ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 50 เจียงตั่วจะเชื่อเธอหรือไม่

            แม้เจียงตั่วจะคุ้นเคยกับการพูดจาตรงไปตรงมาของหมิงจูมานานแล้วแต่เรื่องส่วนตัวเช่นนี้ที่เธอสามารถพูดออกมาอย่างเปิดเผยทำให้เขาไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้ ใบหน้าจึงขึ้นสีแดงระเรื่อ

            เขาไอขัดเล็กน้อยแสร้งทำเป็นเย็นชา หันหลังกลับไปเลื่อยไม้ต่อ เสียงทุ้มต่ำกล่าวว่า“ไม่จำเป็น”

            หมิงจูเห็นท่าทางเขินอายของเขาก็อดไม่ได้ที่จะแซวเขาเบาๆ “งั้นก็ได้ค่ะ ผู้กองเจียงถ้าต้องการเมื่อไหร่ ยินดีเสมอนะคะ ภรรยาของคุณไม่ได้มีแค่มือแต่ยังปากก็ยังดีด้วยนะ”

            มือที่กำลังเลื่อยไม้ของเจียงตั่วชะงักไปชั่วขณะเขาเกือบจะถูกผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้ทำให้คลั่งตายอยู่แล้ว!

            เขาหันกลับมาจ้องมองเธอและถามอย่างจนใจว่า “ไม่ทำหน้าต่างแล้วเหรอ?”

            “ทำค่ะ ทำค่ะ ทำตอนนี้เลย” เธอตอบพร้อมกับหยิบค้อนขึ้นมาอีกครั้ง

            เมื่อนึกถึงหมิงจูที่เกือบจะทุบมือตัวเองเมื่อครู่เจียงตั่วก็วางเครื่องมือลง และขอรับงานต่อจากเธอ “อยากจะตอกแบบไหนบอกมาได้เลย”

            หมิงจูเงยหน้าเล็กๆมองเขา ยิ้มสดใส และพูดด้วยอย่างหวานชื่น “ผู้กองเจียงนี่ดีจริงๆเลย”

            คำชมเชยที่กล่าวออกมาอย่างไม่ตั้งใจเช่นนี้เจียงตั่วเคยชินแล้ว

            ตลอดบ่ายนั้นทั้งสองคนได้ทำหน้าต่างบานใหญ่ด้านหน้าหนึ่งบานและหน้าต่างบานเล็กที่ผนังด้านหลังอีกสองบานจนเสร็จเรียบร้อย

            เมื่อประกอบชิ้นงานเข้าด้วยกันเจียงตั่วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ปรากฏว่ามันกลับกลายเป็นหน้าต่างบานพับโบราณ

            หน้าต่างลักษณะนี้พบเห็นได้ทั่วไปที่อาคารขนาดใหญ่ในเมืองหลวงแต่ในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งทั้งหมด... ไม่มีบ้านไหนที่มีเช่นนี้เลย

            หมิงจูหญิงสาวที่ไม่เคยออกจากหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งมาก่อน จะทำหน้าต่างแบบนี้ได้อย่างไร?

            “หน้าต่างแบบนี้ ฉันไม่เคยเห็นในหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งเลย”

            หมิงจูชะงักไปชั่วขณะคิดอย่างไรก็พูดไม่ออก การสังเกตของชายคนนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ!

            “แล้วเคยเห็นจากที่อื่นไหมคะ? ฉันทำสวยไหม?” หมิงจูยิ้มมองเขา “ฉันเองก็ไม่เคยเห็นของจริงแต่เคยอ่านจากเรื่องซ้องกั๋ง [*] พานจินเหลียน [**]ปิดหน้าต่างจนไม้ไผ่ฟาดไปโดนซีเหมินชิ่ง [***] และนำไปสู่เรื่องราว... รักอาภัพหน้าต่างในเนื้อเรื่องก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือคะ?”

            เจียงตั่ว“...”

            เธออ่านอะไรอยู่เนี่ย?

            “ซ้องกั๋งเป็นเรื่องราวของวีรบุรุษแห่งเขาเหลียงซาน”

            หมิงจูโบกมือ“ผู้หญิงคนไหนอ่านซ้องกั๋งเพื่อมิตรภาพของวีรบุรุษกันล่ะคะ? ยังไงหลังจากอ่านจบก็จำได้แค่เรื่องของอู่ซง พานจินเหลียน และซีเหมินชิ่งหน้าต่างก็เป็นแบบเดียวกันเลยค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะ พี่ไม่ใช่อู่ต้าหลางและฉันก็จะไม่มีวันเปิดหน้าต่างชนใส่ผู้ชายคนอื่นแน่นอน”

            บางครั้งเจียงตั่วก็อยากจะอุดปากเธอเสียจริง

            หมิงจูไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ต่อเพราะยิ่งพูดมากยิ่งผิดพลาดมาก

            เธอเดินมาที่ประตูห้องครัวแม้ฝนจะหยุดแล้ว แต่ก็ทิ้งโคลนเต็มลานบ้าน ทำให้เดินผ่านไปแล้วรองเท้าเปื้อนโคลน

            หมิงจูรู้สึกหดหู่ยุคนี้มีข้อเสียตรงนี้เอง

            เธอหันกลับมาเห็นเจียงตั่วเดินตามมาด้วยดวงตาของเธอก็เป็นประกายขึ้นมาทันที และพูดเสียงนุ่มนวลว่า“พี่ขา...”

