เมื่อกล่าวจบเฟยหรงก็ได้ทำการต่อสู้ต่อไปในทันทีในเวลานี้ปราณดาบและกระบี่ฟาดฟันมาทางเขาอย่างรวดเร็วและไม่ขาดสาย เฟยหรงเมื่อเห็นก็แทบอย่างจะหัวเราะออกมาเนื่องจากเขาไม่ได้หวาดกลัวพวกมันเลยแม้แต่น้อยกลับกันเทคนิคของเขานั้นมันเหนือกว่าปราณดาบและกระบี่พวกนั้นมากมายนัก
"ลองชิมนี่หน่อยเป็ไง!! ทักษะที่ข้าประดิษฐ์ขึ้นมาเองกงเล็บเทพั"เฟยหรงกล่าวออกมาอย่างห้าวหาญพร้อมกับหายตัวไปและฟาดกงเล็บัสีเงินเข้าใส่พวกมันอย่างจังจนปราณดาบและกระบี่แตกหักไม่เหลือชื้นดี บนหัวปรากฏกงเล็บัสีเงินขนาดใหญ่ฟาดมาที่พวกมันอย่างไรปราณีจนพวกมันถึงกับกระอักเืออกมาอย่างสยดสยอง เฟยหรงเมื่อเห็นดังนั้นเขาไม่ใช่คนดีอะไรที่จะให้โอกาสศัตรูเป็เป็ครั้งที่สอง เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าและใช้มือของตนเองฟันคอพวกมันจนเลือสาดกระเซ็นไหลนองไปกับพื้น
ในเวลานี้ทั่วทั้งสนามไม่มีใครนั่งติดที่นั่งอีกต่อไปแล้วมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความหวาดกลัวจับใจ โดยเฉพาะจินเทียนและหลี่ไท่หยุนที่ตอนนี้พวกมันขาสั่นเทาไปจนหมดไม่มีใครกล้าที่จะขยับอีกต่อไป
เฟยหรงที่เห็นดังนั้นเขาก็ไม่คิดจะเมตตาพวกมันแต่อย่างใดพลังวิญญานที่เหลืออยู่ของเขาได้ถูกนำมาใช้สร้างกระบี่เพลิงสองเล่มและพุ่งเข้าไปตัดหัวพวกมันอย่างโเี้โดยที่พวกมันไม่รู้ตัวเลยว่าได้ตายตกไปแล้ว
"ศัตรูของข้า ข้าไม่มีปราณี!!"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นร่างยืนตระหง่านอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะทรุดตัวล้มลงไป เนื่องจากใช้ทั้งพลังปราณและพลังวิญญานเกินกว่าขีดจำกัดร่างกายจะรับได้
"ท่านจ้าวเมืองเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"เฟยหงกล่าวออกมาเช่นนั้นก่อนที่จะลอยไปยังสนามประลองที่ร่างของเฟยหรงกำลังสลบอยู่และอุ้มเขาขึ้นมาและเดินจากไปทั้งๆที่พลังปราณก็ยังคงอุ้มเจ้้านิกายบุปผาเหมันต์เอาไว้เช่นนั้น
"เห้อ คิดไม่ถึงว่าจะมีเด็กประหลาดเช่นนี้อยู่ในเมืองของข้า สงสัยเห้นทีคงต้องเปลี่ยนจากสี่ตระกูลใหญ่เหลือสองตระกูลใหญ่เสียแล้ว"จ้างหยางกล่าวออกมาเช่นนั้น เขาเองตอนนี้แทบจะไม่กล้าที่จะไปขัดใจตระกูลเฟยเลยด้วยซ้ำเนื่องจากพลังที่เฟยหรงแสดงออกมาในทันที แม้แต่เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อในสายตาดังนั้นเขาจึงได้ประเมิณความสามารถของตระกูลเฟยใหม่ทั้งหมดและจะไม่เข้าไปยุ่งเด็ดขาดหากไม่จำเป็
"ท่านพ่อ กระบี่ที่ชายคนนั้นใช้มันคืออะไรหรือเ้าคะ พลังของมันช่างรุนแรงแถมดูจากการสร้างมันขึ้นมาแล้วมันก็ช่างดูประณีตและงดงาม"จ้าวหลานกล่าวถาม
"ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันแต่ชายคนนั้นเรียกมันว่าวิถีกระบี่ ซึ่งพ่อเองก็ไม่ได้ใช้กระบี่จึงไม่เข้าใจ"จ้างหยางกล่าวอย่างจนปัญญา ปัญหาข้อนี้ของจ้าวหลานดูเหมือนจะยากไปหน่อยสำหรับเขา ส่วนทางด้านจ้าวหลานเมื่อเห้นว่าพ่อของตนไม่รู้นางจึงคิดขึ้นมาได้เพียงอย่างเดียวนั่นคือไปถามเฟยหรงด้วยตัวเอง
"เ้าจะไปก็ถามเขาก็ไปได้แต่ไม่ใช่วันนี้และไม่ควรทำให้เขาขุ่นเคืองเข้าใจหรือไม่"จ้างหยางเหมือนจะเข้าใจในความคิดของลูกสาวแต่เขาก็ไม่ลืมที่จะกล่าวเตือนนางเอาไว้เนื่องจากในความคิดของเขาตอนนี้ตระกูลเฟยนี้ย่อมไม่ธรรดาอย่างแท้จริงและไม่ใช่สิ่งที่เขาควรยั่วยุ
ตัดไปที่อีกด้านของสนามประลองที่ตอนนี้มีหญิงสาวชุดสีแดงและชายวัยกลางคนกำลังยืนดูอยู่พร้อมยกยิ้มขึ้นและพวกเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเฟิงเสวียและเฟิงหย่งที่มาเที่ยวชมการประลองแต่ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะได้มาเห็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้
"ที่แท้ชายปริศนาคนนี้ก็คือคุณชายของตระกูลเฟยนี่เอง แถมวิชายุทธประหลาดๆที่เขาใช้ออกมานั้นก็ดูทรงพลังจนน่าเหลือเชื่อ"เฟิงหย่งกล่าวออกมาเฟิงเสวียที่กำลังทำใบหน้าตื่นเต้นแล้วกล่าว "เฟิงหย่งข้าเจอสมบัติล้ำค่าเข้าแล้ว ชายคนนั้นคือผู้ที่มีกายของัที่หายาก!!"นางกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นจนทำให้เฟิงหย่งถึงกับประหลาดใจจนต้องกล่าวถาม
"ท่านหญิงรู้ได้อย่างไรขอรับ!!"
