บทที่ 53
[ขอแสดงความยินดี ท่าเพิ่งจะจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่น้อยคนนักจะสามารถกระทำได้]
[ความสำเร็จของท่านจะถูกจารึก]
[ท่านประสบความสำเร็จในการปราบพยศแก่นผลึกมังกร แก่นผลึกมังกร(ทันดร้า) จะมอบความจงรักภักดีให้แก่ท่านแต่เพียงผู้เดียว]
[ท่านได้รับ แก่นผลึกมังกร(สยบ) จำนวน 1 ชิ้น]
[แก่นผลึกมังกรถูกเพิ่มเข้าไปในรายการวัสดุของสารานุกรมช่างฝีมือ]
[ทักษะการตีเหล็ก(กลาง) ระดับ 100 บรรลุเงื่อนไข เลื่อนระดับเป็น ทักษะการตีเหล็ก(สูง) ระดับ 1 เพิ่มโอกาสในการผลิตุทธภัณฑ์ระดับสูงขึ้นเล็กน้อย]
[ทักษะการตีเหล็ก(สูง) เพิ่มระดับเป็น 9]
[ท่านท้าทายขีดจำกัดร่างกายด้วยการทำงานอย่างหนักทำให้ท่านได้รับความสามารถใหม่]
[ท่านได้รับทักษะห้วงความคิดนิจนิรันด์ ระดับ 1 สูงสุด]
แก่นผลึกมังกร(สยบ)
แรงค์ S
ประเภท วัสดุ
วัสดุเวทมนต์ที่ทรงพลังซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายถูกสยบโดยช่างฝีมือผู้ที่จะกลายเป็นตำนานในวันหนึ่ง บรรจุวิญญาณและองค์ความรู้ของเผ่าพันธุ์มังกรหากมังกรตนใดสัมผัสกลิ่นอายของแก่นผลึกมังกรนี้ มันจะไม่โจมตีผู้ครอบครองเพราะถึงว่ามังกรตนนี้เป็นมังกรทรราชย์
....
เอเลนหยุดชะงักหลังจากได้ยินเสียงของโลกประกาศถึงความสำเร็จของเขาพร้อมกับท่าท่าปฏิปักษ์ของแก่นผลึกมังกรจะสลายไปโดยสมบูรณ์ มันหยุดปล่อยสายฟ้าใส่เอเลนแทบจะทันทีเขาจึงวางมันลงอย่างเงียบๆ
ตอนนี้สภาพของเขาดูไม่จืดนักนอกจากผมเผ้าที่กระเซอะกระเซิงแล้ว เสื้อผ้ายังฉีกขาดเหลือเค้าเดิม ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีดำรวมไปถึงร่างกายที่มีแผลไฟไหม้หลายจุดโดยเฉพาะมือซ้ายเป็นความสำเร็จที่แลกมาด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า
“แกน่ะ ไปทางนั้นซิ”
ค่ะ นายท่าน
แก่นผลึกมังกรหรือทันดร้าตอบกลับด้วยท่าทีนอบน้อมผิดกับเมื่อหลายวันก่อนลิบลับก่อนจะลอยไปตามทิศทางที่เด็กหนุ่มชี้ขึ้นมามั่วๆ เอเลนใช้เวลาหลายวันกว่าจะสยบความหยิ่งผยองที่มีมากจนคับฟ้าของมันลงได้ เพราะใช้เวลานานเกินไปจนมีอยู่หลายครั้งที่เขาถูกความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำจนทำให้ทนดร้าหลุดรอดจากการควบคุมไปได้และต้องต่อสู้กันอีกหลายยก
หากไม่ได้เขตแดนที่วางเอาไว้ทำให้เมื่อทเยบกับช่วงเวลาปกติแล้วเพิ่งจะผ่านไปได้สิบชั่วโมงทั้งที่เขาใช้เวลาเป็นเดือนๆ เอเลนนั่งลงหลังจากที่ยืนหยัดต่อสู้มาอย่างยาวนานพร้อมกับฉีกเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งจนเหมือนผ้าขี้ริ้ว ฟาเร็ทที่แอบอยู่มุมห้องในสภพตัวสั่นงันงกก็กระโดดขึ้นมานั่งบนตักหลังจากทุกอย่างสงบลง
“อา ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะ”
เอเลนยิ้มน้อยๆก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัว(?)สไลม์ตัวน้อยที่ยังคงออดอ้อนเขาอีกเช่นเคยก่อนจะชำเลืองมองคามิทาชิและสลามันเดอร์ซึ่งเป็นพระเอกของงานนอนหมดแรงข้าวต้มอยู่ไม่ห่าง
“พวกนายก็ทำได้ดีเหมือนกัน”
