ที่ปากนางก็เปื้อนเืนางมองเด็กสาวทั้งสองแล้วก็พูดว่า “อา...ทำพวกเ้าใแล้ว”
“ท่านป่วย...”หลินจื่อเซียนพูดยังไม่ทันจบป้าฉีก็ทรุดลงไปล้มลงตึง!
“ป้าฉี!” เซี่ยจินเย่ใ วางของในมือลงแล้วรีบเข้าไปประคองป้าฉีหลินจื่อเซียนก็ยื่นมือไปแตะจุดชีพจร ปล่อยพลังจิตเข้าไปในร่างป้าฉีตรวจดูอาการป่วยสักพักก็พบว่าป้าฉีเป็โรคปอดอักเสบ เธอชักมือออก แล้วสั่งเซี่ยจินเย่ว่า“เ้าเก็บของตามข้ามา ข้าจะแบกป้าฉีเข้าไปเอง”
“เ้าค่ะ”เซี่ยจินเย่พยักหน้า รีบเดินไปเก็บของมาถือ หลินจื่อเซียนก็จัดแจงแบกป้าฉีขึ้นหลังแล้วเดินเข้าไปในบ้าน บานประตูเปิดอ้าอยู่เธอจึงยกเท้ายันประตูให้เปิดออกแล้วแบกป้าฉีไปนอนที่เตียงเซี่ยจินเย่เดินตามเข้ามา วางของไว้หน้าประตูเรือน แล้วเดินเข้าไปในเรือนนางมองป้าฉีแล้วก็เดินไปตักน้ำใส่อ่าง เอาผ้าชุบน้ำแล้วไปเช็ดคราบเืออกให้มือค่อยๆ เช็ดอย่างเป็ห่วง เพราะป้าฉีดีกับนาง นางก็ย่อมต้องดีกับป้าฉีเมื่อเช็ดเืเสร็จก็หันไปถามพี่จื่อเซียนว่า “ท่านพี่ ท่านป้าป่วยเป็อะไร?”
“โรคปอดอักเสบ”หลินจื่อเซียนบอก แล้วก็สั่งนางว่า “เ้าไปต้มน้ำร้อนไว้คนเป็โรคปอดไม่ควรดื่มน้ำเย็นๆ ต้องดื่มน้ำอุ่นจึงจะดี”
“เ้าค่ะ” เซี่ยจินเย่รับคำแล้วก็เดินออกไปตรงไปที่ครับจัดแจงต้มน้ำร้อน ถึงแม้จะไม่รู้ว่า ‘โรคปอดอักเสบ’คืออะไร เป็โรคแบบไหนแต่ในเมื่อพี่จื่อเซียนบอกว่าต้องดื่มน้ำอุ่นก็ดื่มน้ำอุ่นดูจากสภาพแล้วป้าฉีอยู่คนเดียว คาดว่าสามีนางคงตายไปแล้ว ลูกสาวกับลูกเขยก็ตายแล้วช่างอาภัพนัก เฮ้อ...
หลินจื่อเซียนรอจนป้าฉีได้สติแล้วจึงถามว่า “ท่านป่วยมานานเท่าไหร่แล้ว?”
“แค่กๆ นานแล้ว”ป้าฉีตอบอย่างไม่ใส่ใจ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง หลินจื่อเซียนขมวดคิ้ว “นานแล้วแล้วทำไมท่านไม่ไปหาหมอ?”
“ข้าไม่มีเงิน”ป้าฉีตอบตรงๆ หลินจื่อเซียนยิ่งขมวดคิ้ว ชักสงสัยแล้วว่าค่ารักษาของคนโลกนี้ประมาณเท่าไหร่กันแน่?ถึงได้ทำให้คนไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาโรคที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากนักอย่างโรคปอดอักเสบที่น่าจะเกิดจากการเป็ไข้หวัดแล้วติดเชื้อลงปอด เธอจึงถามต่อ “ค่ารักษาเท่าไหร่รึ?”
