ฐานใต้ดิน โรงหลอมอาวุธ เมืองประกายเงิน
“นี่เทียนคง ที่เ้าบอกว่ามีเื่ไม่ชอบมาพากลหลายอย่างนั้น มันเื่อะไรกัน”
“เ้าจำได้หรือไม่ว่า เมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่แล้ว ได้มีการพูดถึงเื่ที่นครวิหคครามได้ตรวจพบวัตถุไม่ทราบที่มา ที่จู่ๆก็ปรากฎเหนือน่านฟ้าดาววิหคครามเราเพียงครู่เดียวแล้วก็หายไปหลังจากนั้นไม่นานนครวิหคครามก็เรียกประชุมเ้าเมืองด่วนมาตอนนี้เมืองประกายทองก็แจ้งยกเลิกการหมั้นหมายกับเ้าเ้าไม่คิดว่ามันบังเอิญไปหน่อยหรือ”
“อืมมมมจะว่าบังเอิญก็บังเอิญนะ แต่ข้าไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวข้องกันตรงไหน”เซียนอินเอียงคอด้วยความสงสัย
“ข้ายังตอบเ้าไม่ได้ในเื่นี้อย่างที่บอกเ้าก่อนหน้านี้ ข้าเพียงวิเคราะห์จากข้อมูลที่มีและลางสังหรน์ของข้าเท่านั้น แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ฉะนั้นแล้วเ้าจะต้องเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉินั้แ่วันนี้”
“เหตุฉุกเฉิน...ความวุ่นวายอย่างที่เ้าบอกน่ะหรือ”
“ใช่” เทียนคงพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง
“แล้วเ้าคิดว่าข้าควรเตรียมตัวอย่างไรข้าไม่เคยมีประสบการณ์ในด้านนี้มาก่อน อย่าว่าแต่ข้าเลยพวกเราทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ ไม่เคยเกิดเื่อะไรใหญ่โตั้แ่มาที่ดาววิหคครามนี้”
“ข้าเข้าใจข้าได้เตรียมสิ่งที่เ้าจะต้องทำไว้แล้ว ข้าไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ หรือถ้าเกิดขึ้นจะเกิดขึ้นเมื่อใดเอาเป็ว่าเ้าไปทำตามสิ่งที่ข้าบอกก่อนในตอนนี้ และหากมีข่าวใดจากบิดาเ้าให้แจ้งข้าด้วย”
สิ่งที่เทียนคงมอบให้เซียนอินไปนั้นเป็แผนการจัดการหากต้องมีการอพยพชาวเมืองประกายเงิน ให้เดินทางมายังฐานลับใต้ดินของเขา และเื่อื่น ๆอีกเล็กน้อยเพราะเมืองประกายเงินนั้นเป็หัวเมืองเดียวที่สงบเรียบร้อย ไม่เคยต้องต่อสู้ และยิ่งไม่เคยทำาซึ่งเกิดจากการที่เมืองประกายเงินถูกล้อมไปด้วยแนวเขาสูงที่สภาพแวดล้อมตลอดแนวเขานั้นสิ่งมีชีวิตทั่วไปไม่อาจดำรงอยู่ได้ทำให้สัตว์อสูรเองก็ไม่สามารถเข้าโจมตีมนุษย์ในพื้นที่เมืองประกายเงินผนวกกับหน้าที่หลักคือการหาแร่เงิน เพื่อส่งต่อไปยังนครวิหคคราม ซึ่งต่างจากหัวเมืองอื่นๆ ที่จะต้องต่อสู้และทำากับพวกสัตว์อสูรอยู่เป็ประจำ โดยมีเมืองประกายทอง,เมืองเพชรฆาตอสูร และเมืองตระกูลกัวสาขาสามเป็เมืองหน้าด่านหลักในการต่อสู้ รวมถึงการแก่งแย่งผลงานของแต่ละหัวเมืองด้วย
แต่นั่นไม่ใช่กับเทียนคงในคลังความรู้ของเขานั้นมีข้อมูลของสนามรบที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วอยู่นับไม่ถ้วนและมันไม่ใช่เป็เพียงข้อมูลการรบธรรมดา แต่มันเป็ข้อมูลที่ทำให้ตัวเทียนคงนั้นรู้สึกว่าเป็ผู้ที่อยู่ในานั้นจริงๆ เสมือนเป็คนที่ได้สู้รบจริง ๆทั้งการสังหารศัตรูในสนามรบ การลอบสังหารและแม้แต่การถูกสังหาร เขาก็รับรู้ถึงมันได้
“ข้าอาจจะคิดมากไปเอง... แต่อย่างไรเตรียมตัวไว้ก่อนก็ไม่เสียหายนี่นะ ข้าคงต้องเพิ่มขีดความสามารถของฐานลับใต้ดินนี่สักหน่อยแล้ว”
