พระเ้าเลนเต้ได้ฟังขันทีทูลดังนั้นก็ทรงพระโกรธเล่าโต๋นักจึงตรัสว่า”ตัวเป็พี่เลี้ยง ที่บ้านเรือนของตัวนั้นก็ย่อมมีคนสนิทใช้สอยอยู่ แลตัวเราเป็เ้าอยู่ในราชสมบัติมีคนซึ่งสนิทใช้สอยบ้างตัวมาริษยาว่ากล่าวให้เราขัดเคืองดังนี้ ซึ่งว่ามีกตัญญูนั้นเราเห็นไม่จริง”แล้วสั่ง บู๋ซู ฝ่ายซ้ายให้เอาตัวเล่าโต๋ไปฆ่าเสีย บู๋ซูก็เข้าลากเอาตัวเล่าโต๋เล่าโต๋จึงร้องขึ้นหน้าพระที่นั่งว่า “ซึ่งรับสั่งให้ฆ่าข้าพเ้านั้นไม่เสียดายชีวิตข้าพเ้าคิดเสียดายแต่ราชสมบัติของพระเ้าฮั่นโกโจซึ่งสั่งสมมาแต่ก่อนได้ถึงสี่ร้อยปีเศษมาแล้ว๑ บ้านเมืองหาเป็จลาจลมิได้ครั้งนี้จะเป็อันตรายเสียมั่นคง”
บู๋ซูก็พาเอาตัวเล่าโต๋ออกไปถึงตำแหน่งฆ่าคนเงื้อดาบขึ้นจะฆ่า พอ ตันต๋ำ เห็นก็ร้องห้ามไว้ว่าอย่าเพ่อฆ่าเสียก่อนเราจะเข้าไปทูลสนองพระเ้าเลนเต้ให้รู้ความผิดแลชอบก่อน
ตันต๋ำเข้าไปยังสวนดอกไม้ทูลถามพระเ้าเลนเต้ว่า”เล่าโต๋เป็พระพี่เลี้ยงได้ทำนุบำรุงสั่งสอนพระองค์มาแต่ก่อนแลเล่าโต๋กระทำความผิดสิ่งใดพระองค์จึงสั่งให้ปะาชีวิต”
พระเ้าเลนเต้ได้ฟังตันต๋ำทูลถามดังนั้นจึงตรัสว่า“เล่าโต๋เป็ผู้ใหญ่หาความคิดมิได้ เอาความมิจริงมาว่ากล่าวยุยงใส่โทษขันทีสิบคนซึ่งเป็ขุนนางผู้ใหญ่แล้วหยาบช้าต่อเรา”
ตันต๋ำจึงทูลว่า “ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งอาณาประชาราษฎรในเมืองแลหัวเมืองได้ความเดือดร้อนเป็อันมากมีใจชังจะใคร่กินเนื้อขันทีสิบคนเสียแลพระองค์มีพระทัยรักขันทีสิบคนดุจหนึ่งพระราชวงศ์ผู้ใหญ่แลจะได้มีความชอบสิ่งใดหามิได้ พระองค์ตั้งให้เป็ขุนนางผู้ใหญ่นั้นไม่สมควรอนึ่งฮองสีขันทีก็คิดการขบถเป็ไส้ศึกเข้าด้วยพวกโจรโพกผ้าเหลืองมีผู้มากราบทูลพระองค์พระองค์มิได้ชำระให้เห็นเท็จจริง พระองค์แกล้งนิ่งเสีย จะให้ราชสมบัติเป็อันตราย”
พระเ้าเลนเต้จึงตรัสว่า “มีผู้มากราบทูลว่าฮองสีเป็ขบถนั้นหาจริงไม่แลขันทีสิบคนนี้เราเลี้ยงถึงขนาด ถ้าฮองสีเป็ขบถจริง ขันทีเก้าคนหาเป็ขบถสิ้นไม่ดีร้ายจะมีใจสุจริตต่อเราสักคนหนึ่งสองคน เห็นจะเอาเนื้อความมาบอกเรา”ตันต๋ำเห็นว่าพระเ้าเลนเต้รักขันทีสิบคนอยู่ ซึ่งจะพิดทูลว่ากล่าวไปนั้นเห็นขัดสนตันต๋ำมีความแค้นใจจึงเอาศีรษะชนแท่นซึ่งพระเ้าเลนเต้เสด็จประทับอยู่นั้นจนศีรษะแตกโลหิตไหลพระเ้าเลนเต้ทรงพระโกรธจึงสั่งบู๋ซูฝ่ายซ้ายให้เอาตัวตันต๋ำกับเล่าโต๋ซึ่งจะให้ฆ่าเสียนั้นเอาไปจำใส่คุกไว้