เอเลนยิ้มอย่างเอ็นดูแต่ดูเหมือนภูติตัวน้อยทั้งสองจะผล็อยหลับกันไปหมดแล้ว เอเลนจึงรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออุ้มสองภูติเอาไปวางบนเจียงที่อยู่ชั้นบน บรรยากาศโดยรอบของร้านค้อนเพลิงยังคงอยู่ในช่วงเวลากลางคืน เขาวางทั้งสองอย่างเบามือก่อนจะหยิบนาฬิกาพกเรือนสวยขึ้นมาดูเวลา
“ตีสี่แล้วเหรอเนี่ย หลับซักตื่นก็แล้วกัน”
ว่าแล้วเขาก็หาวไปหวอดหนึ่งก่อนจะล้มตัวลงนอนก่อนจะหลับไปอย่างไวเนื่องจากไม่ได้พักผ่อนมาเป็นเวลานานมากโดยที่เขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าภายในจักรวรรดิกำลังวุ่นวายขนาดไหน
มหานครลูมินัส นครเอกแห่งจักรวรรดิโนว่า
ชาวเมืองตื่นขึ้นเร็วกว่าเวลาอันควรไปหลายชั่วโมง ไม่ใช่เพราะพวกเขาขยันหรืออะไรแต่เป็นเพราะท่ามกลางความเงียบสงัดนั้นได้มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้น
[ตำนานบทใหม่กำลังถือกำเนิด ณ มุมเล็กๆท่ามกลางแสงไฟในแดนมนุษย์]
[เขาริเริ่มก้าวแรกอันยิ่งใหญ่เริ่มจากการสยบดวงจิตของมังกร]
[เทพีแห่งสงครามกำลังแสดงความยินดีกับความสำเร็จแรกของเขา]
[ช่วงเวลาแห่งตำนานใกล้เข้ามาแล้ว]
ตามกติแล้วเสียงของโลกจะดังขึ้นในหัวคนๆเดียวและจะดังขึ้นเพื่อประกาศความสำเร็จของตนเองเท่านั้น ไม่บ่อยนักที่เหล่าสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาทั้งหลายจะได้ยินเสียงของโลกที่มาจากความสำเร็จของคนอื่น ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ได้ยินนั้นก็เมื่อหลายร้อยปีก่อนและเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ยิ่งใหญ่
ตำนาน
เสียงของโลกระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าคนที่ถูกกล่าวถึงสักวันหนึ่งจะเติบโตขึ้นเพื่อกลายเป็นตำนานสิ่งมีชีวิตระดับสูงที่ถือกำเนิดขึ้นเพียบพร้อมด้วยพลังและอำนาจราวกับเทพเจ้ามาจุติ ในยุคสมัยที่มีตำนานว่ากันว่าผู้ที่มีคลาสเดียวกันกับตำนานจะรุ่งเริงถึงขีดสุด
ทั้งนี้เสียงของโลกระบุตัวตนของคนๆนั้นเอาไว้อย่างคลุมเครือ ผู้คนตีความกันไปในหลากหลายทิศทาง แต่ค่อนข้างชัดเจนว่าผู้ที่จะกลายเป็นตำนานนั้นได้ทำการสังหารมังกรสิ่งมีชีวิตระดับสูงในห่วงโซ่อาหารของเซลิออนหรือที่มีชื่อเล่นว่าราชาของเหล่าสัตว์ร้าย
ยิ่งประโยคช่วงหลังยิ่งแล้วใหญ่ หลายคนปักใจเชื่อไปแล้วว่าคนผู้นั้นจะต้องเป็คลาสสายต่อสู้ ในรายนามเทพเจ้าทั้งหมดนั้นไม่มีใครเลยที่ได้รับสมญานามว่าเทพสงคราม แต่เมื่อขุดคุ้ยประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปในยุคสมัยแห่งความโกลาหลพบว่าแท้จริงแล้วเทพสงครามไม่ใช่ฉายานามแท้จริงของตัวองค์เทพแต่เป็นนามที่ศัตรูใช้เรียกพระองค์
เซเลสเทียร์ เทพธิดาแห่งการต่อสู้และศาสตราวุธ เป็นเทพธิดาที่มีจำนวนผู้ศรัทธาไม่มากนักทั้งที่เป็นเทพเจ้าสายต่อสู้เช่นเดียวกับเทพเจ้าหลายๆพระองค์ ทำให้หลายๆคนที่หวังจะค้นหาความจริงได้เดินทางมาที่วิหารเซเลสเทียร์เพื่อรอพบกับคนๆนั้นแต่กลับมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น
ในผังเมืองรวมไปถึงแผนที่ที่มอบให้แก่นักท่องเที่ยวล้วนระบุตพแหน่งของวิหารเอาไว้อย่างชัดเจนซึ่งคนปกติคงไม่สนใจ แต่เมื่อเดินทางไปถึงตามพิกัดพวกเขากลับหาตัววิหารไม่เจอไม่ว่าจะพยายามใช้ทักษะระดับสูงค้นหาแค่ไหนก็ไร้ค่า เมื่อเทพธิดาปิดประตูมีหรือที่พวกสอดรู้สอดเห็นจะสามารถหาพบ
