บทที่ 28 พี่ชายและครอบครัวขึ้นเกาะ
เพื่อต้อนรับการมาของหลินเชี่ยน ซ่งเฉียวฝากคนไปซื้อผ้าฝ้ายที่เมืองปินไห่ เพื่อทำปลอกหมอนและเย็บผ้าห่มใหม่ให้หลินเชี่ยน เธอวางแผนในใจว่าจะแกล้งทะเลาะกับซูจงจวินสักสองสามครั้ง แล้วใช้เป็ข้ออ้างในการแยกห้องนอน
หลินเชี่ยนอยู่ที่นี่คนเดียว ต่อให้อยากห้ามก็คงเป็ไปได้ยาก
เธอวางแผนไว้อย่างดี แต่ตอนที่ไปรอรับหลินเชี่ยนที่ท่าเรือ เธอก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นพี่ชายก้าวออกมายืนข้าง ๆ พี่สะใภ้
"ทำไมพี่ถึงมาด้วยล่ะ?" เธอถามอย่างประหลาดใจ
พี่ชายซ่งเจี้ยนกั๋วเหลือบมองน้องสาวด้วยหางตา แล้วลูบท้องของภรรยา "พี่สะใภ้เธอท้อง ฉันจะมาดูแลไม่ได้หรือไง?"
เมื่อมีพี่ชายอยู่ด้วย เธอจะกล้าทะเลาะกับซูจงจวินได้อย่างไร? คนคนนี้นอกจากจะชอบฟ้องพ่อกับแม่แล้ว ยังอาจจะเข้าข้างซูจงจวินอีกด้วย
แต่ตอนนี้ ซ่งเฉียวเข้าใจแล้วว่าทำไมหลินเชี่ยนถึงต้องขึ้นเกาะ ร่างกายของพี่สะใภ้ตอนนี้ทนความวุ่นวายขนาดนั้นไม่ได้หรอก พวกนั้นช่างเป็คนเลวจริง ๆ กระทั่งคนท้องก็ยังไม่เว้น
"วันนี้ซูจงจวินมีการฝึก" ซ่งเฉียวอธิบายถึงสาเหตุที่น้องเขยไม่มาให้พี่ชายฟัง แล้วเดินไปประคองหลินเชี่ยน ถามเบา ๆ ว่า "พี่สะใภ้ ตอนมาทุกอย่างราบรื่นดีใช่ไหม"
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นที่บ้าน สีหน้าของหลินเชี่ยนก็ดูหม่นลงเล็กน้อย แต่ตอนนี้พวกเขาได้ขึ้นเกาะแล้ว รอบ ๆ มีแต่ทหารในเครื่องแบบ ทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นมาก เธอพยายามฝืนยิ้ม "มีใบรับรองการเยี่ยมญาติจากกองทัพ การเดินทางก็เลยราบรื่นดี"
เมื่อทั้งสองคนมาถึงเมืองปินไห่ ก็ต้องใกับการเดินขบวนขนาดใหญ่บนถนน เมื่อเทียบกันแล้ว ที่เมืองหงซิงนั้นสถานการณ์ถือว่าดีกว่ามาก ถ้าบ้าคลั่งเหมือนเมืองปินไห่ ทั้งสองคนคงเดินทางออกมาไม่ได้
"ขึ้นรถเถอะ" ซ่งเฉียวรับกระเป๋าเดินทางของพี่สะใภ้มา แล้วแนะนำให้รู้จักกับคนขับรถชื่อเสี่ยวจาง
ซ่งเจี้ยนกั๋วก้าวขึ้นรถ มองสำรวจการตกแต่งภายในรถ แล้วถามน้องสาวเสียงเบา "นี่เป็คนขับรถของน้องเขยเหรอ?"
