไหนคะ”ถามไปแล้วก็อยากจะตีปากตัวเองนัก ถ้าเขาจะพาเธอไปฆ่าจริงๆเขาจะบอกกับเธอตรงๆ หรือไงล่ะ
“ไปพบเ้านายครับ” กันต์ตอบเพียงเท่านั้นแล้วก็หันกลับไปสนใจถนนเบื้องหน้าต่อ
เฟื่องะโร่ำร้องอยู่ในใจใบหน้าหวานเริ่มมีเหงื่อซึมจนรู้สึกได้ถึงความเย็นและเปียกชื้น อ่านป้ายข้างทางไปเรื่อยๆคุ้นบ้างไม่คุ้นบ้าง เหมือนเคยได้ยินบ้าง ก็พยายามครุ่นคิดปะติดปะต่อว่าตัวเองอยู่ตรงไหนในเมืองหลวงกันแน่…แต่ก็ไม่รู้อยู่ดี
เพียงสี่สิบนาทีก็มาถึงคอนโดมิเนียมสุดหรูสไตล์ลักชัวรี่ที่สวยมีระดับดูเงียบสงบเป็ส่วนตัวแต่ไม่ใช่วังเวงคล้ายกับว่าผู้คนในนี้เป็พวกผู้ดีมีสกุลมีมารยาทมากกว่า
เฟื่องเดินตามกันต์ไปที่ลิฟต์ส่วนตัวซึ่งต้องใช้รหัสในการใช้งาน จากนั้นเขาก็พาเธอขึ้นมายังชั้นบนสุดซึ่งเป็เพนท์เฮาส์พื้นที่ยูนิตพิเศษทั้งกว้างขวางและการตกแต่งหรูหราบ่งบอกฐานะของผู้พักอาศัย
“เชิญครับ”กันต์หยิบคีการ์ดประจำตัวทาบที่เครื่องสแกนแล้วเปิดประตูห้องพาร่างบางของเด็กสาวเข้ามา จากนั้นก็หมุนตัวเดินกลับออกไปโดยไม่ทิ้งคำพูดใดๆไว้เลย
“เอ่อแล้ว... อะ เดี๋ยวสิคะ”
เฟื่องยืนคว้างอยู่กลางห้องตื่นตระหนกทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะขยับไปทางไหนดี
“มาแล้วเหรอ”
เสียงทักทายคุ้นหูทำให้เฟื่องหันไปมองตามการได้ยินเห็นท่อนขาของใครบางคนกำลังก้าวลงมาจากบันไดสีขาวจนกระทั่งร่างสูงปรากฏตัวตรงหน้า
เตวิทย์สูงถึงเกือบร้อยเก้าสิบเิเจนถูกทักผิดว่าเป็ลูกครึ่งใบหน้าคมคาย คิ้วหนาดำ ดวงตาเ็าคล้ายแข็งกระด้างแต่ก็ดูเย้ายวนริมฝีปากปิดสนิทกดยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปากท่าทางสุภาพเยือกเย็นทำให้รู้สึกว่าคนคนนี้อบอุ่นและพึ่งพาได้ วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดทรงโปโลแบรนด์หรูระดับพรีเมียมกับกางเกงผ้าเนื้อดีดูสบายๆ
“ค่ะ”เฟื่องยิ้มให้เขาแล้วรีบเบือนหน้าไปทางอื่นเมื่อถูกสายตาทรงเสน่ห์จ้องมอง ความรู้สึกหวาดกลัวก่อนหน้านี้ลดลงไปมากเมื่อได้พบกับชายหนุ่มที่เธอเฝ้าคิดถึงเมื่อหลายวันก่อน
เตวิทย์มองเด็กสาวอย่างหลงใหลเธอสวยหวานตราตรึงใจในความรู้สึกเขาั้แ่เห็นครั้งแรกก็ไม่เคยลบเลือนไปจากความทรงจำได้เลย
ร่างสูงเดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาวแล้วตบที่ตักของตัวเอง
“มานั่งนี่”
“คะ?”
เฟื่องเดินเข้าไปหันรีหันขวางคิดว่าตัวเองคงเข้าใจผิดกับปฏิกิริยานั้นของชายหนุ่มเธอจึงตัดสินใจนั่งลงข้างๆ แทน
“อ๊ะ!”
