ราชันหมื่นมิติ [นิยายแปล]

    บทที่ 41 หัตถ์ระดับเงิน

    ตอนนี้เนี่ยชิวอวี่มองฟ่านเสวี่ยหลีอย่างสติหลุดนางคาดไม่ถึงว่าฟ่านเสวี่ยหลีที่อายุเพียงเท่านี้จะถูกเจ้าเมืองปฏิบัติอย่างเท่าเทียมหรือเขาจะเป็นนักปรุงยาระดับต้นแล้ว? แต่ไม่ว่าเช่นไร ในที่สุดนางก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง

            ไม่แน่ว่าคุณชายตรงหน้าอาจมีวิธีรักษาโรคและปลุกสายเลือดนักปรุงยาของนางได้จริงๆ !

            เหล่าองครักษ์หญิงของเนี่ยชิวอวี่ตอนนี้ก็ไม่กล้าเชื่อสายตาตนเองเช่นกันภายในใจพวกนางเต็มไปด้วยความตกตะลึง คาดไม่ถึงว่าคุณชายตรงหน้าจะมีสถานะที่สูงส่งเช่นนี้และเมื่อครู่พวกนางก็ล่วงเกินคุณชายผู้นี้อย่างเห็นได้ชัด!

            ใบหน้าของพวกนางเปี่ยมด้วยความกังวล สีหน้ามีเพียงความหวาดหวั่นทำได้เพียงก้มหน้าอยู่ด้านหลังเนี่ยชิวอวี่โดยที่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา

            แต่เนี่ยชิวอวี่กลับชำเลืองมองพวกนางแล้วพูดว่า “พวกเจ้าเป็นองครักษ์ของข้า แต่กลับเชื่อฟังคำสั่งของอิงเหวย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตระกูลเนี่ยไม่มีองครักษ์อย่างพวกเจ้า” นางดูออกว่าองครักษ์หญิงเหล่านี้ถูกอิงเหวยซื้อตัวไปแล้วจึงไม่อ่อนข้อให้แม้แต่น้อย

            เหล่าองครักษ์หญิงสิ้นหวังทันที และรู้สึกเจ็บแค้นที่ตนรับเงินทองมากมายจากอิงเหวยเมื่อหลายวันก่อน!แต่พวกนางเสียใจตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว

            ส่วนคุณชายเมื่อครู่นี้ที่ชวนเนี่ยชิวอวี่คุยไม่สำเร็จก็เผยสีหน้าตกใจยิ่งกว่าเดิมโชคดีที่เมื่อครู่นี้เขาไม่ได้ออกหน้าผสมโรงด้วย แม้แต่จั๋วเจิ้นเจียงและอิงเหวยยังถูกขังคุกนับประสาอะไรกับเขาเล่า

            ในขณะเดียวกัน ผู้คนที่มีสายตาเฉียบคมในฝูงชนก็มองหน้ากันด้วยความตะลึง

            จวนเจ้าเมืองจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้ว! ตอนนี้อิงเหวยถูกจับขังคุก แม้แต่คนที่อิงเหวยสนิทด้วยอย่างจั๋วเจิ้นเจียงยังถูกถอดยศทางทหารต้องรู้ว่าจั๋วเจิ้นเจียงมีชื่อเสียงอย่างมากในเมืองฉางซาน ใครเล่าที่ไม่รู้จักเขาแต่แม่ทัพจั๋วผู้นี้กลับถูกถอดยศอย่างง่ายดาย!

            และการที่อิงเทาจะขึ้นเป็นเจ้าเมืองคนต่อไปก็เป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว

            เมื่อทุกคนคิดได้เช่นนี้ก็สั่นผวากันอย่างอดไม่ได้

            ตอนนี้เจ้าเมืองพูดกับฟ่านเสวี่ยหลีว่า “อาจารย์หลิงหลงจื่อ เชิญทางนี้”

            เมื่อคืนเขารู้ถึงความล้ำค่าของยาขัดเกลาร่างกายแล้วย่อมต้องอยากเจรจากับฟ่านเสวี่ยหลีเป็นอย่างดี

            ในขณะเดียวกัน อิงเทาก็คำนับฟ่านเสวี่ยหลีตามแบบที่ปฏิบัติต่ออาจารย์การกระทำเช่นนี้ของเขาเป็นการแสดงทัศนคติของตน และความเคารพที่มีต่อฟ่านเสวี่ยหลี