ไม่ใช่แค่ในจักรวรรดิเท่านั้นที่กำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย แม้แต่อาณาจักรมนุษย์ๆเพียงรู้ว่าผู้ที่จะกลายเป็นตำนานคือเผ่าพันธ์มนุษย์พวกมันก็พากันนั่งไม่ติด รีบระดมนักวิชาการเพื่อไขความของเสียงแห่งโลกเพื่อหาตัวคนๆนั้นให้ได้ก่อนคนอื่นๆโดยหวังจะเสริมกำลงให้แก่ขุมอำนาจของตัวเอง
เป็นครั้งแรกที่พาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ไม่ใช่ข่าวของผู้กล้าแต่เป็นข่าวของผู้ที่จะกลายเป็นตำนาน
ส่วนคนที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาของข่าวนี้โดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เพิ่งจะฟื้นตื่นจากนิทราหลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง พละกำลังของเขาฟื้นคืนมาหลายส่วนแต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือความหิวที่ประดังเข้ามาราวกับห่าฝนเดือนร้อนเรกิลและเคทที่จะต้องหาอะไรมาประเคนให้แก่เจ้าของร้านในวันนั้น
“ให้ตายสิ เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่เลยแฮะ”
เอเลนบ่นอุบพลางนวดไหล่ไปด้วย หากไม่เพราะว่าเขมีอัตราการฟื้นฟูธรรมชาติที่มากกว่ามนุษย์คนอื่นสามเท่าละก็ป่านนี้เรกิลคงได้หิ้วเขาไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาล หลังจากกลับมาแข็งแรงเต็มที่เอเลนก็รีบตรงดิ่งมาที่โรงหลอมต่อในทันที
เด็กหนุ่มวางกล่องขนาดใหญ่ที่หอบมาด้วยลงข้างทั่งเหล็ก ภายในบรรจุมิธริลชิ้นใหญ่เอาไว้เอเลนลูบมันพลางนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต มิธริลที่ถูกขึ้นรูปเป็นดาบขนาดใหญ่แต่ผลงานค่อนข้างหยาบถึงขนาดที่ว่าเสียงของโลกไม่นับว่าดาบเล่มนี้เป็นยุทธภัณฑ์ด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ยังมีเขามังกรของทันดร้าหนึ่งกิ่งที่เหลือรอดจากการโจมตีของแอนทาเรสและก็แผ่นหนังของมอนสเอตร์ระดับสูงอีกตัว วัสดุที่ต้องการเกือยครบแล้วขาดเพียงแค่ออย่างเดียว
“แกน่ะ มานี่”
เอเลนออกคำสั่งก่อนที่ประกายสีเหลืองทองจะรีบกุลีกุจอออกมาจากตู้นิรภัยที่เปิดอ้าเอ้าไว้ มันหอบตัวเองมานอนรอบนทั่งเหล็กอย่างเชื่องๆราวกับสุนัขตัวนึงแก่นผลึกมังกรที่มอบความภักดีให้แก่เด็กหนุ่มไม่กล้าที่จะอิดออดต่อคำสั่งของเขาแต่อย่างใด เด็กหนุ่มยังไม่สนใจมันนักในตอนนี้เพราะกำลังให้ความสนใจแก่ทักษะใหม่ที่เพิ่งได้รับมา
ห้วงความคิดนิจนิรันด์
ระดับ 1 (สูงสุด)
ประเภท ทำงานแบบมีเงื่อนไข
เงื่อนไขอาวุธที่สอดคล้อง ทักษะจากคลาสช่างฝีมือทั้งหมด
มานาที่ใช้ ไม่มี
ระยะร่าย -
ระยะหน่วง -
- ทักษะจะทำงานก็ต่อเมื่อผู้ครอบครองลงมือทำงานประดิษฐ์
- ค่าความเหนื่อยล้าและความหิวโหยจะถูกหยุดเอาไว้ชั่วคราว เพื่อให้ช่างฝีมือสามารถแสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มฝีมือ
- เพิ่มค่าพละกำลัง / ค่าความทรหด 2,000 หน่วย ระหว่างที่ทักษะกำลังแสดงผล
- ผู้ครอบครองจะเป็นอมตะระหว่างที่กำลังรังสรรค์ผลงาน
“มันไม่ดีเกินไปหน่อยเหรอ?”