ร่างบางลอยหวือจนแทบปลิวขึ้นไปเกยบนตักแกร่งด้วยแรงฉุดดึงของเตวิทย์
“หึก็แค่นี้... อย่าดื้อ! ฉันไม่ชอบให้ใครขัดใจ แค่จะกอดเท่านั้น”เสียงเข้มเอ่ยดุ เมื่อร่างเล็กดีดดิ้นน้อยๆ
เฟื่องหยุดกึกทันทีและคิดได้ว่าร่างกายของเธอเป็ของเขาเธอไม่ควรขัดขืนหรือต่อต้านหากสิ่งนั้นเป็สิ่งที่เขา้า
“คิดถึงฉันหรือเปล่า”ใบหน้าหล่อเหลากดจมูกไปที่พวงแก้มนุ่มแดงระเรื่อสูดเอาความหอมที่เขาเฝ้าโหยหาฟอดใหญ่
เพราะติดงานด่วนสำคัญที่ต่างจังหวัดเขาจึงต้องไปจัดการอยู่หลายวันห่วงก็ห่วง คิดถึงก็คิดถึง แต่ก็ไม่อยากโทรมารบกวนเขาอยากให้เธอใช้ความคิดอยู่กับตัวเองสักพักหลังจากผ่านเื่ราวมากมายที่แสนเ็ปนั้นมา
เฟื่องไม่ได้ขัดขืนอีกแต่เริ่มรู้สึกใจเต้นกับการกระทำและคำพูดของเขามากขึ้น
“อ๊ะ!คุณ...” จู่ๆร่างบางก็ถูกพลิกลงไปนอนบนโซฟาโดยมีร่างใหญ่โตของชายหนุ่มทาบทับ
“...ว่าไง”เตวิทย์ถามเสียงแหบพร่าดวงตาคมจับจ้องอยู่ที่เรียวปากเล็กจนหัวใจดวงน้อยสั่นไหว
เฟื่องพยักหน้าน้อยๆเอียงหน้าหลบสายตาจึงเป็การเปิดทางให้เขาได้ซุกไซ้สูดดมความหอมกรุ่นที่ซอกคออ่อนนุ่มนั้นแทนผิวขาวของเด็กสาวดุจหยกชั้นดีจนอยากฝากฝังรอยตีตราแสดงความเป็เ้าของ ปลายลิ้นแข็งแรงกวาดชิมเลาะเล็มตามใจชอบและขมเม้มใบหูเล็กจนร่างบางสั่นสะท้านมือเรียวกำแน่นทาบอยู่บนหน้าอกแกร่งแต่ไม่ได้ผลักออก
เตวิทย์เงยขึ้นใช้จมูกโด่งปัดป่ายคลอเคลียที่จมูกเชิดรั้นแล้วกระซิบถาม“เฟื่อง... ‘ให้’ ฉันหรือเปล่า”
ไม่ต้องพูดให้มากความก็รู้ว่าชายหนุ่ม้าอะไรเฟื่องหลับตาสูดลมหายใจ... เธอมีสิทธิ์เลือกด้วยหรือ ไม่ให้วันนี้ก็ใช่ว่าเธอจะหนีไปจากกรงเล็บของเขาได้แค่อยากรู้ว่าเขาหายไปไหนมาตั้งหลายวันเธอยังไม่มีสิทธิ์ถามเลยด้วยซ้ำเพราะเธอถูกวางตำแหน่งให้เป็แค่ ‘นางบำเรอ’ที่รองรับความ้าของเขาเท่านั้น
มือเรียวที่กำแน่นตอนนี้ค่อยๆคลายออก แล้วเลื่อนไปเกาะที่ไหล่กว้างเป็คำตอบให้เขาเตวิทย์ยิ้มพอใจก้มหน้าลงประกบจูบบนริมฝีปากเล็กเป็รางวัล
เรียวปากของเฟื่องอุ่นชุ่มชื้นและยังแฝงด้วยความนุ่มละมุนของเด็กสาวในวัยแรกแย้มทำให้ชายหนุ่มยิ่งหลงใหลไม่อยากพรากจาก
เตวิทย์ช้อนร่างบอบบางของเฟื่องขึ้นมาแนบอกคนตัวเล็กในอ้อมกอดวาดเรียวแขนคล้องลำคอแกร่งโดยอัตโนมัติ ใบหน้าหวานซุกซบอกอุ่นพวงแก้มแดงก่ำกิริยาน่ารักจนเตวิทย์ต้องจุมพิตกลีบปากนุ่มอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง
ชายหนุ่มอุ้มเด็กสาวขึ้นมาที่ห้องนอนแล้ววางลงบนเตียงกว้างช้าๆก่อนที่ร่างสูงจะตามลงมาทาบทับไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กได้ตั้งตัวเตรียมใจริมฝีปากหยักก็ปิดทับเรียวปากบางบดจูบลงมาทันทีลิ้นร้อนของคนมากประสบการณ์ล่วงล้ำเข้าไปในโพรงปากเล็ก กวาดลิ้นไล่ต้อนเกี่ยวพันปลายลิ้นอ่อนนุ่มดูดชิมน้ำหวานอย่างเร่าร้อนปลุกเร้าอารมณ์ความใคร่ให้ลุกโชน
“อื้อ...”เสียงหวานครางออกมาโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาคมจ้องมองร่างเล็กด้วยสายตาลึกซึ้งขณะที่ริมฝีปากผละออกเปลี่ยนมาขบกัดไปบนกลีบปากนุ่มซ้ำไปซ้ำมาเพื่อให้เด็กสาวได้หายใจมือใหญ่แทรกเข้ามาในเสื้อตัวบางแล้วบังคับรั้งออกไปทางศีรษะเผยให้เห็นอกอวบภายใต้บราเซียลูกไม้สีขาวเย้ายวน
“สวย...สวยเหลือเกินเฟื่อง...”
