ค่ำคืนนี้ แสงไฟนีออนของกรุงเทพฯ ดูจะสว่างไสวกว่าปกติ โดยเฉพาะที่โรงแรมหรูระดับหกดาวใจกลางเมือง ซึ่งกำลังจัดงานกาล่าการกุศลประจำปีที่รวมเหล่าเซเลบริตี้และบุคคลผู้มีชื่อเสียงจากทุกวงการเอาไว้ในที่เดียว เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ ผสานกับเสียงแก้วแชมเปญที่กระทบกันและเสียงพูดคุยจอแจ สร้างบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความหรูหราและมีชีวิตชีวา
ลลินในชุดราตรีสีดำสนิทเข้ารูป อวดเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของนางแบบระดับโลก ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย ใบหน้าสวยคมของเธอยังคงเรียบเฉยตามฉบับ แม้จะมีกล้องนับสิบตัวจับจ้องมาที่เธอก็ตาม เธอคุ้นชินกับงานสังคมแบบนี้จนรู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย แต่คืนนี้กลับต่างออกไป เพราะมีคนพิเศษอยู่ข้างกาย
“ที่รักคะ ดูนั่นสิคะ! ดาราคนนั้นที่เล่นซีรีส์ดังไงคะ ตัวจริงสวยมากเลย!”
เชอรีนที่อยู่ในชุดเดรสสีแดงสดใสเกาะแขนลลินแน่น ดวงตาของเธอเป็ประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น ⁽(˶> ᎑ <˶) ⁾⁾゚ เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ราวกับเด็กน้อยที่ได้เข้ามาในสวนสนุกเป็ครั้งแรก
ลลินเหลือบมองตามที่แฟนสาวชี้ ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ “เฉยๆ ค่ะ พี่ว่าเชอสวยกว่าอีก”
คำชมเรียบๆ นั้นทำให้เชอรีนหน้าแดงก่ำ “ที่รักก็... พูดอะไรก็ไม่รู้ หนูเขินนะ >///<”
“พี่พูดจริง” ลลินพูดพลางกระชับมือที่จับแขนเธออยู่ให้แน่นขึ้น “วันนี้เชอน่ารักมากจริงๆ”
ขณะที่ทั้งสองกำลังหยอกล้อกันอยู่นั้น อีกฟากหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง เอวาในชุดราตรีสีขาวเปล่งประกายราวกับแสงอาทิตย์ กำลังเดินทักทายผู้คนอย่างเป็กันเอง รอยยิ้มที่สดใสของเธอทำให้บรรยากาศรอบตัวสว่างไสวขึ้นมาทันที เธอคือดาวเด่นของงานอย่างแท้จริง
ทว่าข้างกายของเธอกลับมีร่างเล็กๆ ของนาราในชุดเดรสสีม่วงลาเวนเดอร์เรียบๆ กำลังยืนหลบอยู่ด้านหลังอย่างประหม่า ศิลปินสาวขี้อายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ส่วนเกินในโลกที่เต็มไปด้วยแสงสีและความฉาบฉวยนี้ เธอได้แต่เกาะแขนของเอวาไว้แน่น ราวกับเป็ที่พึ่งเดียวของเธอ
“พี่เอวาคะ... หนูอยากกลับแล้ว” นารากระซิบเสียงเบา เธอรู้สึกอึดอัดกับสายตาของผู้คนที่มองมา
เอวาหันมาลูบหลังแฟนสาวเบาๆ อย่างปลอบโยน “อีกแป๊บเดียวนะคะคนดี พี่ขอทักทายเพื่อนๆ ก่อนนะ นะคะ?” เธอยิ้มหวานส่งพลังบวกให้นาราจนอีกฝ่ายใจอ่อน ( ˘ ³˘)♡
“ก็ได้ค่ะ...”
