ตอนที่ 3 (5)
“พี่ไฉ ก่อนหน้านี้พี่พูดว่าอีกสองวันจะไปเกิดใหม่ใช่ไหมครับ”
“ใช่แล้ว ทำไมหรือ ตอนนี้นายเพิ่งมารู้สึกตัดใจจากพี่ไม่ได้อย่างนั้นหรือ”
“ไม่ใช่หรอกครับ พี่ไฉ อีกสองให้พี่ไปที่...เดี๋ยวนะ ผมขอดูปฏิทินก่อน...วันนี้เป็วันพฤหัส ถ้าอีกสองวันก็จะเป็วันเสาร์...โอเค อีกสองวันหลังจากนี้พี่อย่าลืมว่าพี่ต้องไปที่ทางเข้ากำเนิดใหม่ตรงถนนหวนฝูที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแดนนรก หมายเลขคือ XB189 ผมจะส่งน้ำแกงอยู่ตรงทางเข้า แต่พี่ไฉพี่วางใจได้ เพราะผมจะเตรียมน้ำแกงยายเมิ่งที่รสชาติดีกว่าชาสมุนไพรยี่สิบรสหลายเท่าเอาไว้ให้พี่แน่นอน”
หลังจากที่พี่ไฉได้ฟังหร่วนจือหวนพูดเื่มากมายภายในรวดเดียวเช่นนี้แล้ว เขาก็พูดอย่างตกตะลึง “เสียวหร่วนจือ ที่แท้นายเป็ยายเมิ่งหรอกหรือ”
ตราบใดที่เป็พนักงานของบริษัทน้ำแกงยายเมิ่งจำกัด ก็จะไม่ถูกแยกชายหญิง และคนนอกจะเรียกพวกเขาว่า ‘ยายเมิ่ง’ ทั้งนั้น ดังนั้นหร่วนจือหวนที่ถูกเรียกว่า ‘ยาย’ จึงพยักหน้า พลางกล่าวยอมรับอย่างลุแก่โทษว่า “ก่อนหน้านี้ผมหางานไม่ได้ ก็เลย...ไปเป็ยายเมิ่งครับ...”
“ไม่เป็ไรเลย” พี่ไฉโบกมือกล่าว เมื่อครู่เขาแค่รู้สึกสงสัย ว่าทำไมตอนเขาพูดว่าน้ำแกงยายเมิ่งรสชาติแย่สีหน้าของหร่วนจือหวนถึงเปลี่ยนเป็ดูไม่ดีขึ้นมาขนาดนั้น ยามนี้พอเขารู้เหตุผลแล้ว เขาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “น้ำแกงที่เสียวหร่วนจือเป็คนมาส่งให้พี่ใน่สุดท้ายนี้ ต่อให้รสชาติแย่แค่ไหนพี่ก็ไม่ถือสาหรอก”
“ไม่ครับ มันไม่มีทางไม่อร่อยแน่นอน!”
สองวันต่อมา หร่วนจือหวนก็มาที่ทางออกหมายเลข XB189 เพื่อรับหน้าที่แจกจ่ายน้ำแกง
เนื่องจากจำนวนของผีพนักงานมีไม่เพียงพอ จึงทำให้ทุกปากทางเข้าสู่แดนกำเนิดใหม่จะมีพนักงานถูกส่งออกมาเพื่อทำหน้าที่ส่งน้ำแกงเพียงคนเดียวเท่านั้น หากว่าเห็นว่ามีคิวยาวเกินไป ผีที่คอยดูแลความเป็ระเบียบก็จะคอยมาช่วยจัดส่งน้ำแกงด้วยเช่นกัน แต่ในเวลาส่วนที่เหลือ นับั้แ่การตักน้ำแกง การรักษาอุณหภูมิ การอุ่นรวมไปถึงการปลอบประโลมผีที่ดื่มน้ำแกงและผีที่สงสัยเื่การเกิดใหม่ ล้วนเป็หน้าที่ของเ้าหน้าที่แจกน้ำแกงที่ต้องทำเองเพียงลำพัง
ก็เหมือนกับหร่วนจือหวนในเวลานี้
เขากำลังยุ่งวุ่นวายอยู่ตรงรถที่ถูกดัดแปลงสภาพเป็ห้องครัวครึ่งหนึ่ง ไม่รู้ว่าเพราะอะไรวันนี้ถึงได้มีผีมาเกิดใหม่มากมายขนาดนี้ ในทุกๆ ครึ่งชั่วโมงเขาจะต้องอุ่นน้ำแกงที่หยิบออกมาจากตู้แช่ เพื่อเลี่ยงไม่ให้น้ำแกงยายเมิ่งที่เหลืออยู่เพียงก้นหม้อถูกดื่มไปจนหมด ไม่อย่างนั้นเหล่าผีที่ตั้งแถวรออยู่อาจจะต้องรออีกครู่ใหญ่ถึงจะได้ดื่ม
“ยายเมิ่ง เสร็จหรือยัง ภรรยาฉันเข้าเขตเกิดใหม่ไปแล้ว เร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือ”
“มาแล้ว รอเดี๋ยวนะ!”
