ปิ่งจียกตู้แนวตั้งใบหนึ่งความสูงราวศอกครึ่งวางไว้บนโต๊ะของเถ้าแก่หลิว ตามด้วยแผ่นกระดานอะไรสักอย่างที่มีขนาดกว้าง 1 ศอกครึ่ง สูง 2 ศอกและมีผ้าคลุมห่อไว้อย่างดี
เหลียงซูถิงลุกขึ้นมาแกะห่อผ้าของสินค้าชิ้นหลังก่อน หลังจากผ้าค่อย ๆ เลื่อนหลุด สิ่งที่อยู่ด้านในก็ค่อย ๆ ปรากฏ มันคือภาพวาดพร้อมกรอบสีทองอลังการงานสร้างสไตล์ยุโรป เธอเห็นเถ้าแก่หลิวเบิกตากว้างราวกับไม่เชื่อว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ามีอยู่จริง
“นี่... นี่มัน... ใช่ภาพที่มนุษย์เป็ผู้วาดขึ้นมาจริงหรือ”
“จริงสิเ้าคะ ดูตรงภาพสิ มีชื่อข้าด้วย ‘จื่อเหลียง’”
หลิวเจี้ยนมองตามนิ้วที่ชี้ไปตรงมุมล่างของภาพ แล้วมองภาพของหญิงสาวที่งดงามยิ่งกว่าสตรีใดที่เขาเคยพบหรือจะจินตนาการได้ถึง งดงามปานนี้คงมีแต่นางเซียนบน์ที่เทียบได้ ภาพนี้มีทั้งความสมจริงราวกับสตรีผู้นี้กำลังเคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้าผู้มอง สีสันกับส่วนประกอบฉากอื่น ๆ ก็มีทั้งสมจริงและเหมือนฝันผสมปนเปชวนให้ผู้มองรู้สึกตกอยู่ในภวังค์
เหลียงซูถิงยืนกอดอกมองปฏิกิริยาของเถ้าแก่หลิวแล้วยิ้มกว้างในใจ
เงินทั้งน้านนนนนนนนน เงิน เงิน เงิน เงินมาหาแม่เร้วววววววววว
“งดงามมาก งดงามเหนือคำบรรยาย... ข้าไม่เคยเห็นการวาดภาพด้วยสีสันที่มากมายและซับซ้อนถึงเพียงนี้มาก่อน”
“ใช่มั้ยล่ะ... ข้าจึงอยากฝากสินค้าชิ้นนี้ไปประมูลในโรงประมูลของท่านด้วย ได้ใช่มั้ยเ้าคะ”
หลังจากหลิวเจี้ยนคลายจากอาการตกตะลึงลงแล้ว เขาก็หันมาตอบ
“ย่อมได้แน่นอน รับรองว่าภาพวาดนี้จะต้องเป็ที่โจษจันไปทั่วแคว้นภายในเวลาอันรวดเร็ว”
เมื่อเห็นว่าเขาเองก็ตื่นเต้นไปกับเธอด้วย เธอเลยหันมาทางสินค้าอีกชิ้น
“และสินค้าชิ้นนี้ ข้าก็ขอฝากไปประมูลพร้อม ๆ กันด้วยเลยเ้าค่ะ มันเป็สินค้าที่มาคู่กัน ถ้าท่านเห็นแล้วจะรู้แน่นอน”
เธอหันมาเปิดตู้ที่มีการสลักลวดลายเป็รูปดอกไม้และเถาวัลย์ดูหรูหรา ฝาเปิดเป็ฝาแบบตู้เสื้อผ้า 2 ประตูและสามารถเลื่อนเก็บประตูให้แนบกับข้างตู้ได้ เผยให้เห็นกระจกใสที่กั้นสินค้าเอาไว้ แต่สิ่งของด้านในนั้นทำให้หลิวเจี้ยนที่ตะลึงกับภาพวาดมาแล้วยังตะลึงได้มากกว่าเดิมอีก
นี่มันรูปปั้น? ไม่ใช่... มนุษย์ย่อส่วน? ก็ไม่น่าจะใช่อีก หุ่นหรือ? ก็ไม่คล้ายหุ่นไม้หรือรูปปั้นหยกที่เขาเคยเห็นเลย ลักษณะของมันคล้ายมนุษย์มาก ดูคล้ายจะมีชีวิตอีกต่างหาก โดยเฉพาะดวงตาสีฟ้าที่เป็ประกายแวววาวนั้นเหมือนดวงตาของมนุษย์มาก เสื้อผ้าที่สวมใส่ เครื่องประดับบนศีรษะ หู และคอก็ประณีตเหมือนที่มนุษย์ใช้จริง ๆ มันงดงามและสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เขาไม่รู้จะบรรยายความงามของสิ่งที่อยู่ในตู้ว่าอย่างไร
“นี่คือตุ๊กตาไป๋เสวี่ยกงจู่ หรือก็คือนางในภาพวาดเมื่อครู่เ้าค่ะ”
“ตุ๊กตาหรือ?”
