“นี่พ่อบ้าน เส้นทางดูไม่คุ้นเลยนะ จะพาฉันไปไหน และรถม้าของไอรินล่ะ” เรนเดลเอ่ยถามพ่อบ้านที่กำลังคุมรถม้า เขาดูเป็วัยรุ่นอายุไม่เกินยี่สิบปี น่าจะเป็คนรับใช้ที่โตในวังั้แ่เด็ก
“อย่ากังวลไปเลยฝ่าา พวกเราใช้เส้นทางลับพะยะค่ะ ส่วนคุณหนูไอริน ท่านฟรังซัวร์อยากพบหน้าใจแทบขาด จึงนัดเจอระหว่างทางก่อน”
“ฉันเองก็อยากเจอหน้าฟรังซัวร์มันเหมือนกัน” เรนเดลกล่าว “พาฉันไปเส้นทางเดียวกันกับไอรินเดี๋ยวนี้ ”
“หม่อมฉันรับคำสั่งเฉพาะตระกูลราฟบลัดพะยะค่ะ ฝ่าา” พ่อบ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ทำเอาเรนเดลถอนใจด้วยความรำคาญ
“ถ้าไม่ฟังคำสั่งฉัน ก็ไม่ต้องไปส่งฉัน ปล่อยฉันลงตรงนี้แหละ”
“หม่อมฉันต้องไปส่งพระองค์ถึงที่หมายเท่านั้น ขออภัยที่ให้ลงไม่ได้” พ่อบ้านปฏิเสธเสียงแข็ง
“และที่หมายนั้น ก็คงไม่ใช่วัง แต่เป็จุดนัดสังหารข้าสินะ” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ พ่อบ้านที่ขับรถม้าสงบนิ่งไม่พูดใดๆ แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว ที่เขาจะคิดว่าเป็พิรุธ
เรนเดลกล่าวพร้อมเปิดประตูรถม้า เขาะโลงทันที ก่อนจะรีบโคจรพลังเวทธาตุลมที่เท้า วิ่งย้อนกลับไปเพื่อเตรียมกลับทางเดิม
เรนเดลตั้งใจจะหนีโดยที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึง นั่นย่อมทำให้เขามีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น เพราะทุกอย่างคงสายไป หากเขารอให้อีกฝ่ายถึงที่หมาย
แต่ทว่าพื้นดินที่เขาเหยียบอยู่ เกิดสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ศิลาหินแหลมคมจะผุดขึ้นมาใต้เท้าของเขา มันเฉียดน่องของเรนเดลไปหวุดหวิด เืไหลซิบราวกับโดนคมมีดบาด
“ดื้อด้านจริงๆ ไอ้เด็กเหลือขอ” พ่อบ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงรำคาญ “จะพาไปตายดีๆไม่ชอบ ชอบวิ่งไล่จับสินะ”
“ที่แท้มือสังหารก็เป็แกสินะ”เรนเดลกล่าวพลางตั้งท่าพร้อมต่อสู้ “นึกว่าจะเป็แค่คนขับรถม้าธรรมดา”
“จริงๆมีมือสังหารรอท่านอยู่ที่ปลายทางล่ะนะ” พ่อบ้านกล่าวพลางยิ้มเยาะ “แต่ไม่เป็ไรหรอก ลงมือสังหารผู้เริ่มใช้เวทมนตร์ มันไม่คณามือข้าแม้แต่น้อย”
วงเวทสายลมสีเขียวถูกร่ายที่ปลายเท้าของพ่อบ้านมือสังหาร ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้ามาหาเรนเดล แต่ทว่าเรนเดลเองก็หลบออกข้างก่อนจะยัดหมัดที่เต็มไปด้วยธาตุลม ต่อยเข้าที่สีข้างของพ่อบ้านด้วยความรวดเร็ว และรุนแรงกว่าพลังหมัดของเด็กอายุสิบสี่
พ่อบ้านมือสังหารจุกจนส่งเสียงร้อง ก่อนเขาจะรีบตั้งหลัก เหวี่ยงแข้งหวดมาที่ลำตัวอันบอบบางของเรนเดลอย่างจัง
เรนเดลร่ายวงเวทธาตุน้ำเป็เกราะคุ้มกัน เพื่อลดแรงปะทะของอีกฝ่าย พลังเตะของพ่อบ้านมือสังหารราวกับเตะใส่สระน้ำ เกิดเสียงน้ำแตกดังกระเพื่อม พลังของแรงเตะหายไปกว่าครึ่ง เรนเดลจึงรับการเตะเอาไว้ได้โดยไม่เป็อะไร ก่อนจะถอยตัวออกมาไกลกว่าสองเมตร เพราะพ่อบ้านมือสังหารโจมตีเขาต่อเนื่อง ด้วยการฟาดดาบคลื่นอากาศระดับต่ำทันที
จังหวะนี้เองที่พ่อบ้านรู้สึกตะลึง ที่เรนเดลนอกจากจะไม่ต้องท่องบทเวทแล้ว ยังสามารถรับมือกับเขาซึ่งฝึกการต่อสู้ระยะประชิดได้อย่างสูสี เขาประมาทไป แกะตรงหน้าไม่ง่ายเลยที่เขาจะเชือดทิ้ง
เรนเดลไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่เขากำลังสู้โดยอาศัยทักษะการต่อสู้ประชิดจากชาติที่แล้ว วงเวทสีดำปรากฏขึ้นที่มือของเขา ก่อนที่เขาจะเอ่ยนามของมหาเวทอันทรงพลัง
“มหาเวทสะบั้นมิติ กระบวนท่าะุสสารมืด!!”