เตวิทย์กระซิบชื่นชมส่งฝ่ามือร้อนลูบไล้นวดคลึงเบาๆแล้วอ้อมไปปลดตะขอด้านหลังให้พันธนาการที่รัดแน่นนั้นหลุดออก
“อ๊ะ!” กายสาวสะท้านแอ่นหยัดให้เขาอย่างลืมตัว
“ยั่วกันแบบนี้...พรุ่งนี้ลุกไม่ไหวอย่ามาโทษฉันนะสาวน้อย”
ชายหนุ่มกดยิ้มร้ายพออกพอใจกับการตอบสนองของร่างบางแม้จะดูตัวเล็กบอบบาง แต่หน้าอกกลับอิ่มฟูเต็มมือจนแทบกอบกุมเอาไว้ไม่หมดเตวิทย์ครางฮือบดเบียดฟอนเฟ้นด้วยความชมชอบ ปลายยอดถันสีชมพูชูช่อสวยสดจนคนมองอดใจไม่ไหวต้องก้มลงตวัดลิ้นกลืนกินเข้าไปในโพรงปากร้อนเต็มคำ
“อะ...อื้อ... คุณเต...” ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัวกับััแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ยิ่งได้ยินเสียงครางหวานเตวิทย์ยิ่งเพิ่มแรงดูดขบกัดหนักหน่วงขึ้นอย่างเอาใจมือหนาเลื่อนลงไปด้านล่าง ปลดกระดุมและรูดซิปกางเกงขาสั้นก่อนจะช้อนยกสะโพกบางขึ้นแล้วรูดดึงออกไปทางปลายเท้าเรียวตามด้วยแพตตี้ตัวจิ๋วที่แทบจะปกปิดความอวบอูมเอาไว้ไม่มิด
ภายใต้แสงสว่างนวลตาจากดวงไฟในห้องทำให้เห็นเค้าโครงของเรือนกายบอบบางชัดเจนทุกสัดส่วน เฟื่องเบือนหน้าหลบด้วยความเขินอายพยายามใช้แขนทั้งสองข้างปกปิดร่างกายตัวเอง
“สวยขนาดนี้ไม่ต้องอาย...ให้ฉันดูคนเดียวนะเฟื่อง”
เสียงแหบพร่าของเตวิทย์เอ่ยชมพลางจับเรียวแขนบางออกแล้วกดไว้ข้างศีรษะของคนตัวเล็กใบหน้าหล่อเหลาก้มลงจูบบนกลีบปากนุ่มอีกครั้ง ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปในโพรงปากเกี่ยวกระหวัดรัดลิ้นเล็กๆของเธอชวนให้เคลิบเคลิ้มรสของจุมพิตทวีความร้อนแรงขึ้นยิ่งกระตุ้นให้หัวใจของคนทั้งคู่เต้นแรงจนแทบทะลุอก
ร่างสูงผละออกแล้วลงไปยืนข้างเตียงปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างรวดเร็วท่ามกลางดวงตาหวานปรือมองหยาดเยิ้มของเฟื่อง
เตวิทย์มีผิวขาวที่ไม่ขาวมากแต่ก็เกลี้ยงเกลาสะอาดตาเรือนร่างกำยำสูงใหญ่มีกลิ่นอายความแข็งแกร่งทรงพลัง่ไหล่กว้างและหนาตึงแน่นไปด้วยมัดกล้าม หน้าท้องเป็ลอนเรียงตัวสวย บ่งบอกว่าเ้าตัวหมั่นออกกำลังกายอยู่เป็ประจำกล้ามเนื้อสมส่วนที่เกิดจากการฝึกฝนแต่พอดี แผ่กลิ่นอายทางเพศแบบบุรุษแท้ๆชวนดึงดูดคนมองให้หลงใหล
ฉับพลันใบหน้าเด็กสาวก็เห่อร้อนขึ้นมาเป็เท่าตัวเมื่อไล่สายตาต่ำลงไปจนถึงกลุ่มขนสีดำหนา บางสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในนั้นแม้จะยังสงบนิ่งทว่าขนาดของมันก็ทำให้คนเห็นใได้
เตวิทย์ก้าวขึ้นไปบนเตียงด้วยร่างกายเปลือยเปล่าจับมือบางสั่นระริกของเฟื่องมาััอาวุธประจำกายของตัวเองแล้วพูดปลอบโยน
“อย่ากลัว...”