“แพง แพงนัก”ป้าฉีตอบแล้วส่ายหน้า “ข้านั้นเป็ไม้ใกล้ฝั่งแล้ว จะตายวันไหนก็ตายเหมือนกันจะอยู่หรือตายก็มีค่าเท่ากัน”
หลินจื่อเซียนฟังแล้วก็ถอนหายใจ“เฮ้อ...ป้าฉี ชีวิตคนมีค่าเสมอนะ ท่านมีชีวิตอยู่ก็ได้ช่วยเหลือคนอื่นอย่างเช่นข้ากับน้อง ท่านก็ให้ที่อยู่เปล่าๆ ไม่เอาเงิน ทำไมถึงได้คิดว่าชีวิตตัวเองไร้ค่าล่ะ?”
แล้วเธอก็เอาโอสถระดับสิบออกมาจากแหวนเก็บของยื่นไปให้ป้าฉี “นี่เป็โอสถรักษาอาการอักเสบ ท่านกินเถอะ จะได้หาย”
ป้าฉีมองโอสถที่ยื่นมาตรงหน้าเบิกตากว้าง แล้วดันมือเล็กๆ เอาไว้ บอกว่า “เ้าเก็บไว้ใช้เองเถอะ โอสถเม็ดนึงนั้นแพงนักกว่าเ้าจะหาซื้อมาได้คงหมดเงินไปไม่น้อยอย่าได้เอาโอสถล้ำค่ามาเสียเวลากับชีวิตไร้ค่าอย่างข้าเลย”
“ป้าฉีโอสถจะล้ำค่าอย่างไรก็เป็แค่โอสถ แต่ชีวิตถ้าตายแล้วแม้แต่ยา์ยาเซียนที่ไหนก็ฟื้นชีวิตคนไม่ได้หรอกนะ” หลินจื่อเซียนดุอย่างไม่ชอบใจที่ป้าฉีไม่รักชีวิตตัวเองคำพูดของหลินจื่อเซียนทำให้ราชันย์โอสถถึงกับยิ้มชอบใจ “พูดได้ดีๆ”
“ท่านกินเถอะโอสถข้าไม่ได้มีแค่เม็ดเดียว” หลินจื่อเซียนจับมือป้าฉีแล้วยัดโอสถใส่มือนางป้าฉีกลับยัดคืนมา “เ้าเก็บไว้เถอะ ยามขัดสนก็ยังเอาไปขายได้”
“ท่านนี่นะ” หลินจื่อเซียนดุแล้วก็รีบโอสถมา จากนั้นก็พุ่งประชิดตัว จับป้าฉีบีบปากแล้วยัดโอสถเข้าไปป้าฉีใ “อ้าเ้า!”
นางจะคายโอสถก็ไม่ทันเพราะเมื่อโอสถเข้าปากแล้วก็ละลายเป็น้ำไหลลงคอไปแล้วอีกทั้งเ้าเด็กนี่ก็ปิดปากนางไว้อีก น่าตาย! เ้าเด็กนี่นี่!คนเขาอุตส่าห์หวังดีด้วยแท้ๆ
หลินจื่อเซียนกะว่ายาลงคอไปแล้วจึงได้ถอนมือออกพูดว่า “ขออภัย ล่วงเกินท่านป้าแล้ว”
พอปากเป็อิสระป้าฉีก็ด่าทันที “เ้ารู้ไหมว่าโอสถเม็ดหนึ่งราคาเท่าไหร่!เ้าหลอมเองได้หรือไร! หรือเก็บได้จากฟ้า! ชีวิตแก่ๆอย่างข้าจะตายวันตายพรุ่งอยู่แล้ว ไยต้องให้เ้ามาสิ้นเปลืองโอสถด้วยเล่า! เ้าเด็กนี่นี่! น่าตีให้ขาหักนัก!”
“ข้าลาล่ะ”หลินจื่อเซียนกุมมือคารวะแล้วก็รีบเผ่นไปทันที เมื่อออกมาด้านนอกก็ะโเรียก“จินเย่ รีบไปกันเถอะ ข้าทำป้าฉีโกรธแล้ว”
พูดจบเธอก็หยิบข้าวของที่ซื้อมาขึ้นมาเหลือไว้แต่ของที่ให้ป้าฉี จากนั้นก็เดินจากไปเซี่ยจินเย่ได้ยินว่าทำป้าฉีโกรธจึงรีบตามไปป้าฉีได้ยินคำพูดของเ้าเด็กน่าตายก็โกรธจนเส้นเืที่ขมับเต้นตุ้บๆ ะโด่าว่า“เ้าเด็กน่าตาย! กลับมาให้ข้าหักขาเดี๋ยวนี้นะ!”