เรนเดลยิงะุสสารมืด ซึ่งเป็พลังระดับต่ำสุดของมหาเวทสะบั้นมิติสวนใส่พ่อบ้านทันที นี่คือพลังทั้งหมดของเขาในตอนนี้ ที่สามารถใช้พลังของมหาเวทได้
“เป็แค่แกะ บังอาจหันคมอาวุธใส่ข้าหรือ เวทปราการศิลาแกร่ง กระบวนท่าหอกแห่งโลกา!!” พ่อบ้านะโดังสนั่นก่อนจะร่ายเวทประจำตัว วงเวทสีน้ำตาลสามชั้นซ้อนปรากฏเบื้องหน้าฝ่ามือของเขา ก่อนที่หอกหินแหลมคมออกจากฝ่ามือ มันพุ่งเข้าปะทะกับพลังของเรนเดลทันที
เรนเดลประเมินฝีมือของเขาแล้ว ว่าตัวเขาน่าจะยังเสียเปรียบพ่อบ้านอยู่ อีกฝ่ายใช้เวทโดยไม่ต้องร่าย นั่นหมายความว่าเขามีฝีมือพอควร ดังนั้นการต่อสู้ที่เหลือต้องวัดกันที่วิธีใช้และกลยุทธ
ะุสสารมืดลบล้างหอกหินอย่างง่ายดาย ทันทีที่มันปะทะกัน ก่อนที่ะุสสารมืดจะพุ่งเข้าหาพ่อบ้านต่อทันที พ่อบ้านมือสังหารมีสีหน้าใสุดขีด ที่วิชาประจำตัวของเขา ซึ่งร่ายออกมาด้วยวงเวทสามชั้น กลับพ่ายแพ้วิชาของอีกฝ่ายที่ร่ายออกมาแค่วงเวทชั้นเดียวเท่านั้น
นี่คือความต่างชั้นของพลังระดับมหาเวท และพลังทั่วไป ที่ไม่สามารถเอาระดับขั้นของวงเวทมาวัดกันได้
“เวทปราการศิลาแกร่ง กระบวนท่าโล่แห่งมาตุภูมิ!!” พ่อบ้านกล่าวชื่อเวทของเขา ก่อนที่วงเวทสีน้ำตาลกว่าห้าชั้นจะปรากฏตรงหน้า และวงเวทสีน้ำตาลห้าชั้นซ้อน ได้กลายสภาพเป็โล่หินสีน้ำตาลแกร่งขึ้นมาขวางะุสสารมืดของเรนเดล ะุของเรนเดลถูกหยุดเอาไว้ได้ คลื่นพลังสสารมืดดูดและปั่นโล่ของพ่อบ้านจนผิดรูปเล็กน้อย ก่อนจะสลายหายไป
“เวทบ้าอะไรกันเนี่ย ทำโล่ระดับห้าของฉันเสียหายได้ด้วย” พ่อบ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ก่อนจะเริ่มตั้งท่าระวังอีกฝ่าย
“อย่าถามโง่ๆเลย” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหนือกว่า “ก็น่าจะเห็นแล้วนี่ ว่าพลังของฉันมันเป็ระดับมหาเวท ต่างจากเวทมนตร์ธรรมดาๆของแก พลังมันผิดกันนะพวก”
“มหาเวท บ้าน่า เ้าชายที่แสนอ่อนแอคนนั้น ได้มหาเวท” พ่อบ้านกัดฟันแน่น เขารู้สึกกดดันมากกว่าเดิม ที่งานที่ได้รับมอบหมายคราวนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด
เวทมนตร์ทั่วไปจะมีทั้งหมดเจ็ดระดับ ยกเว้นเวทของผู้พิทักษ์และนักบุญที่จะมีถึงเก้าระดับ และมหาเวทจะมีถึงสิบสองระดับ ปราการศิลาแกร่งของพ่อบ้านนั้นอยู่ในระดับห้า บ่งบอกให้รู้ว่าอีกแค่สองขั้นเขาก็จะสำเร็จวิชาที่เขาฝึกฝนแล้ว