“อะ! ซี๊ดดดด!” แค่เพียงนิ้วเรียวเล็กนุ่มนิ่มแตะลงมา ความกระสันเสียวก็วิ่งไปทั่วกายแกร่งทันทีอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน...ผู้หญิงตั้งมากมายเคยจับ ทั้งลูบไล้ ชักรูด แต่ไม่เคยเสียวขนาดนี้
เฟื่องดึงมือกลับอย่างรวดเร็วเมื่อััได้ถึงความแข็งร้อนและขนาดที่ขยายตัวมากขึ้นกว่าเดิมเหมือนจะใหญ่กว่าข้อมือเธอด้วยซ้ำ
เตวิทย์หัวเราะเบาๆไม่ได้ฝืนบังคับเด็กสาวต่อ เขาก้มลงดูดกลืนยอดถันงามด้วยความหลงใหลไม่รู้เบื่อจนพอใจก่อนจะลากปลายลิ้นไล้ต่ำลงไปเลาะเล็มชิมกายสาวถ้วนทั่วจนถึงท้องน้องแบนราบขาวเนียนขาเรียวหุบเข้าหากันทันทีตามสัญชาตญาณ แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้คนตัวใหญ่ได้สองมือแกร่งดันขาเล็กให้อ้าออกแล้วแทรกตัวเองลงไปตรงกลาง ดวงตาคมจ้องมองกลุ่มแพรไหมสีดำบางๆที่ปกปิดความงดงามเอาไว้ กลีบกุหลาบสีสวยปิดสนิทสวยสดสมดั่งความบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ไม่เคยมีใครเข้ามาพบพานน้ำหวานสีใสฉ่ำวาวปกคลุมเพราะโดนปลุกเร้าตามธรรมชาติ
ลิ้นสากตวัดเลียตุ่มไตเล็กกลางเกสรทันทีด้วยความกระหายใคร่อยากแล้วดูดมันเป็จังหวะสลับรัวเร็ว เฟื่องเกร็งบิดกายเสียดเสียวใจจะขาดกล้ามเนื้อภายในที่มองไม่เห็นเต้นตุบจนทรมาน
“อ๊ะ...อื้อ...”
เตวิทย์ยกสะโพกบางขึ้นเพื่อให้เขาปรนเปรอได้ถนัดถนี่แล้วไล้ปลายลิ้นจุ่มจ้วงลงไปในร่องเล็กที่เบียดแน่น มันตอดรับลิ้นเขาทันที ก้านนิ้วแข็งแรงกดคลึงไปบนยอดตุ่มไตพร้อมกับส่งปลายลิ้นเข้าออกช้าๆสลับรัวแรง ความเสียวซ่านแล่นไปทั่วกายสาวจนสุดจะทานทน เฟื่องหายใจหอบร่างบางกระตุกช่องทางคับแคบตอดรัดลิ้นของชายหนุ่มถี่กระชั้นรุนแรง ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยรู้จักแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
“อื้อ...อ๊ะ! อ๊ะ!”
ดวงตาหวานฉ่ำปรือสมองขาวโพนไร้เรี่ยวแรงสติพร่าเลือนกับััแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนแต่กลับรู้สึกถึงความสุขสมรัญจวนใจอย่างประหลาด
เตวิทย์ยิ้มพอใจเมื่อพาเด็กสาวไร้เดียงสารู้จักกับความสุขเหมือนได้ล่องลอยอยู่ในสรวง์เป็ครั้งแรกเขาตวัดลิ้นกลืนกินน้ำหวานทุกหยาดหยด แก่นกายกลางลำตัวปวดหนึบทรมานอยากจะโจนจ้วงเข้าใส่ร่างบางและปลดปล่อยจนแทบคลั่งเขาไม่เคยต้องอดทนขนาดนี้ แต่เพราะเป็ห่วงเฟื่องหากเขาทำตามอารมณ์ตัวเองจนถึงที่สุดเธออาจจะรับไม่ไหวและคงหวาดกลัวการมีเซ็กส์ไปตลอดชีวิตเลยก็ได้ถ้าเป็แบบนั้นเขาคงแย่แน่ ดังนั้น เขาต้องเล้าโลมปลุกปั่นเตรียมร่างกายให้เธอพร้อมมากที่สุดด้วยประสบการณ์โชกโชนที่มี เขามั่นใจว่าจะสามารถพาเธอผ่านครั้งแรกไปได้อย่างสวยงามแน่นอน
ร่างสูงขยับขึ้นมาหอมแก้มนุ่มคลอเคลียพรมจูบไปทั่วใบหน้าหวานเพื่อให้เธอได้พักเหนื่อย
“คุณเตวิทย์...”เสียงหวานอ่อนแรงเผลอครวญครางเรียกชื่อเขา
“เรียกพี่นะครับ...พี่เต... เฉพาะตอนที่เราอยู่ด้วยกันสองคน” คนตัวใหญ่บอกชิดริมฝีปากนุ่มขบเม้มซ้ำๆไม่หยุด เหมือนเร่งเร้าให้เธอพูด
“พี่...พี่เต...”