ซ่งเฉียวพยักหน้า
"เธอนี่โชคดีจริง ๆ " พี่น้องทั้งสองคนชอบหยอกล้อกันเป็ปกติ ซ่งเจี้ยนกั๋วไม่สนใจว่าจะมีคนนอกอยู่ด้วยหรือไม่
เมื่อมาถึงหมู่บ้านในเขตที่พักอาศัย ทั้งสองคนก็ตื่นเต้นที่ได้เห็นบ้านสองชั้น ชีวิตของน้องสาวดีกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก หลินเชี่ยนมองสามีแวบหนึ่ง การมาครั้งนี้ถูกต้องแล้ว แต่เดิมคิดว่าจะรบกวนน้องสาว แต่พอเห็นว่าบ้านมีขนาดใหญ่ ความรู้สึกเกรงใจก็ลดลงไปมาก
"เสี่ยวซ่ง พี่ชายของเธอมาหาเหรอ?" พี่สะใภ้ต้วนได้ยินเสียงรถข้างนอก จึงออกมาทักทายทั้งสองคน สามีของเธอให้เธอคอยจับตาดูซ่งเฉียวกับสามี คราวนี้มีคนมาจากเมืองหงซิง เธอน่าจะสามารถสืบข่าวจากคนนอกได้มากขึ้น
"พี่คะ นี่คือพี่สะใภ้ต้วน ภรรยาของผู้บัญชาการหลิว" ซ่งเฉียวกำลังเตือนพี่ชายไม่ให้พูดพล่อย ๆ
พอได้ยินว่าครอบครัวของน้องสาวและผู้บังคับบัญชาอยู่ข้างกัน ดูเหมือนว่าซูจงจวินจะได้รับความสำคัญในกองทัพมาก เขาจึงยิ้มและประคองหลินเชี่ยนไปทักทาย
พอเข้าบ้านมา ซ่งเจี้ยนกั๋วก็พูดเสียงดังด้วยความดีใจว่า "เธอนี่มันโชคดีจริง ๆ "
ซ่งเฉียวถลึงตากลับอย่างไม่พอใจพลางพูดว่า "พี่เลิกเอาแต่พูดว่าฉันโชคดีได้ไหม ที่ซูจงจวินได้แต่งงานกับฉันถือเป็โชคดีของเขาต่างหาก!"
ซ่งเจี้ยนกั๋วชายตามองน้องสาวอย่างดูถูก หัวเราะเยาะพลางพูดว่า "อย่าเอาทองไปแปะบนหน้าตัวเอง*[1] อย่างนั้นเลย ถ้าเขาไม่หายตัวไปห้าปี เธอจะได้แต่งงานกับเขาเหรอ?"
ตอนนั้นซ่งเฉียวรู้สึกว่ามีเสียงดังอยู่ในลานบ้าน เธอค่อย ๆ เดินไปที่หน้าต่าง เห็นพี่สะใภ้ต้วนเดินไปเดินมาที่รั้วไม้ไผ่ เธอใรีบเตือนพี่ชายว่า "เื่นี้พี่ห้ามพูดส่งเดชนะ!"
หลินเชี่ยนที่ฉลาดมองออกถึงความคิดของบ้านข้าง ๆ ในทันที เธอถามเสียงเบา "พวกเขากำลังจับตาดูพวกเธออยู่เหรอ?"
ซ่งเฉียวพยักหน้า แต่เื่ที่เธอกับซูจงจวินแต่งงานกันเพราะต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ก็ไม่สามารถบอกครอบครัวได้ ไม่อย่างนั้นท่าทีคงเหมือนกับบ้านข้าง ๆ จึงได้แต่แต่งเื่ขึ้นมา
"ผู้บัญชาการหลิวให้ความสำคัญกับซูจงจวินมาก หวังว่าครอบครัวของเขาจะมั่นคง พี่สะใภ้ต้วนเลยมักจะถามเื่ความสัมพันธ์ของพวกเราเสมอ ดังนั้นพี่อย่าพูดเื่โชคดีอะไรนั่นอีกเลย"
"แล้วความสัมพันธ์ของพวกเธอเป็ยังไงแล้วล่ะ?" ซ่งเจี้ยนกั๋วถามอย่างล้อเลียน
ซ่งเฉียวรู้สึกใจหายวาบ จึงหันไปออดอ้อนหลินเชี่ยน "พี่สะใภ้พาเขามาด้วยทำไม!"