พ่อบ้านมองเรนเดลด้วยสีหน้าเคียดแค้น แต่เขาไม่กล้าบุกไปตรงๆ การที่โล่ระดับห้าของเขาเสียหายได้ ก็หมายความว่าอีกฝ่ายมีฝีมือพอจะสังหารเขาได้เช่นกัน
“ไม่คิดเลยว่าท่านจะสามารถร่ายเวทโดยไม่ต้องท่องมนต์ ไหนจะร่ายเวทได้มากกว่าสองสาย ทำไมพึ่งมาแสดงความสามารถเอาตอนนี้กันล่ะ”
“เออ ฉันทำได้นานแล้วล่ะ” เรนเดลกล่าวข่มศัตรูเมื่อมีโอกาส “ที่ผ่านมาแค่ลองเล่นบทลูกแกะดูเท่านั้นเอง เพื่อดูว่าใครที่จะภักดีต่อฉันยังไงล่ะ”
เรนเดลพยายามซ่อนสีหน้าเหน็ดเหนื่อยเอาไว้ เขาทำทีเป็เหนือกว่า ทั้งที่จริงตอนนี้ปอดของเขาปวดร้าวไปหมด หายใจแทบไม่ทั่วท้อง แค่ใช้พลังของมหาเวทครั้งเดียวมันก็สูบมานาในร่างเขาเกือบครึ่ง
“จะบอกอะไรให้นะ พ่อบ้านสเวน ฉันในตอนนี้ ไม่เหมือนกับตัวฉันในวันวานที่แกรู้จักหรอกนะ ฉันไม่ใช่เด็กอ่อนแออีกแล้ว”
พ่อบ้านที่เรนเดลเรียกว่าสเวนนั้นประหลาดใจ เรนเดลรู้จักชื่อของเขา เขามั่นใจว่าไม่เคยคุยกับเรนเดลมาก่อนหรือเปล่า
“ก็เพราะว่าข้ารู้ว่าท่านไม่เหมือนในวันวานไง จึงจำเป็ต้องเร่งการตายของท่าน เพื่อให้ตระกูลราฟบลัดขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่น...ถึงแม้ท่านจะเก่งกว่าที่ข้าคิดไว้มากก็ตาม”
“ภักดีเสียจริงเลยนะ” เรนเดลกล่าวขณะที่เขาซ่อนมือซ้ายไว้ด้านหลัง พลางร่ายมหาเวทวิหารแห่งความศรัทธาเพื่อฟื้นฟูพลังในร่างของเขา มานาในร่างเขากำลังถูกเติมเต็มทีละนิดอย่างช้าๆ
“ข้าคือสุนัขผู้ซื่อสัตย์ของตระกูลราฟบลัด ข้าต้องทำ” พ่อบ้านกล่าวก่อนตั้งท่าพร้อมสู้อีกครั้ง มันสังเกตุแล้วว่าแผลที่ขาเรนเดลหายดี หมายความว่าเรนเดลกำลังร่ายเวทรักษาตัว มันกำลังจะเสียเปรียบเรนเดล หากปล่อยทิ้งเอาไว้
“ข้าชอบคนซื่อสัตย์ และข้าไม่อยากจะลงมือสังหารคนที่ซื่อสัตย์” เรนเดลกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ เขายังคงเล่นบทว่าตัวเองเหนือกว่า “เ้าจงไปเสียเถอะ ข้าไม่อยากฆ่าเ้า”
“ขอโทษนะฝ่าา” พ่อบ้านสเวนกล่าวพลางถอนใจ “ข้าไม่มีที่ให้กลับไปแล้วล่ะ วันนี้ไม่ท่านต้องตาย ข้าก็ต้องตาย”
สเวนสะบัดโล่ที่ยับเยินในมือทิ้ง ก่อนจะเรียกวงเวทธาตุดินซึ่งซ้อนกันห้าชั้นในมือซ้าย และเวทธาตุลมสองชั้นซ้อนในมือขวาพร้อมๆกัน โล่ดินและดาบสายลมปรากฏบนมือของเขาทันที