ทันใดนั้นเอง สายตาของเอวาก็ไปสะดุดกับร่างสูงสง่าในชุดสีดำที่ยืนอยู่อีกมุมของห้อง “อ๊ะ! คุณลลินนี่นา ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”
เอวาไม่รอช้า เธอจูงมือนาราเดินตรงไปยังทิศทางนั้นทันที “นารา ไปทักทายเพื่อนพี่หน่อยเร็ว คนนี้เป็นางแบบรุ่นพี่ที่เก่งมากๆ เลยนะ”
นารารู้สึกใจหายวาบเมื่อถูกลากไปยังใจกลางความสนใจอีกครั้ง แต่ก็ไม่อาจขัดขืนแฟนสาวของเธอได้
“คุณลลิน! สวัสดีค่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ สบายดีไหมคะ” เอวาทักทายด้วยน้ำเสียงที่ดังและสดใสตามสไตล์
ลลินหันมาตามเสียง ก่อนจะยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็ใคร “อ้าว คุณเอวา สวัสดีค่ะ สบายดีค่ะ แล้วคุณล่ะคะ”
“สบายดีมากเลยค่ะ!” เอวาตอบ “โอ๊ะ แล้วนี่...” สายตาของเอวาเหลือบไปเห็นเชอรีนที่ยืนอยู่ข้างๆ ลลินด้วยความสนใจ “แฟนเหรอคะ น่ารักจังเลย”
เชอรีนยิ้มเขินๆ “สวัสดีค่ะ เชอรีนค่ะ”
“เอวาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” เอวายื่นมือไปจับกับเชอรีนอย่างเป็กันเอง พลังงานบวกของทั้งสองคนดูจะเชื่อมถึงกันได้ในทันที “ส่วนนี่นาราค่ะ แฟนของเอวาเอง”
เอวาหันไปแนะนำนาราที่ยังคงหลบอยู่ข้างหลัง นาราก้มหน้าเล็กน้อยกล่าวทักทายเสียงเบา “สะ... สวัสดีค่ะ”
ลลินมองไปยังศิลปินสาวขี้อายคนนั้นด้วยความสนใจ แววตาที่ดูสงบและลึกซึ้งของนาราทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่น่าค้นหา มันแตกต่างจากผู้คนที่เธอเจอในวงการนี้อย่างสิ้นเชิง
“สวัสดีค่ะ” ลลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติ “ชุดสวยดีนะคะ”
คำชมนั้นทำให้นาราเงยหน้าขึ้นสบตากับลลินเป็ครั้งแรก เธอรู้สึกประหลาดใจที่นางแบบชื่อดังจะมาสนใจคนธรรมดาอย่างเธอ “ขะ... ขอบคุณค่ะ”
บทสนทนาของทั้งสี่คนเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ธรรมชาติ แต่ไม่นานมันก็ถูกแบ่งออกเป็สองวงอย่างชัดเจน
เอวากับเชอรีนที่เคมีเข้ากันอย่างรวดเร็ว กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสเื่ซีรีส์เกาหลีเื่ใหม่และคาเฟ่เปิดใหม่ที่กำลังเป็กระแส เสียงหัวเราะสดใสของทั้งสองดังขึ้นเป็ระยะๆ
“จริงเหรอคะ! เชอก็ชอบพระเอกคนนั้นเหมือนกันเลยค่ะ เขาหล่อมาก!”