ไม่รู้ว่าหร่วนจือหวนยุ่งวุ่นวายนานแค่ไหน แต่ในที่สุดเหล่าผีที่ต่อแถวอยู่ก็ค่อยๆ แยกย้ายกันไป ซึ่งมันก็ทำให้เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่หลายครั้งเลยทีเดียว และในขณะที่เขากำลังคนน้ำแกงยายเมิ่งด้วยสีหน้าที่เหนื่อยล้าอยู่นั้น ด้านหน้าของเขาก็พลันมีเสียงที่คุ้นเคยของผู้ชายดังขึ้น
“เอ๋ เสียวหร่วนจือ ทำไมสีหน้าของนายถึงเป็แบบนั้นกันล่ะ”
“พี่ไฉ พี่มา...นี่คือเพื่อนของพี่ไฉหรือครับ” เมื่อหร่วนจือหวนเหลือบตาขึ้น แม้ว่าวันนี้เขาจะถูกฝูงผีทำเอาเหนื่อยนิดหน่อย แต่ผู้ที่มาล้วนเป็แขก และในเมื่อแขกมาถึง เขาย่อมต้องต้อนรับด้วยความกระตือรือร้นอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าคนที่มาในตอนนี้คือพี่ไฉที่คอยดูแลเขามานาน
เพียงแต่ว่า ผีที่ลอยอยู่เบื้องหน้าเขา ไม่ได้มีแค่พี่ไฉเท่านั้น แต่ยังมีผีตามมาอีกห้าตัวด้วย ท่าทางที่ต่างฝ่ายต่างสรวลเสเฮฮากัน ทำให้แค่ดูก็รู้แล้วว่ารู้จักกัน
“ใช่แล้ว พวกเขาเป็เพื่อนเล่นไพ่นกกระจอกของพี่เอง พอได้ยินว่าน้ำแกงยายเมิ่งของพี่มีผีคอยดูแลโดยเฉพาะ ก็เลยถือโอกาสมาขอเกิดใหม่ด้วยซะเลย” พี่ไฉแนะนำตัวง่ายๆ พลางขยิบตาให้กับหร่วนจือหวน “เสียวหร่วนจือ นายบอกว่ารสชาติไม่แย่ นี่ถือว่าพี่ช่วยนายโอ้อวดแล้วใช่ไหม”
นี่เรียกว่าอวดอะไรกันล่ะ เดิมทีก็แค่กลัวว่าน้ำแกงยายเมิ่งจะมีรสชาติแย่เท่านั้นเอง
ถึงหร่วนจือหวนจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทว่าปากของเขากลับเอ่ยตอบอย่างจริงจังว่า “พี่ไฉ ผมไม่คิดว่าพี่จะพาผีอื่นมาด้วย ผมเลยเตรียมเอาไว้แค่กาเล็กๆ กาเดียว และอย่างมากก็พอแบ่งให้ผีดื่มได้แค่สองที่เท่านั้น มันแบ่งไม่พอสำหรับห้าที่หรอกครับ”
“ถ้าอย่างนั้นให้เ้าไฉดื่มก่อนเถอะ” พอผีที่สวมเสื้อสีเหลืองได้ยินก็ตบบ่าของพี่ไฉ เขาเอ่ยพลางหัวเราะเสียงดัง “พวกเราก็แค่ว่างไม่มีอะไรทำก็เลยมาด้วยเท่านั้น หากวันนี้ไม่ได้เกิดใหม่ก็ไม่ใช่ปัญหาหรอก!”
ส่วนผีอีกตัวที่แต่งกายด้วยชุดของชาวฮั่นราวกับเป็คนที่มีชีวิตอยู่ในสมัยโบราณเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ถูกต้องแล้ว บทสำคัญที่สุดของวันนี้ก็คือการไปเกิดใหม่ของพี่ไฉต่างหาก”
พี่ไฉกลอกตาพลางเอ่ยตอบ “เลิกเสแสร้งสักที พวกนายแค่กลัวว่าน้ำแกงที่เสียวหร่วนจือต้มออกมาจะไม่อร่อยต่างหาก เสียวหร่วนจือ น้ำแกงอยู่ที่ไหนล่ะ”
“ต้องรออีกสักพักครับ พอดีว่าผมทิ้งของพี่ไฉเอาไว้นานไปหน่อย เลยต้องอุ่นอีกสักรอบถึงจะกินได้”
หร่วนจือหวนหยิบเอาของเหลวสีขาวน้ำนมชามหนึ่งออกมาจากตู้แช่ก่อนที่จะเทลงไปในหม้อใบเล็กและเปิดไฟอุ่น โดยปรกติแล้วพวกน้ำแกงยายเมิ่งจะมีแต่สีน้ำตาลเข้มทั้งสิ้น และสีหน้าของพี่ไฉก็เปลี่ยนไปทันทีที่เห็นมัน เขานึกว่าอย่างมากอีกฝ่ายก็คงจะให้เขาดื่มน้ำแกงยายเมิ่งที่ปรุงแต่งรสชาติให้ดีขึ้นมาอีกหน่อยเท่านั้น ไฉนจะรู้ว่าหร่วนจือหวนจะหยิบเอาวัตถุดิบที่ดูน่าสงสัยยิ่งกว่าน้ำแกงยายเมิ่งเหล่านี้ออกมากันล่ะ
“ไฉไฉน้อย นี่นายต้องไปทำอะไรให้น้องชายของนายไม่พอใจแน่!” เพื่อนเล่นไพ่นกกระจอกที่อยู่ด้านข้างของพี่ไฉหัวเราะขึ้นมาอย่างสนุกสนานในความทุกข์ของเขา เคราะห์ดีที่ยายเมิ่งน้อยผู้นี้พูดว่ามีเหลือแบ่งให้ผีแค่สองตัวเท่านั้น เพราะพอเห็นสีของน้ำแกงที่เป็แบบนี้ เธอเองก็เริ่มอยากจะถอนตัวขึ้นมาเล็กน้อยแล้วเช่นกัน