หลังะโแล้วนางก็แปลกใจ“เอ๋? ไม่เจ็บแล้ว? ไม่ไอแล้ว?”
นางตบ อกตัวเองตุบๆไม่รู้สึกเจ็บเหมือนเมื่อก่อนแล้ว นางโก่งคอไอแค่กๆ ก็ไม่เจ็บแล้วตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง “ข้าหายแล้ว!?”
“เป็โอสถที่ล้ำค่านัก!” นางยิ่งเสียดายโอสถที่กินเข้าไปมากยิ่งขึ้น แล้วก็ยิ่งโกรธเ้าเด็กน่าตายที่เอาโอสถล้ำค่ามาให้นางกินแทนที่จะเก็บไว้ใช้เอง หรือไม่ก็เอาไปขายยามขัดสนเงินทองขึ้นมา “เ้าเด็กโง่!”
หลินจื่อเซียนถือของเดินกลับบ้านเซี่ยจินเย่ก็เดินตามไปอย่างเป็กังวล “ท่านป้าดูท่าจะโกรธมากท่านพี่ไปทำอะไรให้ท่านป้าโกรธหรือ?”
“ก็แค่เอาโอสถให้กินเท่านั้นเอง”หลินจื่อเซียนตอบอย่างไม่ใส่ใจ เซี่ยจินเย่ยิ่งสงสัยเอาให้กินอย่างไรถึงได้ทำท่านป้าโกรธจนะโด่าถึงขนาดนั้น?คงไม่ใช่ว่าบังคับให้กินหรอกนะ?
นางได้แต่คิดแต่ก็ไม่กล้าถาม
เมื่อกลับถึงบ้านเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ผ้าห่มผืนใหม่แล้ว เซี่ยจินเย่ก็เอาผืนที่เปื้อนเืไปซักพยายามซักอย่างไร คราบเืก็จางไปนิดเดียวเอง ขยี้อยู่นานจนต้องถอดใจเอาล้างน้ำแล้วเอาไปตาก พลางคิดว่า นางจะเอาผ้าเปื้อนเืนี้เก็บไว้ใช้เองแล้วเอาของตัวเองไว้ให้ท่านพี่ใช้
“จินเย่ซักเสร็จยัง? ถ้าเสร็จแล้วก็ไปวิ่งกันเถอะ” หลินจื่อเซียนะโถามเซี่ยจินเย่จึงรีบตอบ “เสร็จแล้วเ้าค่ะ”
หลังจากนั้นทั้งสองก็ไปวิ่งในสุสานจากที่กลัวๆ ในตอนแรก เซี่ยจินเย่ก็เลิกกลัวแล้ว พยายามวิ่งตามพี่จื่อเซียนให้ทันหมายใจว่าสักวันหนึ่งนางจะต้องวิ่งแซงท่านพี่ให้ได้!
กลางคืน เซี่ยจินเย่ก็หลับเป็ตาย ส่วนหลินจื่อเซียนก็นั่งฝึกจิตเมื่อเธอเข้าไปในห้วงสติ ก็เจอราชันย์โอสถคอยอยู่แล้ว ราชันย์โอสถยิ้ม ชมว่า“ศิษย์ข้าต้องมีจิตใจดีงามเช่นนี้ เหมาะสมแล้วๆ”
เมื่อโอกาสลอยมาตรงหน้าหลินจื่อเซียนก็ไม่รีรอที่จะคว้าไว้ กุมมือคารวะ พูดว่า“ถ้าอย่างนั้นท่านอาจารย์ก็ควรจะส่งเสริมศิษย์ให้ช่วยเหลือคนข้ายังต้องหลอมโอสถอีกมากนัก หากท่านอาจารย์จะช่วยสนับสนุน ข้านั้นยังขาดสมุนไพร”
ราชันย์โอสถหน้ากระตุกยึกๆเส้นเืที่ขมับปูดขึ้นมา ด่าว่า “เ้าคิดจะปล้นสมุนไพรของข้าให้หมดเลยหรือ!?”