หลินเชี่ยนยิ้มมุมปาก มองดูน้องสาวที่มีท่าทางไร้กังวลก็รู้สึกอิจฉาในใจ แม้เธอจะมาถึงเกาะแล้ว แต่ทุกครั้งที่นึกถึงสถานการณ์ที่บ้าน ก็อดเป็ห่วงไม่ได้
ซ่งเจี้ยนกั๋วที่อยู่ข้าง ๆ สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ จึงปลอบเบา ๆ "ที่บ้านยังมีพ่อแม่อยู่ คุณไม่ต้องกังวลหรอก"
ดูเหมือนเื่ที่เมืองหงซิงจะค่อนข้างร้ายแรง ซ่งเฉียวจึงไม่กล้าล้อเล่นอีก และถามพี่ชายอย่างจริงจัง "งานของพี่กับพี่สะใภ้ให้คนอื่นทำแทนเหรอ?"
ซ่งเจี้ยนกั๋วถอนหายใจ "พี่สะใภ้เธอตกงาน ส่วนของพี่หน่วยงานให้ลาป่วยได้ รอให้่นี้ผ่านไปก่อนค่อยว่ากัน"
ซ่งเฉียวจับมือหลินเชี่ยน ตบเบา ๆ พลางพูดว่า "พี่สะใภ้ มาอยู่ที่นี่แล้วก็ไม่ต้องคิดมากนะคะ ถ้าอยากติดต่อกับทางบ้านก็บอกซูจงจวิน เขาจะให้คนส่งโทรเลขกลับไป"
เื่ของตระกูลหลินทำให้ตระกูลซ่งต้องเจอคำนินทามากมาย ตอนนี้เห็นพี่น้องสองคนจริงใจกับตัวเองมาก เธอรู้สึกจมูกแสบร้อน น้ำตาคลอเบ้า พยักหน้ารับเบา ๆ
ทั้งสองคนได้อาศัยอยู่ในห้องที่ใหญ่สุดในห้องที่ว่างอยู่
ตอนนี้เมื่อเห็นพี่ชายเริ่มเดินสำรวจห้องทีละห้อง ซ่งเฉียวก็รู้สึกโล่งใจที่ตัวเองได้จัดเก็บห้องที่ซูจงจวินนอนเรียบร้อยแล้ว
"ห้องนี้..." ซ่งเจี้ยนกั๋วหยุดอยู่ในห้องเล็กของซูจงจวิน
"ห้องนี้ ทำไมหรือ?" ซ่งเฉียวรู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจเต้นแรง คิดว่าถ้าพี่ชายสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ตัวเองควรจะหาข้ออ้างอะไรดี
"แสงสว่างในห้องนี้ดีเลยนะ" ซ่งเจี้ยนกั๋วเปิดหน้าต่าง ยังสามารถมองเห็นทะเลได้อีกด้วย
ซ่งเฉียวถอนหายใจด้วยความโล่งอก ลืมไปว่าคนคนนี้มีนิสัยชอบพูดทิ้ง่แบบนี้
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็ใกล้เที่ยงแล้ว ตอนนั้นมีเสียงรถดังมาจากชั้นล่าง ซ่งเฉียวเดินไปที่ระเบียงห้องนอนใหญ่แล้วมองลงไป เห็นซูจงจวินถือปิ่นโตกลับมา
สองสามีภรรยาตระกูลซ่งก็เดินตามเข้าไปในห้องนอนใหญ่ เมื่อเห็นว่าเฟอร์นิเจอร์เป็ของใหม่ทั้งหมด ซ่งเจี้ยนกั๋วก็รู้สึกโล่งใจ ดูเหมือนว่าซูจงจวินจะปฏิบัติต่อซ่งเฉียวอย่างดี ตลอดทางเขากังวลว่าถ้าน้องสาวไม่เป็ที่ต้อนรับ การที่ครอบครัวของเขามาที่นี่จะเป็การเพิ่มภาระให้เธอหรือเปล่า ตอนนี้ดูเหมือนว่าความกังวลของเขาจะเป็เื่เกินความจำเป็ และรู้สึกดีใจที่ตอนนั้นสนับสนุนให้น้องสาวมาอยู่บนเกาะ
ได้ยินมาว่าเยาวชนในเมืองหงซิง ถูกจัดให้ไปทำงานที่พื้นที่ปลูกป่าทางตะวันตกเฉียงเหนือ ที่นั่นสภาพความเป็อยู่ลำบาก อากาศก็แย่ พูดตรง ๆ ก็คือ เธอเป็ผู้หญิงคนเดียว การไปที่นั่นจะปลอดภัยหรือเปล่าก็เป็อีกเื่
พูดถึงเื่การไปชนบท เขาก็นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาทันที
"น้องสาว" เขาเรียกซ่งเฉียวเข้ามา พูดด้วยสีหน้าที่อยากนินทาว่า "เซี่ยหรันหรั่นไม่ได้ไปชนบท"
ซ่งเฉียวใมาก นี่เธอเดาถูกจริง ๆ หรือ?