            เมื่อเห็นเช่นนี้ หัวใจของผู้คนโดยรอบก็แทบระเบิดออกมา“การเคารพแบบปฏิบัติต่ออาจารย์เป็นการแสดงความเคารพสูงสุดในอาณาจักรต้าเซี่ย เป็นอาจารย์เพียงหนึ่งวันเป็นบิดาชั่วชีวิต”

             เมื่อพวกเขานึกถึงชายหนุ่มผู้นี้ที่ถูกเรียกว่าอาจารย์ก็ต่างตาค้างในทันที! ผู้ที่ถูกเรียกว่าอาจารย์ได้ อย่างน้อยต้องเป็นนักปรุงยาระดับต้น เมื่อเทียบกันแล้วฟ่านเสวี่ยหลีอายุน้อยกว่าคุณชายใหญ่อิงเหวยเสียอีก!

            “ที่แท้สิ่งนี้ก็คือที่มาของความมั่นใจของอาจารย์หลิงหลงจื่อผู้นี้เป็นทั้งนักปรุงยาระดับต้นและอาจารย์ของอิงเทา!มิน่าถึงไม่เห็นอิงเหวยอยู่ในสายตา!” ทุกคนพลันเข้าใจทันทีการที่อิงเหวยพ่ายแพ้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก! แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็เริ่มระแวดระวังหลิงหลงจื่อผู้นี้ไม่ใช่บุคคลที่พวกเขาจะยั่วยุได้

            ส่วนสายตาที่พวกเขามองไปยังเนี่ยชิวอวี่ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

            เดิมทีคิดว่าเนี่ยชิวอวี่ที่ล่วงเกินอิงเหวยจะใช้ชีวิตในอนาคตได้ยากแต่คาดไม่ถึงว่านางจะสายตากว้างไกลเป็นพิเศษและเลือกอยู่ฝั่งอาจารย์หลิงหลงจื่อ เห็นได้ชัดว่าตระกูลเนี่ยจะตั้งมั่นอยู่ในเมืองฉางซานได้อย่างมั่นคงแน่นอนกระทั่งมีอนาคตอันไร้ขีดจำกัด

             

    ฟ่านเสวี่ยหลีเดินเข้าไปในตำหนักมังกรของจวนเจ้าเมืองภายใต้การต้อนรับของอิงเทา

            เมื่อเข้าไปลมปราณของฟ่านเสวี่ยหลีพลันแข็งเกร็งพร้อมจ้องมองไปยังหญิงสาวผู้หนึ่งในตำหนักมังกร

            หญิงสาวผู้นั้นเดินเข้ามาหาฟ่านเสวี่ยหลีอย่างสง่าบรรยากาศโดยรอบพลันชะงัก

            นางก็คืออิงหราน

            ตอนนี้อิงหรานแต่งเครื่องประดับจนกลิ่นอายยิ่งเยือกเย็นดอกเหมยที่อยู่ในมือให้ความรู้สึกเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างเหมือนยามดอกไม้เบ่งบานและร่วงโรย

            แม้แต่ฟ่านเสวี่ยหลีที่มีประสบการณ์มากมายในชาติก่อนยังอดตกตะลึงและพึมพำในใจไม่ได้ว่า “สงบสุขุม เรียบง่ายเป็นธรรมชาติ! บุคลิกของหญิงสาวผู้นี้ช่างไม่ธรรมดา!"

            ในสายตาของเขา ดอกเหมยในมือของอีกฝ่ายราวกับสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ร้อยพันในชั่วพริบตาตั้งแต่ดอกไม้ตูม ละอองเกสร ก้านเกสร ผลิบาน ร่วงโรย สลับผันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ พลังวิญญาณชักนำเช่นนี้ไม่ธรรมดาเกรงว่าอีกฝ่ายคงครอบครองวิชาถอดวิญญาณเฉกเช่นราชาบัลลังก์ทมิฬที่สามารถเดินทางอยู่ระหว่างฟ้าดิน

            แต่ฟ่านเสวี่ยหลีตั้งสติได้ในทันที สีหน้าแน่นิ่งเป็นธรรมชาติต่อให้สามารถชักนำลมปราณฟ้าดินก็ไม่สามารถสั่นคลอนจิตใจของเขา แม้แต่เหล่าหญิงสาวเมื่อชาติก่อนที่สามารถย้อนทิศตะวันจันทรายังไม่สามารถทำให้เขาลุ่มหลงนับประสาอะไรกับหญิงสาวผู้นี้ที่เพิ่งถอดวิญญาณได้