เฟื่องเอ่ยตามที่เขา้าหัวใจดวงน้อยอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด
“ครับเด็กดี”
เตวิทย์เอ่ยชมรู้สึกชุ่มชื้นหัวใจเหมือนมีใครมารดน้ำให้ต้นไม้ที่กำลังแห้งเฉามันรู้สึกดีจนบอกไม่ถูก เขาเริ่มบทรักบทต่อไปทันที ริมฝีปากหนาบดคลึงที่เรียวปากบางและสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดรัดลิ้นเล็กๆของเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาเพิ่มแรงดูดดึงเร่าร้อนมากขึ้น ฝ่ามือร้อนบีบคลึงลูบไล้ไปทั่วผิวเนียนละเอียดแล้วมาหยุดที่ทรวงอกอวบอิ่มเคล้นคลึงไปมาเพิ่มความเสียวซ่านให้กับเธอ
ริมฝีปากร้อนถอนจุมพิตออกอย่างนุ่มนวลค่อยๆ เลื่อนลงััไปตามลำคอขาวสู่ลาดไหล่นวลเนียนแล้วอ้าปากทรวงอกอวบอิ่มส่งปลายลิ้นตวัดกลืนกินยอดถันสีทับทิมที่รัดตัวชูชันตอบสนองััจากโพรงปากร้อนของเขาร่างบางแอ่นหยัดขึ้นอย่างลืมอาย มือบางจับที่ไหล่กว้างของชายหนุ่มไว้แน่นเมื่อการกระตุ้นของเขาสร้างความกระสันซาบซ่านให้เธอมากขึ้น
“อื้อ...”
เสียงครางหวานออกมาจากปากสวยทำให้ชายหนุ่มยิ่งได้ใจส่งปลายลิ้นปัดป่ายยอดถันรัวเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเกินห้ามใจ
แก่นกายความเป็ชายของเตวิทย์ปวดร้าวจนแทบะเิเมื่อได้ยินเสียงครางกระเส่าของเฟื่องที่เพิ่มความปรารถนาให้ลุกโชนจนอยากจะถาโถมเข้าใส่กายบางใจแทบขาดระหว่างที่กำลังปลุกเร้าเด็กสาวด้วยการดูดกลืนยอดถันที่แข็งเป็ตุ่มไตด้วยอุ้งปากร้อนๆของเขา มือหนาที่เคล้นคลึงทรวงอกนุ่มหยุ่นนั้น ผละออกช้าๆ แล้วลากผ่านหน้าท้องแบนราบลงไปที่เนินเนื้อความเป็หญิงอย่างแ่เบาร่างบางผวากอดรัดลำคอแกร่งเอาไว้แน่นเมื่อเขาลูบไล้กดจุดกระสัน
“อือ... พี่เตขา...”
“...ครับ”
ชายหนุ่มครางรับเสียงนุ่มใบหน้าหล่อเหลายังคงซุกไซ้อยู่ที่ทรวงอกอวบอิ่ม ส่วนมือก็ทำหน้าที่ทรมานร่างบางต่อไปไม่ได้หยุดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งกลางลำตัวของเขาก็ปวดร้าวทรมานไม่ต่างจากเธอเลยสักนิด
เมื่อััได้ถึงความเปียกลื่นของเมือกน้ำหวานจากดอกไม้งามนิ้วแกร่งก็ค่อยๆ สอดแทรกเข้าไปในโพรงร้อนที่หดตัวรัดแน่นทีละนิด
“อ๊ะ! เจ็บค่ะ”
เฟื่องสะดุ้งนิดๆแต่กลับทำให้นิ้วจมหายเข้าไปมากกว่าเดิม สะโพกบางบิดส่ายไปมาเมื่อนิ้วร้ายขยับแหวกวนอยู่ด้านใน
“อื้อ...อ๊ะ”
เตวิทย์กัดฟันขบกรามแน่นหอบหายใจติดขัดด้วยพยายามสะกดกลั้นท่าทางไร้เดียงสาของเธอทำให้เขายิ่งตื่นตัว เมื่อนิ้วแกร่งสอดเข้าไปชนกับผนังเนื้อเยื่อบางๆที่กางกั้นปิดสนิทซึ่งเขารู้ดีว่ามันคืออะไร แม้จะไม่เคยได้พบสิ่งนี้กับคู่นอนคนไหนมาก่อน
ตอนนี้เส้นความอดทนขึงตึงจนแทบจะขาดอยู่รอมร่อเขาลูบไล้ดอกไม้งามอย่างทะนุถนอม มันบอบบางเหลือเกิน ความปรารถนาในกายก็ยิ่งทวีความตื่นเต้นร้อนแรงมากขึ้นจนแทบคลั่งอยากจะโจนจ้วง่ชิงสิ่งล้ำค่านั้นอย่างที่ใจปรารถนาแต่ก็ต้องหักห้ามใจไว้เพราะรู้ดีว่าเธอยังใหม่สำหรับเื่แบบนี้
เมื่อััได้ว่าเด็กสาวพร้อมสำหรับเขาแล้วร่างสูงขยับลุกขึ้นนั่งจับแก่นกายใหญ่โตของตัวเองชักรูดสองสามครั้งเพื่อลดความคัดตึงปวดหนึบ