"หึหึ ในตอนที่เขาต่อสู้กายของเขาเปลี่ยนสีเป็สีเงินแถมยังมีเกล็ดที่งดงามอย่างเห็นได้ชัดแถมวิชายุทธที่เขาใช้สยบเ้าสำนักสองคนสุดท้ายยังเกี่ยวกับัแล้วแบบนี้จะไม่ใช่กายัได้อย่างไร"ด้วยความรู้ของนางแม้จะไม่รู้ว่ามันเป็กายของัประเภทไหนแต่เฟิงเสวียก็รู้ได้ว่ามันคือกายัจริงๆ ัที่ขึ้นชื่อว่าเป็อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก นางเคยรู้มาว่าเหล่าคนที่มีกายัหรือเส้นลมปราณัต่างก็แข็งแกร่งและมีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งติดตัวนั่นคือการถ่ายทอดพร์ที่ยิ่งใหญ่ผ่านทางสายเื หากคนที่มีกายัเหลือเส้นลมปราณัได้มีลูกขึ้นมาลูกของพวกเขาล้วนแต่ต้องมีพร์ของัติดตัวมาด้วย
และการสืบทอดเช่นนี้แน่นอนว่าไม่ได้มีเพียงแค่กายัอย่างเดียวเท่านั้นมันยังรวมไปถึงเหล่าจักรพรรดิเทวะหรือแม้แต่กายศักดิ์สิทธิ์อื่นๆก็ยังมีการสืบทอดเช่นนี้เหมือนกันแต่ความเป็ไปได้ที่จะได้รับพร์ทางสายเืนั้นมันก็ไม่ได้เต็มสิบส่วนเท่ากับกายหรือเส้นลมปราณของั
และนี่ก็เป็อีกหนึ่งเหตุผลที่ตระกูลใหญ่ๆในทวีประดับสูงรวมไปถึงทวีปศักดิ์สิทธิ์มักจะให้ความสำคัญกับสายเืที่บริสุทธิ์เอาไว้เพื่อที่จะสืบทอดพร์ของพวกเขาต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน
"ในเมื่อรู้เช่นนี้แล้วท่านหญิงจะเอาอย่างไรต่อขอรับ กายันี้ล้ำค่ามากทีเดียวท่านหญิงคงจะไม่........."เฟิงหย่งกล่าวมาถึงตรงนี้ เฟิงเสวียก็หันมายกยิ้มพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างชัดเจน "ข้าจะถวายตัวให้เขาแน่นอนว่าด้วยความงดงามของข้า เฟยหรงย่อมไม่ปฏิเสธแน่ๆฮิฮิ"กล่าวจบนางก็เดินจากไปในทันที
ทำให้เฟิงหย่งที่ได้ยินถึงกับอดหน่ายใจในท่านหญิงของเขาไม่น้อย และหากเป็เช่นนั้นจริงหัวของเขาไม่หยุดออกจากบ่าหรือแค่คิดเขาก็ขนลุกซู่แล้วแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องตามประสงค์ของท่านหญิงของเขาไป
ส่วนทางด้านอีกฝั่งหนึ่งของลานประลองในตอนนี้เองก็มีสตรีชุดขาวสามคนที่สวมผ้าปกปิดใบหน้ากำลังจะเดินออกไปก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะกล่าว "อาจารย์ท่านจะนำตัวนางไปเลยหรือไม่เ้าคะ"
"ยังก่อน ข้าไม่อยากจะสร้างความขัดแย้งให้กับเขาคนนั้นมากนัก อยากแรกเราต้องถามพวกนางก่อนว่าจะไปกับพวกเราหรือไม่เพราะข้าเองก็ไม่อยากจะบังคับใคร"หญิงสาวที่อยู่ด้านหน้าสุดกล่าวออกมาเช่นนั้น ก่อนที่ทั้งสามคนจะพากันหายไปอย่างไร้ร่องรอย