“ฝึกฝนเวทมนตร์ด้วยตัวเองสินะ”เรนเดลกล่าวเมื่อเห็นว่าศัตรูเบื้องหน้าไม่มีอาวุธเวทมนตร์ ดูเหมือนว่าจะอาศัยพลังการเรียนรู้ของตัวเองล้วนๆ
สเวนจะไม่ยอมตอบอะไรเขา ดูท่าเขาตัดสินใจแล้วว่าจะสู้สุดกำลัง
“นี่คือการโจมตีครั้งสุดท้าย ตายซะเ้าชายเรนเดล” พ่อบ้านะโก้องก่อนจะพุ่งเข้ามาหาเขา เรนเดลร่ายวงเวทธาตุดินในมือเพื่อสร้างกำแพงหินสกัดกั้นทันที พ่อบ้านสเวนเลือกที่จะะโข้ามแทนการทำลายเพื่อประหยัดพลังงาน
“คิดอะไรตื้นเขินเสียจริง”พ่อบ้านกล่าวเยาะเย้ยที่เรนเดลสร้างกำแพงป้องกันง่ายๆ แค่ตัวเขาะโก็หลบพ้นแล้ว
แต่ทว่าทันทีที่สเวนะโข้ามกำแพง เขาก็พบว่ามีหนามดินแหลมคมดักรออยู่ข้างล่าง ระยะทางมันยาวกว่าห้าเมตร สเวนไม่มีทางก้าวพ้นระยะมันอย่างแน่นอน
สเวนรีบใช้เวทธาตุลมลอยตัวกลางอากาศทันทีเพื่อไม่ให้ติดกับดักหนามดินของเรนเดล แต่เขาหารู้ไม่ว่านี่ก็เป็แผนของเรนเดลเช่นกัน
เรนเดลรวบรวมสมาธิ ร่ายมหาเวทสะบั้นมิติระดับต่ำสุดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะยิงะุสสารมืดพุ่งเข้าหาเสวนด้วยความเร็วสูง สเวนรีบนำโล่และดาบสายฟ้าขึ้นมาตั้งรับทันที
พลังของะุสสารมืดบดขยี้โล่และดาบเวทของสเวนซึ่งกำลังตั้งรับกลางอากาศจนผิดรูป ก่อนที่สเวนจะเสียสมาธิควบคุมการทรงตัว ร่วงลงไปหาหนามหินเบื้องล่างทันที
“อ้ากก จะฆ่าแกให้ได้ เรนเดล” สเวนะโด้วยความเ็ป ขาของเขาถูกหินหนามแทงทะลุจนผิดรูป มือที่เขาเผลอใช้ค้ำยันก็โดนหนามเสียบจนเป็รู สเวนในตอนนี้ไม่สามารถต่อสู้ได้อีกแล้ว
“ฉันขอถามเพื่อความแน่ใจหน่อย สเวน แม่ของนายเคยรับใช้ฉันเมื่อสิบปีก่อนใช่หรือไม่” เรนเดลกล่าวขณะบังคับให้หนามหินอันหนึ่งพุ่งขึ้นมาจ่อคอหอยของสเวน สเวนมีสีหน้าเคียดแค้นทันที เมื่อถูกเอ่ยถาม
“จำได้ด้วยหรือ เพราะแกนั่นแหละ แม่ฉันถึงโดยปะา ถ้าท่านไม่แอบสอนหนังสือกับเวทมนตร์ให้แก ป่านนี้ท่านก็ยังอยู่” สเวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น น้ำในตาหลั่งไหลออกมาไม่หยุดเมื่อถูกกระตุ้นให้คิดถึงเื่นั้น
“งั้นคนที่แกควรจะแค้น สมควรเป็พวกตระกูลราฟบลัดไม่ใช่หรือไง” เรนเดลเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ “แกยังทำงานรับใช้ศัตรูที่ฆ่าแม่แก แกนี่มันเนรคุณจริงๆเลยนะ”
สเวนเถียงไม่ออก เขาเริ่มร้องไห้สะอื้นด้วยความแค้น