ครั้นเวลาค่ำขันทีสิบคนคิดกันแล้วจึงเรียกผู้คุมมาสั่งว่าถ้าเวลาเที่ยงคืนให้ลอบฆ่าตันต๋ำ เล่าโต๋เสีย ผู้คุมก็ไปทำตามขันทีสั่งแล้วขันทีสิบคนจึงแต่งเป็หนังสือรับสั่งไปถึงซุนเกี๋ยนว่าให้ซุนเกี๋ยนไปกินเมืองเตียงสาแล้วให้ปราบคูเสงซึ่งเป็พวกโจรนั้นเสียให้ราบคาบแลซุนเกี๋ยนรู้หนังสือรับสั่งแล้วก็ยกไปปราบพวกโจรปราบแล้วก็บอกหนังสือขึ้นไปกราบทูลพระเ้าเลนเต้พระเ้าเลนเต้ทราบจึงทรงพระดำริว่า ซุนเกี๋ยนมีความชอบเมืองกังแฮเป็หัวเมืองเอกจึงให้แต่งหนังสือรับสั่งให้ซุนเกี๋ยนไปกินเมืองกังแฮแล้วให้เล่าหงีเป็เ้าเมืองอิจิ๋วให้ยกไปตีเตียวกี เตียวซุ่นซึ่งตั้งตัวเป็เ้าณ เมืองยีหยง
ฝ่ายเล่าเก๊งรู้ในรับสั่งว่าเล่าหงีจะไปรบเตียวกีเตียวซุ่น เล่าเก๊งจึงเขียนหนังสือให้เล่าปี่ถือไปหาเล่าหงี ในหนังสือนั้นว่าเล่าเก๊งเล่าปี่กับเล่าหงีเป็แซ่เดียวกัน จะขอให้เล่าปี่ไปทำการศึกด้วย เล่าหงีรู้หนังสือนั้นแล้วก็มีความยินดีนักจึงจัดแจงทหารทั้งปวง ตั้งให้เล่าปี่เป็นายทหารแล้วยกไปเมืองยีหยงเล่าหงีจึงให้เล่าปี่คุมทหารเข้าหักค่ายเมืองยีหยงเป็สามารถทหารทั้งสองฝ่ายฆ่าฟันกันตายเป็อันมาก แลเล่าปี่ตั้งรบอยู่นั้นเป็หลายวันแลเตียวซุ่นนั้นใจหยาบช้าร้ายกาจนักพรรคพวกบ่าวไพร่ทั้งปวงมีความเจ็บแค้นเป็อันมาก
ครั้นเวลากลางคืนเตียวซุ่นนอนหลับอยู่ทหารซึ่งสนิทนั้นจึงลอบฆ่าเตียวซุ่นเสียแล้วตัดเอาศีรษะพาพวกเพื่อนออกไปให้เล่าปี่ เตียวกีครั้นเห็นเตียวซุ่นตายแลทหารทั้งปวงเอาใจออกหากเป็อันมากก็สิ้นความคิด จึงเอาดาบเชือดคอตายแลราษฎรในเมืองยีหยงค่อยมีความสุขราบคาบ
เล่าหงีจึงแต่งหนังสือบอกความชอบเล่าปี่ไปให้กราบทูลพระเ้าเลนเต้ พระเ้าเลนเต้จึงตรัสว่า”เล่าปี่มีความผิดอยู่ครั้งตีต๊กอิ้วเอาความชอบนั้นยกโทษเสีย แล้วให้ไปรักษาบ้านแฮปิดปลายด่าน”
