ตอนที่ 8: รางวัลที่ไม่้า
เสียงเฮของเหล่าศิษย์เริ่มซาลง เปลี่ยนเป็เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังก้องไปทั่วอัฒจันทร์ ชัยชนะของเยี่ยหลางไม่ได้นำมาซึ่งความศรัทธาอันบริสุทธิ์เหมือนตอนที่ไป่หยุนเฟยชนะ แต่มันคือความรู้สึกผสมปนเประหว่างความทึ่ง ความหวาดกลัว และความขัดใจ
ในสายตาของศิษย์สำนักกระบี่... การที่ 'กระบี่บิน' อันสูงส่ง ถูก 'ท่อนเหล็กสนิมเขรอะ' ดักจับราวกับหนูติดจั่น เป็ภาพที่ทำลายความเชื่อมั่นของพวกเขาอย่างรุนแรง
"เ้าเด็กนั่น... มันใช้วิชามารหรือเปล่า?" "ชนะก็จริง แต่วิธีการต่ำช้าสิ้นดี ทั้งปาทราย ทั้งแกล้งตาย ทั้งใช้อาวุธประหลาด"
เยี่ยหลางยืนโงนเงนอยู่กลางเวที เขาพยายามฉีกยิ้มกวนประสาทเพื่อกลบเกลื่อนความเ็ป ร่างกายของเขามาถึงขีดจำกัดแล้ว าแจากคมกระบี่นับสิบแห่งเริ่มประท้วงด้วยความปวดแสบปวดร้อน
"การประลองจบลงแล้ว!"
เสียงอันทรงพลังดังก้องมาจากแท่นประธาน ร่างในชุดคลุมสีขาวของผู้เป็เ้าสำนัก 'หลิวเฉิงเฟิง' ลอยละลิ่วลงมาสู่กลางเวทีอย่างแ่เบาราวกับขนนก
เยี่ยหลางรีบปล่อยท่อนเหล็ก (ที่เขายังหนีบรักแร้ไว้แน่นเพราะกลัวกระบี่บินหลุด) แล้วพยายามก้มหัวทำความเคารพ "ทะ... ท่านเ้าสำนัก ศิษย์เยี่ยหลาง ขอคารวะ..."
หลิวเฉิงเฟิงมองดูศิษย์นอกคอกผู้นี้ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เขาเหลือบมองไปที่ท่อนเหล็กดำที่มีกระบี่ราคาแพงของไป่หยุนเฟยเสียบคาอยู่ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
"เยี่ยหลาง... เ้าชนะ" เ้าสำนักกล่าวเสียงเรียบ "แม้กระบวนท่าของเ้าจะ... แปลกประหลาด และขัดต่อขนบธรรมเนียมของสำนักเราอย่างยิ่ง แต่ในสนามรบ ผู้ชนะคือผู้ที่ยืนอยู่ และเ้าก็ยังยืนอยู่"
"ขอบพระคุณขอรับ! ถ้าอย่างนั้นรางวัล..." เยี่ยหลางตาลุกวาว
"แต่!" เ้าสำนักขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน "การกระทำของเ้าเป็การดูิ่เกียรติแห่งกระบี่! เ้าทำให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องเห็นว่าวิชากระบี่อันภาคภูมิไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเล่ห์เหลี่ยมของเ้า... เ้ามีความผิด!"
เยี่ยหลางชะงัก "อ้าว... ไหงงั้นล่ะตาท่านผู้เฒ่า สู้แพ้ก็ผิด สู้ชนะก็ผิด แล้วข้าจะเอาอะไรกินล่ะทีนี้?"
หลิวเฉิงเฟิงหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาวูบหนึ่งเพื่อทดสอบจิตใจ "อย่างไรก็ตาม... กฎก็คือกฎ ผู้ชนะย่อมได้รับรางวัล"
เ้าสำนักสะบัดมือ แสงสีทองพุ่งออกมาจากแหวนมิติ ลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าเยี่ยหลาง มันคือ 'โอสถไขกระดูกั' ยาเม็ดสีแดงเพลิงที่มีมูลค่ามหาศาล สรรพคุณช่วยทะลวงเส้นลมปราณและรักษาอาการาเ็ภายในระดับวิกฤต
"นี่คือรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศ มันจะช่วยรักษาเ้า และอาจจะช่วยให้เ้า... สามารถฝึกปราณได้เสียที"
เยี่ยหลางมองเม็ดยาด้วยความลังเล เขาอยากได้มัน... แต่เขารู้ดีว่าร่างกายของเขา 'กิน' ยาพวกนี้ไม่ได้ ผนึกที่ปิดกั้นลมปราณของเขา มันแข็งแกร่งเกินกว่าที่ยาเม็ดเดียวจะทำลายได้ และถ้ากินเข้าไป พลังยาที่ไม่มีที่ไปอาจจะะเิร่างเขาจนเละ
"ข้า... ไม่ขอรับโอสถนี้ได้หรือไม่ขอรับ?" เยี่ยหลางกล่าวเสียงค่อย
ทั่วทั้งลานประลองเงียบกริบ "เ้าบ้าไปแล้วรึ!?" ศิษย์คนหนึ่งะโ "นั่นมันโอสถระดับปฐี! กินเม็ดเดียวประหยัดเวลาฝึกไปห้าปี!"
เ้าสำนักเลิกคิ้ว "เ้าปฏิเสธ? เ้า้าสิ่งใดแทน?"
เยี่ยหลางสูดหายใจลึก เขาชี้มือไปที่ท่อนเหล็กดำและกองอาวุธที่พังเสียหายจากการต่อสู้ "ข้าขอสิทธิ์ในการเข้าถึง 'สุสานศาสตรา' ท้ายสำนัก... และขอสิทธิ์ในการเลือกหยิบ 'ขยะ' ชิ้นใดก็ได้ในนั้นออกมาใช้ โดยไม่มีใครมาห้าม"
หลิวเฉิงเฟิงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง สุสานศาสตรา คือที่ทิ้งอาวุธพังๆ หรืออาวุธต้องสาปที่ไม่มีใครใช้ มันคือูเาขยะดีๆ นี่เอง
"เ้า้าขยะ?" เ้าสำนักถามย้ำ
"ขอรับ... สำหรับคนอื่นมันคือขยะ แต่สำหรับข้าที่ 'ไร้กระบี่' ขยะพวกนั้นอาจจะเป็เพื่อนตายที่ดีที่สุด" เยี่ยหลางตอบพร้อมรอยยิ้มเศร้าๆ ที่มุมปาก
เ้าสำนักจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่ม ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ "ย่อมได้... นับแต่นี้ เ้ามีสิทธิ์เข้าออกสุสานศาสตราได้ตามใจชอบ และ..."
ทันใดนั้น ร่างของเยี่ยหลางก็โงนเงน ภาพตรงหน้าเริ่มหมุนคว้าง ความเ็ปและความเหนื่อยล้าที่กดทับไว้ถาโถมเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก "และ... ข้าของีบสักหน่อยนะขอรับ..."
ตุบ!
เยี่ยหลางล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้นสลบเหมือดไปทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน
...
ความรู้สึกเย็นวาบที่หน้าผากปลุกเยี่ยหลางให้ตื่นขึ้นจากความมืด เขาลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงไม้ไผ่ในห้องพยาบาล กลิ่นสมุนไพรฉุนจมูกลอยอบอวล
"ตื่นแล้วรึ เ้าตัวปัญหา"
เสียงหวานใสแต่แฝงความดุ ดังมาจากข้างเตียง หลิวซืออิน นั่งอยู่ตรงนั้น ในมือถือชามยาต้มควันฉุย นางกำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเืบนใบหน้าของเขา
เยี่ยหลางสะดุ้งเฮือก พยายามจะลุกหนี "เฮ้ย! ศิษย์พี่หญิง! ท่าน... ท่านจะลอบสังหารข้าตอนป่วยรึ?"
"นอนลงเดี๋ยวนี้!" หลิวซืออินกดไหล่เขาลงกับเตียงด้วยแรงที่มากกว่ารูปร่าง "ถ้าข้าจะฆ่าเ้า ข้าหักคอเ้าไปั้แ่ตอนที่เ้าสลบแล้ว... ดื่มนี่ซะ"
นางยื่นชามยาให้ เยี่ยหลางรับมาดมๆ "ยาขมปี๋... ไม่มียาพิษแน่นะ?"