“แกควรจะแค้นคนที่ฆ่าแม่แก ไม่ใช่มาแค้นคนที่แม่ของแกเสียสละตัวเองเพื่อสอนเวทมนตร์ให้” เรนเดลค่อยๆคลายเวทหินหนามระหว่างพุดคุย เพื่อให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสพักฟื้น
“มาร่วมมือกับฉัน ถ้าฉันมีอำนาจ ฉันสาบานว่าจะแก้แค้นให้กับนาย” เรนเดลกล่าวเชิญชวนอีกฝ่าย แต่ทว่าสเวนที่เสียเืมากกำลังมีทีท่าเหม่อลอย เขาไม่มีใจจะฟังเรนเดลแม้แต่น้อย ก่อนจะสลบไปในที่สุด
เรนเดลใช้เวทลมช่วยพยุงร่างของสเวนไปไว้บนรถม้า ก่อนจะใช้เวทวิหารแห่งความศรัทธาระดับต่ำรักษาให้สเวน ถึงแม้เขาจะไม่หายดีในทันที แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่พิการอย่างแน่นอน
“เรนเดล” เสียงไอรินะโเรียกเขาไม่ไกลออกไป เธอขี่ม้าขาวก่อนจะพุ่งเข้ามาหาเขา ดูเหมือนเธอเองก็ห่วงเรนเดล จนปลดม้าจากรถม้า และตรงมาหาเขาทันทีโดยตามรอยล้อรถของเขามา
“คุณหนู อันตรายนะคะ รีบออกมา” เมดสาวและพ่อบ้านใช้เวทสายลมวิ่งตามเธอมาติดๆ ก่อนจะมาหยุดชะงัก หน้าของพวกเขาซีดเผือก เมื่อเห็นว่าเรนเดลปลอดภัย
“ฉันปลอดภัย” เรนเดลกล่าวพลางยิ้มอย่างสบายอารมณ์ “เธอน่ะ กลับไปพักผ่อนที่บ้านเถอะ ส่วนฉันจะกลับโรงเรียน และทำเื่เข้าพักที่นั่น จนกว่าจะจบการศึกษา”
“นายไม่เป็อะไรใช่มั้ย ระหว่างมาที่นี่ฉันได้ยินเสียงต่อสู้” ไอรินลงจากม้าก่อนจะจับตามเนื้อตัวของเรนเดลเพื่อสำรวจาแ เธอพบว่าขากางเกงเรนเดลขาดวิ่น และที่น่องมีรอยาแอยู่ แม้มันจะถูกรักษาไปแล้ว
“นิดเดียวน่า ไม่เป็ไรหรอก” เรนเดลรู้สึกแปลกๆ ทั้งดีใจและโมโหในเวลาเดียวกัน ที่อดีตคนรักจู่ๆมาแสดงท่าทีห่วงใยกับเขา
“ฝีมือพวกแกสินะ” ไอรินมองไปที่เมดและพ่อบ้านด้วยสีหน้าโกรธ “กล้าทำแบบนี้ทั้งที่ฉันอยู่ด้วยเนี่ยนะ”
พ่อบ้านและเมดที่ดูแลไอรินก้มหน้านิ่ง พวกเขาไม่พูดจาสักคำ ทำเอาไอรินพ่นถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ฉันตัดสินใจแล้วล่ะ” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พลางมองไปที่เมดและพ่อบ้าน“ฉันจะไม่กลับวัง จะทำเื่อยู่หอด้วย เพื่อพวกนั้นจะได้คิดให้ดีๆ หากทำอะไรที่อาจกระทบถึงฉัน”
“อย่าเลยไอริน” เรนเดลที่ฟังอยู่นานปฏิเสธทันที เมื่อไอรินทำท่าจะเข้าข้างเขา “ทำแบบนั้นคู่หมั้นที่เธอรักได้เข้าใจผิดกันพอดีสิ ว่าเธอเป็อะไรกับฉัน”
เรนเดลกล่าวทีเล่นทีจริง ไอรินถึงกับพูดไม่ออก เธอถึงกับอึ้งและมองเขาตาค้าง ดูเหมือนคำพูดนี้จะจี้ใจดำของเธอเอาเสียแล้ว