“จุ๊ๆอาจารย์พูดผิดแล้ว” หลินจื่อเซียนชูนิ้วโบกไปโบกมา “ถ้าบอกว่าปล้นข้าก็ต้องเอามีดจี้คอท่านแล้วขู่บังคับเอามาซิ แต่นี่ข้าขอท่านอยู่นะปล้นที่ไหนกัน”
“เ้า! เ้า!” ราชันย์โอสถเถียงไม่ออกได้แต่ชี้หน้านิ้วสั่นระริกๆ หลินจื่อเซียนยิ้มแย้ม กุมมือ ค้อมตัวต่ำ“อาจารย์จะสนับสนุนไหม?”
“...”ราชันย์โอสถพูดไม่ออก ด่าออกมาหนึ่งประโยค “เ้าเด็กหน้าหนา”
“ขอบคุณที่ชม”หลินจื่อเซียนยืดตัวขึ้นยิ้มรับ ทำราชันย์โอสถหมดคำจะด่า เขาถอนหายใจเฮือก“เฮ้อ...ใครใช้ให้ข้ารับเ้าเป็ศิษย์เล่า”
“ของๆ อาจารย์ย่อมตกทอดให้ศิษย์ ของๆ ศิษย์ก็เป็ของๆ ศิษย์” หลินจื่อเซียนแกล้งแหย่ ยิ้มๆราชันย์โอสถค้อนขวับ “เฮอะ! เ้านี่นะ!”
“อาจารย์รีบไปเถอะเวลาไม่คอยท่า ดั่งที่ว่าค่ำคืนวสันต์มีค่าพันตำลึง” หลินจื่อเซียนแกล้งแหย่อีกทำราชันย์โอสถหน้ากระตุกยึกๆ “ปากเ้านี่นะ ผีเจาะปากหรือไร!”
“น่าๆอาจารย์เวลาไม่คอยท่า กลางวันข้ายังต้องสอนจินเย่อีก”หลินจื่อเซียนพูดท่าทางเป็การเป็งานราชันย์โอสถจึงพานางเข้าไปในโลกใบเล็กของตัวเองหลินจื่อเซียนก็หลอมโอสถไม่หยุดไม่หย่อน จนแม้แต่ราชันย์โอสถยังตกตะลึงนับั้แ่ที่เ้าเด็กนี่หลอมโอสถ ก็ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่จะไม่สำเร็จ อีกทั้งยังหลอมได้ทั้งสิบระดับดั่งใจนึกนี่เป็พร์ฝืนลิขิตฟ้าโดยแท้ ฮ่าๆๆๆ อาจารย์เก่งย่อมต้องมีศิษย์ล้ำเลิศไว้ชูหน้าชูตา
จวบจนเช้าหลินจื่อเซียนก็ออกมาจากโลกใบเล็กของอาจารย์ พร้อมกับโอสถหลายขวดเธอเก็บขวดโอสถเข้าไปในโลกใบเล็กของตัวเองแล้วก็เอาโอสถทั้งหมดที่เก็บอยู่ในแหวนเก็บของย้ายไปไว้ในโลกใบเล็กด้วยอุตส่าห์หลอมมา ถ้าถูกคนอื่นแย่งไปเธอคงแค้นใจตายแน่ รอยแยกที่ปรากฏขึ้นดูแล้วก็ไม่แตกต่างจากทางเข้าออกของแหวนเก็บของจึงทำให้ราชันย์โอสถไม่รู้เลยว่าเ้าปีศาจน้อยสามารถสร้างโลกใบเล็กได้แล้วอีกทั้งเขาไม่ได้ตามดูนางทุก่เวลาเสียหน่อย ตอนที่เห็นว่านางฝึกฝนเขาจึงนั่งฝึกฝนพลังของตัวเอง จึงได้พลาด่เวลานั้นของนางไป
หลังจากเก็บของเสร็จแล้วหลินจื่อเซียนก็ลุกขึ้น เดินออกจากห้องไปอาบน้ำราชันย์โอสถก็เข้าสู่การฝึกฝนของตัวเอง ตัดการรับรู้ทั้งหมดหลินจื่อเซียนเห็นในครัวติดเตาไฟอยู่ เซี่ยจินเย่กำลังหุงข้าว ทำกับข้าวอยู่ในครัวหลินจื่อเซียนจึงเดินเข้าไปอาบน้ำ แม้ว่าน้ำจะหนาวเย็น เธอก็อาบ ก็มันติดเป็นิสัยแล้วตื่นมาต้องอาบน้ำ ก่อนนอนต้องอาบน้ำ เธอเอาสบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน แชมพูที่ทำเมื่อคืนในโลกใบเล็กของอาจารย์ออกมาวางไว้บนชั้นไม้หยาบๆที่วางอยู่ในห้องอาบน้ำแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออก กลั้นใจครู่หนึ่งแล้วก็ตักน้ำราดตัวราดได้สามชามก็รีบหยิบสบู่มาฟอกตัว ฟอกเสร็จก็รีบตักน้ำล้างตัวจากนั้นก็เช็ดตัวแล้วเอาเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาจากแหวนเก็บของ ใส่เสื้อผ้าแล้วเธอก็แปรงฟันต่อ
เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องอาบน้ำเซี่ยจินเย่ก็ถือชามข้าวเดินมาพอดี “พี่จื่อเซียน ท่านตื่นแล้ว ดีเลยข้าทำกับข้าวเสร็จพอดี มาเ้าค่ะ”
“อืม”หลินจื่อเซียนพยักหน้า ยื่นมือไปรับชามข้าวจากเซี่ยจินเย่เซี่ยจินเย่ก็ส่งให้แล้วเดินกลับไปยกกับข้าวมาหลินจื่อเซียนถือชามข้าวเดินไปนั่งที่โต๊ะไม้ซึ่งตั้งอยู่ตรงชายคาเธอนั่งลงวางชามข้าวไว้ตรงหน้าตัวเอง อีกชามก็วางไว้อีกด้านของโต๊ะ เซี่ยจินเย่ถือชามใส่กับข้าว2 อย่างเดินมา วางชามลงกลางโต๊ะ ในชามมีผัดเนื้อกับผัดผักหลินจื่อเซียนมองแล้วก็ชมว่า “น่ากิน”
เซี่ยจินเย่ก็ยื่นตะเกียบให้หลินจื่อเซียนรับตะเกียบมาแล้วก็ลงมือกินข้าว
หลังจากกินเสร็จแล้วหลินจื่อเซียนก็เดินไปบ้านป้าฉีเซี่ยจินเย่ก็ตามไปด้วย เมื่อไปถึงหน้าประตูรั้ว เซี่ยจินเย่ก็เคาะประตู
รออยู่ครู่หนึ่งประตูก็เปิดออก แอ๊ดดดดดด...
แล้วป้าฉีก็โผล่มาแต่ใบหน้าเหมือนเช่นเคยพอเห็นว่าเป็เด็กสาวทั้งสองคน นางก็พูดว่า “เข้ามาซิ”
นางเปิดประตูกว้างขึ้นหลินจื่อเซียนจึงเดินนำเข้าไป เซี่ยจินเย่เดินตามหลัง ป้าฉีเดินเข้าไปในเรือนหยิบถุงเงินของตัวเองออกมา นี่เป็เงินทั้งหมดที่นางมี นางเดินไปหาเ้าเด็กน่าตายจับมือนางแล้วยัดถุงเงินใส่มือ พูดว่า “นี่เป็ค่าโอสถที่ข้ากินไปเมื่อวานเ้ารับไว้เถอะ”
หลินจื่อเซียนพลิกมือจับมือป้าฉีหงายขึ้นแล้วยัดถุงเงินกลับไป พูดว่า “โอสถเมื่อวานถือเป็ค่าเช่าที่ข้าต้องจ่ายให้ท่านท่านไม่ติดค้างอะไรข้า เก็บเงินของท่านไว้เถอะ”
“จะได้อย่างไร! โอสถนั่นล้ำค่ามากนัก เงินนี่ยังเทียบไม่ได้แม้แต่ขี้ผงเลยด้วยซ้ำเ้ารับไว้เถอะ” ป้าฉีดุเสียงดังจับมือเ้าเด็กน่าตายให้หงายขึ้นแล้วยัดถุงเงินใส่มืออีกหน หลินจื่อเซียนกำถุงเงินไว้แล้วยื่นไปให้เซี่ยจินเย่ “ถือไว้”
เซี่ยจินเย่ก็ยื่นมือมารับถุงเงินไปถือเอาไว้หลินจื่อเซียนก็กุมรอบข้อมือป้าฉีไว้ ปล่อยพลังจิตสายเล็กๆ เข้าไปในร่างป้าฉีตรวจดูอาการป่วย เมื่อเห็นว่าหายดีแล้วก็ปล่อยมือ จากนั้นก็ฉวยถุงเงินมา ก้มตัวลงวางถุงเงินไว้กับพื้นแล้วยืดตัวขึ้น คว้าแขนเซี่ยจินเย่เดินจากไปอย่างเร็ว
“อ่ะ”เซี่ยจินเย่ร้องออกมาคำหนึ่งเพราะจู่ๆ ก็ถูกจูงมือเดินไป ส่วนป้าฉีก็มองตาปริบๆจะพูดอะไรก็ไม่ทันแล้วเพราะเ้าเด็กสองคนจากไปอย่างรวดเร็วยิ่ง!