ทักษะดีๆที่ไม่มีข้อเสียจนแม้แต่เอเลนยังแปลกใจ หารู้ไม่ว่าช่างตีเหล็กทั่วโลกจะมองเขาด้วยสายตาริษยาทันทีเพราะอย่างที่รู้ๆกันว่าการรังสรรค์นั้นต้องใช้แรงกายและแรงใจมาก อย่างการพิชิตแก่นผลึกมังกรที่เอเลนเพิ่งประสบความสำเร็จไปนั้นหาเกเปลี่ยนเป็นคนอื่นมาทำพวกมันต้องใช้คนอย่างน้อยห้าสิบคนสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาเพื่อทุบตีแก่นผลึกมังกรทั้งยังต้องมียอดฝีมือคอยปกป้องพวกมันจากความโกรธเกรี้ยวของมังกรตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
คิดไปก็ป่วยการเปล่า เอเลนจัดการโยนมิธริลในรูปของดาบยักษ์เข้าไปในเตาหลอมพร้อมกับแก่นผลึกมังกร หลังจากที่มันยอมสยบแก่เขาในฐานะของวัสดุมันจะไม่ได้รับความเจ็บปวดจากการถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟอีกต่อไปเพียงแค่รู้สึกอบอุ่นเท่านั้น
ฟู่ว
[ทักษะ ห้วงความคิดนิจนิรันดร์ แสดงผล]
[ความเหนื่อยล้าและความหิวโหยจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลงาน]
[ค่าพละกำลังและความทรหดเพิ่มขึ้น 2,000 หน่วย เป็นการชั่วคราว]
เอเลนเหยียบเครื่องเป่าลมเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ เขาไม่ได้ใช้บริการของสลามันเดอร์เพราะไม่อยากพึ่งพาอีกฝ่ายมากเกินไปอีกประการหนึ่งเพราะเขาอยากท้าทายขีดจำกัดของตนเอง
“มาเริ่มกันเถอะ”
เอเลนปลุกปลอบใจตนเองก่อนจะเร่งความร้อนขึ้น ปกติเขาต้องเหยียบเครื่องเป่าลมจนหอบเป็นหมากว่าผิวของมิธริลจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแต่หลังจากอยู่ในขั้นต้องเร่งอุณหภูมิมาสองชั่วโมงในที่สุดมิธริลและแก่นผลึกมังกรก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มเปล่งปลั่งราวกับดวงตะวันกลางแจ้ง
เด็กหนุ่มถอนเท้าจากเครื่องเป่าลมโดยไม่เกรงกลัวว่าอุณหภูมิจะลดลง เพราะเตาหลอมที่ผ่านการเสริมพลังจากภูติธรฯรนั้นแข็แกร่งมากทั้งยังมีคุณสมบัติที่ทำให้อุณหภูมิภายในเตาหลอมสามารถคงเอาไว้ได้ตามระดับที่ต้องการ
เคร้ง!
มิธริลถูกนวดอย่างแรงโดยที่เอเลนสามารถรักษาเรี่ยวแรงเอาไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ ในเวลาไม่นานมิธริลที่มีรูปร่างเหมือนดาบที่บิดๆเบี้ยวๆก็ค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างไปทีละน้อย เมื่อมิธริลถูกปรับรูปร่างจนเอเลนพอใจเขาจึงออกคำสั่งต่อแก่นผลึกมังกร
“เข้าไป”
ค่ะนายท่าน...