“ฉันอุตส่าห์จะช่วยนายนะเรนเดล ฉันอุตส่าห์เป็ห่วง แต่กลับทำเหมือนฉันเป็คนผิด”
“และไม่ใช่เพราะฉันมากับเธอหรือยังไงล่ะ ถึงได้เกือบโดนสังหาร” เรนเดลถามย้อนกลับ “ทางที่ดีเราควรจะเว้นระยะห่างกันดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของฉัน และก็ตัวเธอ”
“หมายความว่านายจะให้ฉันสนับสนุนคนของฟรังซัวร์ สังหารนายหรือยังไงกัน หากเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก” ไอรินถามด้วยน้ำเสียงโกรธ แต่ทว่าเรนเดลกลับหัวเราะ
“ถ้าฉันตายไปมันจะเป็ผลดีกับเธอไม่ใช่หรือไอริน เธอจะได้เป็ราชินีของฟรังซัวร์เชียวนะ”
เรนเดลปล่อยไอรินไว้แบบนั้น เขาไม่สนแล้วว่าเธอจะรู้สึกยังไง ลึกๆแล้วเขากำลังโกรธ เลยเผลอพาลใส่ไอรินไปด้วย
“ม้านี่ฉันขอนะ ถือเป็ค่าทำขวัญ” เรนเดลกล่าวก่อนจะขี่ม้าที่ทำหน้าที่ลากรถของสเวนออกไป เขาไม่ได้เหลียวหลังกลับมามองไอรินด้วยซ้ำ
“คุณหนูคะ เรากลับกันเถอะค่ะ” เมดหญิงกล่าวกับไอรินด้วยท่าทีตื่นกลัว เพราะเธอเห็นไอรินทำท่าเครียดสุดๆ
“นายไม่เคยให้อภัยฉันเลยสินะ เรนเดล” ไอรินกล่าวพลางกำหมัดแน่น “ถึงได้โทษฉัน ทั้งที่ฉันไม่รู้เื่นี้เลย”
ไอรินย้อนคิดไปถึงตอนที่เรนเดลพึ่งฟื้นขึ้นมาจากความตาย เธอจำได้ ว่าเธอพูดจาไม่ดีกับเรนเดล เธอยอมรับว่าเกลียดเรนเดลเมื่อตอนนั้นที่สุด แต่ตอนนี้ความรู้สึกของเธอมันเปลี่ยนไปแล้ว เธอก็แค่้าจะคืนดีกับเรนเดลเท่านั้น
ไอรินหันมามองเมดและพ่อบ้านตาขวาง ก่อนจะเดินไปขึ้นหลังม้าของเธอ และควบตามเรนเดลไปทันที
“เราคงจะเป็เพื่อนกันไม่ได้จริงๆแหละไอริน” เรนเดลกล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแ่เบา ขณะควบม้าจนใกล้ถึงโรงเรียน “ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะตายได้เพราะไว้ใจเธอหรือคนใกล้ชิดของเธอ”
“เรนเดล” ไอรินควบม้าตามหลังพลางะโเรียกเขา ทำเอาเรนเดลชะลอม้าทันที
“ตามฉันมาทำไมไอริน” เรนเดลเอ่ยด้วยความสงสัย และเขารู้สึกแปลกใจ ที่เห็นไอรินดวงตาแดงกล่ำราวกับคนจะร้องไห้ เธอลงจากหลังม้าก่อนจะเดินมาหาเขาอย่างช้าๆ เรนเดลลงจากหลังม้าทันที เขาพอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร
“เรนเดล เื่ที่ผ่านมาฉันขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ฉันยอมรับว่าเมื่อก่อนเกลียดนาย นั่นก็เพราะนายทำตัวอ่อนแอจนน่าหมันไส้”