หลินจื่อเซียนจูงเซี่ยจินเย่กลับบ้านจากนั้นก็จูงม้าเดินเข้าไปในสุสาน เซี่ยจินเย่ก็เดินตามไปเมื่อเข้าไปในสุสานแล้วหลินจื่อเซียนก็บอกว่า “วันนี้ฝึกขี่ม้า”
“เ้าค่ะ”เซี่ยจินเย่พยักหน้ารับ สีหน้าเป็กังวลไม่น้อย เพราะไม่เคยขี่ม้าได้ขี่ครั้งแรกก็คือขี่กับพี่จื่อเซียน มาตอนนี้ ต้องมาฝึกขี่ม้าจึงเกิดความกลัวไม่น้อยกลัวว่าจะถูกม้าเตะ กลัวว่าจะถูกม้าพยศสะบัดตกหลินจื่อเซียนเห็นสีหน้าของเซี่ยจินเย่จึงพูดปลอบว่า “ไม่ต้องกลัวมีข้าอยู่ทั้งคน”
คำว่า ‘ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ทั้งคน’ ทำให้เซี่ยจินเย่คลายความกังวลลงไปได้มากหลินจื่อเซียนก็สอนวิธีขี่ม้า เซี่ยจินเย่ก็พยายามเรียนอย่างตั้งอกตั้งใจม้าก็เชื่องดี เพราะคุ้นเคยกับคนทั้งสองอีกทั้งเซี่ยจินเย่ยังเป็คนคอยเอาน้ำให้มันกินทำให้มันคุ้นเคยกับเซี่ยจินเย่ไม่น้อย
ตกเย็น 2 คน 1 ม้าก็กลับบ้าน เซี่ยจินเย่ระบมก้นไม่น้อยเลยหลินจื่อเซียนจูงม้าไปเข้าคอก จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะใต้ชายคาเซี่ยจินเย่ก็เดินไปตักน้ำ 2 ชาม แล้วมานั่งใกล้ๆพี่จื่อเซียน นางยกชามน้ำขึ้นดื่ม บ่นว่า “อูย คืนนี้ข้าคงนอนหงายไม่ได้แน่”
หลินจื่อเซียนยิ้มเพราะนี่เป็ปกติสำหรับคนที่หัดขี่ม้าใหม่ๆ ก็ต้องเจ็บระบบก้นกันทุกคนจนกว่าจะเคยชินแล้วนั่นแหละถึงไม่เจ็บอีกเธอยกน้ำขึ้นดื่มแล้วก็นับเงินในแหวนเก็บของ พลางพูดว่า “พวกเราต้องหาอาชีพทำแล้วจะอยู่เฉยๆ โดยไม่มีรายได้ไม่ได้”
“อาชีพหรือ?”เซี่ยจินเย่ชะงักไป นางทำเป็แค่ซักผ้า ถูบ้าน ทำกับข้าวเท่านั้นอ่านออกเขียนได้ก็เพราะท่านแม่จ้ำจี้จ้ำไชคอยสอน เพราะนางมีพลังธาตุต่ำนักไม่อาจฝึกฝนได้ ท่านแม่จึงหวังให้นางเป็เสมียรตามร้านค้าหาเลี้ยงตัวยามเติบใหญ่แต่นางยังไม่ทันเติบใหญ่ ท่านแม่ก็สิ้นใจไปก่อนแล้ว นางคิดๆ แล้วก็บอกว่า“ข้าอ่านออกเขียนได้ ข้าจะไปเป็ลูกจ้างตามร้านค้า”
“อืม ก็ดี” หลินจื่อเซียนพยักหน้าแล้วพูดว่า “พรุ่งนี้พวกเราลองไปเดินดูก่อนล่ะกันบางทีข้าอาจจะเอาของที่ได้มาจากคนพวกนั้นไปขายเพราะของพวกนั้นไม่มีประโยชน์สำหรับพวกเรา สู้ขายไปดีกว่า”