ทันดร้ารับคำอย่างว่าง่ายก่อนที่ตัวมันจะลอยมาอยู่บนมิธริลอย่างเงียบๆ เอเลนระดมทุบค้อนเข้าไปอีกหลายครั้งไม่มีแม้ซักครั้งที่ทันดร้าจะกล้าปล่อยพลังสายฟ้าใส่ผู้เป็นนาย ลูกแก้วก้อนกลมอันเป็นรูปลักษณ์ตั้งต้นของแก่นผลึกมังกรค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างซึ่งไม่เคยมีใครเคยทำได้มาก่อน
ครั้งแล้วครั้งแล้วทีมันถูกทุบด้วยค้อน แก่นผลึกมังกรค่อยๆผสานเป็นเนื้อเดียวกับมิธริลด้วยเพลิงจากเตาหลอมและฝีมือการตีเหล็กที่ประณีตของเด็กหนุ่ม
การผสานวัสดุสองชนิดไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการช่างตีเหล็กแต่ไม่เคยมีช่างตีเหล็กคนไหนสามารถผสานวัสดุที่เอเลนครอบครองมาก่อน อย่างว่าแต่แก่นผลึกมังกรเลยแม้แต่มิธริลเองก็ยากจะหามาใช้งานแล้วเอเลนจึงไม่เสี่ยงด้วยการเก็บมิธริลไว้ใช้สำหรับตัวเองและคนรู้จักเท่านั้น
อาวุธที่เอเลนกำลังสร้างอยู่นี้คือดาบใหญ่สองคมเพราะดาบใหญ่เป็นอาวุธที่เขใช้งานค่อนข้างบ่อยแล้ยมันยังเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพทั้งยังสามารถใช้งานได้หลากหลาย นอกจากโจตีแล้วบ่อยครั้งที่ดาบใหญ่มักจะถูกใช้แทนโล่ป้องกันในยามคับขัน
แต่การสร้างดาบสองคมนาดใหญ่ด้วยมิธริลก็ค่อยข้างสิ้นเปลืองเช่นเดียวกัน เหมือนกับตอนสร้างควินดีลไม่มีผิดทำให้หลังจากสร้างดาบเล่มนี้เสร็จมิธริลจะมีปริมาณไม่เพียงพอสำหรับสร้างอาวุธอีกต่อไป
เคร้ง
ฟู่ว
หลายวันหลายคืนผ่านไปเอเลนกลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย สติสัมปชัญญะของเด็กหนุ่มหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับงานตรงหน้าโดยสมบูรณ์ แก่นผลึกมังกรหลอมละลายรวมเป็นส่วนหนึ่งของยุทธภัณฑ์ไม่ใช่ส่วนประกอบนึงเหมือนกับควินดีล หลังจากการต่อสู้กับทันดร้าทำให้เอเลนมองเห็นจุดอ่อนของควินดีลเด่นชัดมากขึ้น
เขาคิดว่าการที่แก่นผลึกมังกรไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาวุธทำให้อาวุธนั้นขาดความสมบูรณ์ผิดกับเกลรันดร้า แม้ในรายละเอียดของอาวุธจะไม่ระบุแต่เอเลนก็พอคาดเดาได้ว่าแก่นผลึกมังกรนั้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับหอกไปแล้ว คงเป็นเพราะกลิ่นอายของมันที่เหมือนกันกับตอนเผชิญหน้ากับทันดร้า
เคร้ง
เปรี๊ยะ!
ในการฟาดค้อนครั้งสุดท้ายนั้นตัวดาบได้กู่ร้องออกมาราวกับยินดีที่มันกำลังจะถือกำเนิดพร้อมทั้งปลดปล่อยประกายสีเหลืองทองอันป็นลักษะเด่นของพลังธาตุสายฟ้า เอเลนฉีกยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะจุ่มแท่มิธริลผสานแก่นผลึกมังกรลงในถังน้ำเย็นก่อนจะปล่อยมัยเอาไว้อย่างนั้นเพระอุณภูมิขิงมันในตอนนี้สูงเกินไปเขาจึงหันมาจัดการงานยิบย่อยต่อ
ฉึบ