เฟื่องเบือนหน้าหลบตาวูบเมื่อเห็นส่วนกลางลำตัวอันใหญ่โตของเขาที่พรั่งพร้อมผงาดง้ำประกาศศักดาร่างบางขยับถดตัวหนีอย่างนึกหวาดหวั่นโดยอัตโนมัติ
“ไม่ต้องกลัวนะครับ เด็กดี... พี่จะไปช้าๆ เราจะไปพร้อมกัน”
เขากระซิบเสียงแหบพร่าชิดพวงแก้มนุ่มของเธอแล้วเอี้ยวตัวเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักโต๊ะเล็กๆ ข้างเตียง หยิบซองถุงยางอนามัยออกมาจัดการสวมที่ลำกายแกร่งของตัวเองอย่างชำนาญด้วยความเคยชินจากนั้นก็ค่อยๆ จับเรียวขาของหญิงสาวให้แยกออกแล้วจับท่อนเนื้อร้อนระอุถูไถใจกลางดอกไม้งามใช้ความชุ่มฉ่ำจากน้ำหวานตามธรรมชาติกับสารหล่อลื่นที่เคลือบถุงยางช่วยลดความฝืดเคือง
ดวงตาหวานปรือมองชายหนุ่มด้วยความหวาดหวั่นแวบหนึ่งเธอคิดจะผลักเขาออกแต่ร่างกายกลับดื้อดึงอยากลิ้มลองบทเรียนแปลกใหม่ที่เขาจะมอบให้
เตวิทย์ผลักดันส่งความเป็ชายที่ใหญ่โตค่อยๆรุกล้ำเข้าสู่ตัวเธออย่างช้าๆ
“อ๊ะ!... ฮึก!”
เฟื่องผวาเฮือกหน้าท้องแบนราบหดเกร็งขึ้นมาทันทีเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบที่บริเวณนั้นของเธอเพียงแค่เข้าไปนิดเดียวเท่านั้น เตวิทย์ก็เจอกับปราการสำคัญที่กางกั้นปกป้องความบริสุทธิ์ของเธอเขาสูดปากด้วยความเสียวซ่านเกินบรรยาย สะโพกแกร่งหยุดรอนิ่งๆ แล้วโน้มตัวลงทาบทับร่างบางส่งริมฝีปากดูดดึงยอดอกสีชมพูเข้มปลายลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดตุ่มไตชูชันนั้นรัวแรงเพื่อดึงความสนใจให้เธอเผลอไผล
ชายหนุ่มตัดสินใจขยับตัวตนของเขาออกมาแล้วยื่นมือลงไปดึงถุงยางที่สวมอยู่ทิ้งเขา้าััสิ่งนั้นด้วยความรู้สึกที่แท้จริงโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น แวบหนึ่งเกิดความกังวลเล็กๆกลัวว่าเด็กสาวจะท้อง แต่โอกาสก็น้อยนิดจนแทบไม่มี เมื่อคิดถึงคืนนั้นที่เธอป่วย
“ให้ฉันฉีดยาคุมเลยไหมไอ้เต”
“...อือฉีดเลย”
เด็กสาวที่เตวิทย์เลี้ยงดูทุกคนจะได้รับการตรวจสุขภาพและฉีดยาคุมกำเนิดก่อนจะร่วมหลับนอนกับเขาโดยอยู่ในความดูแลของหมอวาโยเพื่อนสนิทแต่ถึงแม้จะฉีดยาคุมแล้วเขาก็มักจะใส่ถุงยางป้องกันอยู่ดีเป็ความเคยชินตามนิสัยของผู้ชายรักสนุก
เตวิทย์เงยหน้าเป่าลมออกจากปากแรงๆ แล้วสูดหายใจกลับเข้าไปใหม่อย่างพยายามสะกดกลั้นเขาจับขาเรียวงามนั้นยกขึ้นแยกออกจากกันอีกนิดเพื่อให้เขาเข้าไปภายในตัวเธอได้สะดวกมากขึ้นจับประคองแก่นกายแข็งร้อนเข้าไปในโพรงเนื้ออ่อนนุ่มอีกครั้งแล้วหลับตากัดฟันผลักดันสะโพกแกร่งทะลุผ่านทำลายสิ่งนั้นของเธอ
“กรี๊ดดด!... ฮึก! เจ็บค่ะพี่เต”มันเจ็บจนแทบทนไม่ไหว
เฟื่องสะดุ้งสุดตัวกรีดร้องลั่นนิ้วเรียวจิกเล็บลงไปบนมัดกล้ามที่ไหล่ของเขาเพื่อระบายความเจ็บเหมือนกับว่าร่างกายของเธอกำลังแตกออกเป็เสี่ยงๆน้ำตาไหลรินอาบสองแก้มนวลเป็ทางยาว
“อย่าเกร็งนะครับ อยู่นิ่งๆ ก่อน... เดี๋ยวก็ดีขึ้น”