กองซุนจ้านจึงทูลว่า”เล่าปี่นี้แต่ก่อนก็มีความชอบอยู่ขอให้ไปกินเมืองเพงงวนก๋วนเถิด”พระเ้าเลนเต้ก็โปรดให้เล่าปี่ไปอยู่เมืองเพงงวนก๋วน เมืองนั้นมีทหารเป็อันมากข้าวปลาอาหารก็บริบูรณ์ เล่าปี่ค่อยมีใจกว้างขวางกว่าแต่ก่อน ฝ่ายพระเ้าเลนเต้จึงให้เล่าหงีซึ่งมีความชอบมาเป็นายทหารอยู่ในเมืองหลวง
พระเ้าเลนเต้มีอัครมเหสีคนหนึ่งชื่อนางโฮเฮามีพระราชบุตรองค์หนึ่งชื่อ หองจูเปียน แลนางอองบีหยิน สนมเอกมีพระราชบุตรองค์หนึ่งชื่อหองจูเหียบ แลนางโฮเฮานั้นมีพี่ชายคนหนึ่งชื่อโฮจิ๋นโฮจิ๋นนั้นพระเ้าเลนเต้ตั้งให้เป็ขุนนางผู้ใหญ่เป็ที่ปรึกษาแต่พระเ้าเลนเต้เสวยราชย์ได้หกปีเศษแล้วแลนางโฮเฮานั้นมีความหึงสาแก่นางอองบีหยิน นางโฮเฮาจึงพาลเอาความผิดเป็ข้อใหญ่สั่งให้เอานางอองบีหยินไปฆ่าเสีย นางตังไทฮอ ผู้เป็มารดาพระเ้าเลนเต้นั้นจึงเอาหองจูเหียบผู้หลานไปเลี้ยงไว้แล้วขึ้นไปว่าแก่พระเ้าเลนเต้ว่า สมบัตินี้ขอให้หองจูเหียบเสวยราชย์เถิดแต่นางตังไทฮอขึ้นอ้อนวอนพระเ้าเลนเต้เป็หลายครั้งพระเ้าเลนเต้มีความรักแก่หองจูเหียบ จึงรับคำนางตังไทฮอผู้มารดา
ครั้นอยู่มา ณ เดือนหกพระเ้าเลนเต้ทรงพระประชวรหนัก จึงมีขันทีคนหนึ่งชื่อเกนหวน นอกจากขันทีสิบคนกราบทูลพระเ้าเลนเต้ว่า ซึ่งพระองค์รับคำตังไทฮอผู้เป็พระมารดาว่าจะให้หองจูเหียบเสวยราชสมบัตินั้น ข้าพเ้ามีความยินดีด้วยแต่ว่าจะมิฆ่าโฮจิ๋นเสียก่อนนั้นเห็นไม่ได้พระเ้าเลนเต้เห็นชอบด้วยจึงให้หาโฮจิ๋นเข้ามาจะปรึกษาราชการด้วยโฮจิ๋นก็เข้ามาถึงประตูวัง พอพบขุนนางพัวอิ๋นจึงบอกว่าบัดนี้เกนหวนคิดอ่านจะฆ่าท่านเสีย ท่านอย่าเข้าไปเลยโฮจิ๋นได้ยินข่าวก็ใกลับมาบ้าน จึงให้หาขุนนางทั้งปวงมากินโต๊ะแล้วปรึกษาว่าเราจะคิดฆ่าเกนหวนเสีย ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด โจโฉได้ยินดังนั้นจึงว่าอันเกนหวนนั้นพระเ้าเลนเต้ก็โปรดปราน พรรคพวกในวังก็มีเป็อันมากท่านคิดการทั้งนี้เกลือกจะมิสำเร็จ จะไม่ตายแต่ตัวจะพาญาติพี่น้องตายเสียสิ้นขอท่านจงดำริดูให้ควรก่อน โฮจิ๋นได้ยินโจโฉว่าดังนั้นก็โกรธจึงว่าตัวเป็แต่ผู้น้อยเราคิดการใหญ่หลวงตัวไม่รู้ ตัวมาว่าดังนี้ไม่ควรขุนนางทั้งปวงยังนิ่งอยู่