เขามังกรยาวเท่าท่อนแขนถูกนำออกมาวางบนโต๊ะพร้อมอุปกรณ์แกะสลัก เด็กหนุ่มค่อยๆบรรจงใช้มีดกะสลักเจาะเฉือนผิวนอกทิ้งไปคล้ายๆกับการปอกผลไม้แต่เนื่องจากเครื่องมือมีระดับต่ำแม้จะเสริมด้วยพลังประสิทธิ์ศาสตราแล้วก็ตามทำให้งานในส่วนนี้ค่อนข้าล่าช้า
ด้วยรูปร่างของเขามังกรทรราชย์ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะแกะสลักมันเป็นกั่นและด้ามดาบได้ในชิ้นเดียวกัน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเอเลนได้แกะสลักกั่นดาบและด้ามดาบแยกชิ้นเอาไว้โดยออกแบบให้ทั้งสองมีส่วนข้อต่อที่สามารถสวมใส่กันได้พอดิบพอดี อาจจะดูเหมือนง่ายแต่หากใครมีค่าความชำนาญไม่สูงเหมือนเอเลนก็ยากที่จะทำงานที่ห้ามมีการคลาดเคลื่อนของขนาดแบบนี้ได้
เอเลนยกดาบยักษ์ด้วยมือข้างเดียวแล้วซับน้ำด้วยผ้าสะอาด ก่อนจะเริ่มลงมือเขียนอักษรรูนด้วยน้ำหมึกจากเลือดมอนสเตอร์ด้วยพลังในตอนนี้ทำให้การเขียนอักษรรูนที่กินพลังมหาศาลไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป
เปรี๊ยะๆ
ราวกับเป็นการสุมฟืนเข้าไปในกองไฟเพาะยิ่งเขียนอักษรรูนเข้าไปมากเท่าไหร่ตัวดาบยิ่งเปล่งพลังออกมามากเท่านั้น แต่กับเอเลนที่เป็นผ้สร้างดาบไม่ได้ทำอันตรายอะไรต่อเขาแม้แต่นิดเดียว เมื่อรูนตัวสุดท้ายถูกเขียนเขาก็รีบเอาส่วนประกอบอื่นมาใส่เพื่อให้ดาบสมบูรณ์
[ขอแสดงความยินดี ท่านปราบความสำเร็จในการสร้างยุทธภัณฑ์ที่มีจิตวิญญาณ]
[ความสำเร็จของท่านจะต้องได้รับการจารึก]
[ท่านได้รับ ศาสตราวุธไร้นาม(S) กรุณาตั้งชื่อ]
เอเลนพยักหน้าอย่างพึงพอใจหลังจากทำหน้าเคร่งเครียดมาหลายวันหลายคืนเขาลูบไล้ใบดาบใหญ่ก่อนจะบนพึมพำขึ้น
“นับตั้งแต่วันนี้แกไม่ใช่ทันดร้าอีกต่อไป ชื่อของแกนับจากวันนี้คือเซฟิออน”
[ท่านได้รับ ทรราชย์อัสนีบาตร เซฟิออน(S) จำนวน 1 เล่ม]
[ระดับจิตวิญญาณของ เซฟิออน คือ S ]
[สูตรการสร้างเซฟิออนถูกบันทึกลงในสารานุกรมช่างฝีมือ]
[ท่านประสบความสำเร็จในการสร้างศาสตราจิตวิญญาณทำให้ท่านได้รับความสามารถใหม่]
[ท่านได้รับทักษะ จิตวิญญาณประดิษฐ์ ระดับ 1 (สูงสุด) มีโอกาสน้อยมากที่ยุทธภัณฑ์ที่ท่านสร้างจะมีจิตวิญญาณถือกำเนิด]
[ทักษะ การตีเหล็ก(สูง) เพิ่มระดับเป็น 37]
[ค่าความชำนาญเพิ่มขึ้น 50 หน่วย]
นับว่าความสำเร็จนี้ได้มาด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างแท้จริง ทุกๆครั้งที่เขาสร้างอาวุธแรงค์ S จะต้องมีตัวช่วยอย่างสลามันเดอร์เสมอแต่ครั้งที่เขาลงมือกระทำทุกอย่าเองในทุกๆขั้นตอนอย่างพิถีพิถันประหนึ่งการสร้างงานศิลปะ ไม่บ่อยครั้นักที่เขาจะรู้สึกอิ่มเอมใจแบบนี้
ทรราชย์อัสนีบาต เซฟิออน
แรงค์ S
ประเภท ดาบใหญ่
พลังโจมตี 52,700
ความทนทาน 12,500 / 12,500
ผู้สร้าง เอเลน
เลเวลที่สามารถสวมใส่ 100