“อ่อพวกเ้ากลับมาแล้ว” ป้าฉีพูดอยู่ตรงหน้าประตูรั้ว นางผลักประตูเข้ามาถือกล่องไม้เป็ชั้นๆ มาด้วย ลักษณะคล้ายปิ่นโตแบบสมัยโบราณทำให้หลินจื่อเซียนกับเซี่ยจินเย่ชะงักบทสนทนา ป้าฉีเดินลิ่วๆมาถึงก็วางปิ่นโตไว้บนโต๊ะ แล้วเปิดปิ่นโตหยิบอาหาร ขนม ออกมาวางเรียง“ข้าทำให้มาพวกเ้าน่ะ”
“ขอบคุณท่านป้า”หลินจื่อเซียนกุมมือคารวะ ป้าฉีโบกไม้โบกมือ “เล็กน้อยๆ พวกเ้ากินเสียซิ”
“ขอบคุณท่านป้า”หลินจื่อเซียนพูดอีกครั้ง เซี่ยจินเย่ก็กุมมือ “ขอบคุณท่านป้าเ้าค่ะ”
“ตอนกลางวันพวกเ้าไปไหนกัน? ข้ามาหารอบหนึ่งแล้วไม่เจอ” ป้าฉีถามแล้วก็พูดว่า“ข้าเอาขนมมาให้น่ะ แต่พวกเ้าก็ไม่อยู่ ข้าเห็นม้าไม่อยู่ คิดว่าพวกเ้าคงออกไปนอกเมืองกระมัง”
“พวกข้าอยู่ในสุสานข้าพาจินเย่ไปหัดขี่ม้า” หลินจื่อเซียนตอบ ป้าฉีจึงพยักหน้ารับรู้ “อ่อ”
นางนั่งลงเยื้องๆกับเ้าเด็กน่าตาย แล้วถามว่า “จริงซิ พวกเ้าชื่ออะไร?”
“ข้า จื่อเซียนน้องข้า จินเย่” หลินจื่อเซียนบอก นิ้วก็ชี้ไปที่เซี่ยจินเย่เธอไม่ได้บอกแซ่ของเซี่ยจินเย่ออกไป เพราะยังไม่อยากเจอปัญหาวุ่นวาย แซ่เซี่ย ใครๆก็รู้ว่าเป็แซ่ของราชวงศ์แคว้นเฟิง ป้าฉีมองๆ “อ่อ จื่อเซียนกับจินเย่”
หลินจื่อเซียนเลื่อนจานขนมไปตรงหน้าเซี่ยจินเย่บอกว่า “เ้าไปต้มชามาให้ป้าฉีซิ”
เธอบอกแล้วก็หยิบกล่องชาออกมาจากแหวนเก็บของ
“เ้าค่ะ”เซี่ยจินเย่ก็รับกล่องชาไปแล้วถือจานขนมเดินเข้าครัวป้าฉีมองตามแล้วก็หันมาพูดกับเ้าเด็กน่าตายว่า“เมื่อกี้ข้าได้ยินว่าพวกเ้ากำลังหางานทำหรือ?”
“ใช่”หลินจื่อเซียนพยักหน้า แล้วก็ถามว่า “อ่อ ท่านป้าพอจะรู้ไหมว่าร้านไหนรับซื้อเหล้าบ้าง?”
“เหล้าหรือ?”ป้าฉีครุ่นคิด หลินจื่อเซียนจึงเอาไหเหล้าออกมาจากแหวนเก็บของซึ่งเหล้าพวกนี้เป็เหล้าที่อยู่ในแหวนเก็บของวงแรกที่เธอได้มาจากคนตายพวกนั้นไหเหล้านับร้อยๆ วางเรียงรายอยู่กับพื้นด้านหนึ่ง ป้าฉีเบิกตาโตมองไหเหล้านับร้อยเ่าั้อย่างตะลึง“ฮ๊ายยยยย...นี่บ้านเ้าหมักเหล้าขายหรือไร?”