            เจียงตั่วขมวดคิ้ว“อย่าเรียกสุ่มสี่สุ่มห้า”

            “ไม่สนหรอก” หมิงจูยิ้มกริ่มพร้อมกับกางแขนออกกว้าง“ลานบ้านสกปรก ฉันไม่อยากเดินเลย ช่วยอุ้มกลับหน่อยสิ”

            เจียงตั่วมองท่าทางขี้เล่นของเธอขณะที่ยิ้มหวานก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากย่อตัวลง “ขึ้นมาสิ”

            หมิงจูดึงเขาลงมายืนเขย่งเท้าโอบรอบคอ “ไม่ใช่พระถังซำจั๋งแบกภรรยาบนหลังนะฉันชอบให้อุ้มท่าเจ้าหญิงมากกว่าค่ะ อุ้มหน่อย~”

            พูดจบเธอก็กระโดดและเจียงตั่วก็รับเธอไว้ด้วยสัญชาตญาณ

            นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอุ้มเธอในท่าอุ้มเจ้าหญิงเธอเบามาก... เหมือนเด็กตัวเล็กๆ

            เขาไม่กล้าสบตาเมื่ออุ้มเธอออกจากห้องครัว เขาก็ก้าวฉับๆ เข้าประตูบ้าน

            หมิงชุนนีตื่นนอนแล้วและกำลังเตรียมทำอาหารเย็นโดยใช้แป้งข้าวโพดอยู่ในห้องครัวเมื่อเห็นทั้งสองคนอุ้มกันเข้ามา เธอก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง

            เจียงตั่ววางหมิงจูลงอย่างกระอักกระอ่วนแล้วลดเสียงลง “ฉันจะไปติดหน้าต่าง”

            หมิงจูมองแผ่นหลังที่รีบเดินหนีไปไวๆของชายหนุ่ม หัวเราะจนตัวงอรู้สึกเหมือนตัวเองได้พบกับผู้ชายสุดยอดที่ไม่เหมือนใคร!

            ฝนตกปรอยๆมาสองวัน กลางคืนหมิงจูก็แช่ถั่วเหลืองยี่สิบชั่ง เดิมคิดว่าถ้าฝนยังตกต่อเธอก็จะแอบเอาถั่วเหลืองไปเก็บไว้ในมิติ

            แต่แล้วโชคดีก็มาถึงวันที่สามท้องฟ้าก็แจ่มใส

            หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จเจียงตั่วกับป้าก็ไปทำงาน หมิงจูอยู่บ้านทำเต้าหู้อยู่คนเดียว

            ใช้ครัวใหม่และเตาใหม่ ต้องบอกเลยว่าคล่องมือดีจริงๆ

            ประมาณเที่ยงเต้าหู้ก็ทำจนเสร็จแล้ว

            ต้นกุยช่ายที่ปลูกใหม่ในแปลงผักเล็กๆก็งอกขึ้นมาสูงเกือบเก้าเซนติเมตรแล้ว

            หมิงจูคิดว่ากุยช่ายโตเร็วจึงเด็ดมาหนึ่งกำใหญ่ๆ แล้วนำดอกกุยช่ายมาบด ตั้งใจว่าจะทำเต้าฮวยมาดื่ม

            พอบดดอกกุยช่ายเสร็จเสียงม้าเทียมรถก็ดัง ‘ฮี้’ ขึ้นที่หน้าประตู

            หมิงจูที่สวมผ้ากันเปื้อนอยู่ออกมาดูเธอก็เห็นว่าหลิวเฉิงไฉมาแล้ว

            เหมือนครั้งที่แล้วหมิงจูให้หลิวเฉิงไฉเข้ามาในครัวเพื่อขนย้ายเต้าหู้เอง

            หลังจากขนไปสองรอบหลิวเฉิงไฉก็ยืนอยู่หน้าประตูห้องครัว แล้วนับเงินส่งให้หมิงจู

            ขณะที่หมิงจูกำลังนับเงินอยู่ทันใดนั้นก็มีเสียงแหลมๆ ที่เต็มไปด้วยความสะใจดังขึ้นจากข้างกำแพงข้างครัว...

            “ดีนักนี่ หมิงจู แกแอบนอกใจพี่เจียง!”