เธอเห็นหลิวเจี้ยนมองตุ๊กตา BJD หรือ Ball-ted doll ที่มีลักษณะเหมือนตัวละครในหนังหรือเกมส์แบบ 3D ซึ่งเป็ตุ๊กตาที่เธอชอบมากเป็การส่วนตัว และคิดว่าจะมีคนอีกมากมายในแคว้นนี้ชอบด้วยเหมือนกัน!
“เ้าค่ะ ตุ๊กตานี้เป็งานฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ในแผ่นดินนี้มีเพียงตัวเดียว ไปหาจากที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว แต่ว่ามันจะมีญาติ ๆ อีก 4 ตัวที่กำลังจะตามมาหลังจากนี้ เมื่อรวมกันมันจะกลายเป็ห้ายอดพธูแห่งโอวโจว จะมีทั้งภาพวาด ตุ๊กตา และนิยายครบเลยเ้าค่ะ”
“ท่านกำลังบอกข้าว่า จะมีภาพวาดที่คล้ายกับภาพเมื่อครู่อีก 4 ภาพ และตุ๊กตาที่คล้ายกับตุ๊กตาตัวนี้เพิ่มอีก 4 ตัวเช่นนั้นหรือ”
“ถูกต้องแล้ว แต่พวกมันจะค่อย ๆ ทยอยกันออกมา เนื่องจากต้องใช้เวลาในการวาด ผลิต และเขียนสักหน่อย ส่วนนี่คือหนังสือนิยายที่ข้าจะฝากท่านขายเ้าค่ะ” เหลียงซูถิงหยิบหนังสือนิยายที่มีภาพปกตรงกับภาพในโปสเตอร์โฆษณาให้เขาดู หลิวเจี้ยนหยิบมันขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง อย่างที่เขาคิดไว้ก่อนหน้านี้ เพียงภาพวาดบนหน้าปกแม้ความงามจะไม่อาจเทียบเท่าภาพวาดขนาดใหญ่เมื่อครู่ได้ทั้งหมด แต่ก็ถือได้ว่ามีค่าควรเมืองแล้ว
หลังจากสามารถดึงดูดความสนใจของเถ้าแก่หลิวได้ 300% แล้ว เธอก็เริ่มบอกแผนการขายสินค้าของเธอในใจ เริ่มจากฝากภาพวาดและตุ๊กตาชุดแรกไปประมูลก่อน หลังจากชื่อเสียงของยอดพธูสโนว์ไวท์กระจายไปทั่ว เธอจะปล่อยนิยายขายทันทีเพื่อเกาะกระแส ราคานิยายเธอจะให้เถ้าแก่หลิวช่วยพิจารณาว่าควรจะตั้งที่เท่าไหร่ คนถึงจะสามารถซื้อไปดอง เอ๊ย ... ซื้อไปอ่านที่บ้านได้เยอะ ๆ หน่อย แพงมากก็อาจจะขายไม่ได้เยอะ ถูกไปก็จะทำให้ภาพวาดที่เขาบอกว่า ‘มีค่าควรเมือง’ ราคาตกไปซะเปล่า ๆ