เสียงเข้มแหบพร่าเพราะแรงพิศวาสกระซิบที่ข้างหูเล็กๆของเด็กสาว ความใคร่ผสมความพึงพอใจกับสิ่งที่ได้มาทำให้เืในกายหนุ่มพลุ่งพล่านจนแทบคุมไม่อยู่วงแขนแกร่งกอดรัดรั้งร่างบางเข้าหาตัวให้แแ่ขึ้นเมื่อหญิงสาวพยายามถดกายหนีความเ็ปที่เกิดขึ้น
เฟื่องนอนนิ่งอย่างว่าง่ายในขณะที่คนบอกต้องอดทนกับความปวดหนึบที่กำลังเรียกร้องให้เขาเร่งโจนจ้วงเพื่อปลดปล่อยออกมาเสียที
“ดีขึ้นหรือยังครับ”
เตวิทย์โน้มตัวลงกระซิบถามเบาๆพร้อมทั้งจูบซับน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน เฟื่องพยักหน้าน้อยๆ เป็คำตอบรับรู้ได้ถึงความตึงแน่นและความอึดอัดภายในตัวของเธอ
“มันจะเจ็บอีกนิดนึงนะครับ... อดทนหน่อยถ้าผ่านครั้งนี้ไปได้ต่อไปเธอก็จะมีแต่ความสุข”
ดวงตาหวานเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันแน่นเพื่ออดทนกับความเ็ปที่เริ่มปนด้วยความเสียวซ่าน มันทำให้ร่างกายของเธอรู้สึกทรมานอย่างบอกไม่ถูกและไม่รู้จะจัดการอย่างไร
คราวนี้สะโพกหนาขยับออกมาอีกนิดแล้วผลักดันลำกายแข็งแกร่งที่พร้อมพรั่งเข้าหาโพรงเนื้ออ่อนนุ่มของเด็กสาวอีกครั้งจนสุดความยาวแล้วแช่นอนนิ่งเพื่อรอให้เธอยอมรับเขาเข้าไปเป็ส่วนหนึ่งในร่างกายของเธอ
“ฮึก!...”
เฟื่องสะดุ้งอีกครั้งเจ็บจุกจนร้องไม่ออกน้ำตาไหลจากหางตาหยดลงสู่พื้นที่นอนไม่ขาดสาย
“ชู่วววว เก่งมากครับเด็กดี... ไม่เป็ไรแล้วนะ มันกำลังจะดีขึ้น”
เตวิทย์ปลอบเสียงนุ่มแล้วก้มลงจุมพิตหน้าผากเนียนของเฟื่องที่เริ่มมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนลงมาแนบริมฝีปากหนาบดคลึงที่เรียวปากบางและสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปดูดดึงลิ้นเล็กๆของเธอ เพื่อหลอกล่อให้เด็กสาวเคลิบเคลิ้มจนหลงลืมความเ็ป แรงต่อต้านภายในตัวเธอบีบรัดมากขึ้นจนเตวิทย์ต้องพ่นลมหายใจออกมาหนักๆหลายครั้ง เพื่อระบายความอัดอั้นที่เกือบจะะเิออกมาหัวใจดวงแกร่งอุ่นวาบรู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเขาได้เป็คนแรกของเธอ
ร่างสูงจูบไล้ลงไปตามลำคอเรียวสวยแล้วขบเม้มจนเกิดรอยตีตราว่าเธอเป็ของเขาริมฝีปากอุ่นร้อนจูบซับลงไปเรื่อยๆ จนถึงก้อนเนื้ออวบอิ่มที่ปลายยอดถันชูชันเชิญชวนให้เขาด้วยความเต็มใจปลายลิ้นอุ่นร้อนตวัดดูดกลืนอย่างหิวกระหายจนได้ยินเสียงครางหวานจากร่างบางที่แอ่นหยัดขึ้นมาด้วยความเสียวซ่านยินดีให้เขาปรนเปรอมอบความรู้สึกแปลกใหม่ให้เธอได้อย่างถนัดถนี่
“อื้อ... อ๊ะ...”
เมื่อรู้สึกว่าช่องทางรักที่คับแคบของเด็กสาวใต้ร่างเริ่มผ่อนคลายลงแล้วพร้อมกับน้ำหวานที่ซึมออกมามากขึ้นคราวนี้เขาจึงเริ่มขยับยกสะโพกออกอีกครั้งแล้วใส่เข้าไปใหม่เสียงครางที่ได้รับกลับมาตอนนี้ไม่มีความเ็ปเหลืออยู่แล้วแต่มันเป็เสียงที่มาจากความกระสันเสียวซ่านแทน เตวิทย์สาวสะโพกเข้าออกช้าๆแต่ล้ำลึกในทุกๆ การสอดแทรกจนแน่ใจว่าหญิงสาวใต้ร่างพร้อมที่จะรับความ้าของเขาได้อย่างเต็มที่แล้วสะโพกหนาก็เริ่มขยับถี่ๆ และเพิ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ จนร่างบางขยับสะโพกตอบรับเขาในจังหวะเดียวกัน
“ซี๊ดดดด อ่า...”