“ฉันรู้” เรนเดลกล่าวตอบเพียงประโยคสั้นๆ
“ฉันแค่โมโหน่ะ โมโหที่ตัวนายไม่คิดจะทำอะไรเลย ทั้งที่คนรอบข้างกลั่นแกล้งนายขนาดนั้น ถ้าเป็ฉันคงไม่อยู่เฉยแบบนั้นแน่ๆ”
“ก็เลยสุมหัวกับคนอื่นเล่นงานฉันด้วย ทั้งที่ฉันไม่เหลือใครแล้วแท้ๆ นอกจากเธอ” เรนเดลกล่าวเสียงสั่น เหตุผลของไอรินไม่มีน้ำหนักพอสำหรับเขาเลย
“ฉันแค่อยากกระตุ้นให้นายรู้สึกตัวแค่นั้น หากเป็ฉัน ที่เป็คนสำคัญของนาย นายน่าจะมีความคิดที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง จากที่คิดจะอยู้ไปวันๆ อาจมีไฟลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือต่อสู้กับความอยุติธรรมรอบตัว...ถึงแม้ว่านายจะเกลียดฉันในตอนหลังก็ตามที”
“ใช่ เพราะการกระทำของเธอ มันเลยทำให้ฉันคิดได้อย่างที่เธอ้า” เรนเดลกล่าวก่อนจะหันหลังให้ไอริน
“ตัวฉันคนเก่าน่ะ ตายไปแล้ว” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ตายเพราะความโง่ของตัวเอง ตายทั้งๆที่ยังรักเธอจนหมดใจ...การตายของฉันเมื่อครั้งที่แล้ว มันไม่ใช่อุบัติเหตุหรอกนะ แต่มันเป็ความตั้งใจของฉันเอง”
“นายกำลังหมายความว่าอะไรน่ะเรนเดล” ไอรินกล่าวเสียงสั่น “นายไม่ได้โดนลอบสังหารหรอกหรือ”
“เปล่าเลย ฉันไม่ได้โดนลอบสังหาร ฉันฆ่าตัวตายเพราะทนการกดดันและการกลั่นแกล้งของพวกเธอไม่ไหวยังไงล่ะ ตอนนั้นฉันคิดว่าควรจะตายๆไปซะ เพราะในชีวิตนี้ฉันไม่มีใครแล้ว” เรนเดลกล่าวพลางกำหมัดแน่น ถึงแม้จะเป็เื่ก่อนที่เขาจะระลึกชาติได้ แต่ดูเหมือนความเ็ปนี้จะรวมอยู่ในความรู้สึกของเขา
“เรนเดล” ไอรินกล่าวเสียงแ่เบา ก่อนเธอจะจับไหล่ของเรนเดลแล้วดึงให้เขาหันกลับมามองหน้าของเธอ
“ฉันจะถอนหมั้นกับฟรังซัวร์เพื่อเป็การไถ่โทษ เพื่อให้นายได้รับรู้ว่าฉันจะไม่ขอเป็พวกเดียวกับเขาต่อไป ทำแบบนี้แล้วนายพอจะเชื่อใจฉันได้หรือยัง หรือถ้าหากนาย้า ฉันยินดีจะหมั้นกับนายก็ได้”
“หมั้นกับเธอน่ะเหรอ” เรนเดลกล่าวหัวเราะด้วยน้ำเสียงแ่เบา แต่ทว่าน้ำตาของเขากับหลั่งไหลออกมาเอง โดยที่เขาก็ไม่อาจจะควบคุมได้
“ฉันเคยบอกไว้ว่ายังไงไอริน ฉันไม่้าเป็หุ่นเชิดให้กับตระกูลของเธอ หากฉันหมั้นหมายกับเธอความพยายามของฉันจะสูญเปล่า”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะเรนเดล...”