            อิงหรานเห็นผู้คนโดยรอบที่แม้แต่อิงเทายังสติหลุดไปชั่วขณะก็รู้สึกพึงพอใจในใจอย่างอดไม่ได้แต่เมื่อสายตาของนางตกไปที่ฟ่านเสวี่ยหลี นางพบว่าเขายังคงสีหน้าเฉยเมยเหมือนแม่ทัพเยี่ยและเจ้าเมือง

            นางตะลึงเล็กน้อย จากนั้นก็คำนับอย่างอ่อนช้อยแล้วพูดว่า “อิงหรานคารวะอาจารย์หลิงหลงจื่อ”

            ฟ่านเสวี่ยหลีก็คำนับเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ที่แท้ก็แม่นางอิงหรานก่อนหน้านี้แม่นางอิงหรานช่วยข้าเอาไว้ ทั้งยังพาท่านแม่และน้องสาวของข้ามาหลบภัยที่จวนเจ้าเมืองหลิงหลงจื่อจะจดจำบุณคุณครั้งนี้ไว้ในใจ” เขารู้สึกดีต่ออิงหรานอยู่ไม่น้อย หากไม่ใช่อิงหรานเกรงว่าตอนนี้เขาและท่านแม่คงตกอยู่ในอันตรายแล้ว

            บุญคุณต้องตอบแทน แค้นต้องชำระ มันเป็นกฎเกณฑ์ที่เขายึดมั่นแต่สิ่งที่เขาสงสัยคือ เขากับอิงหรานไม่ได้รู้จักกัน เหตุใดนางจึงช่วยเขาอีกทั้งยังช่วยในเวลาที่สำคัญที่สุดด้วย

            แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาถามคำถามเหล่านี้

            เสียงของฟ่านเสวี่ยหลีได้ปลุกผู้คนโดยรอบให้ตื่นจากความตะลึงอิงเทารู้สึกละอายอย่างอดใจไม่ได้ ‘คาดไม่ถึงว่าเมื่อครู่นี้ข้าจะหลงใหลในบุคลิกของท่านพี่’

            เมื่อเนี่ยชิวอวี่เห็นอิงหรานก็รู้สึกว่าตนด้อยกว่าอีกฝ่ายคาดไม่ถึงว่าบุคลิกของหญิงสาวคนหนึ่งจะงดงามได้ถึงเพียงนี้ ซึ่งแม้แต่นางเองยังหลงใหลและเมื่อนางเห็นสีหน้าอันแน่นิ่งของฟ่านเสวี่ยหลีก็ยิ่งเคารพนับถือ ดูเหมือนวิถีฝึกกายบ่มเพาะจิตของอาจารย์หลิงหลงจื่อจะเหนือคนทั่วไปจริงๆ

            “อาจารย์หลิงหลงจื่อเกรงใจเกินไปแล้วก่อนหน้านี้ท่านมอบโอสถให้มากมาย ซึ่งมีความสำคัญต่อจวนเจ้าเมืองอย่างยิ่ง ถือเป็นการช่วยเหลือจวนเจ้าเมืองได้มากโขแล้ว”อิงหรานพูดอย่างแผ่วเบา เพียงการพูดคุยกับฟ่านเสวี่ยหลีสั้นๆ นางก็พบว่าทั้งบุคลิกและวาจาของอีกฝ่ายล้วนเหนือกว่าที่นางจินตนาการเอาไว้จึงแสดงความเคารพนับถือมากยิ่งขึ้น

            จากนั้นนางก็หันไปมองเนี่ยชิวอวี่ที่อยู่ด้านหลังฟ่านเสวี่ยหลีและเผยสีหน้าสงสัย “ไม่ทราบว่าแม่นางผู้นี้คือใครหรือ”

            นางครอบครองเคล็ดจิตและวิญญาณ เพียงใช้งานจิตวิญญาณก็รับรู้ได้ว่าวิญญาณในตัวเนี่ยชิวอวี่บกพร่องไม่สามารถปลุกสายเลือดภายในร่างกาย

            ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “นางคือแม่นางเยี่ยชิวอวี่บรรพบุรุษของนางเป็นตระกูลปรุงยา ข้าจะช่วยปลุกสายเลือดภายในตัวนาง” เมื่อครู่เนี่ยชิวอวี่ปกป้องเขาเช่นนั้นและนางถือเป็นคนมีความสามารถ สั่งสอนได้ เขาจึงยินดีช่วยเหลือนาง