"กินๆ เข้าไปเถอะน่า!" หลิวซืออินดุหน้าแดง "ท่านพ่อเป็คนสั่งให้ปรุงยาบำรุงเส้นเอ็นให้เ้าเป็พิเศษ... เ้ารู้ไหมว่ากระดูกซี่โครงเ้าร้าวไปสองซี่ กล้ามเนื้อฉีกขาดทั่วตัว ถ้าเป็คนธรรมดาคงนอนเป็ผักไปแล้ว"
เยี่ยหลางค่อยๆ จิบยา พลางลอบมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาว "ขอบคุณนะ... ที่ช่วยดูแล"
หลิวซืออินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดหน้าหนี "ข้าทำตามหน้าที่หัวหน้าผู้คุมกฎ ดูแลศิษย์ที่าเ็จากการประลองก็เป็หนึ่งในหน้าที่"
นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามสิ่งที่ค้างคาใจ "เยี่ยหลาง... ท่าสุดท้ายนั่น... ตอนที่เ้าวิ่งเข้าหาไป่หยุนเฟย เ้าไม่กลัวรึ? ถ้ากระบี่บินหลุดจากท่อนเหล็ก เ้าตายแน่ๆ"
เยี่ยหลางวางชามยาลง ยิ้มจางๆ "กลัวสิ... ขาก็สั่นพั่บๆ เลยล่ะ" เขาชูมือขวาขึ้นมากำแบ "แต่ข้ารู้ว่า 'แรงเสียดทาน' เชื่อถือได้มากกว่า 'จิตใจ' ของมนุษย์... ในขณะที่ไป่หยุนเฟยใจนคุมสติไม่ได้ แรงเสียดทานระหว่างเหล็กกับกระบี่มันยังทำงานของมันอย่างซื่อสัตย์"
"เ้าช่างเป็คนประหลาด" หลิวซืออินส่ายหัว แต่ในแววตามีความยอมรับเจือปนอยู่ "พักผ่อนซะ พรุ่งนี้เ้าต้องไปรายงานตัวที่สุสานศาสตราตามที่เ้าขอ... ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเ้าจะไปหาเศษเหล็กอะไร แต่..."
นางลุกขึ้นยืน เดินไปที่ประตู ก่อนจะหันกลับมา "ยินดีด้วย... กับตำแหน่งราชันย์หน้าใหม่"
ประตูห้องปิดลง ทิ้งให้เยี่ยหลางนอนยิ้มอยู่คนเดียว "ราชันย์หน้าใหม่รึ? เหอะ... ราชันย์ยาจกสิไม่ว่า"
เขาล้วงมือเข้าไปใต้หมอน หยิบของสิ่งหนึ่งออกมา มันไม่ใช่ป้ายหยก แต่เป็ 'ท่อนเหล็กดำ' (ที่ตอนนี้เขาเอามาหนุนหัวนอน) เยี่ยหลางลูบคลำผิวขรุขระของมัน
"เ้าทำได้ดีมากเ้าลูกชาย... แต่ข้ารู้สึกว่า... น้ำหนักของเ้ามันแปลกๆ" ตอนที่รับกระบี่บินของไป่หยุนเฟย แรงกระแทกมหาศาลน่าจะทำให้ท่อเหล็กธรรมดาบุบหรือร้าวไปแล้ว แต่ท่อนเหล็กดำนี้... ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน กลับกัน กระบี่บินราคาแพงของไป่หยุนเฟยต่างหาก ที่มีรอยบิ่นเล็กน้อยตรงจุดที่เสียดสี
"หรือว่าเ้า... จะไม่ใช่แค่ท่อนเหล็กธรรมดา?"
เยี่ยหลางลองถ่ายเทพลังกาย (ไม่ใช่ลมปราณ) บีบมันดู ทันใดนั้น... สนิมเกรอะกรังบางส่วนกะเทาะหลุดออกมา เผยให้เห็นตัวอักษรโบราณเลือนรางที่สลักอยู่บนเนื้อเหล็กสีดำด้านใน
'เสา... ค้ำ... ์...?' เยี่ยหลางอ่านได้เพียงสามคำ
"ชื่อเว่อร์ชะมัด... สงสัยคนสร้างคงเมาเหล้าตอนตั้งชื่อ" เยี่ยหลางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกอดท่อนเหล็กหลับไปด้วยความเพลีย
โดยไม่รู้เลยว่า... การไปเยือน "สุสานศาสตรา" ในวันพรุ่งนี้ จะเป็จุดเริ่มต้นของการค้นพบที่ะเืฟ้าดินยิ่งกว่าเดิม