            หมิงจูเงยหน้าขึ้นก็เห็นหมิงเสี่ยวเจี๋ยเธอตามมาพร้อมกับคนจำนวนมากที่มาร่วมวงมุงดูเรื่องสนุก

            หมิงเสี่ยวเจี๋ยหันไปพูดกับทุกคนอย่างโกรธเคือง“พวกคุณดูสิ ฉันบอกแล้วว่าสามวันก่อนเห็นหมิงจูแอบนอกใจพวกคุณก็ไม่เชื่อกัน ตอนนี้เห็นกับตาแล้วใช่ไหม ทั้งสองคนถูกจับได้คาหนังคาเขาเลย!”

            หลิวเฉิงไฉฟังตอนแรกก็ยังงงงวยแต่ตอนนี้ก็พอจะรู้แล้วว่านี่เป็นการใส่ร้ายว่าเขากับหมิงจู... ทำเรื่องผิดศีลธรรม

            ข้อกล่าวหาร้ายแรงขนาดนี้เขาคงรับไม่ไหวเขาเดินออกจากประตูบ้านหมิงจูแล้วอธิบายว่า “แม่หนูน้อยเธอเข้าใจผิดแล้ว ฉัน...”

            เขายังพูดไม่ทันจบดีหมิงเสี่ยวเจี๋ยก็เห็นหมิงเหลียนฮวาที่หอบแฮกกลับมาหลังจากที่วิ่งไปเรียกเจียงตั่วที่กำลังทำงานอยู่ที่คันนา

            เพราะตอนที่เธอไปเรียกคนเธอตะโกนเสียงดังลั่นออกมาว่า “ผู้กองเจียงหมิงจูแอบนอกใจคุณที่บ้าน ถูกจับได้คาหนังคาเขาแล้ว รีบกลับไปดูเถอะ!”

            ดังนั้นตอนนี้ไม่เพียงแต่เจียงตั่วจะกลับมาคนที่ทำงานอยู่บนคันนาก็ตามมากันเยอะแยะ

            ทันใดนั้นหน้าประตูบ้านหมิงจูก็มีคนยืนล้อมสามชั้น สี่ชั้น เป็นกลุ่มคนจำนวนมาก!

            หมิงเสี่ยวเจี๋ยผลักหลิวเฉิงไฉออกไปแล้วเดินไปข้างๆ เจียงตั่ว พูดอย่างหัวเสียว่า “พี่เจียงฉันเคยบอกพี่แล้วว่าผู้หญิงอย่างหมิงจูแต่งงานด้วยไม่ได้ หล่อนหน้าไม่อายแถมยังไปยั่วยวนผู้ชายทุกที่ พี่ไม่เชื่อคำเตือนของฉัน ดูสิไม่เว้นแม้แต่ชายแก่ขนาดนี้!”

            “ครั้งนี้ฉันช่วยพี่จับได้คาหนังคาเขาแล้ว พี่รีบหย่ากับหล่อนเถอะพวกเราจะช่วยพี่ส่งตัวหล่อนไปโรงพักเองเป็นพยานให้พี่ว่าผู้หญิงคนนี้ทำผิดฐานผิดประเวณี ต้องรับโทษ!”

            หมิงจูเลิกคิ้วหมิงเสี่ยวเจี๋ยพยายามใช้คำพูดใส่ร้ายและฆ่าเธออย่างนั้นหรือ

            แต่การใช้กลอุบายจิ๊บจ๊อยแบบนี้มาจัดการกับเธอดูจะเป็นเรื่องที่...

            ดูถูกเธอเกินไปหน่อยไหม?

            พูดตามตรงการตอบโต้กลยุทธ์ไร้สมองแบบนี้ เธอแทบไม่อยากจะลงมือเลยด้วยซ้ำ

            แต่ถึงอย่างนั้น...

            เธอก็ยังหันไปมองเจียงตั่วเพราะต้องการเห็นท่าทีของเขา

            เมื่อครู่เขารีบวิ่งมาพร้อมกับกลุ่มคนจำนวนมากเขาจะเชื่อเรื่องไร้สาระของคนพวกนี้หรือไม่?

            เชิงอรรถ

             [*]ซ้องกั๋ง ชื่อในภาษาจีนกลางคือ สุ่ยหูจ้วนหรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ วีรบุรุษเขาเหลียงซานจัดเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรมจีน

             [**]พานจินเหลียน คือภรรยาของอู่ต้าหลางที่แอบลักลอบคบชู้กับซีเหมินชิ่ง

             [***]ซีเหมินชิ่ง คือพ่อค้าที่ไร้ศีลธรรมและเจ้าชู้ผู้นำพาพานจินเหลียนฆาตกรรมสามี (อู่ต้าหลาง) ในนวนิยายสุ่ยหูจ้วน

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 ที่คุณอ่าน