เทียนคงในตอนนี้ยังไม่รู้ตัวเองว่าตัวเขานั้นพิเศษกว่าคนอื่น ๆมากเพียงใดสิ่งที่เขาคาดเดาไว้นั้นได้ผ่านการวิเคราะห์จากข้อมูลอันมหาศาลที่อยู่ในตัวเขารวมถึงข้อมูลใหม่ที่ได้รับในปัจจุบันออกมาในรูปของความเป็ไปได้ต่าง ๆหลายร้อยหลายพันความเป็ไปได้หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเหตุการณ์และข้อมูลและจะแสดงผลชุดข้อมูลที่มีความเป็ไปได้มากที่สุด และทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีนับั้แ่เทียนคงเริ่มคิดถึงคำถามนั้นๆ
แต่สิ่งที่เทียนคงเข้าใจถึงความคิดของเขาในตอนนี้นั้นคือการที่เขาสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าควรจะต้องทำเช่นไรเมื่อเจอปัญหาหรือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นจากทักษะและความรู้ที่มีเพียงเท่านั้น
เมื่อคิดได้แล้วว่าจะทำอะไรเทียนคงก็ไม่รอช้าเขาวางแผนที่จะขยายขีดความสามารถของฐานใต้ดินของเขาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างน้อย10 เท่า แต่หากจะทำอย่างนั้นได้แน่นอนว่าเขาจำเป็จะต้องมีทรัพยากรและแรงงานที่มากกว่าเดิมอย่างน้อยก็ 10เท่าเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องไปยังพื้นที่หลังเนินเขาอีกครั้งเพื่อเก็บเกี่ยวทรัพยากรจำเป็ต่าง ๆ
หลังจากการแจ้งการยกเลิกการหมั้นระหว่างเซียนอินและหวงอี้จือไม่นานนักเพียงไม่กี่วันถัดมา เ้าเมืองทั้งหมดที่หายไปหลังจากการประชุมด่วนเมื่อ10 วันก่อนก็ทยอยกลับเมืองของตัวเอง โดยข่าวการกลับมาของเ้าเมืองต่าง ๆก็สามารถรับรู้กันได้ทั่วไปส่วนเ้าเมืองต้าเจิง ก็ได้ไปพบกับหวงจื่อหานทันทีที่ได้รับข่าวการกลับมาของหวงจื่อหานซึ่งผลลัพธ์จากการพบปะกันก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการขออภัยจากหวงจื่อหานที่ได้ขอยกเลิกการหมั้นหมายโดยให้เหตุผลว่าตัวหวงอี้จือนั้นมีความ้าที่จะได้เป็ตัวแทนเขตให้จงได้ไม่อยากมีภาระผูกพันธ์ใด ๆให้ต้องมีห่วงหรือกังวล จะได้ใช้เวลาฝึกฝนอย่างเต็มที่
เ้าเมืองต้าเจิงเมื่อได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ซักถามใดๆในเื่การหมั้นหมายอีกจนทำให้หวงจื่อหานประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเ้าเมืองต้าเจิงไม่โต้แย้งอันใด เพราะเหตุผลที่เขาให้ไปนั้นแท้จริงแล้วก็เป็เื่ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเท่าใดนัก แต่ตัวเขาเองก็หาเหตุผลอื่นไม่ได้อีกแล้วในตอนที่เ้าเมืองต้าเจิงขอเข้าพบ
แต่อย่างไรก็ตามด้วยความที่ฝ่ายชายเป็ฝ่ายขอยกเลิก ของหมั้นทั้งหมดจึงยกให้ฝ่ายหญิงทั้งหมดรวมถึงของกำนัลที่ตกลงกันไว้ว่าจะมอบให้ในวันแต่งงานด้วยนั่นก็คือเทคโนโลยีที่สามารถแก้ไขโรงหลอมให้ดีขึ้นได้
และด้วยเหตุผลข้อนี้เองทำให้หวงจื่อหานคิดได้ว่า ที่เ้าเมืองต้าเจิงไม่แย้งอันใดเพราะตัวเ้าเมืองต้าเจิงนั้นอย่างน้อยก็ไม่เสียประโยชน์อันใด
การสนทนาของทั้งสองคนกินเวลาไม่นานนักเ้าเมืองต้าเจิงพยายามถามเื่ที่หวงจื่อหานและเ้าเมืองคนอื่นๆได้หายไปไหนใน่ 8-9 วันที่ผ่านมา แต่ทางหวงจื่อหานก็หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้สุดท้ายเ้าเมืองต้าเจิงก็ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเติมในเื่นี้เลย
ภายในหุบเขา หลังโรงหลอมเมืองประกายเงิน
ปรากฏหญิงสาวเผ่าพันธ์มนุษย์สายเือสูรคนหนึ่งดูเหมือนกำลังเดินทางอย่างเร่งรีบเพื่อไปยังจุดหมายแต่แล้วเมื่อััได้ถึงบางสิ่งจึงหยุดลง หญิงสาวคนนั้นก็คือ วิคทอเรีย นั่นเอง