“อย่าห่วงไปเลย ถึงยังไงเราก็ยังเป็เพื่อนกันอยู่ และเธอควรเลือกที่จะอยู่กับคนที่ตัวเองรักนะ ไอริน” เรนเดลกล่าวตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ทำเอาไอรินเงียบปากลงทันที
“ฉันจะไม่พูดถึงเื่นี้อีก” เรนเดลกล่าวพลางปาดน้ำตา “ฉันจะไปที่โรงเรียน เพื่อจองห้องพัก และจะอยู่ที่นั่นจนกว่าจะเรียนจบ”
เรนเดลควบม้าออกมาโดยไม่ได้เหลียวหลังกลับไปมองไอรินเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกของเขาตอนนี้หลากหลาย ทั้งเสียใจ คับแค้นใจ และดีใจผสมกันไปหมด จนเขาไม่แน่ใจว่าตัวเขาในตอนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่
เรนเดลควบม้าจนมาถึงที่โรงเรียน ก่อนที่เขาจะลงทะเบียนม้า และฝากไว้ที่โรงเลี้ยงม้าส่วนกลาง เขาพบว่าไอรินตามเขามาเงียบๆ เธอไม่พูดอะไรกับเขา แต่มุ่งตรงไปยังอาคารฝ่ายธุรการ เพื่อทำการติดต่ออยู่หอพักของโรงเรียนเหมือนกับเขา
“สวัสดีค่ะ เหล่านักเรียนทั้งหลาย มาเื่ที่พักใช่มั้ย” อาจารย์ธุรการสาวท่าทางใจดียิ้มแย้มเอ่ยทักราวกับรู้งาน
“ขอทราบราคาที่พักด้วยครับ” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ อาจารย์หญิงยิ้มแย้มก่อนจะหยิบเอกสารรายละเอียดหอพักออกมา
“ถ้าเป็หอพัก เราจะแยกชายและหญิงกันคนละอาคารนะคะ ส่วนบ้านพักแบบทาวเฮ้าส์ และบ้านเดี่ยว จะไม่มีการแยกค่ะ เพราะถือว่าเป็ส่วนตัวแล้วในระดับหนึ่ง”
“ขอทราบรายละเอียดมากกว่านี้ด้วยค่ะ” คราวนี้ไอรินกล่าว อาจารย์ยิ้มรับก่อนจะอธิบายต่อ
“แบบถูกสุดสำหรับอยู่อาศัยหนึ่งคน มีห้องน้ำในตัว ราคาปีละหนึ่งเหรียญทองกับอีกห้าสิบเหรียญเงิน สำหรับอยู่สองถึงสามคน มีห้องครัวเพิ่มขึ้นมา ปีละสองเหรียญทองกับอีกห้าสิบเหรียญเงิน และสุดท้ายห้องพักระดับโนเบิ้ลคลาสสำหรับสองถึงสามท่าน ปีละห้าเหรียญทองกับอีกห้าสิบเหรียญเงิน”
เรนเดลถึงกับสะอึกเมื่อได้ยินราคา เขาควักกระเป๋าเงินติดตัวของเขา พบว่าเขามีเหรียญเงินและเหรียญทองแดงติดกระเป๋านิดหน่อยเท่านั้น
ในยุคนี้จะกลับไปใช้สกุลเงินโบราณ นั่นคือระบบเหรียญ มีเหรียญทองแดง เงิน และทอง ร้อยเหรียญทองแดงเท่ากับหนึ่งเหรียญเงิน และร้อยเหรียญเงินเท่ากับหนึ่งเหรียญทอง โดยข้าวหนึ่งจานในยุคนี้ มีมูลค่าประมาณสิบถึงสามสิบเหรียญทองแดง บ่งบอกให้รู้ว่าค่าใช้จ่ายในโรงเรียนนั้นสูงขนาดไหน
“สงสัยต้องควบม้ากลับไปเบิกงบแล้วสินะ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงท้อใจ ก่อนที่ไอรินจะสะกิดเขาเบาๆ
“คุณพ่อของฉันฝากมาให้” ไอรินกล่าวก่อนจะยัดถุงเงินขนาดเล็กให้เรนเดล มันน่าจะมีเหรียญทองมากกว่าห้าสิบเหรียญในนั้น “ค่าใช้จ่ายในการศึกษาทั้งหมด”
“ขอบคุณ” เรนเดลกล่าวสั้นๆ ก่อนจะเก็บถุงเงินใส่กระเป๋า เขาตัดสินใจเลือกห้องที่ถูกที่สุด เนื่องจากเรนเดลคิดว่าเขาเอาไว้ใช้นอนกับฝึกโคจรพลังเวทเท่านั้น คงไม่จำเป็ต้องหาความสำราญใดๆจากห้องนอนมากนัก
ในขณะที่ไอรินเธอเลือกบ้านเดี่ยวพร้อมห้องคนใช้ เนื่องจากฐานะของพ่อเธอค้ำคอ และจะมีคนรับใช้ของตระกูลมาประจำการเพื่ออำนวยความสะดวกด้วย จึงเลือกห้องพักแบบเรนเดลไม่ได้ ทั้งสองแยกย้ายกันทันทีหลังจากได้กุญแจห้องพัก
“หวังว่าตลอดหนึ่งอาทิตย์ระหว่างรอเปิดภาคเรียน จะไม่มีใครมาแอบลอบสังหารฉันนะ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลีย ก่อนจะล้มตัวนอนลงบนเตียงทันที โดยที่ยังไม่ทันสำรวจห้อง วันนี้เขาใช้พลังเวทมามากเกินพอแล้ว