ตอนนั้นซูจงจวินกำลังเรียกชื่อซ่งเฉียวอยู่ชั้นล่าง ซ่งเฉียวได้สติกลับมาทันที เธอรีบจูงมือทั้งสองคนลงไปข้างล่าง
"พี่ชาย พี่สะใภ้" ซูจงจวินยิ้มบาง ๆ ทักทายทั้งสองคน แล้ววางปิ่นโตลงบนโต๊ะ "่นี้ยุ่งมาก ไม่มีเวลาไปซื้อผักที่ร้านอาหาร วันนี้คงต้องกินของที่โรงอาหารทำประทังกันไปก่อน"
พูดจบก็เปิดปิ่นโต ข้างในมีหมูตุ๋นสองกล่อง และซาลาเปาแป้งขาวคนละสองลูก
ซ่งเจี้ยนกั๋วหัวเราะบอกว่านี่ก็มากพอแล้ว แต่ในใจก็รู้สึกเกรงใจมาก
"พี่ไม่ต้องเกรงใจหรอก นั่งลงกินเถอะ"
เ้าของร่างเดิมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับซ่งเจี้ยนกั๋ว เพียงแค่มองตากันซ่งเฉียวก็เดาความคิดของอีกฝ่ายได้
เมื่อเห็นน้องสาวพูดแทรก ซ่งเจี้ยนกั๋วจึงจ้องเธอด้วยสายตาอึดอัด แต่มือก็ยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุด ค่อย ๆ พยุงหลินเชี่ยนให้นั่งลง ทำเอาหลินเชี่ยนรู้สึกเกรงใจมาก
"เพิ่งจะไม่ถึงเดือนเองค่ะ ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น"
เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน ซูจงจวินก็อดมองไปที่ท้องของหลินเชี่ยนไม่ได้ และถามเสียงเบา "ตั้งครรภ์แล้วเหรอครับ?"
หลินเชี่ยนพยักหน้าอย่างเขินอาย
ซูจงจวินหันไปพูดกับซ่งเฉียว "ผมจะให้เสี่ยวจางไปสั่งไก่อีกสองตัวมาจากร้านค้าสวัสดิการ เอาไว้เลี้ยงให้พี่สะใภ้บำรุงร่างกาย"
"ไม่ต้องสิ้นเปลืองขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่ย้ายมาอยู่ก็รบกวนมากแล้ว" หลินเชี่ยนรีบปฏิเสธเมื่อเห็นว่าทั้งสองสามีภรรยาจะต้องสิ้นเปลืองเพื่อเธอ ตอนนี้คูปองข้าวและคูปองเนื้อมีค่ามาก อีกอย่างซ่งเฉียวก็ไม่มีรายได้ ถ้าใช้เงินของสามีมากเกินไป เธอกลัวว่าซ่งเฉียวจะถูกทางบ้านฝ่ายชายดูถูก
"ไม่เป็ไรหรอก อีกเดี๋ยวซ่งเฉียวก็จะได้ไปทำงานที่โรงเรียนแล้ว" ซูจงจวินมองซ่งเฉียวด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนจะเยาะเย้ยเธอ
ในใจก็รู้สึกว่าสองสามีภรรยาซ่งเจี้ยนกั๋วมาได้จังหวะพอดี ต่อไปคงต้องสืบข่าวเกี่ยวกับซ่งเฉียวจากพวกเขาให้มากขึ้น ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยรู้จักซ่งเฉียวเท่าไหร่
[1] อย่าเอาทองไปแปะบนหน้าตัวเอง หมายถึง อย่าหลงตัวเอง