เตวิทย์แหงนศีรษะสูดปากด้วยความเสียวซ่านอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อนท่อนเนื้อร้อนขยับเข้าออกอยู่ในช่องทางคับแคบ ภายในตอดรัวเป็ระยะมันแน่นเสียจนต้องกัดฟันเหยียดเกร็งตัวใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเพราะความกระสันเสียว ฝ่ามือหนาลูบไล้ผิวเนียนทั่วกายสาว แม้ว่าเขาจะเคยผ่านบทรักที่เร่าร้อนมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ไม่มีครั้งไหนจะซาบซ่านทรมานเขาได้มากมายขนาดนี้
“อ๊ะ อือ... พี่เตขา...”
เฟื่องปล่อยเสียงครางหวานออกมาเมื่อจังหวะการสอดประสานเริ่มโหมกระพือทวีความร้อนแรงมากขึ้น ร่างบางบิดเร่าด้วยความกระสันที่แล่นริ้วไปทั่วเรือนร่างเรียวขาเกร็งรัดเอวของเขาไว้แน่น ต่างคนต่างมอบและตอบรับอารมณ์ปรารถนาของกันและกันอย่างเร่าร้อนทุกการเคลื่อนไหวกระตุ้นให้รู้สึกถึงความกระสันรัญจวนจนขนทั่วกายรุกชัน จนเมื่อบทรักมาถึง่สุดท้ายแรงตอดรัดภายในโพรงเนื้ออ่อนนุ่มบีบรัดท่อนเนื้อของเขาถี่ขึ้นเรื่อยๆ เตวิทย์จึงเร่งสาวสะโพกโจนจ้วงเข้าใส่ในกายเธอไม่ยั้ง
“อ๊ะ! อ๊ะ อ๊ะ... อึก”
ร่างบางกระตุกอย่างรุนแรงหลายครั้งพร้อมกับริมฝีปากสวยฝังคมเขี้ยวลงไปบนกล้ามแขนตึงแน่นของเขาเต็มแรงอย่างสุดกลั้นบ่งบอกว่าเธอได้ไปแตะขอบ์เรียบร้อยแล้ว
“อ๊า! อา... ซี๊ด”
เสียงเข้มคำรามออกมาด้วยความเจ็บแสบเล็กๆแต่ให้ความรู้สึกซาบซ่านกระตุ้นอารมณ์อย่างประหลาด ความชุ่มฉ่ำของน้ำหวานและแรงตอดรัดจากโพรงเนื้อร้อนทำให้ชายหนุ่มถึงกับแหงนหน้าสูดลมหายใจเข้าปอดด้วยความเสียดเสียวเกินบรรยายร่างหนาเร่งขยับสะโพกให้ล้ำลึกส่งตัวเองเข้าไปจนสุดทางแล้วปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนที่อดทนเก็บกักเอาไว้มานานให้ไหลเข้าสู่กายเธอทุกหยาดหยดจนทะลักออกมาตามซอกขาเรียว
“อะ!อ๊า...”
เตวิทย์ส่งเสียงคำรามในคอใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจเอ่ยบอกกับคนใต้ร่างอย่างผู้มีอำนาจ
“เฟื่อง... จำเอาไว้นะ ต่อไปนี้ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขฉันคนเดียวเท่านั้นที่ให้เธอได้”
เฟื่องรู้สึกได้ถึงความอุ่นวาบภายในช่องท้องเล็กแคบจนต้องครางเบาๆออกมาอีกครั้งด้วยความรัญจวนใจ
“อื้อ...”
“เก่งมากเด็กดี”
เตวิทย์เอ่ยชมด้วยความพอใจค่อยๆ ถอดถอนแก่นกายออกช้าๆ ก้มมองที่ส่วนล่างของเด็กสาวก็เห็นคราบเืที่ไหลปนออกมากับคราบรักของเขาชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยมีความสุขอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก เขาเอนตัวลงนอนข้างๆแล้วคว้าเอาร่างบางเข้ามากกกอดแนบอก จู่ๆ ก็รู้สึกหวงแหนเธอขึ้นมาจับใจ
เฟื่องหอบหายใจรวยรินตัวอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนของเตวิทย์ ใบหน้าแดงระเรื่อและตัวสั่นน้อยๆ วงแขนใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจึงกอดรัดร่างบางมากยิ่งขึ้นเพื่อปลอบโยนก่อนที่มือกร้านจะจับเชยคางมนขึ้นมาแล้วก้มลงกดจุมพิตหนักๆ “เธอยังต้องเรียนรู้อีกมาก แล้วฉันจะเป็คน ‘สอน’ เธอเอง”
เตวิทย์ไล้วนปลายนิ้วบนพวงแก้มนุ่มอย่างอ่อนโยน… เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน
“พักผ่อนเถอะ”
เขารู้ว่าเธอทั้งเหนื่อยทั้งเพลียกับบทรักครั้งแรกนี้แค่ไหนชายหนุ่มจึงกอดเธอไว้เงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ไม่นานร่างบางในอกก็ผล็อยหลับไป
....................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย
***แนะนำให้ซื้อ E-book ที่หน้าเว็บ จะได้ราคาถูกกว่าในบางแอปมือถือค่ะ***
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)