“ไม่ใช่นี่เป็ของชดใช้จากคนที่มีเื่กับข้าน่ะ” หลินจื่อเซียนตอบกำกวม ป้าฉีอ้าปากค้าง“ของชดใช้?”
นางกะพริบตาปริบๆเข้าใจคำว่า ‘ของชดใช้’ สงสัยว่าใครกันที่มีเื่กับจื่อเซียนจนต้องยินยอมชดใช้ด้วยเหล้าตั้งมากมายหลายร้อยไหเช่นนี้?
“ท่านป้าน้ำชาเ้าค่ะ” เซี่ยจินเย่ยกชามาให้ป้าฉี ป้าฉีพยักหน้ารับ ยกชาขึ้นจิบเซี่ยจินเย่ก็เดินกลับไปที่ครัว
“ท่านป้าพอจะรู้ไหมว่าที่ไหนรับซื้อเหล้าพวกนี้บ้าง?” หลินจื่อเซียนถาม ป้าฉีดึงสติกลับมา แล้วบอกว่า“มีเหลาอาหารอยู่หลายแห่ง เ้าลองไปถามดูซิ แต่ถ้าเป็เหล้าขึ้นชื่อ เหล้าหายากส่วนใหญ่จะเอาไปเปิดประมูลที่จินไป๋”
“จินไป๋?”หลินจื่อเซียนทวนคำ ป้าฉีจึงอธิบายว่า “จินไป๋เป็โรงประมูลน่ะเดือนนึงจัดประมูลครั้งนึง จัดทุกคืนวันที่ 5 ของเดือนของที่ประมูลในนั้นมีทั้งแพรพรรณ เครื่องเรือนล้ำค่า เครื่องประดับงามๆ โอสถ อาวุธเหล้า สตรี บุรุษ สัตว์หายาก ล้วนมีประมูลทั้งนั้น”
“อ่อ”หลินจื่อเซียนพยักหน้ารับรู้ ป้าฉีก็พูดว่า “พรุ่งนี้ก็เป็วันเปิดประมูลเ้าเพิ่งมาจากต่างถิ่น เ้าก็ลองไปดูซิ จินไป๋หาไม่ยากเ้าเดินเข้าไปตามถนนสายหลักก็จะเห็นเรือนใหญ่ๆ สามชั้น อยู่ใกล้ๆ กับกำแพงวังเปิดให้ใครเข้าไปก็ได้ เพียงเ้ามีเงินพอที่จะประมูล เ้าก็ประมูลได้ไม่มีกฎอะไรมาก บางคนก็เอาของไปประมูล บางคนก็ไปประมูลของ”
“ขอบคุณท่านป้าที่แนะนำ”หลินจื่อเซียนพูด แล้วก็เก็บเหล้าใส่ไว้ในแหวนเก็บของคิดว่าพรุ่งนี้จะไปหาเหลาอาหารติดต่อขายเหล้าธรรมดาพวกนี้ แล้วค่อยไปดูที่จินไป๋
“เอาล่ะข้าเอาอาหารมาให้แล้ว ข้ากลับล่ะ” ป้าฉีพูดแล้วก็ลุกขึ้นยืนหลินจื่อเซียนจึงกุมมือคารวะ “ท่านป้ากลับดีๆ นะ”
“อืม”ป้าฉีส่งเสียงคำหนึ่งแล้วก็เดินออกไป
ตกกลางคืน หลินจื่อเซียนก็เข้าไปในโลกใบเล็กของราชันย์โอสถ ราชันย์โอสถก็ถามว่า“พรุ่งนี้ เ้าจะไปที่จินไป๋หรือ?”
“อืม”หลินจื่อเซียนพยักหน้า ราชันย์โอสถก็ส่งขวดให้หนึ่งขวด บอกว่า“เอาโอสถของข้าไปประมูลด้วย”
“ได้”หลินจื่อเซียนรับขวดโอสถมา มองดูเม็ดโอสถในนั้น พูดว่า “ทะลวงฟ้า ระดับสิบ”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