“อาเปิดได้เสียที” ทันทีที่พ้นเขตป้องกันของอุปกรณ์ที่เทียนคงปรับปรุงใหม่ให้มันก็เริ่มทำงานเองโดยอัตโนมัติ วิคทอเรียที่ััได้ถึงการทำงานของมันก็หยุดเดินทางลงเพื่อตรวจเช็คการทำงานของอุปกรณ์ชิ้นนี้
หลังจากอุปกรณ์ทำงานได้ไม่นานสัญญานต่าง ๆเริ่มส่งเสียงเตือนจากมัน พร้อม ๆกับการฉายภาพหน้าจอเล็กๆขึ้นมาจากข้อมือของ วิคทอเรีย
“หืมมมนี่มันอะไร” วิคทอเรียใช้เวลาพยายามศึกษาและใช้งานอุปกรณ์ที่เทียนคงปรับปรุงให้ใหม่อยู่พักใหญ่กว่าจะคุ้นเคยและรู้ว่าสิ่งที่อุปกรณ์นี้ทำได้และข้อมูลที่แสดงออกมาแต่ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมา
“นั่นใครน่ะ... วิคทอเรีย นั่นเ้าหรือ ... ตอบด้วย นั่นเ้าหรือไม่ ... “
“พี่เอ็ดมัวร์นี่ข้าเอง วิคทอเรีย ข้ากลับมาแล้ว”
“เ้า... เป็เ้าจริง ๆรึ ตอนนี้เ้าอยู่ที่ไหน”
“ข้าอยู่ที่ชายแดนหุบเขาก่อนถึงเขตที่ข้าลาดตระเวนก่อนหน้านี้ไม่ไกลนัก”
“ข้าเข้าใจแล้วแต่เ้าจงอยู่ที่นั่น อย่าเพิ่งปรากฏตัวให้ใครเห็น รอข้าไปหาเ้าก่อน”
“ทำไมรึให้ข้าไปหาท่านเองดีกว่า”
“ไม่ไม่ได้เด็ดขาด อย่าเพิ่งมากความ ฟังข้านะ มีเื่มากมายเกิดขึ้นซึ่งเป็เื่ที่ไม่ดีนัก ข้าจะไปหาเ้าในอีก 1 วันนับจากนี้ จงรอข้าอยู่ที่นั่นและอย่าให้ใครพบเห็นเ้าเด็ดขาด เ้าเข้าใจหรือไม่”
“ก็ได้ข้าจะรอท่านที่นี่ แล้วท่านพี่เอ็ดเวิร์ดเล่า จะมาด้วยหรือไม่”
“ไว้พรุ่งนี้เ้าจะรู้เองปิ๊บบบ”
“เดี๋ยวก่อนท่านพี่ ข้า... บ้าจริง เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ ...ช่างเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าก็รู้เอง”
หลังจากการสนทนาของวิคทอเรียและเอ็ดมัวร์จบลงวิคทอเรียก็ได้เดินทางกลับออกไปยังนอกเขตชายแดนตามที่พี่ของนางบอกกล่าวไว้แต่เมื่อผ่านไปได้ราว ๆ 5 ชั่วโมงอุปกรณ์ที่ข้อมือพลันส่งสัญญานเตือนขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเปิดขึ้นมาปรากฏแผนที่ในรัศมี3 กิโลเมตร จากจุดที่วิคทอเรียอยู่ ในหน้าจอนั้นเห็นจุดเล็ก ๆ 2 จุดกำลังเข้ามาในรัศมี 3 กิโลเมตรนั้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทำให้วิคทอเรียตัดสินใจที่จะไปสำรวจดูว่า จุดเล็ก ๆสองจุดนี้คืออะไรกันแน่
“นี่เื่ที่ว่ามีทหารตระเวนชายแดนหุบเขา ได้ก่อการฏ เ้าคิดว่าอย่างไร”
“จะให้คิดอย่างไรเล่าเ้าโง่นี่ ฏก็คือฏ จะให้คิดเป็อื่นได้เช่นไร พวกเราต้องออกมาเป็หน่วยลาดตระเวนชายแดนก็เพราะหมอนั่น เื่เป็ฏหรือไม่ท่านจ้าวเป็คนตัดสินใจเ้าแค่ทำตามหน้าที่ก็พอแล้ว ไม่เช่นนั้นเ้าจะได้เป็ฏไปอีกคนหนึ่งเข้าใจไหม”
“ข้าเข้าใจแต่ว่าเ้าไม่คิดว่ามันมีอะไรแปลก ๆหรือ น้องชายของหมอนั่น ชื่ออะไรนะ อ้ออ รู้สึกจะชื่อว่าเอ็ดมัวร์มันกลับบอกว่าพี่ของมันมีเหตุจำเป็ แต่ไม่ใช่ฏแน่นอน ข้าว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ”
“พอเลยเ้าบ้านี่ หากอยากสอบสวนนัก ก็ไปขอเป็ฝ่ายสืบสวนเสีย ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น”
“เหอะข้าว่าเ้าแค่อารมณ์เสียที่ต้องมาลาดตระเวนชายแดนแทนมันมากกว่า ... ”
“ฏหรือ ...” วิคทอเรียที่ได้ยินดังนั้นก็ใจเสีย นางรู้ได้ทันทีว่าต้องเกิดเื่ขึ้นแล้วแน่นอน ...