ฝ่ายพระเ้าเลนเต้ทรงพระประชวรหนักก็ตพัวอิ๋นแจ้งเนื้อความซึ่งขันทีคิดนั้นจึงไปบอกโฮจิ๋นว่าบัดนี้พระเ้าเลนเต้ตแล้วขันทีสิบคนกับเกนหวนคิดกันปิดเนื้อความเสียจะให้มีรับสั่งพระเ้าเลนเต้มาหาท่านให้เข้าไปในวังแล้วจะจับฆ่าเสีย เพราะจะให้หองจูเหียบขึ้นเสวยราชสมบัติจึงจะสิ้นเสี้ยนหนามไปภายหน้า
โฮจิ๋นยังมิได้ตอบประการใด พอขันทีเลวมาบอกว่ามีรับสั่งให้หาโฮจิ๋นเข้าไปข้างในจะปรึกษาราชการเป็การเร็วโจโฉจึงว่าแก่โฮจิ๋นว่าเราจำจะตั้งให้หองจูเปียนผู้เป็ราชบุตรเอกให้เสวยราชสมบัติเสียก่อนเราจึงคิดฆ่าเกนหวนกับพรรคพวกเหล่าร้ายเสียโฮจิ๋นจึงตอบว่าเมื่อเป็ดังนี้ผู้ใดจะอาสาฆ่าอ้ายเหล่าศัตรูราชสมบัติเสียได้บ้างอ้วนเสี้ยวได้ยินโฮจิ๋นว่าดังนั้นจึงว่าข้าพเ้าจะอาสาคุมทหารห้าพันเข้าทำการจับขันทีสิบคนกับเกนหวนฆ่าเสียแล้วจึงยกหองจูเปียนขึ้นเสวยราชสมบัติตามราชประเพณีโฮจิ๋นได้ยินมีความยินดีนักจึงจัดทหารห้าพันถือเครื่องศัสตราวุธครบมือกันให้แก่อ้วนเสี้ยวอ้วนเสี้ยวก็คุมทหารเข้าไป โฮจิ๋นให้โหหยองซุนสิวแตะถ้ายกับขุนนางใหญ่น้อยสามสิบเศษตามอ้วนเสี้ยวเข้าไปถึงตำหนักซึ่งไว้พระศพพระเ้าเลนเต้แล้วเชิญเสด็จหองจูเปียนขึ้นณ ที่นั่งพระเ้าเลนเต้เสด็จออกขุนนางทั้งปวงกราบถวายบังคมแล้วเฝ้าที่นั้นแต่อ้วนเสี้ยวกับโฮจิ๋นคุมทหารห้าพันเปิดประตูเข้าไปไล่จับเกนหวนเกนหวนรู้ตัวหนีเข้าไปอยู่ในสวนดอกไม้ที่ข้างในแล กุยเสง ขันทีคนหนึ่งนอกกว่าขันทีสิบคนมีใจพยาบาทเกนหวนครั้นเกนหวนหนี กุยเสงก็ฆ่าเกนหวนตายในสวนดอกไม้
เหล่าทหารล้อมวังซึ่งเกนหวนได้คุมอยู่นั้นครั้นเห็นเกนหวนตาย ต่างคนต่างวิ่งเข้าหาอ้วนเสี้ยวเป็อันมากอ้วนเสี้ยวจึงว่าแก่โฮจิ๋นว่า ได้ทำการถึงเพียงนี้แล้วจำจะฆ่าขันทีสิบคนกับพรรคพวกของมันเสียให้สิ้นทีเดียว ราชการจึงจะปรกติแลเตียวเหยียงพวกขันทีสิบคนได้ยินอ้วนเสี้ยวว่าแก่โฮจิ๋นดังนั้นก็ใกลัววิ่งหนีไปหานางโฮเฮาผู้เป็น้องโฮจิ๋น แล้วทูลอ้อนวอนว่าการซึ่งจะยกหองจูเหียบให้เป็ใหญ่นั้นข้าพเ้าทั้งสิบคนหาได้คบคิดรู้เห็นด้วยไม่การทั้งนี้เกนหวนคิดอ่านแต่เพียงผู้เดียวบัดนี้โฮจิ๋นกับอ้วนเสี้ยวคิดอ่านจะฆ่าข้าพเ้าเสียพระองค์จงช่วยชีวิตข้าพเ้าทั้งนี้ให้รอดไว้ด้วย
๑รัชกาลพระเ้าฮั่นโกโจพ.ศ. ๓๓๘อยู่ในเื่ไซ่ฮั่น