เงื่อนไขการสวมใส่ เอเลน
ดาบสองคมที่มีพลังโจมตีไร้คู่เปรียบทำลายขีดจำกัดดั้งเดิมของวัสดุดั้งเดิมด้วยการผสานแก่ผลึกมังกรที่ถูกสยบโดยสมบูรณ์ อัตลักษณ์ดั้งเดิมของมังกรถูกผสานเข้ากับดาบอย่างลงตัวด้วยนามใหม่ทั้งยังมีความทรงจำและภูมิความรู้สมัยยังเป็นมังกรหลงเหลืออยู่
- เพิ่มพลังโจมตีด้วยท่าฟัน 150%
- สามารถยิงพลังสายฟ้าได้ มอบความเสียหาย 10,000 หน่วยให้แก่ 5 เป้าหมายแบบสุ่ม ระยะหน่วง 180 วินาที
- เพิ่มความเสียหายธาตุสายฟ้า 200%
- ศาสตราจิตวิญญาณ สามารถเคลื่อนไหวและตัดสินใจลงมือได้ด้วยตนเองโดยมีพลังโจมตีลดลงครึ่งหนึ่ง สืบทอดฝีมือดาบจากผู้เป็นนายสามในสี่ส่วน
- มีโอกาสสูงที่จะสามารถสร้างสถานะผิดปกติ กระดูกหัก ให้แก่ผู้ที่กำลังต่อสู้ด้วย
- มีโอกาสสูงที่จะสามารถสร้างสถานะผิดปกติ ชะงัก ให้แก่ศัตรูที่อยู่รอบข้าง
- ทุกครั้งที่โจมตีสำเร็จหากคู่ต่อสู้ยังไม่ตายจะได้รับ ตราทรราชย์ ยิ่งมีตราอยู่มาเท่าไหร่คนผู้นั้นก็จะมีโอกาสถูกทัณฑ์สายฟ้า มากขึ้นเท่านั้น
- เมื่ออยู่ในสถานะต่อสู้ดาบจะสุ่มปล่อย ทัณฑ์สายฟ้า สร้างความเสียหาย 10,000 หน่วยให้แก่ผู้ที่มี ตราทรราชย์ โดย ทัณฑ์สายฟ้า จะมีระยะหน่วงอยู่ที่ 60 วินาที
- หากคู่ต่อสู้ครอบครอง ตราทรราชย์ ครบ 50 ชิ้น ดาบจะปลดปล่อย อัสนีพิฆาต สร้างความเสียหาย 50,000 หน่วย โดยไม่สนใจค่าความต้านทานธาตุสายฟ้า
- สามารถริบ ตราทรราชย์ จากคู่ต่อสู้ทั้งหมดเพื่อเพิ่มพลังโจมตีเท่ากับ 5000 คูณจำนวนตราประทับและคูณ 0.2 หน่วย พลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นจะคงสภาพเอาไว้ได้เท่ากับจำนวนตราประทับ 1 ชิ้น เท่ากับ 1 วินาที
- (รูน) ทักษะ เงาสายฟ้า พุ่งเป็นเส้นตรงไปยังทิศทางที่กำหนด ระหว่างทางไม่สามารถถูกโจมตีได้ ระยะหน่วง 10 นาที
- (รูน) ทักษะ อัสนีคืนฟ้า เพิ่มตราทรราชย์ของศัตรูในระยะสายหนึ่งคนขึ้น 2 เท่า
- (รูน) ทักษะ ระบำสายฟ้า ฟาดฟันดาบห้าครั้งสร้างตราปรระทับทรราชย์ครั้งละ 10 ชิ้น แก่คู่ต่อสู้พร้อมความเสียหาย 100% และ 200% ในดาบสุดท้าย ศัตรูจะติดสถานะชะงักโดยไม่สนใจค่าความต้านทานความผิดปกติ ใช้ได้หนึ่งเป้าหมายเท่านั้น ระยะหน่วง 5 ชั่วโมง
ดาบสองคมใบดาบกว้างสุดหนึ่งฟุตยาวหนึ่งเมตรครึ่งคมดาบสีเงินโค้งไล่จากกั่นดาบมาบรรจบกันที่ปลายดาบห่อหุ้มส่วนที่เป็นสีดำสนิทที่ภายในบรรจุสายฟ้าสีเหลืองทองเช่นเดียวกับอักษรรูนปริมาณมหาศาลเอาไว้ กั่นดาบกางเขนและด้ามทำจากเขามังกรที่หาได้ยากและมีคามทนทานสูง เซฟิออนเป็นดาบที่มีลูกเล่นเยอะมากๆเมื่อคิดว่ามันมีพลังโจมตีสูงแถมลูกเล่นนั้นยังใช้งานง่ายและประยุกต์ได้หลากหลายมาพร้อมกับทักษะที่เกื้อกูลกันได้อย่างลงตัว
