ภรรยาในพันธสัญญาของบอส - Bosss Proposal

    ตอนที่ 16 ต่อรอง_[2]

            [คุณวางใจเถอะค่ะ บัวจะไม่ไปทำแท้ง บัวจะไม่ทำอะไรเด็กทั้งนั้น]

            หญิงสาวเอ่ยเสียงหนักแน่น

            [แต่ถ้าคุณไม่เชื่อจะให้บัวไปหาที่ออฟฟิศมั้ยคะ]

            เธอถามเหมือนประชด

            “ไม่เป็นไร ไม่ต้องประชดประชันผมถึงขนาดนั้นก็ได้” เขาวางฟอร์มแม้ลึกๆ ในใจโล่งขึ้นเกินกว่าค่อนหนึ่งจากที่แบกรับความหนักอึ้งก่อนหน้านี้ “คุณไปบ้านใบตองยังไง”

            [บัวกำลังขับรถค่ะ]

            “ทำไมคุณไม่เรียกแกร็บไปรับ ขับไปเองทำไม แล้วนี่ยังคุยโทรศัพท์โทรศัพท์ไปขับรถไปอีก” เขากระวนกระวาย

            [บัวคุยผ่านบลูทูธค่ะ ปลอดภัย] หญิงสาวรับรองว่าการขับรถไปหาบารมิตาจะไม่กระทบกระเทือนถึงลูกในท้องของเขา

            เขาไม่เคยเป็นพ่อคนมาก่อนนี่บางเรื่องยังไม่ค่อยเข้าใจอาจจะกระวนกระวายใจเกินเหตุ

            [บัววางสายก่อนนะคะจะถึงบ้านใบตองแล้ว]

            “ครับ” สุ้มเสียงของชายหนุ่มอ่อนลงมากหลังจากได้ยินแจ่มชัดว่าหญิงสาวรับปากแล้วว่าจะไม่ทำร้ายลูกของเขา “ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ เย็นนี้เราค่อยเคลียร์กัน” ภัทรกรคล้ายจะกลับมาเป็นคนเดิม อารมณ์ของเขาเย็นลง ใบหน้าผ่อนคลายกว่าเมื่อครู่เสียมากกระทั่งมารดาประหลาดใจ

            “โดนลูกอ้อนเข้าแล้วหรือไงถึงยิ้มกริ่มกลับมา” นางยกแขนขึ้นกอดอก ไม่อยากยอมรับอย่างเต็มปากเต็มว่านับตั้งแต่ภัทรกรแต่งงานกับกณิกนันท์ลูกชายเพียงคนเดียวของนางมีชีวิตชีวาขึ้นมาก เป็นตัวของตัวเอง แตกต่างจากสมัยที่ใช้ชีวิตกับมุกระรินอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้ดูมีความสุขเท่ากับตอนนี้และบ่อยครั้งที่นางต้องรับบทเป็นตัวกลางช่วยเจรจาปัญหาแต่มันก็วนเวียนเข้าอีหรอบเดิมร่ำไป สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการแง่งอนไม่เข้าใจจนกระทั่งหย่าร้างไปในที่สุด

            เหตุผลใหญ่ที่นางอยากได้มุกระรินกลับมาเป็นสะใภ้ เป็นด้วยเพราะโปรไฟล์กับฐานะทางบ้านของหญิงสาวอีกทั้งธุรกิจสามารถเกื้อหนุนกันได้คล่องขึ้นหากผูกมิตรเป็นดองกันเหมือนเช่นแต่ก่อน

            การเลิกราของลูกชายกับมุกระรินสร้างรอยร้าวเล็กๆ ให้ความสัมพันธ์ของ 2 บริษัทที่เป็นคู่ค้ากัน ถึงจะไม่ถึงกับบาดหมางร้าวฉาน แต่เมื่อเกิดวิกฤตก็เจรจายากขึ้นไม่เหมือนคนใกล้ชิดเป็นดองกัน

            มุกระรินเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้กับครอบครัวให้กับภัทรกรได้เพราะหญิงสาวค่อนข้างเป็นที่รู้จักในแวดวงคนทำธุรกิจด้วยตามพ่อแม่ออกงานตั้งแต่ขึ้นรุ่น เธอรู้จักการวางตัว การพูดคุยหัวข้อธุรกิจถึงแม้ไม่เก่งกาจเรื่องการต่อรองเสียทีเดียวแต่ก็สามารถเกื้อหนุนสามีเช่นภัทรกรได้

            ใช่ว่ากณิกนันท์อยู่ในหมู่วงศ์สังคมเดียวกับพวกเขาไม่ได้ แต่นางก็เคอะเขินเมื่อจะต้องแนะนำว่าลูกสะใภ้เป็นอดีตพนักงานในบริษัทของลูกชาย ครอบครัวไม่เป็นที่รู้จักมักจี่พูดนามสกุลไปก็ไม่มีใครคุ้นหู

            เหตุนั้นเองที่นางตั้งตัวรังเกียจลูกสะใภ้นักหนา ตรงกันข้ามกับสามีคนชมอย่างนั้นว่าหล่อนดีอย่างนี้หลังจากได้พูดคุยทำความรู้จักกันตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

            ชายหนุ่มย่อตัวลงนั่งตำแหน่งเก้าอี้ประธานกรรมการ เปิดแฟ้มบนโต๊ะเบามือกว่าเดิม หยิบปากกาขึ้นกวาดไล่ตัวอักษรอย่างตั้งใจดูอารมณ์ดีกว่าก่อนหน้านี้มาก

            คุณนายศิรินาถเอนหลังชิดพนักเก้าอี้

            “เด็กคนนั้นมีดีอะไรนักแกถึงหลงมันจนโงหัวไม่ขึ้นขนาดนี้” นางชักจะเหนื่อยใจจึงปริปากถาม

            “สักครู่นะครับแม่” เขาบรรจงอ่านเอกสารแต่ละคำ วงคำผิดกับตกหล่นสองจุดที่เลขาหนุ่มของตัวเองทำพลาด แต่หนนี้จะไม่บ่นยกโทษให้เพราะกำลังสบายใจมีความสุข

            ชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าละม้ายบิดาในวัยหนุ่มปิดแฟ้มลงตามเดิมแล้วไสไปยังตำแหน่งที่รู้ด้วยตัวเองว่าตรวจเสร็จแล้วเตรียมส่งต่อ

            “เมื่อกี้แม่ถามผมว่ายังไงนะครับ” ลูกชายวัยย่าง 33 ปี เต็มเอ่ยถามอย่างจดจ่อมีสมาธิมากขึ้น

            “อะไรทำให้แกอารมณ์พลิกเปลี่ยนขั้วเร็วขนาดนั้นกัน” นางเปลี่ยนคำถาม เลิกสนใจไปแล้วว่าจะได้คำตอบอะไรจากคำถามที่ว่ายัยเด็กกณิกนันท์มีดีอะไรเพราะเคยได้ยินคำชมเปาะนับครั้งไม่ถ้วนจากสามีจนเอียงหูฟังแล้วไม่อินเป็นที่สุด

            ภัทรกรประสานมือบนโต๊ะหลายนาทีก่อนหน้านี้เขาตั้งใจจะว่าเคลียร์ปัญหาระหว่างตัวเองกับภรรยาให้กระจ่างเสียก่อนจึงค่อยบอกข่าวดีกับมารดา แต่ความดีใจจนเนื้อเต้นหลังจากได้ยินคำยืนยันจากหญิงสาวว่าจะเก็บลูกของเขาไว้ทำให้ชายหนุ่มเกิดเปลี่ยนใจคันปากยุบยิบอยากเล่าข่าวดีให้มารดาฟังเร็วๆ

            “ดูเหมือนว่าบัวจะตั้งท้องครับแม่”

    คล้ายกับเรื่องภรรยาในพันธสัญญาของบอส - Bosss Proposal ที่คุณอ่าน