            เมื่อผู้คนโดยรอบได้ยินเช่นนี้ก็ตกตะลึง โดยที่เจ้าเมืองอาการชัดที่สุด

            ก่อนหน้านี้เขาเคยติดต่อกับตระกูลเนี่ย ย่อมรู้ถึงสถานการณ์ของเนี่ยชิวอวี่อีกทั้งยังรู้ว่าแม้แต่หัวหน้าหอสมบัติโอสถลงมือด้วยตัวเองก็ไม่สามารถปลุกสายเลือดในตัวของเยี่ยชิวอวี่ได้ต้องรู้ว่าหัวหน้าหอสมบัติโอสถเป็นนักปรุงยาระดับสูงเพียงหนึ่งเดียวของเมืองฉางซานแต่ฟ่านเสวี่ยหลีกลับกล้าพูดจาใหญ่โตเช่นนี้!

            ส่วนอิงหรานก็ยิ่งตะลึง นางรู้ลึกในจิตและวิญญาณ ย่อมรู้ว่าหากวิญญาณเสียหายก็ยากจะหวนกลับคืนยิ่งไม่ต้องพูดถึงการปลุกสายเลือดนักปรุงยา คุณชายตรงหน้าไปเอาความมั่นใจมาจากที่ใดกัน

            เมื่อเนี่ยชิวอวี่เห็นปฏิกิริยาของผู้คนก็เย็นเยือกไปทั้งหัวใจทันทีเพราะนางก็คิดไว้อยู่แล้วว่าฟ่านเสวี่ยหลีอย่างมากก็เป็นเพียงนักปรุงยาระดับต้น เขาจะปลุกสายเลือดให้นางได้อย่างไร

            ในนี้มีเพียงอิงเทาเท่านั้นที่มั่นใจในตัวฟ่านเสวี่ยหลีอย่างสุดซึ้งเพราะเขารู้ว่าโอสถขัดเกลาร่างกายของฟ่านเสวี่ยหลี มีฤทธิ์ฟื้นฟูวิญญาณที่ดีเยี่ยมการปลุกสายเลือดนักปรุงยาจึงใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

            “อาจารย์หลิงหลงจื่อ ไม่ได้พบกันเสียนาน...”เสียงอันดีใจดังขึ้นจากระยะไกล ซึ่งก็คือเว่ยเจ่า

            ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เมื่อเขาจับทางและเข้าใจค่ายกลเจ็ดดารามากขึ้นก็ยิ่งรับรู้ถึงความลึกล้ำของค่ายกลเจ็ดดารา ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกว่าฟ่านเสวี่ยหลีอาจมีระดับพลังที่ไม่เป็นรองเขาอายุเพียงเท่านี้ก็บ่มเพาะได้จนถึงขั้นนี้ เบื้องหลังของเขาต้องเป็นสำนักปรุงยายิ่งใหญ่ที่หาได้ยากแน่นอน!

            “คารวะอาจารย์เว่ย” ฟ่านเสวี่ยหลีคำนับเล็กน้อย เมื่ออีกฝ่ายให้ความเคารพเช่นนี้ เขาย่อมเคารพตอบเช่นเดียวกัน

            “มิกล้าน้อมรับ” เว่ยเจ่าพูดต่อ “เจ้าเรียกข้าว่าพี่เว่ยก็พอแล้ว จริงสิเมื่อครู่นี้ข้าได้ยินว่าเจ้าสามารถรักษาเนี่ยชิวอวี่ ไม่ทราบว่าใช้วิธีอะไรหรือ”

            ก่อนหน้านี้ที่หัวหน้าหอสมบัติโอสถรักษาเนี่ยชิวอวี่เขาก็อยู่ข้างๆ ด้วย จึงรู้ถึงอาการของเนี่ยชิวอวี่ เลยรู้สึกใคร่รู้อย่างอดใจไม่ได้

              “วิญญาณหยางของนางหายไป ซึ่งชดเชยได้ด้วยโอสถขัดเกลาร่างกายแต่การจะปลุกร่างหยินราตรีของนางนั้น จำเป็นต้องให้นางศึกษาหัตถ์หลอมรัตติกาลระดับเงินแต่จะเข้าใจได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวนางเอง” ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเฉยเมย

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นมิติ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405