ศาสตราที่มีจิตวิญญาณในตัวไม่ใช่ครั้งแรกที่เอเลนเคยพบ ควินดีลเองหากมีพลังมากพอมันก็สามารถสร้างอัตลักษณ์ให้ตนเองได้เช่นกันสังเกตุได้จากการที่มันถูกกระตุ้นความกลัวด้วยปัจจัยภายนอกแต่ก็เพราะแบบนั้นเสียงของโลกถึงได้มองว่าควินดีลนั้นยังคงเคลื่อนไหวโดยใช้สัญชาติญาณเป็นหลักระดับจิตวัญญาณของมันนั้นต่ำกว่า F แต่ดีกว่าเดรัจฉานนิดเดียวเท่านั้น
หากเทียบกับควินดีลแล้วเซฟิออนเหนือกว่าอย่างไม่ต้องสงสัยทั้งในแง่ของพลังทำลายและสติปัญญาแต่มันก็มีจุดอ่อนอยู่ตรงที่พลังโจมตีมหาศาลต้องมาพร้อมกับการถูกหักล้างด้วยค่าพลังป้องกันของศัตรู แต่เมื่อเทียบกับแอนทาเรสแล้วเอเลนไม่มั่นใจนักจนกระทั่งเซฟิออนที่สัมผัสได้ถึงความคิดของผู้เป็นนายจึงรีบตอบขึ้น
นายท่านได้โปรดอย่าเอาข้าไปเทียบกับท่านแอนทาเรสเลย
“ทำไมล่ะ ถ้ามองอย่างเป็นกลางชั้นว่าพวกเธอถือว่าสูสีกัน”
เอเลนตอบตามตรงแม้จะเป็นศัตรูกันมาก่อนแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเซฟิออนนั้นโดดเด่น เซฟิออนที่ได้ยินดังนั้นก็ทำเสียงอึกอักจนแอนทาเรสที่นิ่งเงียบมานอนเป็นผู้ให้คำตอบแทน
ถึงจะไม่อยากยอมรับแต่เซฟิออนก็ถือเป็นศาสตราวุธที่ยอดเยี่ยมมากเจ้าค่ะ แต่นายท่านอย่าได้ลืมสิเจ้าคะว่าตัวของข้าน้อยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานร่วมกับเวทย์แห่งกาลเวลา หรือต่อให้ไม่ใช่เพราะเหตุผลข้อนั้นพลังในการตัดอายุขัยนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรเทียบได้
“แบบนี้นี่เอง”
เอเลนพยักหน้าหงึกๆคงเป็นเพราะเขาเพิ่งเคยใช้แอนทาเรสเพียงแค่ครั้งเดียวเลยอาจจะยังไม่เข้าใจเธออย่างลึกซึ้งแต่กับเซฟิออนที่กลายเป็นยุทธภัณฑ์ไปแล้วนั้นมันสามารถมองเห็นขีดจำกัดระหว่างตัวมันกับแอนทาเรสทำให้มันได้รู้ว่าแม้มันจะคิดว่ามันก้าวมาสุ่จุดสูงสุดแต่มันยังต้อยต่ำเมื่อเทียบกับแอนทาเรส
การตัดอายุขัยนั้นหากจะกล่าให้เห็นภาพมันก็เป็นการลดความสามารถในการต่อสู้ของศัตรูลงเพราะต่อให้แข็งแกร่งขนาดไหนก็ไม่มใครสามรถหลีกหนีความตายพ้น ต่อให้คนผู้นั้นจะมีอายุขัยเป็นพันหรือหมื่นปีก็ตามหรือแม้แต่ผู้เป็นอมตะเองก็ตาม ในขณะที่เซฟิออนนั้นมุ่งเน้นไปที่การลดพลังชีวิตของศัตรูซึ่งเป็นสิ่ที่สามารถฟื้นฟูได้
แต่ถึงกระนั้นแม้แต่แอนทาเรสที่เป็นยอดศาสตราวุธยังยอมรับในความยอดเยี่ยมของเซฟิออนก็ทำให้เด็กหนุ่มอดฉีกยิ้มด้วยความตื่นเต้นไม่ได้น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้ทดลองเพราะยังขาดคู่ต่อสู้ที่เหมาะสม คาดวาาในการประลองลานประลองเกียรติยศ เซฟิออนและควินดีคงได้สร้างความแตกตื่นให้แก่ผู้คนเป็นแน่แท้
********************************************
ช่วงบ่นท้ายตอน
วันนี้ไม่มีอะไรบ่นนอกจากคำว่า ขอบคุณครับ
สนับสนุนค่ากาแฟ ค่าไฟ และอื่นๆได้ที่ QR Code ด้านล่าง
Zero Times