“ใช่ไหมล่ะคะ! เอวาดูวนไปสามรอบแล้วค่ะ ٩(。˃ ᵕ ˂ )و”
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ลลินกับนารากลับยืนคุยกันในมุมที่เงียบกว่า บทสนทนาของพวกเธอไม่ได้หวือหวา แต่กลับเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง
“เอวาเล่าว่าคุณเป็ศิลปินเหรอคะ” ลลินเริ่มต้นถาม
นาราพยักหน้าเบาๆ “ค่ะ... หนูเรียนอยู่คณะศิลปกรรมศาสตร์”
“เหรอคะ น่าสนใจดีนะ พี่เองก็ชอบดูงานศิลปะเหมือนกัน” ลลินพูด “โดยเฉพาะภาพวาดแนว Abstract Expressionism”
ดวงตาของนาราเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ “จริงเหรอคะ! หนู... หนูก็ชอบเหมือนกันค่ะ เป็แนวที่หนูถนัดที่สุดเลย”
ความสนใจร่วมกันในเื่ศิลปะทำให้กำแพงในใจของนาราค่อยๆ ทลายลง เธอเริ่มพูดคุยกับลลินอย่างเป็ธรรมชาติมากขึ้น เล่าถึงแรงบันดาลใจและเทคนิคการวาดภาพของเธอ ลลินเองก็ตั้งใจฟังทุกคำพูดของนาราอย่างสนใจ เธอรู้สึกว่าโลกของศิลปินสาวคนนี้ช่างน่าหลงใหลและเต็มไปด้วยมิติที่เธอไม่เคยัั
เชอรีนที่กำลังคุยกับเอวาอย่างสนุกสนานเหลือบมาเห็นภาพนั้น เธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นแฟนสาวของตัวเองคุยกับคนแปลกหน้าได้อย่างออกรสขนาดนี้ ปกติแล้วลลินแทบจะไม่คุยกับใครในงานสังคมเลยด้วยซ้ำ
เช่นเดียวกับเอวาที่ก็ประหลาดใจไม่แพ้กันที่เห็นนาราพูดคุยอย่างเปิดเผยกับลลิน ปกติแล้วนาราแทบจะไม่ยอมพูดกับใครที่ไม่สนิทเลย
ทั้งสี่คนพูดคุยกันอยู่นานจนเวลาล่วงเลยไปโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่ผู้จัดการส่วนตัวของลลินจะเดินเข้ามาขัดจังหวะเพื่อแจ้งตารางงานต่อไป
“คงต้องขอตัวก่อนนะคะ” ลลินพูดกับเอวาและนารา “ไว้มีโอกาสคงได้เจอกันอีก”
“แน่นอนค่ะ!” เอวาตอบอย่างสดใส “ไว้เรานัดเจอกันอีกนะคะคุณเชอรีน”
“ได้เลยค่ะ!” เชอรีนตอบรับอย่างกระตือรือร้น
ลลินหันไปมองนาราเป็ครั้งสุดท้าย “ไว้ถ้ามีโอกาส... พี่อยากขอดูผลงานของคุณบ้างนะคะ”
นาราหน้าแดงเล็กน้อย “ดะ... ได้สิคะ”
เมื่อลลินกับเชอรีนเดินจากไปแล้ว เอวาก็หันมากอดคอนาราอย่างตื่นเต้น “เป็ไงบ้าง สนุกไหมคะ ได้เพื่อนใหม่ด้วยนะ”
นารายิ้มบางๆ “ค่ะ... คุณลลินเป็คนที่ดีนะคะ”
“ใช่ไหมล่ะ พี่บอกแล้ว” เอวายิ้มกว้าง “ส่วนคุณเชอรีนก็น่ารักมากเลย พี่ว่าเราต้องเป็เพื่อนซี้กันได้แน่ๆ!”
ในรถลีมูซีนระหว่างทางกลับบ้าน เชอรีนก็ยังคงพูดถึงเอวาไม่หยุด “ที่รักคะ คุณเอวาสดใสมากเลยนะคะ คุยด้วยแล้วรู้สึกมีพลังงานบวกเต็มไปหมดเลย”
ลลินที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้แต่พยักหน้ารับฟัง แต่ในใจของเธอกลับนึกถึงภาพของศิลปินสาวขี้อายกับดวงตาที่ลึกซึ้งคู่นั้น...
ค่ำคืนนั้น พรหมลิขิตได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเงียบๆ ประกายไฟบางอย่างได้ถูกจุดขึ้นในใจของคนทั้งสี่ และมันกำลังจะนำพาพวกเธอไปสู่เื่ราวความรักที่ซับซ้อนและเร่าร้อนเกินกว่าที่ใครจะคาดเดาได้ (⑉• •⑉)